รุจิรชาดก
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๔๒๔ · บรรทัด ๒๒๘๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุโลเลรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า กายํ พลากาสุจิรา ดังนี้. เรื่องทั้งสองเรื่อง คือเริ่มเรื่องกับเรื่องในอดีต เป็นเหมือนกับเรื่องแรกนั่นแหละ. แต่คาถาต่างกัน. มีคาถาติดต่อเป็นอันเดียวกันว่า :พระโพธิสัตว์ว่า- อย่างไร นกยางขาวน่ารักตัวนี้ จึงมาอยู่ในรังกาเช่นนี้ และที่เป็นรังของกาผู้ดุร้ายสหายของเรา. กากล่าวว่า- ดูก่อนนกพิราบผู้สหาย ท่านเป็นทิชาชาติ มีข้าวฟ่างเป็นอาหาร ย่อมรู้จักข้าพเจ้ามิใช่หรือ เราไม่ได้ทำตามคำของท่าน ท่านกลับมาแล้วจงมองดูข้าพเจ้าซึ่งมีตัวลุ่น ๆ เถิด. พระโพธิสัตว์ว่า-ดูก่อนสหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีกเพราะปกติของท่านเป็นเช่นนั้นแท้จริง เครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค. ด้วยบทว่า รุจิรา นี้ ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์กล่าวหมายเอาความที่กามีสีขาว เพราะมีร่างกายทาด้วยเปรียง. บทว่า รุจิราได้แก่ ดูน่ารัก อธิบายว่า มีสีขาว. บทว่า กากนิณฺฑสฺมึ แปลว่าในรังของกา. บาลีว่า กากนีฬสฺมึ ดังนี้ก็มี. กาเรียกนกพิราบว่าทิชา. บทว่า สามากโภชนา ได้แก่ มีพืชหญ้าเป็นอาหาร. จริงอยู่ในที่นี่ ท่านถือเอาพืชหญ้าแม้ทั้งหมด ด้วยศัพท์ว่า สามากะ. แม้ในเรื่องนี้ พระโพธิสัตว์ก็กล่าวว่า บัดนี้ ตั้งแต่นี้ไป เราไม่อาจอยู่ในที่นี้ ดังนี้ แล้วบินไปอยู่ในที่อื่น. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะแล้วทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้เหลาะแหละดำรงอยู่ในอนาคามิผล. กาเหลาะแหละในครั้งนั้น ได้เป็นภิกษุผู้เหลาะแหละในบัดนี้ ส่วนนกพิราบคือเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถารุจิรชาดกที่ ๕
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๑๘๕–๑๘๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ติกนิบาตชาดก ๒๐ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถา ฉบับแปลไทย
พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุโลเลรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า กายํ พลากา สุจิรา ดังนี้.
เรื่องทั้งสองเรื่อง คือ เริ่มเรื่องกับเรื่องในอดีต เป็นเหมือนกับเรื่องแรกนั่นแหละ.
แต่คาถาต่างกัน มีคาถาติดต่อเป็นอันเดียวกันว่า :-
พระโพธิสัตว์ว่า -
อย่างไร นกยางขาวน่ารักตัวนี้จึงมาอยู่ในรังกาเช่นนี้ และที่เป็นรังของกาผู้ดุร้ายสหายของเรา.
กากล่าวว่า -
ดูก่อนนกพิราบผู้สหาย ท่านเป็นทิชาชาติ มีข้าวฟ่างเป็นอาหาร ย่อมรู้จักข้าพเจ้ามิใช่หรือ เราไม่ได้ทำตามคำของท่าน ท่านกลับมาแล้วจงมองดูข้าพเจ้าซึ่งมีตัวลุ่นๆ เถิด.
พระโพธิสัตว์ว่า -
ดูก่อนสหาย ท่านจะได้รับทุกข์อีก เพราะปกติของท่านเป็นเช่นนั้น แท้จริง เครื่องบริโภคของมนุษย์ไม่ควรที่นกจะพึงบริโภค.
ด้วยบทว่า รุจิรา นี้ ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์กล่าวหมายเอาความที่กามีสีขาว เพราะมีร่างกายทาด้วยเปรียง.
บทว่า รุจิรา ได้แก่ ดูน่ารัก. อธิบายว่า มีสีขาว.
บทว่า กากนิณฺฑสฺมึ แปลว่า ในรังของกา.
บาลีว่า กากนีฬสฺมึ ดังนี้ก็มี.
กาเรียกนกพิราบว่า ทิชา.
บทว่า สามากโภชนา ได้แก่ มีพืชหญ้าเป็นอาหาร.
จริงอยู่ ในที่นี้ ท่านถือเอาพืชหญ้าแม้ทั้งหมด ด้วยศัพท์ว่า สามากะ.
แม้ในเรื่องนี้ พระโพธิสัตว์ก็กล่าวว่า บัดนี้ ตั้งแต่นี้ไป เราไม่อาจอยู่ในที่นี้ ดังนี้ แล้วบินไปอยู่ในที่อื่น.
พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจจะ แล้วทรงประชุมชาดก ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้เหลาะแหละดำรงอยู่ในอนาคามิผล.
กาเหลาะแหละในครั้งนั้น ได้เป็น ภิกษุผู้เหลาะแหละในบัดนี้
ส่วนนกพิราบคือ เราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถารุจิรชาดกที่ ๕
ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๗ ข้อ ๔๒๔
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที