ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. กุลาวกชาดก
ชาดกที่ ๓๑ · เอกกนิบาตชาดก · กุลาวกวรรค

กุลาวกชาดก

ว่าด้วยการเสียสละ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๓๑ · บรรทัด ๒๑๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากกุลาวกชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

แม้นครทั้งสอง คือ เทพนคร และอสูรนครก็ชื่อว่า อยุทธปุระเพราะใครๆ ไม่อาจยึดได้ด้วยการรบ เพราะว่า ในกาลใด พวกอสูรมีกำลังในกาลนั้นเมื่อพวกเทวดาหนีเข้าเทพนครแล้วปิดประตูไว้แม้พวกอสูรตั้งแสนก็ไม่อาจทำอะไรได้ ในกาลใดพวกเทวดามีกำลัง ในกาลนั้น เมื่อพวกอสูรหนีไปปิดประตูอสูรนครเสีย พวกเทวดาแม้ทั้งแสนก็ไม่อาจทำอะไรได้ ดังนั้นนครทั้งสองนี้จึงชื่อว่า อยุชฌปุระ เมืองที่ใคร ๆ รบไม่ได้. ระหว่างนครทั้งสองนั้น ท้าวสักกะทรงตั้งการรักษาไว้ในฐานะ ๕ ประการมีนาคเป็นต้นเหล่านั้น บรรดาฐานะ ๕ ประการนั้น ท่านถือเอานาคด้วยศัพท์ว่า อุรคะนาคเหล่านั้น มีกำลังในน้ำ เพราะฉะนั้น นาคเหล่านั้นจึงมีการอารักขา ที่เฉลียงที่ ๑ แห่งนครทั้งสอง ท่านถือเอาครุฑด้วยศัพท์ว่า กโรติ ได้ยินว่าครุฑเหล่านั้นมีปานะและโภชนะ ชื่อว่า กโรติ ครุฑเหล่านั้นจึงได้นามตามปานะและโภชนะนั้น ครุฑเหล่านั้นมีการอารักขาที่เฉลียงที่ ๒ ของนครทั้งสองท่านถือเอากุมภัณฑ์ด้วยศัพท์ว่า ปยสฺส หาริ. ได้ยินว่า พวกกุมภัณฑ์เหล่านั้น คือ ทานพ (อสูรสามัญ) และรากษส (ผีเสื้อน้ำ) พวกกุมภัณฑ์เหล่านั้นมีการอารักขาที่เฉลียงที่ ๓ แห่งนครทั้งสอง ท่านถือเอาพวกยักษ์ด้วยศัพท์ว่า มทนยุต ได้ยินว่ายักษ์เหล่านั้น มีปรกติเที่ยวไปไม่สม่ำเสมอ เป็นนักรบ ยักษ์เหล่านั้นมีการอารักขาที่เฉลียงที่ ๔ แห่งนครทั้งสอง ท่านกล่าวถึงท้าวมหาราชทั้ง ๔ ด้วยบทว่า จตุโร จ มหนฺตา นี้. ท้าวมหาราชทั้ง ๔นั้นมีการอารักขาที่เฉลียงที่ ๕ แห่งนครทั้งสอง เพราะฉะนั้น ถ้าพวกอสูรโกรธมีจิตขุ่นมัว เข้าไปยังเทพบุรี บรรดานักรบ ๕ ประเภท พวกนาคจะตั้งป้องกันเขาปริภัณฑ์ลูกแรกนั้น อารักขาที่เหลือในฐานะที่เหลือก็อย่างนั้น.

ก็เมื่อท้าวสักกะจอมเทพทรงตั้งอารักขาในที่ ๕ แห่งเหล่านี้แล้ว เสวยทิพยสมบัติอยู่ นางสุธรรมาจุติมาบังเกิดเป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะนั้นแหละ ก็เทวสภาชื่อว่าสุธรรมามีประมาณ ๕๐๐ โยชน์ ซึ่งเป็นที่ที่ท้าวสักกะจอมเทพประทับนั่งบนบัลลังก์ทองขนาดหนึ่งโยชน์ภายใต้เศวตฉัตรทิพย์ทรงกระทำกิจที่จะพึงกระทำแก่เทวดาและมนุษย์ ได้เกิดขึ้นแก่นางสุธรรมา เพราะผลวิบากที่ให้ช่อฟ้า. ฝ่ายนางสุจิตราก็จุติมาบังเกิดเป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะนั้นเหมือนกัน และอุทยานชื่อว่าจิตรลดาวันก็เกิดขึ้นแก่นางสุจิตรานั้นเพราะผลวิบากของการกระทำอุทยาน. ฝ่ายนางสุนันทาก็จุติมาบังเกิดเป็นบาทบริจาริกาของท้าวสักกะนั้นเหมือนกัน และสระโบกขรณีชื่อว่านันทาก็เกิดขึ้นแก่นางสุนันทานั้น เพราะผลวิบากของการขุดสระโบกขรณี.

ส่วนนางสุชาดาบังเกิดเป็นนางนกยางอยู่ที่ชอกเขาในป่าแห่งหนึ่ง เพราะไม่ได้กระทำกุศลกรรมไว้ ท้าวสักกะทรงพระรำพึงว่า นางสุชาดาไม่ปรากฏนางบังเกิด ณ ที่ไหนหนอ ครั้นทรงเห็นนางสุชาดานั้น จึงเสด็จไปที่ซอกเขานั้น พานางมายังเทวโลก ทรงแสดงเทพนครอันน่ารื่นรมย์ เทวสภาชื่อสุธรรมา สวนจิตรลดาวัน และนันทาโบกขรณีแก่นาง แล้วทรงโอวาทนางว่าหญิงเหล่านี้ได้กระทำกุศลไว้จึงมาบังเกิดเป็นบาทบริจาริกาของเรา ส่วนเธอไม่ได้กระทำกุศลไว้จึงบังเกิดในกำเนิดดิรัจฉาน ตั้งแต่นี้ไป เธอจงรักษาศีลนางนกยางนั้น ก็รักษาศีลตั้งแต่กาลนั้น โดยล่วงไป ๒-๓ วัน ท้าวสักกะทรงดำริว่า นางนกยางอาจรักษาศีลหรือหนอ จึงเสด็จไป แปลงรูปเป็นปลานอนหงายอย่างหน้า นางนกยางนั้น สำคัญว่าปลาตายจึงได้คาบที่หัว ปลากระดิกหาง ลำดับนั้น นางนกยางนั้นจึงปล่อยปลานั้น ด้วยสำคัญว่า เห็นจะเป็นปลามีชีวิตอยู่ ท้าวสักกะตรัสว่า สาธุ สาธุ เธออาจรักษาศีลได้ แล้วได้เสด็จไปยังเทวโลก นางนกยางนั้น จุติจากอัตภาพนั้น มาบังเกิดในเรือนของนายช่างหม้อ ในนครพาราณสี.

ท้าวสักกะทรงพระดำริว่า นางนกยางบังเกิด ณ ที่ไหนหนอ ทรงรู้ว่าเกิดในตระกูลช่างหม้อ จึงทรงเอาฟักทองคำบรรทุกเต็มยานน้อย แปลงเพศเป็นคนแก่นั่งอยู่กลางบ้านป่าวร้องว่า ท่านทั้งหลายจงรับเอาฟักเหลือง คนทั้งหลายมากล่าวว่า ข้าแต่พ่อ ท่านจงให้ท้าวสักกะตรัสว่า เราให้แก่คนทั้งหลายผู้รักษาศีล ท่านทั้งหลายจงรักษาศีล คนทั้งหลายกล่าวว่าขึ้นชื่อว่าศีล พวกเราไม่รู้จัก ท่านจงให้ด้วยมูลค่า. ท้าวสักกะตรัสว่า เราไม่ต้องการมูลค่า เราจะให้เฉพาะแก่ผู้รักษาศีลเท่านั้น. คนทั้งหลายกล่าวว่า นี้ฟักเหลืองอะไรกันหนอ แล้วก็หลีกไป. นางสุชาดาได้ฟังข่าวนั้นแล้วคิดว่า เขาจักนำมาเพื่อเราจึงไปพูดว่า ข้าแต่พ่อ ท่านจงให้เถิด. ท้าวสักกะตรัสว่า แม่ เธอรักษาศีลแล้วหรือ นางสุชาดากล่าวว่า จ้ะ ฉัน รักษาศีล. ท้าวสักกะตรัสว่า สิ่งนี้เรานำมาเพื่อประโยชน์แก่เจ้าเท่านั้น แล้ววางไว้ที่ประตูบ้านพร้อมกับยานน้อยแล้วหลีกไป.

ฝ่ายนางสุชาดานั้น รักษาศีลจนตลอดชั่วอายุ จุติจากอัตภาพนั้นไปบังเกิดเป็นบิดาของจอมอสูรนามว่าเวปจิตติ ได้เป็นผู้มีรูปร่างงดงามด้วยอานิสงส์แห่งศีล ในเวลาธิดานั้นเจริญวัยแล้ว ท้าวเวปจิตตินั้นดำริว่า ธิดาของเราจงเลือกสามีตามความชอบใจของตน จึงให้พวกอสูรประชุมกัน. ท้าวสักกะทรงตรวจดูว่า นางสุชาดานั้นบังเกิด ณ ที่ไหนหนอ ครั้นทรงทราบว่านางเกิดในภพอสูรนั้นจึงทรงดำริว่า นางสุชาดาเมื่อจะเลือกเอาสามีตามที่ใจชอบ จักเลือกเอาเรา จึงทรงนิรมิตเพศเป็นอสูรแล้วได้ไปในที่ประชุมนั้น. ญาติทั้งหลายประดับประดานางสุชาดาแล้วนำมายังที่ประชุมพลางกล่าวว่า เจ้าจงเลือกเอาสามีที่ใจชอบ นางตรวจดูอยู่ แลเห็นท้าวสักกะ. ด้วยอำนาจความรักอันมีในกาลก่อน จึงได้เลือกเอาว่า ท่านผู้นี้เป็นสามีของเรา. ท้าวสักกะจึงทรงนำนางมายังเทพนคร ทรงกระทำให้เป็นใหญ่กว่านางฟ้อนจำนวน ๒๕๐๐ โกฏิ ทรงดำรงอยู่ตลอดชั่วพระชนมายุ แล้วเสด็จไปตามยถากรรม.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุบัณฑิตทั้งหลายในปางก่อนครองราชสมบัติในเทวโลก ถึงจะสละชีวิตของตนก็ไม่กระทำปาณาติบาต ด้วยประการอย่างนี้ ชื่อว่าเธอบวชในศาสนาอันเป็นเครื่องนำออกจากทุกข์เห็นปานนี้เหตุไรจักดื่มน้ำมีตัวสัตว์อันมิได้กรองเล่า จึงทรงติเตียนภิกษุนั้น แล้วทรงสืบอนุสนธิ ประชุมชาดกว่า มาตลีสารถีในครั้งนั้นได้เป็นพระอานนท์ในบัดนี้ ส่วนท้าวสักกะในครั้งนั้นได้เป็นเราแล.

จบกุลาวาชาดกที่ ๑

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๕ หน้า ๓๒๐–๓๓๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๒๘ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๔ กุลาวกวคฺควณฺณนา

๑ กุลาวกชาตกํ

กุลาวกาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อปริสฺสาเวตฺวา ปานียํ ปีตํ ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

สาวตฺถิโต กิร เทฺว สหายกา ทหรา ภิกฺขู ชนปทํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ ผาสุกฏฺฐาเน ยถาชฺฌาสยํ วสิตฺวา สมฺมาสมฺพุทฺธํ ปสฺสิสฺสามาติ ปุน ตโต นิกฺขมิตฺวา เชตวนาภิมุขา ปายึสุ ฯ เอกสฺส หิ ปริสฺสาวนํ อตฺถิ เอกสฺส นตฺถิ ฯ เทฺวปิ เอกโต ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา ปิวนฺติ ฯ เต เอกทิวสํ วิวาทํ อกํสุ ฯ ปริสฺสาวนสามิโก อิตรสฺส ปริสฺสาวนํ อทตฺวา สยเมว ปานียํ ปริสฺสาเวตฺวา ปิวิ ฯ อิตโร ปน ปริสฺสาวนํ อลภิตฺวา ปิปาสํ สนฺธาเรตุํ อสกฺโกนฺโต อปริสฺสาวิตํ ปานียํ ปิวิ ฯ เต อุโภปิ อนุปุพฺเพน เชตวนํ อาคนฺตฺวา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา นิสีทึสุ ฯ สตฺถา สมฺโมทนียํ กถํ กเถตฺวา กุโต อาคตตฺถาติ ปุจฺฉิ ฯ ภนฺเต มยํ โกสลชนปเท เอกสฺมึ คามเก วสิตฺวา ตโต นิกฺขมิตฺวา ตุมฺหากํ ทสฺสนตฺถาย อาคตาติ ฯ กจฺจิ ปน โว สมคฺคา อาคตตฺถาติ ฯ อปริสฺสาวนโก อาห อยํ ภนฺเต อนฺตรามคฺเค มยา สทฺธึ วิวาทํ กตฺวา ปริสฺสาวนํ นาทาสีติ ฯ อิตโร อาห อยํ ภนฺเต อปริสฺสาเวตฺวาว ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ปิวีติ ฯ สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ ชานํ สปฺปาณกํ อุทกํ ปิวีติ ฯ อาม ภนฺเต อปริสฺสาวิตํ อุทกํ ปิวินฺติ ฯ สตฺถา ภิกฺขุ ปุพฺเพ ปณฺฑิตา เทวนคเร รชฺชํ กาเรนฺตา ยุทฺธปราชิตา สมุทฺทปิฏฺเฐน ปลายนฺตา อิสฺสริยํ นิสฺสาย ปาณวธํ น กริสฺสามาติ ตาว มฺหนฺตํ ยสํ ปริจฺจชิตฺวา สุปณฺณโปตกานํ ชีวิตทานํ ทตฺวา รถํ นิวตฺตยึสูติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต มคธรฏฺเฐ ราชคเห เอโก มคธราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตทา โพธิสตฺโต ยถา เอตรหิ สกฺโก ปุริเม อตฺตภาเว มคธรฏฺเฐ มจลคามเก นิพฺพตฺติ เอวํ ตสฺมึเยว มจลคามเก มหากุลสฺส ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ นามคหณทิวเส จสฺส มฆกุมาโรติ นามํ อกํสุ ฯ โส วยปฺปตฺโต มฆมาณโวติ ปญฺญายิตฺถ ฯ อถสฺส มาตาปิตโร สมานชาติยกุลโต ทาริกํ อานยึสุ ฯ โส ปุตฺตธีตาหิ วฑฺฒมาโน ทานปติ อโหสิ ปญฺจ สีลานิ รกฺขติ ฯ ตสฺมิญฺจ คามเก ตึเสว กุลานิ โหนฺติ ฯ เต จ ตึสกุลมนุสฺสา เอกทิวสํ คามมชฺเฌ ฐตฺวา คามกมฺมํ กโรนฺติ ฯ โพธิสตฺโต ฐิตฏฺฐาเน ปาเทหิ ปํสุํ วิยูหิตฺวา ตํ ปเทสํ รมฺมณียํ กตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ อถญฺโญ เอโก อาคนฺตฺวา ตสฺมึ ฐาเน ฐิโต ฯ โพธิสตฺโต อปรํ ฐานํ รมฺมณียํ กตฺวา อฏฺฐาสิ ฯ ตตฺถาปิ อญฺโญ ฐิโต ฯ โพธิสตฺโต อปรมฺปิ อปรมฺปีติ สพฺเพสํปิ ฐิตฏฺฐานํ รมฺมณียํ กตฺวา อปเรน สมเยน ตสฺมึ ฐาเน มณฺฑปํ กาเรสิ มณฺฑปมฺปิ อปเนตฺวา สาลํ กาเรสิ ตตฺถ ผลกาสนานิ สนฺถริตฺวา ปานียจาฏึ ฐเปสิ ฯ อปเรน สมเยน เตปิ เตตฺตึส ชนา โพธิสตฺเตน สมานจฺฉนฺทา อเหสุํ ฯ เต โพธิสตฺโต ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ตโต ปฏฺฐาย เตหิ สทฺธึ ปุญฺญานิ กโรนฺโต วิจรติ ฯ เตปิ เตเนว สทฺธึ ปุญฺญานิ กโรนฺตา กาลสฺเสว วุฏฺฐาย วาสิผรสุมุสลหตฺถา จาตุมฺมหาปถาทีสุ มุสเลน ปาสาเณ อุพฺพตฺเตตฺวา ปวตฺเตนฺติ ยานานํ อกฺขปฏิฆาตรุกฺเข หรนฺติ วิสมสมํ กโรนฺติ เสตุํ อตฺถรนฺติ โปกฺขรณิโย ขณนฺติ สาลํ กโรนฺติ ทานานิ เทนฺติ สีลานิ รกฺขนฺติ ฯ เอวํ เยภุยฺเยน สกลคามวาสิโน โพธิสตฺตสฺส โอวาเท ฐตฺวา สีลานิ รกฺขึสุ ฯ อถ เนสํ คามโภชโก จินฺเตสิ อหํ ปุพฺเพ เอเตสุ สุรํ ปิวนฺเตสุ ปาณาติปาตาทีนิ กโรนฺเตสุ จาฏิกหาปณาทิวเสน เจว ทณฺฑพลิวเสน จ ธนํ ลภามิ อิทานิ ปน มโฆ มาณโว สีลํ รกฺขาเปติ เตสํ ปาณาติปาตาทีนิ กาตุํ น เทติ อิทานิ ปน โน ปญฺจ สีลานิ รกฺขาเปสฺสตีติ กุทฺโธ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา เทว พหู โจรา คามฆาตาทีนิ กโรนฺตา วิจรนฺตีติ อาห ฯ ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา คจฺฉ เต อาเนหีติ อาห ฯ โส คนฺตฺวา สพฺเพปิ เต พนฺธิตฺวา อาเนตฺวา อิเม อานีตา เทว โจราติ รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ อถ ราชา เตสํ กมฺมํ อโสเธตฺวาว หตฺถินา เน มทฺทาเปถาติ อาห ฯ ตโต สพฺเพปิ เต ราชงฺคเณ นิปชฺชาเปตฺวา หตฺถึ อานยึสุ ฯ โพธิสตฺโต เตสํ โอวาทํ อทาสิ ตุมฺเห สีลานิ อาวชฺเชถ เปสุญฺญการเก จ รญฺเญ จ หตฺถิมฺหิ จ อตฺตโน สรีเร จ เอกสทิสเมว เมตฺตํ ภาเวถาติ ฯ เต ตถา กรึสุ ฯ อถ เนสํ มทฺทนตฺถาย หตฺถึ อุปเนสุํ ฯ โส อุปนียมาโนปิ น อุปคญฺฉิ มหาวิรวํ วิรวิตฺวา ปลายติ ฯ อถ อญฺญํ อญฺญํ หตฺถึ อานยึสุ ฯ เตปิ ตเถว ปลายึสุ ฯ ราชา เอเตสํ หตฺเถ กิญฺจิ โอสธํ ภวิสฺสติ วิจินถาติ อาห ฯ วิจินนฺตา อทิสฺวา นตฺถิ เทวาติ อาหํสุ ฯ เตนหิ กิญฺจิ มนฺตํ ปริวตฺเตสฺสนฺติ ปุจฺฉถ เน อตฺถิ โว ปริวตฺตนมนฺโตติ ฯ ราชปุริสา ปุจฺฉึสุ ฯ โพธิสตฺโต อตฺถีติ อาห ฯ ราชปุริสา อตฺถิ กิร เทวาติ อาโรจยึสุ ฯ ราชา สพฺเพปิ เต ปกฺโกสาเปตฺวา ตุมฺหากํ ชานนมนฺตํ กเถถาติ อาห ฯ โพธิสตฺโต อโวจ เทว อญฺโญ อมฺหากํ มนฺโต นาม นตฺถิ อมฺเห ปน เตตฺตึสมตฺตา ชนา ปาณํ น หนาม อทินฺนํ นาทิยาม มิจฺฉาจารํ น จราม มุสาวาทํ น ภณาม มชฺชํ น ปิวาม เมตฺตํ ภาเวม ทานํ เทม มคฺคํ สมํ กโรม โปกฺขรณิโย ขณาม สาลํ กโรม อยํ อมฺหากํ มนฺโต จ ปริตฺตญฺจ วฑฺฒิ จาติ ฯ ราชา เตสํ ปสนฺโน เปสุญฺญํ การกสฺส สพฺพํ เคหวิภวํ ตญฺจ เตสญฺเญว ทาสํ กตฺวา อทาสิ หตฺถิญฺจ คามญฺจ เตสญฺเญว อทาสิ ฯ เต ตโต ปฏฺฐาย ยถารุจิยา ปุญฺญานิ กโรนฺตา จาตุมฺมหาปเถ มหนฺตํ สาลํ กาเรสฺสามาติ วฑฺฒกึ ปกฺโกสาเปตฺวา สาลํ ปฏฺฐเปสุํ มาตุคาเมสุ ปน วิคตจฺฉนฺทตาย ตสฺสา สาลาย มาตุคามานํ ปตฺตึ นาทํสุ ฯ

เตน จ สมเยน โพธิสตฺตสฺส เคเห สุธมฺมา สุจิตฺตา สุนนฺทา สุชาตาติ จตสฺโส อิตฺถิโย โหนฺติ ฯ ตาสุ สุธมฺมา วฑฺฒกินา สทฺธึ เอกโต หุตฺวา ภาติก อิมาย สาลาย มํ เชฏฺฐกํ กโรหีติ วตฺวา ลญฺจํ อทาสิ ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ปฐมเมว กณฺณิกรุกฺขํ สุกฺขาเปตฺวา ตจฺเฉตฺวา วิชฺฌิตฺวา กณฺณิกํ นิฏฺฐาเปตฺวา วตฺเถน ปลิเวเฐตฺวา ฐเปสิ ฯ อถ สาลํ นิฏฺฐาเปตฺวา กณฺณิกาโรปนกาเล อโห อยฺยา เอกํ น สริมฺหาติ อาห ฯ กินฺนาม โภติ ฯ กณฺณิกํ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ ฯ โหตุ อาหริสฺสามาติ ฯ อิทานิ ฉินฺนรุกฺเขน กาตุํ น สกฺกา ปุพฺเพเยว ฉินฺทิตฺวา ตจฺเฉตฺวา วิชฺฌิตฺวา ฐปิตกณฺณิกํ ลทฺธุํ วฏฺฏตีติ ฯ อิทานิ กึ กาตพฺพนฺติ ฯ สเจ กสฺสจิ เคเห นิฏฺฐาเปตฺวา ฐปิตวิกฺกายิกกณฺณิกา อตฺถิ สา ปริเยสิตพฺพาติ ฯ เต ปริเยสนฺตา สุธมฺมาย เคเห ทิสฺวา มูเลน น ลภึสุ สเจ มํ สาลายํ ปตฺติกํ กโรถ ทสฺสามีติ วุตฺเต ปน มยํ มาตุคามานํ ปตฺตึ นาทมฺหาติ อาหํสุ ฯ อถ เน วฑฺฒกี อาห อยฺยา ตุมฺเห กึ กเถถ ฐเปตฺวา พฺรหฺมโลกํ อญฺญํ มาตุคามวิรหิตฏฺฐานํ นาม นตฺถิ คณฺหถ กณฺณิกํ เอวํ สนฺเต อมฺหากํ กมฺมํ นิฏฺฐํ คมิสฺสตีติ ฯ เต สาธูติ กณฺณิกํ คเหตฺวา สาลํ นิฏฺฐาเปตฺวา อาสนผลกานิ สนฺถริตฺวา ปานียจาฏิโย ฐเปตฺวา ยาคุภตฺตาทีนิ นิพทฺธํ ปฏฺฐเปสุํ สาลํ ปากาเรน ปริกฺขิปิตฺวา ทฺวารํ โยเชตฺวา อนฺโตปากาเร วาลุกํ อากิริตฺวา พหิปากาเร ตาลปนฺติโย โรเปสุํ ฯ สุจิตฺตาปิ ตสฺมึ ฐาเน อุยฺยานํ กาเรสิ ฯ ปุปฺผูปโค ผลูปโค รุกฺโข อสุโก นาม ตสฺมึ นตฺถีติ นาโหสิ ฯ สุนนฺทาปิ ตสฺมึเยว ฐาเน โปกฺขรณึ กาเรสิ ปญฺจวณฺเณหิ ปทุเมหิ สญฺฉนฺนํ รมฺมณียํ ฯ สุชาตา กิญฺจิ น อกาสิ ฯ โพธิสตฺโต มาตุอุปฏฺฐานํ ปิตุอุปฏฺฐานํ กุเล เชฏฺฐาปจายิกมฺมํ สจฺจวาจํ อผรุสวาจํ อปิสุณวาจํ มจฺเฉรวินยนฺติ อิมานิ สตฺต วตฺตปทานิ ปูเรตฺวา

มาตาเปติภรํ ชนฺตุํ กุเล เชฏฺฐาปจายินํ

สณฺหํ สขิลสมฺภาสํ เปสุเณยฺยปฺปหายินํ

มจฺเฉรวินเย ยุตฺตํ สจฺจํ โกธาภิภุํ นรํ

ตํ เว เทวา ตาวตึสา อาหุ สปฺปุริโส อิตีติ ฯ เอวํ ปสํสิยภาวํ อาปชฺชิตฺวา ชีวิตปริโยสาเน ตาวตึสภวเน สกฺโก เทวราชา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ เตปิสฺส สหายา ตตฺเถว นิพฺพตฺตึสุ ฯ

ตสฺมึ กาเล ตาวตึสภวเน อสุรา ปฏิวสนฺติ ฯ สกฺโก เทวราชา กึ โน สาธารณรชฺเชนาติ อสุเร ทีพฺพปานํ ปาเยตฺวา มตฺเต สมาเน ปาเทสุ คาหาเปตฺวา สิเนรุปาเท ขิปาเปสิ ฯ เต อสุรภวนเมว ปาปุณึสุ ฯ อสุรภวนํ นาม สิเนรุสฺส เหฏฺฐิมตเล ตาวตึสเทว- โลกปฺปมาณเมว ฯ ตตฺถ เทวานํ ปาริจฺฉตฺตโก วิย จิตฺตปาตลิ นาม กปฺปฏฺฐิยรุกฺโข อโหสิ ฯ เต จิตฺตปาตลิยา ปุปฺผิตาย ชานนฺติ นายํ อมฺหากํ เทวโลโก เทวโลกสฺมึ หิ ปาริจฺฉตฺตโก ปุปฺผตีติ ฯ อถ เต ชรสกฺโก อมฺเห มตฺเต กตฺวา มหาสมุทฺทปิฏฺเฐ ขิปิตฺวา อมฺหากํ เทวนครํ คณฺหิ เต มยํ เตน สทฺธึ ยุชฺฌิตฺวา อมฺหากํ เทวนครเมว คณฺหิสฺสามาติ กปิลฺลิกา วิย ถมฺภํ สิเนรุํ อนุสญฺจรมานา อุฏฺฐหึสุ ฯ สกฺโก อสุรา กิร อุฏฺฐิตาติ สุตฺวา สมุทฺทปิฏฺเฐเยว อพฺภุคฺคนฺตฺวา ยุชฺฌมาโน เตหิ ปราชิโต ทิยฑฺฒโยชนสติเกน เวชยนฺตรเถน ทกฺขิณสมุทฺทสฺส มตฺถเกน ปลายิตุํ อารทฺโธ ฯ อถสฺส รโถ สมุทฺทปิฏฺเฐ เวเคน คจฺฉนฺโต สิมฺพลิวนํ ปกฺขนฺโต ตสฺส คมนมคฺเค สิมฺพลิวนํ นฬวนํ วิย ภินฺทิตฺวา ฉินฺทิตฺวา สมุทฺทปิฏฺเฐ ปตติ ฯ สุปณฺณโปตกา สมุทฺทปิฏฺเฐ ปริปตนฺตา มหาวิรวํ วิรวึสุ ฯ สกฺโก มาตลึ ปุจฺฉิ สมฺม มาตลิ กึสทฺโท นาเมส อติการุญฺญรโว วตฺตตีติ ฯ เทว ตุมฺหากํ รถเวเคน วิจุณฺณิเต สิมฺพลิวเน ปตนฺเต สุปณฺณโปตกา มรณภยตชฺชิตา เอกวิรวํ วิรวนฺตีติ ฯ มหาสตฺโต สมฺม มาตลิ มา อมฺเห นิสฺสาย เอเต กิลมนฺตุ น มยํ อิสฺสริยํ นิสฺสาย ปาณวธกมฺมํ กโรม เตสํ ปน อตฺถาย มยํ ชีวิตํ ปริจฺจชิตฺวา อสุรานํ ทสฺสาม นิวตฺตเยตํ รถนฺติ วตฺวา อิมํ คาถมาห

กุลาวกา มาตลิ สิมฺพลิสฺมึ

อีสามุเขน ปริวชฺชยสฺสุ

กามํ จชาม อสุเรสุ ปาณํ

มายิเม ทิชา วิกุลาวา อเหสุนฺติ ฯ

ตตฺถ กุลาวกาติ สุปณฺณโปตกาว ฯ มาตลีติ สารถึ อามนฺเตสิ ฯ สิมฺพลิสฺมินฺติ ปสฺส เอเต สิมฺพลิรุกฺเข โอลมฺพนฺตา ฐิตาติ ทสฺเสติ ฯ อีสามุเขน ปริวชฺชยสฺสูติ เอเต เอตสฺส รถสฺส อีสามุเขน ยถา น หญฺญนฺติ เอวนฺเต ปริวชฺชยสฺสุ ฯ กามํ จชาม อสุเรสุ ปาณนฺติ ยทิ อมฺเหสุ อสุรานํ ปาณํ จชนฺเตสุ เอเตสํ โสตฺถิ โหติ กามํ จชาม เอกํเสเนว มยํ อสุเรสุ อมฺหากํ ปาณํ จชาม ฯ มายิเม ทิชา วิกุลาวา อเหสุนฺติ อิเม ปน ทิชา อิเม ปน ครุฬโปตกา วิทฺธสฺตวิจุณฺณิตกุลาวกตาย วิกุลาวา มา อเหสุํ มา อมฺหากํ ทุกฺขํ เอเตสํ อุปริ ขิป นิวตฺตย รถนฺติ ฯ

