ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. โคธชาดก
ชาดกที่ ๓๒๕ · จตุกกนิบาตชาดก · กุฏิทูสกวรรค

โคธชาดก

ว่าด้วยเหี้ยกับฤาษีปลอม

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๕๙๘ · บรรทัด ๒๙๕๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากโคธชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุผู้โกหก จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า สมณนฺตํ มญฺมาโน ดังนี้. เรื่องได้ให้พิสดารแล้วในหนหลังนั้นแล. แม้ในเรื่องนี้ ภิกษุทั้งหลายก็นำภิกษุนั้นมาแสดงแด่พระศาสดาว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญภิกษุนี้เป็นผู้โกหก. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ภิกษุนี้ก็ได้เป็นผู้โกหกเหมือนกันแล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดเหี้ย พอเจริญวัย มีร่างกายสมบูรณ์อยู่ในป่า. ดาบสทุศีลคนหนึ่งสร้างบรรณศาลาอยู่ในที่ไม่ไกลพระโพธิสัตว์นั้น แล้วสำเร็จการอยู่. พระโพธิสัตว์เที่ยวหาเหยื่อได้เห็นบรรณศาลานั้นแล้วคิดว่า จักเป็นบรรณศาลาของดาบสผู้มีศีลจึงไป ณ ที่นั้นไหว้ดาบสนั้น แล้วจึงไปยังที่อยู่ของตน. อยู่มาวันหนึ่ง ดาบสโกงนั้นได้เนื้ออร่อยที่เขาปรุงเสร็จแล้วในตระกูลอุปัฏฐากทั้งหลาย จึงถามว่า นี้ชื่อเนื้ออะไรได้ฟังว่า เนื้อเหี้ย เป็นผู้ถูกความอยากในรสครองงำ คิดว่า เราจักฆ่าเหี้ยที่มายังอาศรมบทของเราเป็นประจำ แล้วแทงกินตามความชอบใจ จึงถือเอาเนยใสเนยข้น และภัณฑะเครื่องเผ็ดร้อนเป็นต้น ไปที่อาศรมบทนั้น เอาผ้ากาสาวะปิดคลุมไม้ฆ้อนไว้ แล้วนั่งคอยดูการมาของพระโพธิสัตว์ทำที่เป็นสงบเคร่งครัดอยู่ที่ประตูบรรณศาลา พระโพธิสัตว์นั้นมาแล้วเห็นดาบสนั้นมีอินทรีย์อันประทุษร้าย มีท่าทางส่อพิรุธ คิดว่า ดาบสนี้จักได้กินเนื้อสัตว์ผู้มีชาติเสมอกับเรา เราจักคอยกำหนดจับดาบสนั้นจึงยืนอยู่ในที่ใต้ลม ได้กลิ่นตัว รู้ว่าดาบสได้กินเนื้อสัตว์ผู้มีชาติเสมอกันกับตน จึงไม่เข้าไปหาดาบส ได้ถอยออกไปแล้ว. ฝ่ายดาบสนั้นรู้การที่พระโพธิสัตว์นั้นไม่มาจึงขว้างไม้ฆ้อนไป. ไม้ฆ้อนไม่ตกต้องที่ตัวแต่ถูกปลายหาง. ดาบสกล่าวว่า ไปเสียเถอะเจ้า เราปาพลาดเสียแล้ว. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า เบื้องต้น ท่านเป็นผู้พลาดเรา แต่จะไม่พลาดอบายทั้ง ๔ แล้วหนีเข้าไปยังจอมปลวกอันตั้งอยู่ท้ายที่จงกรม โผล่หัวออกมาทางช่องอื่น เมื่อจะเจรจากับดาบสนั้น จึงได้กล่าวคาถา๒ คาถาว่า :เราสำคัญว่าท่านเป็นสมณะ จึงได้เข้าไปหาท่านผู้ไม่สำรวม ท่านขว้างเราด้วยท่อนไม้ เหมือนไม่ใช่สมณะ. แนะท่านผู้โง่เขลา ประโยชน์อะไรด้วยชฎาแก่ท่าน ประโยชน์อะไรด้วยหนังเสือแก่ท่าน ภายในของท่านรกรุงรัง เกลี้ยงเกลาแต่ภายนอก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสสญฺตํ ความว่า ข้าพเจ้าสำคัญท่านผู้ไม่สำรวมทางกายเป็นต้น คือผู้ไม่เป็นสมณะเลยว่า ชื่อว่าเป็นสมณะ เพราะเป็นผู้สงบระงับโดยความเป็นผู้สงบระงับบาป ด้วยคิดว่า ผู้นี้เป็นสมณะ จึงเข้าไปหา. บทว่า ปาหาสิ แก้เป็น ปหริแปลว่า ขว้างแล้ว. บทว่า อธินสาฎิยา ความว่า ประโยชน์อะไรแก่ท่านด้วยหนังเสือซึ่งห่มเฉวียงบ่า. บทว่า อพฺภนฺตรนฺเต ความว่าภายในร่างกายของท่านรกรุงรังด้วยกิเลส เหมือนน้ำเต้าเต็มด้วยยาพิษเหมือนหลุมเต็มด้วยคูถ และเหมือนจอมปลวกเต็มด้วยอสรพิษ. บทว่า พาหิรํ ความว่า ภายนอกร่างกายเท่านั้นเกลี้ยงเกลา คือย่อมเป็นเหมือนคูถช้างและคูถม้า เพราะภายในหยาบ ภายนอกเกลี้ยงเกลา. ดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :มาเถอะเหี้ย ท่านจงกลับมาบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลีเถิด น้ำมัน เกลือ และดีปลีของเรามีมาก. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปหุตํ มยุหํ ปิปฺผล ความว่ามิใช่จะมีข้าวสุกแห่งข้าวสาลี น้ำมันและเกลืออย่างเดียวเท่านั้นก็หามิได้ แม้เครื่องเทศ เช่น กระวาน ก้านพลู ขิง พริก และดีปลีขอเราก็มีอยู่จำนวนมาก ท่านจงมาบริโภคข้าวสุกแห่งข้าวสาลีอันปรุงด้วยเครื่องเทศนั้น. พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๔ ว่า :เราจะเข้าไปสู่จอมปลวกอันลึกร้อยชั่วบุรุษยิ่งขึ้น น้ำมันและเกลือของท่านจะเป็นประโยชน์อะไร ดีปลีก็หาเป็นประโยชน์แก่เราไม่. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปเวกฺขามิ แปลว่า จักเข้าไป. บทว่า อหิตํ ความว่า ดีปลีกกล่าวคือ เครื่องเทศของท่านนั้นไม่เป็นประโยชน์ คือ ไม่เป็นสัปปายะสำหรับเรา. ก็แหละ พระโพธิสัตว์ครั้นกล่าวอย่างนี้แล้ว จึงคุกคามดาบสโกงนั้นว่า เฮ้ยชฎิลโกง ถ้าเจ้าจักขึ้นอยู่ในที่นี้ ข้าจะให้พวกคนในถิ่นโคจรคามจับเจ้าว่า ผู้นี้เป็นโจร แล้วให้เจ้าถึงความพิการ เจ้าจงรีบหนีไปเสียโดยเร็ว. ชฎิลโกงจึงได้หนีไปจากที่นั้น. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ชฎิลโกงในครั้งนั้น ได้เป็นภิกษุโกหกรูปนี้ ส่วนพระยาเหี้ยในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาโคธชาดกที่ ๕

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๕๕๑–๕๕๔ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

จตุกกนิบาตชาดก · ๒๐ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน

godhajātakaṃ

samaṇantaṃ maññamānoti idaṃ satthā jetavane viharanto kuhakaṃ bhikkhuṃ ārabbha kathesi.

Vatthu heṭṭhā vitthāritameva. Idhāpi bhikkhū taṃ bhikkhuṃ ānetvā ayaṃ bhante kuhakoti satthu dassesuṃ. Satthā na bhikkhave idāneva pubbepi esa kuhakoyevāti vatvā atītaṃ āhari.

Atīte bārāṇasiyaṃ brahmadatte rajjaṃ kārente bodhisatto godhayoniyaṃ nibbattitvā vayappatto kāyupapanno araññe vasati. Eko dussīlatāpaso tassa avidūre paṇṇasālaṃ māpetvā vāsaṃ kappesi. Bodhisatto gocarāya caranto taṃ disvā sīlavantatāpasassa paṇṇasālā bhavissatīti tattha gantvā taṃ vanditvā attano vasanaṭṭhānameva gato. Athekadivasaṃ so kūṭatāpaso upaṭṭhākakulesu sampāditaṃ madhuramaṃsaṃ labhitvā kiṃ maṃsannāmetanti pucchitvā Godhamaṃsanti sutvā rasataṇhāya abhibhūto mayhaṃ assamapadaṃ nibaddhaṃ āgacchamānaṃ godhaṃ māretvā yathāruciṃ pacitvā khādissāmīti sappidadhikaṭukabhaṇḍādīni gahetvā tattha gantvā muggaraṃ kāsāvena paṭicchādetvā bodhisattassāgamanaṃ olokento paṇṇasāladvāre upasantupasanto viya nisīdi. So āgantvā taṃ paduṭṭhindriyaṃ disvā iminā amhākaṃ sajātikamaṃsaṃ khāditaṃ bhavissati pariggaṇhāmi nanti adhovāte ṭhatvā sarīragandhaṃ ghāyitvā sajātikamaṃsassa khāditabhāvaṃ ñatvā tāpasaṃ anupagamma paṭikkamitvā cari. Sopi tassa anāgamanaṃ ñatvā muggaraṃ khipi. Muggaro sarīre apatitvā naṅguṭaṭhakoṭiṃ pāpuṇi. Tāpaso gaccha viraddhosmīti āha. Bodhisatto maṃ tāva viraddhosi cattāro pana apāye na viraddhosīti palāyitvā caṅkamanakoṭiyaṃ ṭhitavammikaṃ pavisitvā aññena chiddena sīsaṃ nīharitvā tena saddhiṃ sallapanto dve gāthā abhāsi

samaṇantaṃ maññamāno upāgañchiṃ asaññataṃ

so maṃ daṇḍena pāhāsi yathā assamaṇo tathā

kinte jaṭāhi dummedha kinte ajinasāṭiyā

abbhantarante gahanaṃ bāhiraṃ parimajjasīti.

Tattha asaññatanti kāyādīhi asaññataṃ assamaṇameva samānaṃ taṃ samaṇo esoti samitapāpatāya samatāya samaṇoti maññamāno upagañchiṃ. Pāhāsīti pahari. Ajinasāṭiyāti ekaṃsaṃ katvā pārutena ajinacammena tuyhaṃ ko attho. Abbhantaranteti tava sarīrabbhantaraṃ Visapūraṃ viya alābu gūthapūro viya āvāṭo āsīvisapūro viya vammiko kilesagahanaṃ. Bāhiranti kevalaṃ bahi sarīraṃ parimajjasī (ti) anto pharusatāya bahi maṭṭhatāya hatthilaṇḍaṃ viya assalaṇḍaṃ viya ca hoti.

Taṃ sutvā tāpaso tatiyaṃ gāthamāha

ehi godha nivattassu bhuñja sālīnamodanaṃ

telaṃ loṇañca me atthi pahutaṃ mayhaṃ pipphalīti.

Tattha pahutaṃ mayhaṃ pipphalīti na kavalaṃ sālīnamodanaṃ telaloṇameva hiṅgujirakasiṅgiveramaricapipphalippabhedaṃ kaṭukabhaṇḍampi mayhaṃ bahu atthi tenābhisaṅkhataṃ sālīnamodanaṃ bhuñja ehīti.

Taṃ sutvā bodhisatto catutthaṃ gāthamāha

esa bhiyyo pavekkhāmi vammikaṃ sataporisaṃ

telaṃ loṇañca kintesi ahitaṃ mayhaṃ pipphalīti.

Tattha pavekkhāmīti pavisissāmi. Ahitanti yaṃ etaṃ tava kaṭukabhaṇḍasaṅkhātaṃ pipphali etaṃ mayhaṃ ahitaṃ asappāyanti.

Evañcapana vatvā are kūṭajaṭila sace idha vasissasi gocaragāmamanusseva taṃ ayaṃ coroti gāhāpetvā vippakāraṃ pāpessāmi khippaṃ palāyassūti taṃ tajjesi. Kūṭajaṭilo tato palāyi.

Satthā imaṃ dhammadesanaṃ āharitvā jātakaṃ samodhānesi tadā kūṭajaṭilo ayaṃ kuhakabhikkhu ahosi godharājā pana ahamevāti.

Godhajātakaṃ pañcamaṃ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรโรมัน เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๒๔. จัมมสาฏกชาดกชาดกถัดไป๓๒๖. กักการุชาดก