จัมมสาฏกชาดก
ว่าด้วยอย่าไว้ใจสัตว์หน้าขน
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๕๙๔ · บรรทัด ๒๙๔๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภปริพาชกชื่อจัมมสาฏก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กลฺยาณรูโป วตายํ ดังนี้. ได้ยินว่า ปริพาชกนั้นมีหนังเท่านั้นเป็นเครื่องนุ่งและเครื่องห่ม. วันหนึ่ง ปริพาชกนั้นออกจากอารามของปริพาชก เที่ยวภิกขาไปในนครสาวัตถีถึงที่พวกแพะชนกัน. แพะเห็นปริพาชกนั้นมีความประสงค์จะชนจึงย่อตัวลง. ปริพาชกไม่หลีกเลี่ยงไปด้วยคิดว่า แพะนี้จักเเสดงความเคารพเรา. แพะวิ่งมาโดยรวดเร็ว ชนปริพาชกนั้นที่ขาอ่อนทำให้ล้มลง. เหตุที่เขายกย่องแพะนั้นซึ่งมิใช่สัตบุรุษนั้น ได้ปรากฏไปในหมู่ภิกษุสงฆ์. ภิกษุทั้งหลายนั้นสนทนากันในโรงธรรม. สภาว่า อาวุโสทั้งหลาย จัมมสาฏกปริพาชกกระทำการยกย่องอสัตบุรุษจึงถึงความพินาศ พระศาสดาเสด็จมาแล้วตรัสถามว่า ภิกษุทั้งหลายบัดนี้ พวกเธอนึ่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว จึงตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย มิใช่บัดนี้เท่านั้นแม้ในกาลก่อน ปริพาชกนี้ก็ได้ยกย่องอสัตบุรุษแล้วถึงความพินาศดังนี้แล้ว ทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลพ่อค้าตระกูลหนึ่ง กระทำการค้าอยู่. ในกาลนั้น มีจัมมสาฏกปริพาชกผู้หนึ่ง เที่ยวภิกขาไปในนครพาราณสีถึงสถานที่พวกแพะชนกัน เห็นแพะตัวหนึ่งย่อตัวก็ไม่หลีกหนีด้วยสำคัญว่า มันทำความเคารพเรา คิดว่า ในระหว่างพวกมนุษย์นี้มีประมาณเท่านี้ แพะตัวหนึ่งยังรู้จักคุณของเรา จึงยืนประนมมือแต้อยู่ กล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :แพะตัวนี้เป็นสัตว์มีท่าทางดี เป็นที่เจริญใจ และมีศีลน่ารักใคร่ เคารพยำเกรงพราหมณ์ผู้สมบูรณ์ด้วยชาติและมนต์ จัดว่าเป็นแพะประเสริฐ มียศศักดิ์. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กลฺยาณรูโป ได้แก่ มีชาติกำเนิดงาม. บทว่า สุเปสโล ได้แก่ มีศีลเป็นที่รักด้วยดี บทว่า ชาติมนฺตูปปนฺนํ แปลว่า สมบูรณ์ด้วยชาติและมนต์ทั้งหลาย. บทว่า ยสสฺสี นี้เป็นบทกล่าวถึงคุณ. ขณะนั้น พ่อค้าผู้เป็นบัณฑิตนั่งอยู่ในตลาด เมื่อจะห้ามปริพาชกนั้น. จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :ดูก่อนพราหมณ์ ท่านอย่าได้ไว้วางใจสัตว์ ๔ เท้า เพียงได้เห็นมันครู่เดียว มันต้องการจะชนให้ถนัด จึงย่อตัวลงจักชนให้ถนัดถนี่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิตฺตรทสฺสเนน ความว่า เพียงเห็นมันชั่วขณะ. ก็เมื่อพ่อค้าผู้เป็นบัณฑิตกำลังพูดอยู่นั่นแหละ แพะวิ่งมาโดยเร็วชนที่ขาอ่อนให้ปริพาชกนั้นล้มลง