มาตลิสงฺคาหโก ตสฺส วจนํ สุตฺวา รถํ นิวตฺเตตฺวา อญฺเญน มคฺเคน เทวโลกาภิมุขํ อกาสิ ฯ อสุรา ปน ตํ นิวตฺตมานเมว ทิสฺวา อทฺธา อญฺเญหิปิ จกฺกวาเฬหิ สกฺกา อาคจฺฉนฺติ พลํ ลภิตฺวา รโถ นิวตฺโต ภวิสฺสตีติ มรณภยภีตา ปลายิตฺวา อสุรภวนเมว ปวิสึสุ ฯ สกฺโกปิ เทวนครํ ปวิสิตฺวา ทฺวีสุ เทวโลเกสุ เทวคเณน ปริวุโต นครมชฺเฌ อฏฺฐาสิ ฯ ตสฺมึ ขเณ ปฐวึ ภินฺทิตฺวา โยชนสหสฺสุพฺเพโธ เวชยนฺตปาสาโท อุฏฺฐหิ ฯ วิชยนฺเต อุฏฺฐิตตฺตา เวชยนฺโตเตฺวว นามํ อกํสุ ฯ อถ สกฺโก ปุน อสุรานํ อนาคมนตฺถาย ปน ปญฺจสุ ฐาเนสุ อารกฺขํ ฐเปสิ ฯ ยํ สนฺธายวุตฺตํ

อนฺตรา ทฺวินฺนํ อยุชฺฌปุรานํ

ปญฺจวิธา ฐปิตา อภิรกฺขา

อุรโค กโรติ ปยสฺส จ หารี

มทนยุตฺตา จตุโร จ มหนฺตาติ ฯ

เทฺว นครานิปิ ยุทฺเธเนว คเหตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย อยุทฺธปุรานิ นาม ชาตานิ เทวนครญฺจ อสุรนครญฺจ ฯ ยทา หิ อสุรา พลวนฺตา โหนฺติ อถ เทเวหิ ปลายิตฺวา เทวนครํ ปวิสิตฺวา ทฺวาเร ปิทหิเต อสุรานํ สตสหสฺสมฺปิ กิญฺจิ กาตุํ น สกฺโกติ ฯ ยทา เทวา พลวนฺตา โหนฺติ อถ อสุเรหิ ปลายิตฺวา อสุรนครสฺส ทฺวาเร ปิทหิเต สกฺกานํ สตสหสฺสมฺปิ กิญฺจิ กาตุํ น สกฺโกติ ฯ อิติ อิมานิ เทฺว นครานิ อยุชฺฌปุรานิ นาม ฯ เตสํ อนฺตรา เอเตสุ อุรคาทีสุ ปญฺจสุ ฐาเนสุ สกฺเกน รกฺขา ฐปิตา ฯ ตตฺถ อุรคสทฺเทน นาคา คหิตา ฯ เต อุรคา อุทเก พลวนฺตา โหนฺติ ตสฺมา สิเนรุสฺส ปฐมาลินฺเท เตสํ อารกฺขา ฯ กโรติสทฺเทน สุปณฺณา คหิตา ฯ เตสํ กิร กโรติ นาม ปานโภชนํ เตน นามํ ลภึสุ ทุติยาลินฺเท เตสํ อารกฺขา ฯ ปยสฺส หาริสทฺเทน กุมฺภณฺฑา คหิตา ฯ ทานวรกฺขสา กิร เต ตติยาลินฺเท เตสํ อารกฺขา ฯ มทนยุตสทฺเทน ยกฺขา คหิตา ฯ วิสมจาริโน กิร เต ยุทฺธโสณฺฑา จตุตฺถาลินฺเท เตสํ อารกฺขา ฯ จตุโร จ มหนฺตาติ จตฺตาโร มหาราชาโน วุตฺตา ฯ ปญฺจมาลินฺเท เตสํ อารกฺขา ฯ ตสฺมา ยทิ อสุรา กุปิตา อาวิลจิตฺตา เทวปุรํ อุปยนฺติ ปญฺจวิเธสุ ยุทฺเธสุ ยํ คิริโน ปฐมํ ปริภณฺฑํ ตํ อุรคา ปฏิพาหิย ติฏฺฐนฺติ ฯ เอวํ เสเสสุ เสสา ฯ

อิเมสุ ปน ปญฺจสุ ฐาเนสุ อารกฺขํ ฐเปตฺวา สกฺเก เทวานมินฺเท ทิพฺพสมฺปตฺตึ อนุภวมาเน สุธมฺมา จวิตฺวา ตสฺเสว ปาทปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ กณฺณิกาย ทินฺนนิสฺสนฺเทน จสฺสา ปญฺจโยชนสติกา สุธมฺมา นาม เทวสภา อุทปาทิ ยตฺถ ทิพฺพเสตจฺฉตฺตสฺส เหฏฺฐา โยชนปฺปมาเณ กาญฺจนปลฺลงฺเก นิสินฺโน สกฺโก เทวานมินฺโท เทวมนุสฺสานํ กตฺตพฺพกิจฺจานิ กโรติ ฯ สุจิตฺตาปิ จวิตฺวา ตสฺเสว ปาทปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ อุยฺยานสฺส กรณนิสฺสนฺเทน จสฺสา จิตฺตลตาวนํ นาม อุยฺยานํ อุทปาทิ ฯ สุนนฺทาปิ จวิตฺวา ตสฺเสว ปาทปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ โปกฺขณีนิสฺสนฺเทน จสฺสา นนฺทา นาม โปกฺขรณี อุทปาทิ ฯ

