ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. นันทิวิสาลชาดก
ชาดกที่ ๒๘ · เอกกนิบาตชาดก · กุรุงควรรค

นันทิวิสาลชาดก

ว่าด้วยการพูดดี

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๘ · บรรทัด ๑๘๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากนันทิวิสาลชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ในพระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการพูดเสียดแทงให้เจ็บใจ ของพวกภิกษุฉัพพัคคีย์ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า มนุญฺเมว ภาเสยฺย ดังนี้.

ความพิศดารว่า สมัยนั้น พวกภิกษุฉัพพัคคีย์เมื่อกระทำการทะเลาะย่อมขู่ ย่อมตะเพิด ย่อมทิ่มแทง ย่อมด่าด้วยเรื่องสำหรับด่า ๑๐ ประการภิกษุทั้งหลายจึงกราบทูลแด่พระผู้มีพระภาคเจ้า พระผู้มีพระภาคเจ้ารับสั่งให้เรียกภิกษุฉัพพัคคีย์มาแล้วตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ได้ยินว่าพวกเธอกระทำการทะเลาะจริงหรือ ? เมื่อพวกภิกษุฉัพพัคคีย์กราบทูลว่า จริง พระเจ้าข้า จึงทรงติเตียนแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าวาจาหยาบกระทำแต่ความฉิบหายให้ ไม่เป็นที่พอใจแม้แห่งสัตว์ดิรัจฉาน แม้ในกาลก่อนสัตว์ดิรัจฉานตัวหนึ่ง ย่อมยังคนผู้ร้องเรียกตนด้วยคำหยาบให้พ่ายแพ้ด้วยทรัพย์พันหนึ่ง แล้วจึงทรงนำอดีตนิทานมา ดังต่อไปนี้.

