ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. กามวิลาปชาดก
ชาดกที่ ๒๙๗ · ติกนิบาตชาดก · กุมภวรรค

กามวิลาปชาดก

ว่าด้วยผู้พิลาปถึงกาม

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๔๙๐ · บรรทัด ๒๕๔๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากกามวิลาปชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภการประเล้าประโลมภรรยาเก่า จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า อุจฺเจ สกุเณ เฑมาน ดังนี้. เรื่องปัจจุบันได้กล่าวไว้แล้วในปุปผรัตตชาดก เรื่องอดีตจักมีแจ้งในอินทรียชาดก. แต่ในที่นี้ ราชบุรุษทั้งหลายทำให้บุรุษนั้นเร่าร้อน เสียบประจานไว้บนหลาวทั้งเป็น ๆ. บุรุษนั้นนั่งอยู่บนหลาวนั้น เห็นกาบินมาทางอากาศ ไม่อนาทรถึงเวทนาทั้งที่แรงกล้าเห็นปานนั้นเมื่อจะเรียกกานั้นมาเพื่อจะส่งข่าวสารถึงภรรยาผู้เป็นที่รัก จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :ดูก่อนนกผู้มีปีกเป็นยาน บินทะยานไปในเวหา บินไปในอากาศอันสูง ท่านช่วยบอกภรรยาของข้าพเจ้าผู้มีลำขาเสมอด้วยต้นกล้วยให้ทราบด้วย ว่าข้าพเจ้าถูกเสียบอยู่บนหลาว ภรรยาที่รักของข้าพเจ้านั้นเมื่อไม่ทราบข่าวคราวอันนี้ จักทำการรอคอยข้าพเจ้าตลอดกาลนาน. ภรรยาของข้าพเจ้านั้นยังไม่รู้ว่าหลาวและหอกนี้เขาวางไว้ เพื่อเสียบประจานนางเป็นคนดุร้าย ก็จะโกรธข้าพเจ้า ความโกรธแห่งภรรยาของข้าพเจ้านั้นจะทำข้าพเจ้าให้เดือดร้อนไปด้วย. แต่หลาวนี้มิได้ทำให้ข้าพเจ้าเดือดร้อนในที่นี้เลย. หอกและเกราะนี้ข้าพเจ้าเก็บไว้ที่หัวนอนอนึ่ง แหวนก้อยที่ทำด้วยทองคำเนื้อสุก และผู้แคว้นกาสีเนื้ออ่อน ข้าพเจ้าเก็บไว้ที่หัวนอน ขอภรรยาที่รักของข้าพเจ้า ผู้มีความต้องการทรัพย์ จงยินดีด้วยทรัพย์นี้เถิด. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เฑมาน แปลว่า บิน คือไป. บุรุษคนนั้นเรียกกาตัวนั้นแหละว่า ปตฺตยาน ผู้มีปีกเป็นยานะ เรียกว่า วิหงฺคม ผู้ไปในเวหา ก็เหมือนกัน . จริงอยู่ กานั้น ชื่อว่ามีปีกเป็นยาน เพราะกระทำการไปด้วยปีกทั้งหลาย ชื่อว่าผู้ไปในเวหา เพราะไปทางอากาศ. บทว่า วชฺชาสิ แปลว่า ท่านพึงบอก. บทว่า วามูรุํ แปลว่า ผู้มีขาอ่อนเสมอลำต้นกล้วย. ท่านพึงบอกว่าข้าพเจ้านั่นอยู่บนหลาว. บทว่า จิรํ โข สา กริสฺสติ ความว่านานเมื่อไม่ทราบข่าวคราวนี้ จักกระทำการรอคอยการมาของข้าพเจ้าในเวลานาน คือ นางจักคิดอย่างนี้ว่า สามีอันเป็นที่รักไปนานแล้วยังไม่มา. ด้วยบทว่า อสิ สตฺติญฺจ แปลว่า ดาบและหอก นี้บุรุษนั้นกล่าวหมายเอาเฉพาะหอกเท่านั้น เพราะมันเสมอด้วยดาบและหอก. จริงอยู่หอกนั้น เขาวางคือปักไว้ เพื่อเสียบประจานบุรุษนั้น. บทว่า จณฺฑี ได้แก่ เป็นผู้มักโกรธ. บทว่า กาหตี โกธํ ความว่า นางจักกระทำความโกรธต่อเราว่า มัวชักช้าอยู่. บทว่า ตํ เม ตปฺปติ ความว่า ความโกรธของนางนั้น ย่อมทำเราให้เดือดร้อน. ด้วยบทว่า โน อิธ นี้ บุรุษนั้นแสดงว่า ก็หลาวนี้ย่อมไม่ทำเราให้เดือดร้อนในที่นี้เลย. ด้วยคำเป็นต้นว่า นี้หอกและเกราะดังนี้ บุรุษผู้นั้นบอกถึงสิ่งของของตนซึ่งวางไว้บนหัวนอนในเรือน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุปฺปลสนฺนาโห ได้แก่ หอกและเกราะอธิบายว่า หอกชนิดหนึ่งคล้ายดอกบัวและเกราะ. บทว่า นิกฺขญฺจ ได้แก่ แหวนก้อยที่ทำด้วยทองเนื้อ ๕. ด้วยบทว่า กาสิกญฺจ มุทุํ วตฺถํ นี้ บุรุษนั้นกล่าว หมายเอาผ้าสาฎกคู่หนึ่ง ซึ่งทำจากแคว้นกาสีมีเนื้ออ่อนนุ่ม. ได้ยินว่า สิ่งของมีประมาณเท่านี้ ที่บุรุษนั้นเก็บไว้บนหัวนอน. บทว่า ตปฺเปตุ ธนกามิยา ความว่า ภรรยาผู้เป็นที่รักของเรานั้นมีความต้องการทรัพย์ จงถือเอาทรัพย์ทั้งหมดนี้ จงอิ่มเอิบ บริบูรณ์ คือจงยินดีด้วยทรัพย์นี้. บุรุษนั้นคร่ำครวญอยู่อย่างนี้นั้นแล ก็ตายไปบังเกิดในนรกพระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประกาศสัจจะทั้งหลายแล้วทรงประชุมชาดก. ในเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสันจะสึก ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล. ภรรยาในครั้งนั้น ได้มาเป็นภรรยาในครั้งนี้ เทวบุตรผู้เห็นเหตุการณ์นั้น คือเราตถาคต ฉะนั้นแล.

