ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. วานรชาดก
ชาดกที่ ๓๔๒ · จตุกกนิบาตชาดก · จุลลกุณาลวรรค

วานรชาดก

ว่าด้วยผู้รู้เท่าถึงเหตุการณ์เอาตัวรอดได้

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๖๖๖ · บรรทัด ๓๒๐๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากวานรชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระเวฬุวันวิหาร ทรงปรารภพระเทวทัตตะเกียกตะกายเพื่อจะฆ่าพระองค์ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อสกฺขึ วต อตฺตานํ ดังนี้. เรื่องปัจจุบันได้ให้พิสดารไว้แล้วทีเดียว. ส่วนเรื่องในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในกำเนิดกระบี่ ในหิมวันตประเทศ เจริญวัยแล้วอยู่ ณ ที่ฝั่งแม่น้ำคงคา. ครั้งนั้น นางจระเข้ตัวหนึ่งในแม่น้ำคงคา เกิดแพ้ท้อง อยากกินเนื้อหัวใจของพระโพธิสัตว์ จึงบอกแก่จระเข้สามี. จระเข้สามีนั้นคิดว่า เราจักให้กระบี่นั้นดำลงในน้ำแล้วฆ่าเสีย ให้เนื้อหัวใจแก่นางจระเข้ผู้ภรรยา จึงกล่าวกะพระมหาสัตว์ว่า มาเถิดเพื่อน พวกเราจะไปกินผลมะม่วงที่ระหว่างเกาะด้วยกัน. พระมหาสัตว์กล่าวว่า เราจักไปได้อย่างไร. จระเข้กล่าวว่า เราจักให้ท่านนั่งบนบัลลังเรานำไป. พระมหาสัตว์นั้นไม่รู้ความคิดของจระเข้นั้น จึงโดดไปนั่งบนหลัง. จระเข้ไปได้หน่อยหนึ่งจึงเริ่มจะดำน้ำ ลำดับนั้น วานรจึงกล่าวกะจระเข้นั้นว่า ท่านผู้เจริญท่านจะให้เราดำรงในน้ำทำไม. จระเข้กล่าวว่า เราจักฆ่าท่านแล้วให้เนื้อหัวใจแก่ภรรยาของเรา. วานรกล่าวว่า ช้าก่อน ท่านเข้าใจว่าเนื้อหัวใจของเราอยู่ที่อกหรือ. จระเข้กล่าวว่า เมื่อเป็นเช่นนั้น เนื้อหัวใจของท่านตั้งอยู่ที่ไหน. วานรกล่าวว่า ท่านไม่เห็นเนื้อหัวใจนั้น ซึ่งห้อยอยู่ที่ต้นมะเดื่อหรือ. จระเข้กล่าวว่า เห็นแต่ท่านจักให้เราหรือ. วานรกล่าวว่า เออจักให้. เพราะความโง่เขา จระเข้จึงพาวานรนั้นไปยังโคนต้นมะเดื่อ ที่ริมแม่น้ำ. พระโพธิสัตว์จึงโดดจากหลังของจระเข้นั้นไปนั่งบนต้นมะเดื่อ แล้วได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า:ดูก่อนจระเข้ เราสามารถยกตนขึ้นจากน้ำสู่บกได้ บัดนี้ เราจักไม่ตกอยู่ในอำนาจของท่านอีกต่อไป. เราไม่ต้องการด้วยผลมะม่วง ผลหว้าและผลขนุนทั้งหลายที่จะต้องข้ามแม่น้ำไปบริโภค ผลมะเดื่อของเราดีกว่า. ผู้ใดไม่รู้เท่าทันเหตุการณ์อันเกิดขึ้นโดยฉับพลัน ผู้นั้นจะต้องตกอยู่ในอำนาจของศัตรู และต้องเดือดร้อนในภายหลัง. ส่วนผู้ใดรู้เท่าทันเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเคยฉับพลัน ผู้นั้นย่อมพ้นจากวงล้อมของศัตรูและไม่ต้องเดือดร้อนภายหลัง. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสกฺขึ วต ความว่า ได้เป็นผู้สามารถหนอ. บทว่า อุฏฺาตุํ ได้แก่ เพื่อยกขึ้น. วานรเรียกจระเข้ว่า วาริชะ. บทว่า ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺส ความว่า วานรเมื่อจะเรียกแม่น้ำคงคาโดยชื่อว่าสมุทร จึงกล่าวว่า พอกันทีด้วยผลไม้ที่เราจะต้องข้ามฝั่งแม่น้ำไปกิน บทว่า ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ ความว่าบุคคลผู้ไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นโดยฉับพลัน ย่อมไปสู่อำนาจของศัตรู และย่อมต้องเดือดร้อนภายหลัง. วานรนั้นกล่าวเหตุอันเป็นเครื่องให้สำเร็จกิจฝ่ายโลกิยะ ด้วยคาถาทั้ง ๔ ด้วยประการฉะนี้แล้ว ก็ไปสู่ชัฏป่าทีเดียว. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า จระเข้ในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัต ส่วนวานรในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาวานรชาดกที่ ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๖๕๘–๖๖๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

จตุกกนิบาตชาดก · ๑๗ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วานรชาตกํ

อสกฺขึ วต อตฺตานนฺติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต เทวทตฺตสฺส วธาย ปริสกฺกนํ อารพฺภ กเถสิ ฯ วตฺถุ วิตฺถาริตเมว ฯ

อตีเต ปน พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต หิมวนฺตปฺปเทเส กปิโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต คงฺคาตีเร วสิ ฯ อเถกา อนฺโตคงฺคาย สุํสุมารี โพธิสตฺตสฺส หทยมํเส โทหฬํ อุปฺปาเทตฺวา สุํสุมารสฺส กเถสิ ฯ โส ตํ กปึ อุทเก นิมฺมุชฺชาเปตฺวา มาเรตฺวา หทยมํสํ สุํสุมาริยา ทสฺสามีติ จินฺเตตฺวา มหาสตฺตํ อาห เอหิ สมฺม อนฺตรทีปเก อมฺพผลํ ๒- ขาทิตุํ คจฺฉามาติ ฯ อหํ กถํ คมิสฺสามีติ อาห ฯ ตํ มม ปิฏฺฐิยํ นิสีทาเปตฺวา เนสฺสามีติ ฯ โส ตสฺส จิตฺตํ อชานนฺโต ลงฺฆิตฺวา

@เชิงอรรถ: ๑ กณฺฑริชาตกํ ฯ ๒ ผลาผเล ฯ ปิฏฺฐิยํ นิสีทิ ฯ สุํสุมาโร โถกํ คนฺตฺวา นิมฺมุชฺชิตุํ อารภิ ฯ อถ นํ พานโร กึ มํ โภ อุทเก นิมฺมุชฺชาเปสีติ อาห ฯ อหนฺตํ มาเรตฺวา ตว หทยมํสํ มม ภริยาย ทสฺสามีติ ฯ หนฺท ๑- ตฺวํ มม หทยมํสํ อุเรติ มญฺญสีติ ฯ อถ กหํ เต ฐปิตนฺติ ฯ เอตํ อุทุมฺพเร โอลมฺพนฺตํ น ปสฺสสีติ ฯ ปสฺสามิ ทสฺสสิ ปน เมติ ฯ อาม ทสฺสามีติ ฯ สุํสุมาโร ทนฺธตาย นํ คเหตฺวา นทีตีเร อุทุมฺพรมูลํ คโต ฯ โพธิสตฺโต ตสฺส ปิฏฺฐิโต ลงฺฆิตฺวา อุทุมฺพรรุกฺเข นิสินฺโน อิมา คาถา อภาสิ

อสกฺขึ วต อตฺตานํ อุฏฺฐาตุํ อุทกา ถลํ

นทานาหํ ปุน ตุยฺหํ วสํ คจฺฉามิ วาริช

อลเมเตหิ อมฺเพหิ ชมฺพูหิ ปนเสหิ จ

ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺส วรํ มยฺหํ อุทุมฺพโร

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ น ขิปฺปมนุพุชฺฌติ

อมิตฺตวสมนฺเวติ ปจฺฉา จ อนุตปฺปติ

โย จ อุปฺปติตํ อตฺถํ ขิปฺปเมว นิโพธติ

มุจฺจเต สตฺตุสมฺพาธา น จ ปจฺฉานุตปฺปตีติ ฯ

ตตฺถ อสกฺขึ วตาติ สมตฺโถ วต อโหสึ ฯ อุฏฺฐาตุนฺติ อุทฺธริตุํ ฯ วาริชาติ สุํสุมารํ อาลปติ ฯ ยานิ ปารํ สมุทฺทสฺสาติ คงฺคํ สมุทฺทนาเมนาลปนฺโต ยานิ สมุทฺทสฺส ปารํ คนฺตฺวา ขาทิตพฺพานิ อลนฺเตหีติ วทติ ฯ ปจฺฉา จ อนุตปฺปตีติ อุปฺปนฺนํ

@เชิงอรรถ: ๑ ทนฺธ ฯ อตฺถํ ขิปฺปํ อชานนฺโต อมิตฺตวสํ คจฺฉติ ปจฺฉา จ อนุตปฺปตีติ ฯ

อิติ โส จตูหิ คาถาหิ โลกิยกิจฺจานํ นิปฺผตฺติการณํ กเถตฺวา วนสณฺฑเมว คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺเมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา สุํสุมาโร เทวทตฺโต อโหสิ พานโร ปน อหเมวาติ ฯ

วานรชาตกํ ทุติยํ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๔๑. กุณฑลิกชาดกชาดกถัดไป๓๔๓. กุนตินีชาดก