ในอดีตกาล มีพระราชาพระนามว่าคันธาระ ครองราชสมบัติอยู่ในเมืองตักกศิลา แคว้นคันธาระ พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดโค. ครั้งในกาลที่พระโพธิสัตว์เป็นลูกโคหนุ่มนั่งเอง พราหมณ์คนหนึ่งได้พระโพธิสัตว์นั้นจากสำนักของทายกผู้ให้ทักษิณา ตั้งชื่อว่านันทิวิสาล แล้วตั้งไว้ในฐานะบุตรรักใคร่มาก ให้ข้าวยาคูและภัตเป็นต้นบำรุงเลี้ยงแล้ว. พระโพธิสัตว์เจริญวัยแล้ว คิดว่า พราหมณ์นี้ปรนนิบัติเราได้โดยยาก ชื่อว่าโคอื่นผู้มีธุระเสมอเช่นกับเรา ย่อมไม่มีในชมพูทวีปทั้งสิ้น ถ้ากระไร เราพึงแสดงกำลังของตนแล้วพึงให้ค่าเลี้ยงดูแก่พราหมณ์. วันหนึ่ง พระโพธิสัตว์นั้นกล่าวกะพราหมณ์ว่า พราหมณ์ท่านจงไป จงเข้าไปหาโควินทกเศรษฐีนั่น แล้วกล่าวว่า โคพลิพัทของเรายังเกวียนร้อยเล่มซึ่งผูกติด ๆ กันให้เคลื่อนไปได้ ท่านจงกระทำการเดิมพันด้วยทรัพย์พันกหาปณะพราหมณ์นั้น จึงไปยังสำนักของเศรษฐีสั่งสนทนาขึ้นว่า ในนครนี้โคของใครเพียบพร้อมด้วยเรี่ยวแรง. ลำดับนั้นเศรษฐีจึงกล่าวกะพราหมณ์นั้นว่า ของตนโน้นและของตนโน้น แล้วกล่าวว่าก็ทั่วทั้งนครโคชื่อว่าเช่นกับด้วยโคทั้งหลายของเรา ย่อมไม่มี. พราหมณ์กล่าวว่า โคของเราตัวหนึ่งสามารถให้เกวียนร้อยเล่มผูกติด ๆ กันเคลื่อนไปได้ มีอยู่. เศรษฐีกล่าวว่า คฤหบดี โคเห็นปานนี้จะมีแต่ไหน. พราหมณ์กล่าวว่าอยู่ในเรือนของเรา. เศรษฐีกล่าวว่า ถ้าอย่างนั้น ท่านจงการทำเดิมพัน. พราหมณ์กล่าวว่า ดีละ ข้าพเจ้าจะทำ แล้วได้กระทำเดิมพันด้วยทรัพย์พันกหาปณะ พราหมณ์นั้นยังเกวียนร้อยเล่มให้เต็มด้วยทราย กรวด และหินเป็นต้นแล้วจอดไว้ตามลำดับกัน แล้วผูกเกวียนทุกเล่มเข้าด้วยกันด้วยเชือกสำหรับผูกเพลาแล้วให้โคนันทิวิสาลอาบน้ำแล้ว เจิมด้วยของหอม ประดับพวงมาลาที่คอแล้วเทียมเฉพาะตัวเท่านั้นที่ทูบเกวียนเล่มแรก ตนเองนั่งที่ทูบเกวียน เงื้อปฏักขึ้นแล้วกล่าวว่า เจ้าโคโกง จงลากไป เจ้าโคโกง จงนำไป. พระโพธิสัตว์คิดว่า พราหมณ์นี้ร้องเรียกเราผู้ไม่โกง ด้วยวาทะว่าโกง จึงได้ยืนทำเท้าทั้ง ๔ให้นั่ง เหมือนเสา. ทันใดนั้น เศรษฐีจึงให้พราหมณ์นำทรัพย์พันกหาปณะมา. พราหมณ์แพ้ (พนัน) ด้วยทรัพย์พันกหาปณะ จึงปลดโคแล้วไปเรือนถูกความโศกครองงำ จึงได้นอน. โคนันทิวิสาลเที่ยวไปแล้วกลับมา เห็นพราหมณ์ถูกความโศกครองงำ จึงเข้าไปหาแล้วกล่าวว่า พราหมณ์ ท่านนอนหลับหรือ. พราหมณ์กล่าวว่าเราแพ้พนันด้วยทรัพย์พันกหาปณะ จะมีความหลับมาแต่ไหน. โคนันทิวิสาลกล่าวว่า ท่านพราหมณ์ ฉันอยู่ในเรือนของท่านมาตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ เคยทำภาชนะอะไร ๆ แตก เคยเหยียบใคร ๆ หรือเคยถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะ ในที่อันไม่ควร มีอยู่หรือ. พราหมณ์กล่าวว่า ไม่มีดอกพ่อ. ลำดับนั้น โคนันทิวิสาลกล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุไร ท่านจึงเรียกฉันด้วยวาทะว่าโคโกง นั้นเป็นโทษของท่านเท่านั้นโทษของฉันไม่มี ท่านจงไปจงทำเดิมพันด้วยทรัพย์ ๒,๐๐๐ กหาปณะกับเศรษฐีนั้น ขออย่างเดียวท่านอย่าเรียกฉันผู้ไม่โกง ด้วยวาทะว่าโคโกง พราหมณ์ได้ฟังคำของโคนันทิวิสาลนั้นแล้ว ปการทำเดิมพันด้วยทรัพย์ ๒,๐๐๐ กหาปณะแล้วผูกเกวียนร้อยเล่มติดกันโดยนัยอันมีแล้วในก่อน ประดับโคนันทิวิสาลแล้วเทียมเกวียนเล่มแรกเข้าที่ทูบเกวียน. ถามว่า เทียมอย่างไร ? ตอบว่า พราหมณ์ผูกแอกให้แน่นที่ทูบเกวียนแล้ว เทียมโคนันทิวิสาลเข้าที่ปลายแอกข้างหนึ่งแล้วเอาเชือกที่ทูบเกวียนพันปลายแอกข้างหนึ่งแล้วใส่ไม้ค้ำยันปลายแอก เพลา และเชิงเกวียนเอาเชือกนั้นผูกให้แน่นแล้วจอดไว้ ก็เมือกระทำอย่างนี้ แอกย่อมไม่เคลื่อนไปทางโน้นทางนี้ โคตัวเดียวเท่านั้น อาจลากไปได้ ลำดับนั้น พราหมณ์นั่งบนทูบเกวียนลูบหลังโคนันทิวิสาลนั้นพลางกล่าวว่า โคผู้เจริญ พ่อจงไป โคผู้เสริญ พ่อจงลากไป. พระโพธิสัตว์ลากเกวียนร้อยเล่มที่ผูกติดกัน ด้วยกำลังแรงครั้งเดียวเท่านั้น ให้เกวียนเล่มที่ตั้งอยู่ข้างหลังไปตั้งอยู่ในที่ของเกวียนซึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าโควินทกเศรษฐีแพ้แล้วได้ให้ทรัพย์ ๒,๐๐๐ กหาปณะแก่พรหมณ์ มนุษย์แม้อื่น ๆ ก็ได้ให้ทรัพย์เป็นอันมากแก่พระโพธิสัตว์ ทรัพย์ทั้งหมดนั้น ได้เป็นของพราหมณ์ทั้งนั้น พราหมณ์นั้นอาศัยพระโพธิสัตว์จึงได้ทรัพย์เป็นอันมากด้วยประการอย่างนี้.

พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ชื่อว่าคำหยาบไม่เป็นที่ชอบใจของใคร ๆ แล้วทรงติเตียนพวกภิกษุฉัพพัคคีย์แล้วทรงบัญญัติสิกขาบท เป็นพระผู้ตรัสรู้พร้อมเฉพาะแล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ว่า

บุคคลพึงกล่าวแต่คำที่น่าพอใจเท่านั้น ไม่พึง กล่าวคำที่ไม่น่าพอใจ ในกาลไหน ๆ เมื่อพราหมณ์ กล่าวคำที่น่าพอใจโคนันทิวิสาลได้ลากเอาภาระหนัก ไปได้ ทำพราหมณ์ผู้นั้นให้ได้ทรัพย์ด้วย ตนเองก็ เป็นผู้ปลื้มใจเพราะการช่วยเหลือนั้นด้วย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มนุญฺเมว ภาเสยฺย ความว่า บุคคลเมื่อจะกล่าวกับคนอื่น พึงกล่าวเฉพาะปิยวาจาอันอ่อนหวานอ่อนโยนเป็นที่น่าพอใจไพเราะเว้นจากโทษ ๔ ประการ. บทว่า ครุภารํ อุททฺธริ ความว่าโคนันทิวิสาล เมื่อพราหมณ์กล่าวคำที่ไม่น่าพอใจ ก็ไม่ลากภาระ เมื่อพราหมณ์กล่าวคำเป็นที่รัก น่าพอใจในภายหลัง จึงลากภาระหนักไปให้ถึง. ก็ ท อักษรในบทว่า อุททฺธริ นั้นในคาถานี้ เป็นอักษรทำการเชื่อมบท โดยการเชื่อมพยัญชนะแล.

พระศาสดาครั้น ทรงนำพระธรรมเทศนานี้ว่า มนุญฺเมว ภาเสยฺย มาด้วยประการฉะนี้แล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า พราหมณ์ในกาลนั้น ได้เป็นพระอานนท์ ส่วนโคนันทิวิสาล ได้เป็นเราคือพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล.

จบนันทิวิสาลชาดกที่ ๘

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๕ หน้า ๓๐๘–๓๑๒ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๑ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๘ นนฺทิวิสาลชาตกํ

มนุญฺญเมว ภาเสยฺยาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ โอมสวาทํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตสฺมึ หิ สมเย ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กลหํ กโรนฺตา เปสเล ภิกฺขู ขุํเสนฺติ วมฺเภนฺติ โอวิชฺฌนฺติ ทสหิ อกฺโกสวตฺถูหิ อกฺโกสนฺติ ฯ ภิกฺขู ภควโต อาโรเจสุํ ฯ ภควา ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ปกฺโกสาเปตฺวา สจฺจํ กิร ตุมฺเห กลหํ กโรถ ภิกฺขเวติ ปุจฺฉิตฺวา สจฺจนฺติ วุตฺเต วิครหิตฺวา ภิกฺขเว ผรุสวาจา นาม อนตฺถการิกา ติรจฺฉานคตานมฺปิ อมนาปา ปุพฺเพปิ เอโก ติรจฺฉานคโต อตฺตานํ ผรุเสน สมุทาจรนฺตํ สหสฺเสน ปราเชสีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต คนฺธารรฏฺเฐ ตกฺกสิลายํ คนฺธาโร นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ โพธิสตฺโต โคโยนิยํ นิพฺพตฺติ ฯ อถ นํ ตรุณวจฺฉกกาเลเยว เอโก พฺราหฺมโณ ทกฺขิณทายกานํ สนฺติกา ลภิตฺวา นนฺทิวิสาโลติ นามํ กตฺวา ปุตฺตฏฺฐาเน ฐเปตฺวา สมฺปิยายมาโน ยาคุภตฺตาทีนิ ทตฺวา โปเสสิ ฯ โพธิสตฺโต วยปฺปตฺโต จินฺเตสิ อหํ อิมินา พฺราหฺมเณน กิจฺเฉน ปฏิชคฺคิโต มยา สทิโส สกลชมฺพูทีเป อญฺโญ สมธุโร โคโณ นาม นตฺถิ ยนฺนูนาหํ อตฺตโน พลํ ทสฺเสตฺวา พฺราหฺมณสฺส โปสาวนิยํ ทเทยฺยนฺติ ฯ โส เอกทิวสํ พฺราหฺมณํ อาห คจฺฉ พฺราหฺมณ เอตํ โควินฺทกเสฏฺฐึ อุปสงฺกมิตฺวา มยฺหํ พลิพทฺโท อติพทฺธํ สกฏสตํ ปวตฺเตตีติ วตฺวา สหสฺเสน อพฺภุทํ กโรหีติ ฯ โส พฺราหฺมโณ เสฏฺฐิสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา กถํ สมุฏฺฐาเปสิ อิมสฺมึ นคเร กสฺส โคโณ ถามสมฺปนฺโนติ ฯ อถ นํ เสฏฺฐี อสุกสฺส จ อสุกสฺส จาติ วตฺวา สกลนคเร ปน อมฺหากํ โคเณหิ สทิโส นาม นตฺถีติ อาห ฯ พฺราหฺมโณ มยฺหํ เอโก โคโณ อติพทฺธํ สกฏสตํ ปวตฺเตตุํ สมตฺโถ อตฺถีติ อาห ฯ เสฏฺฐี คหปติ กุโต เอวรูโป โคโณติ อาห ฯ พฺราหฺมโณ มยฺหํ เคเห อตฺถีติ ฯ เตนหิ อพฺภุทํ กโรหีติ ฯ สาธุ กโรมีติ สหสฺเสน อพฺภุทํ อกาสิ ฯ โส สกฏสตํ วาลุกสกฺขรปาสาณาทีนํเยว ปูเรตฺวา ปฏิปาฏิยา ฐเปตฺวา สพฺพานิ อกฺขพนฺธนโยตฺเตน เอกโต พนฺธิตฺวา นนฺทิวิสาลํ นฺหาเปตฺวา คนฺธปญฺจางฺคุลิกํ ทตฺวา กณฺเฐ มาลํ ปิลนฺธิตฺวา ปุริมสกฏธุเร เอกเมว โยเชตฺวา สยํ ธุเร นิสีทิตฺวา ปโตทํ อุกฺขิปิตฺวา อญฺฉ กูฏ วหสฺสุ กูฏาติ อาห ฯ โพธิสตฺโต อยํ มํ อกูฏํ กูฏวาเทน สมุทาจรตีติ จตฺตาโร ปาเท ถมฺเภ วิย นิจฺจลํ กตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ เสฏฺฐี ตํ ขณญฺเญว พฺราหฺมณํ สหสฺสํ อาหราเปสิ ฯ พฺราหฺมโณ สหสฺสปราชิโต โคณํ มุญฺจิตฺวา ฆรํ คนฺตฺวา โสกาภิภูโต นิปชฺชิ ฯ นนฺทิวิสาโล จริตฺวา อาคโต พฺราหฺมณํ โสกาภิภูตํ ทิสฺวา อุปสงฺกมิตฺวา กึ พฺราหฺมณ นิทฺทายสีติ อาห ฯ กุโต เม นิทฺทา สหสฺสปราชิตสฺสาติ ฯ พฺราหฺมณ มยา เอตฺตกํ กาลํ ตว เคเห วสนฺเตน อตฺถิ กิญฺจิ ภาชนํ วา ภินฺทิตปุพฺพํ โกจิ วา มทฺทิตปุพฺโพ อฏฺฐาเน วา ปน อุจฺจารปสฺสาโว กตปุพฺโพติ ฯ นตฺถิ ตาตาติ ฯ อถ มํ กสฺมา กูฏวาเทน สมุทาจรสิ ตเวว โส โทโส มยฺหํ โทโส นตฺถิ คจฺฉ เตน สทฺธึ ทฺวีหิ สหสฺเสหิ อพฺภุทํ กโรหิ เกวลํ อกูฏํ กูฏวาเทน มา สมุทาจรีติ ฯ พฺราหฺมโณ ตสฺส วจนํ สุตฺวา คนฺตฺวา ทฺวีหิ สหสฺเสหิ อพฺภุทํ กตฺวา ปุริมนเยเนว สกฏสตํ อติพนฺธิตฺวา นนฺทิวิสาลํ มณฺเฑตฺวา ปุริมสกฏํ ธุเร โยเชสิ ฯ กถํ โยเชสีติ ฯ ยุคํ ธุเร นิจฺจลํ พนฺธิตฺวา เอกาย โกฏิยา นนฺทิวิสาลํ โยเชตฺวา เอกํ โกฏึ ธุรโยตฺเตน ปริเวเฐตฺวา ยุคโกฏิญฺจ อกฺขานิ ปาทญฺจ นิสฺสาย มณฺฑรุกฺขทณฺฑกํ ทตฺวา เตน โยตฺเตน นิจฺจลํ พนฺธิตฺวา ฐเปสิ ฯ เอวญฺหิ กเต ยุคํ เอตฺโต วา อิโต วา น คจฺฉติ สกฺกา โหติ เอเกเนว โคเณน อากฑฺฒิตุํ ฯ อถสฺส พฺราหฺมโณ ธุเร นิสีทิตฺวา นนฺทิวิสาลสฺส ปิฏฺฐึ ปริมชฺชิตฺวา คจฺฉ ภทฺร วหสฺสุ ภทฺราติ อาห ฯ โพธิสตฺโต อติพทฺธํ สกฏสตํ เอกเวเคเนว อากฑฺฒิตฺวา ปจฺฉา ฐิตํ สกฏํ ปุรโต ฐิตสกฏสฺส ฐาเน ฐเปสิ ฯ โควินฺทกเสฏฺฐี ปราชิโต พฺราหฺมณสฺส เทฺว สหสฺสานิ อทาสิ ฯ อญฺเญปิ มนุสฺสา โพธิสตฺตสฺส พหุํ ธนมทํสุ ฯ ตํ สพฺพํ พฺราหฺมณสฺเสว อโหสิ ฯ เอวํ โส โพธิสตฺตํ นิสฺสาย พหุํ ธนํ ลภิ ฯ