สุชาตา ปน กุสลกมฺมสฺส อกตตฺตา เอกสฺมึ อรญฺเญ กนฺทราย พกสกุณิกา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ สกฺโก สุชาตา น ปญฺญายติ กหํ นุ โข นิพฺพตฺตาติ อาวชฺเชนฺโต ตํ ทิสฺวา ตตฺถ คนฺตฺวา ตํ อาทาย เทวโลกํ คนฺตฺวา ตสฺสา รมฺมณียํ เทวนครํ สุธมฺมาเทวสภํ จิตฺตลตาวนํ นนฺทโปกฺขรณิญฺจ ทสฺเสตฺวา เอตา กุสลํ กตฺวา มยฺหํ ปาทปริจาริกา หุตฺวา นิพฺพตฺตา ตฺวํ ปน กุสลํ อกตฺวา ติรจฺฉานโยนิยํ นิพฺพตฺตา อิโต ปฏฺฐาย สีลํ รกฺขาหีติ ตํ โอวทิตฺวา ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ตตฺเถว เนตฺวา วิสฺสชฺเชสิ ฯ สาปิ ตโต ปฏฺฐาย สีลํ รกฺขติ ฯ สกฺโก กติปาหจฺจเยน สกฺกา นุ โข สีลํ รกฺขิตุนฺติ คนฺตฺวา มจฺฉรูเปน อุตฺตาโน หุตฺวา ปุรโต นิปชฺชิ ฯ สา มตมจฺฉโกติ สญฺญาย สีเส อคฺคเหสิ ฯ มจฺโฉ นงฺคุฏฺฐํ จาเลสิ ฯ อถ นํ ชีวติ มญฺเญติ วิสฺสชฺเชติ ฯ สกฺโก สาธุ สาธุ สกฺขิสฺสสิ สีลํ รกฺขิตุนฺติ เทวโลกํ อคมาสิ ฯ สา ตโต จุตา พาราณสิยํ กุมฺภการเคเห นิพฺพตฺติ ฯ

สกฺโก กหํ นุ โข นิพฺพตฺตาติ ตตฺถ นิพฺพตฺตภาวํ ญตฺวา สุวณฺณเอลาฬุกานํ ยานกํ ปูเรตฺวา มชฺเฌ คามสฺส มหลฺลกเวเสน นิสีทิตฺวา เอลาฬุกานิ คณฺหถาติ อุคฺโฆเสสิ ฯ มนุสฺสา อาคนฺตฺวา เทหิ ตาตาติ อาหํสุ ฯ อหํ สีลรกฺขกานํ ทมฺมิ ตุมฺเห สีลํ รกฺขถาติ ฯ มยํ สีลํ นาม น ชานาม มูเลน เทหีติ ฯ น มยฺหํ มูเลน อตฺโถ สีลรกฺขกานญฺเญวาหํ ทมฺมีติ ฯ มนุสฺสา โกจิ อยํ นุ เอลาฬุโกติ ปกฺกมึสุ ฯ สุชาตา ตํ ปวตฺตึ สุตฺวา มยฺหํ อานีตํ ภวิสฺสตีติ คนฺตฺวา เทหิ ตาตาติ อาห ฯ สีลํ รกฺขสิ อมฺมาติ ฯ อาม สีลํ รกฺขามีติ ฯ อิทํ มยา ตุยฺหเมว อตฺถาย อาภตนฺติ สทฺธึ ยานเกน เคหทฺวาเร ฐเปตฺวา ปกฺกามิ ฯ

สาปิ ยาวชีวํ สีลํ รกฺขิตฺวา ตโต จุตา เวปจิตฺติอสุรินฺทสฺส ธีตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ สีลานิสํเสน อภิรูปา อโหสิ ฯ โส ตสฺสา วยปฺปตฺตกาเล มยฺหํ ธีตา อตฺตโน รุจิตํ สามิกํ คณฺหตูติ อสุเร สนฺนิปาเตสิ ฯ สกฺโก กหํ นุ โข สา นิพฺพตฺตาติ โอโลเกนฺโต ตตฺถ นิพฺพตฺตภาวํ ญตฺวา สุชาตา จิตฺตรุจิตสามิกํ คณฺหนฺตี มํ คณฺหิสฺสตีติ อสุรวณฺณํ มาเปตฺวา ตตฺถ อคมาสิ ฯ สุชาตํ อลงฺกริตฺวา สนฺนิปาตฏฺฐานํ อาเนตฺวา จิตฺตรุจิตํ สามิกํ คณฺหาติ อาหํสุ ฯ สา โอโลเกนฺตี สกฺกํ ทิสฺวา ปุพฺพสิเนหวเสน อยํ เม สามิโกติ อคฺคเหสิ ฯ โส ตํ เทวนครํ อาเนตฺวา อฑฺฒเตยฺยานํ นาฏกโกฏีนํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยถากมฺมํ คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เอวํ ภิกฺขุ ปุพฺเพ ปณฺฑิตา เทวรชฺชํ การยมานา อตฺตโน ชีวิตํ ปริจฺจชนฺตาปิ ปาณาติปาตํ น กรึสุ ตฺวํ นาม เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา อปริสฺสาวิตํ สปฺปาณกํ อุทกํ ปิวิสฺสสีติ ตํ ภิกฺขุํ ครหิตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา มาตลิสงฺคาหโก อานนฺโท อโหสิ สกฺโก ปน อหเมวาติ ฯ

กุลาวกชาตกํ ปฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๕

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๐. มุณิกชาดกชาดกถัดไป๓๒. นัจจชาดก