ณ ที่นั้นเอง ทำให้ได้รับความทุกขเวทนา. ปริพาชกนั้นนอนปริเวทนาการอยู่. พระศาสดาเมื่อจะทรงประกาศเหตุนั้น จึงตรัสคาถาที่ ๓ ว่า :กระดูกขาของพราหมณ์ก็หัก บริขารที่หาบก็พลัดตก สิ่งของของพราหมณ์ก็แตกทำลายหมด พราหมณ์ประคองแขนทั้งสองคร่ำครวญอยู่ว่า ช่วยด้วย แพะชนพรหมจารี. เนื้อความแห่งคำที่เป็นคาถานั้นมีว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย กระดูกขาของปริพาชกนั้นหัก หาบบริขารก็พลัดตก เมื่อปริพาชกนั้นกลิ้งไป ภัณฑะเครื่องอุปกรณ์ของพราหมณ์นั้นแม้ทั้งหมดแตกไป. พราหมณ์นั้นยกมือทั้งสองขึ้น กล่าวหมายเอาบริษัทที่ยืนล้อมอยู่ว่าช่วยด้วย แพะชนพรหมจารีดังนี้ คร่ำครวญ ร้องไห้ ปริเทวนาการร่ำไรอยู่. ปริพาชกจึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :ผู้ใดสรรเสริญยกย่องคนที่ไม่ควรบูชาผู้นั้นจะถูกเขาห้ำหั่นนอนอยู่ เหมือนเราผู้มีปัญญาทรามถูกแพะชนเอาจนตายในวันนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปูชํ ได้แก่ ผู้ไม่ควรบูชา. บทว่า ยถาหมชฺช ความว่า เหมือนเรายืนทำการยกย่องอสัตบุรุษุ ถูกแพะชนอย่างแรงจนตายอยู่ ณ ที่นี้ในวันนี้เอง. บทว่า ทุมฺมติ แปลว่าผู้ไม่มีปัญญา อธิบายว่า บุคคลแม้อื่นใดกระทำการยกย่องอสัตบุรุษบุคคลแม้นั้นย่อมเสวยความทุกข์เหมือนเราฉันนั้น. ปริพาชกนั้นคร่ำครวญอยู่ด้วยประการฉะนี้ จึงถึงความสิ้นชีวิตไป ณ ที่นั้นเอง. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ปริพาชกชื่อจัมมสาฏกในครั้งนั้น. ได้เป็นปริพาชกชื่อจัมมสาฏกในบัดนี้ ส่วนพาณิชผู้บัณฑิตในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคตฉะนี้แล.
จบ อรรถกถาจัมมสาฏกชาดกที่ ๔
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๕๔๖–๕๔๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
จตุกกนิบาตชาดก ๓๑ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๓๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
จมฺมสาฏกชาตกํ
กลฺยาณรูโป วตายนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต จมฺมสาฏกํ นาม ปริพฺพาชกํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
ตสฺส กิร จมฺมเมว นิวาสนญฺจ ปารุปนญฺจ ฯ โส เอกทิวสํ ปริพฺพาชการามา นิกฺขมิตฺวา สาวตฺถิยํ ภิกฺขาย จรนฺโต เอฬกานํ ยุชฺฌนฏฺฐานํ สมฺปาปุณิ ฯ เอฬโก ตํ ทิสฺวา ปหริตุกาโม โอสกฺกิ ฯ ปริพฺพาชโก เอสมฺหํ อปจิตึ ทสฺเสตีติ น ปฏิกฺกมิ ฯ เอฬโก เวเคน อาคนฺตฺวา ตํ อูรุมฺหิ ปหริตฺวา ปาเตสิ ฯ ตสฺส ตํ อสนฺตสฺส ปคฺคหณการณํ ภิกฺขุสงฺเฆ ปากฏํ อโหสิ ฯ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส จมฺมสาฏกปริพฺพาชโก อสนฺตสมฺปคฺคหณํ กตฺวา วินาสมฺปตฺโตติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพเปส อสนฺตสมฺปคฺคหํ กตฺวา วินาสํ ปตฺโตติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต เอกสฺมึ วาณิชกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วณิชฺชํ กโรติ ฯ ตทา เอโก จมฺมสาฏกปริพฺพาชโก พาราณสิยํ ภิกฺขาย จรนฺโต เอฬกานํ ยุชฺฌนฏฺฐานํ ปตฺวา เอฬกํ โอสกฺกนฺตํ ทิสฺวา อปจิตึ เม กโรตีติ สญฺญาย อปฺปฏิกฺกมิตฺวา อิเมสํ เอตฺตกานํ มนุสฺสานํ อนฺตเร อยํ เอโก เอฬโก อมฺหากํ คุณํ ชานาตีติ อญฺชลึ ปคฺคยฺห ฐิตโกว ปฐมํ คาถมาห
กลฺยาณรูโป วตายํ จตุปฺปโท
สุภทฺทโก เจว สุเปสโล จ
โย พฺราหฺมณํ ชาติมนฺตูปปนฺนํ
อปจายติ เมณฺฑวโร ยสสฺสีติ ฯ
ตตฺถ กลฺยาณรูโปติ กลฺยาณชาติโก ฯ สุเปสโลติ สุฏฺฐุ ปิยสีโล ฯ ชาติมนฺตูปปนฺนนฺติ ชาติยา มนฺเตหิ จ สมฺปนฺนํ ฯ ยสสฺสีติ วณฺณภณนเมตํ ฯ
ตสฺมึ ขเณ อาปเณ นิสินฺโน ปณฺฑิตวาณิโช ตํ ปริพฺพาชกํ นิเสเธนฺโต ทุติยํ คาถมาห
มา พฺราหฺมณ อิตฺตรทสฺสเนน
วิสฺสาสมาปชฺช จตุปฺปทสฺส
ทฬฺหปฺปหารํ อภิกตฺตุกาโม ๑-
@เชิงอรรถ: ๑ อภิกงฺขมาโน ฯ
อวสกฺกติ ทสฺสติ สุปฺปหารนฺติ ฯ
ตตฺถ อิตฺตรทสฺสเนนาติ ขณิกทสฺสเนน ฯ
อิตรสฺส ปน ปณฺฑิตวาณิชสฺส กเถนฺตสฺเสว เมณฺฑโก เวเคนาคนฺตฺวา อูรุมฺหิ ปหริตฺวา ตํ ตตฺเถว เวทนาปตฺตํ กตฺวา ปาเตสิ ฯ โส ปริเทวมาโน นิปชฺชิ ฯ
สตฺถา ตํ การณํ ปกาเสนฺโต ตติยํ คาถมาห
อูรุฏฺฐี ภคฺคา ปติโต ขาริภาโร
สพฺพํ ภณฺฑํ พฺราหฺมณสฺเสว ภินฺนํ
อุโภปิ พาหา ปคฺคยฺเหว กนฺทติ
อภิธาวตํ ๑- หญฺญติ พฺรหฺมจารินฺติ ฯ
ตสฺสตฺโถ ภิกฺขเว ตสฺส ปริพฺพาชกสฺส อูรุฏฺฐิกํ ภคฺคํ ขาริภาโร ปติโต ตสฺมึ ปริวตฺตมาเน ยํ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อุปกรณภณฺฑํ ตํ สพฺพมฺปิ ภินฺนํ ฯ โส อุโภ หตฺเถ อุกฺขิปิตฺวา ปริวาเรตฺวา ฐิตํ ปริสํ สนฺธาย อภิธาวตํ หญฺญติ พฺรหฺมจารินฺติ วทนฺโต กนฺทติ โรทติ ปริเทวติ ฯ
ปริพฺพาชโก จตุตฺถํ คาถํ อาห
เอวํ โส นิหโต เสติ โย อปูชํ ปสํสติ ๒-
ยถาหมชฺช ปหโต หโต เมณฺเฑน ทุมฺมตีติ ฯ
ตตฺถ อปูชนฺติ อปูชนียํ ฯ ยถาหมชฺชาติ ยถา อหํ อชฺช อสนฺตสมฺปคฺคหํ กตฺวา ฐิโต เมณฺเฑน ทฬฺหปฺปหาเรน ปหโต เอตฺเถว
@เชิงอรรถ: ๑ อภิธาวถ ฯ ๒ นมสฺสติ ฯ มาริโต ฯ ทุมฺมตีติ นิปฺปญฺโญ ฯ เอวํ โย อญฺโญปิ อสนฺตสมฺปคฺคหํ กริสฺสติ โสปิ อหํ วิย ทุกฺขํ อนุภวิสฺสตีติ ฯ
อิติ โส ปริเทวนฺโต ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา จมฺมสาฏโก เอตรหิ จมฺมสาฏโก อโหสิ ปณฺฑิตวาณิโช ปน อหเมวาติ ฯ
จมฺมสาฏกชาตกํ จตุตฺถํ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๘
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