สตฺถา น ภิกฺขเว ผรุสวจนํ นาม กสฺสจิ มนาปนฺติ ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู ครหิตฺวา สิกฺขาปทํ ปญฺญาเปตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมํ คาถมาห

มนุญฺญเมว ภาเสยฺย นามนุญฺญํ กุทาจนํ

มนุญฺญํ ภาสมานสฺส ครุภารํ อุททฺธริ

ธนญฺจ นํ อลาเภสิ เตน จตฺตมโน อหูติ ฯ

ตตฺถ มนุญฺญเมว ภาเสยฺยาติ ปเรน สทฺธึ ภาสมาโน จตุโทสวิรหิตํ มธุรํ มนาปํ สณฺหมุทุกํ ปิยวาจเมว ภาเสยฺย ฯ ครุภารํ อุททฺธรีติ นนฺทิวิสาโล พลิพทฺโท อมนาปํ ภาสมานสฺส ภารํ อนุทฺธริตฺวา ปจฺฉา มนาปํ ปิยวจนํ ภาสมานสฺส พฺราหฺมณสฺส ครุภารํ อุททฺธริตฺวา ปาเปสีติ อตฺโถ ฯ ตตฺถ ทกาโร ปเนตฺถ พฺยญฺชนสนฺธิวเสน ปทสนฺธิกโรติ ฯ

อิติ สตฺถา มนุญฺญเมว ภาเสยฺยาติ อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา พฺราหฺมโณ อานนฺโท อโหสิ นนฺทิวิสาโล ปน อหเมว สมฺมาสมฺพุทฺโธติ ฯ

นนฺทิวิสาลชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๕

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๗. อภิณหชาดกชาดกถัดไป๒๙. กัณหชาดก