จบ อรรถกถากามวิลาปชาดกที่ ๗

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๓๕๐–๓๕๒ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ติกนิบาตชาดก · ๑๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

kāmavilāpajātakaṃ

ucce sakuṇa ḍemānāti idaṃ satthā jetavane viharanto purāṇadutiyikapalobhanaṃ ārabbha kathesi.

Paccuppannavatthu puppharattajātake kathitaṃ. Atītavatthu indriyajātake āvibhavissati.

Taṃ pana purisaṃ jīvasūle uttāpesuṃ 1-. So tattha nisinno ākāsena āgacchantaṃ kākaṃ disvā tāva kharampi vedanaṃ agaṇetvā piyabhariyāya sāsanaṃ pesetuṃ taṃ kākaṃ āmantento imā gāthā abhāsi

ucce sakuṇa ḍemāna pattayāna vihaṅgama

vajjāsi kho tvaṃ vāmūruṃ ciraṃ kho sā karissati

@Footnote: 1 uttāsesuṃ.

Idaṃ kho sā na jānāti asisattiñca oḍitaṃ

sā caṇḍī kāhatī kodhaṃ taṃ me tappati no idha

esa uppalasannāho nikkhañcussīsake kataṃ

kāsikañca muduṃ vatthaṃ tappetu dhanakāmiyāti.

Tattha ḍemānāti ḍeyamāna gacchamāna. Pattayānāti tameva ālapati tathā vihaṅgamāti. So hi pattehi yānaṃ katvā gamanato pattayāno ākāsena gamanato vihaṅgamo. Vajjāsīti vadeyyāsi. Vāmūrunti kadalikkhandhasamānaūruṃ mama sūle nisinnabhāvaṃ vadeyyāsi. Ciraṃ kho sā karissatīti sā imaṃ pavuttiṃ ajānamānā mama āgamanaṃ ciraṃ karissati cirameva gatassa piyassa na ca āgacchatīti evaṃ cintessatīti attho. Asisattiñcāti asisamānatāya sattisamānatāya ca sūlameva sandhāya vadati. Tañhi tassa uttāsanatthāya oḍitaṃ ṭhapitaṃ. Caṇḍīti kodhanā. Kāhatī kodhanti aticirāyatīti mayhaṃ kodhaṃ karissati. Taṃ me tappatīti taṃ tassā kujjhanaṃ maṃ tappati. No idhāti idha pana imaṃ sūlaṃ maṃ na tappatīti dīpeti. Esa uppalasannāhoti ādīhi ghare ussīsake ṭhapitaṃ attano bhaṇḍaṃ ācikkhati. Tattha uppalasannāhoti uppalo ca sannāho ca uppalasadiso kaṇayo ca sannāhappatto 1- cāti attho. Nikkhañcāti pañcahi suvaṇṇehi kataṃ aṅguliyakaṃ. Kāsikañca muduṃ vatthanti mudukāsikasāṭakayugaṃ sandhāyāha ettakaṃ kira tena ussīsake nikkhittaṃ.

@Footnote: 1 sannāhasajjo. Tappetu dhanakāmiyāti etaṃ sabbaṃ gahetvā sā mama piyā dhanatthikā iminā dhanena tappetu pūretu santuṭṭhā hotūti.

Evaṃ so paridevamānova kālaṃ katvā niraye nibbatti.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā saccāni pakāsetvā jātakaṃ samodhānesi. Saccapariyosāne ukkaṇṭhitabhikkhu sotāpattiphale patiṭṭhahi. Tadā bhariyā ca etarahi bhariyā. Yena devaputtena taṃ kāraṇaṃ diṭṭhaṃ so ahamevāti.

Kāmavilāpajātakaṃ sattamaṃ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๒๙๖. สมุททชาดกชาดกถัดไป๒๙๘. อุทุมพรชาดก