ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สาลิยชาดก
ชาดกที่ ๓๖๗ · ปัญจกนิบาตชาดก · วรรณาโรหวรรค

สาลิยชาดก

ว่าด้วยให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๗๘๓ · บรรทัด ๓๖๔๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสาลิยชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภคำว่า ดูก่อนอาวุโสทั้งหลาย พระเทวทัตไม่อาจเพื่อแม้จะกระทำความสะดุ้งแก่พระพุทธองค์ได้ จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ยฺวายํ สาลิยจฺฉาโป ดังนี้. จริงอยู่ ในครั้งนั้น พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายมิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน พระเทวทัตนี้ก็ไม่อาจเป็นผู้แม้จะกระทำความสะดุ้งแก่เราได้ แล้วทรงนำเอาเรื่องในยินดีมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ได้บังเกิดในตระกูลกุฎุมพีในหมู่บ้าน ในคราวมีอายุยังน้อย เล่นอยู่ที่โคนตนไทรใกล้ประตูบ้านกับพวกเด็กที่เล่นฝุ่นกัน. ครั้งนั้นมีหมอทุรพลคนหนึ่ง ไม่ได้การงานอะไรในบ้านจึงออกไปถึงที่นั้น เห็นงูตัวหนึ่งนอนหลับโผล่หัวออกมาจากระหว่างค่าคบไม้ จึงคิดว่า เราไม่ได้อะไรในบ้าน เราจักลวงเด็กพวกนี้ให้งูกัดเเล้วเยียวยารักษา คงจะได้สิ่งใดสิ่งหนึ่งทีเดียว จึงได้กล่าวกะพระโพธิสัตว์ว่า ถ้าเธอจะพบลูกนกสาลิกา เธอจะจับเอาไหม. พระโพธิสัตว์กล่าวว่า จ้ะ ฉันจะจับเอา. หมอกล่าวว่า จงดู นั่นลูกนกสาลิกามันนอนอยู่ระหว่างค่าคบไม้. พระโพธิสัตว์นั้นไม่รู้ว่านั้นเป็นงู จึงขึ้นไปยังต้นไม้ จับที่คอมัน พอรู้ว่าเป็นงูจึงไม่ให้มันหดเข้าไป จับไว้มั่นแล้วรีบเหวี่ยงไป. งูนั้นปลิวไปตกลงที่คอหมอ รัดคออยู่กัดเสียงดังกรุ๊บ ๆ ทำให้หมอนั้นล้มลงตรงที่นั้นแล้วเลื้อยหนีไป. คนทั้งหลายพากันห้อมล้อม. พระมหาสัตว์เมื่อจะแสดงธรรมแก่บริษัทผู้ประชุมพร้อมกันอยู่ จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :ผู้ใดลวงให้เราจับงูเห่าว่า นี่ลูกนกสาลิกา ผู้นั้นตามพร่ำสอนสิ่งที่ลามก ถูกงูนั้นกัดตายแล้ว. คนใดปรารถนาจะฆ่าบุคคลผู้ไม่ฆ่าเองและผู้ไม่ใช้ให้คนอื่นฆ่าตน คนนั้นถูกฆ่าแล้วนอนตายอยู่. เหมือนกับบุรุษผู้ถูกงูกัดตายแล้วฉะนั้น. คนใดปรารถนาจะฆ่าบุคคลผู้ไม่เบียดเบียนตน และไม่ฆ่าตน คนนั้นถูกฆ่าแล้วนอนตายอยู่ เหมือนกับบุรุษผู้ถูกงูกัดตายแล้วฉะนั้น. บุรุษผู้กำฝุ่นไว้ในมือ พึงซัดฝุ่นไปในที่ทวนลม ละอองฝุ่นนั้นย่อมหวนกลับมากระทบบุรุษนั้นเอง เหมือนบุรุษผู้ถูกงูกัดตายแล้วฉะนั้น. ผู้ใดประทุษร้ายคนผู้ไม่ประทุษร้ายเป็นคนบริสุทธิ์ ไม่มีความผิดเลย บาปย่อมกลับมาถึงคนพาลนั้นเอง เหมือนกับละอองละเอียดที่บุคคลซัดไปทวนลมฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยฺวายํ ตัดเป็น โย อยํ. อีกอย่างหนึ่ง บาลีก็อย่างนี้เหมือนกัน. บทว่า สปฺเปนยํ ความว่า ผู้นี้ใด ถูกงูนั้นกัดแล้ว. บทว่า ปาปานุสาสโก แปลว่า ผู้พร่ำสอนสิ่งที่ลามก. บทว่า อหนฺตรํ แปลว่า ผู้ไม่ฆ่าเอง. บทว่า อหนฺตารํ แปลว่า ผู้ไม่ให้คนอื่นฆ่า. บทว่า เสติ ได้แก่ ย่อมนอนตาย. บทว่า อฆาเตนฺตํ แปลว่า ไม่ใช้ให้คนอื่นฆ่า. บทว่า สุทฺธสฺส ได้แก่ผู้ไม่มีความผิด. บทว่า โปสสฺส ได้แก่ สัตว์. แม้คำนี้ว่า อนงฺคณสฺส ท่านกล่าวหมายเอาความเป็นผู้ไม่มีความผิดเหมือนกัน. บทว่า ปจฺเจติ ความว่า ย่อมกลับถึงเป็นสิ่งที่เห็นสมกับกรรม. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า หมอทุรพลในครั้งนั้น ได้เป็นพระเทวทัต ส่วนเด็กที่เป็นบัณฑิต คือเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถาสาลิยชาดกที่ ๗

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๘๒๗–๘๒๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปัญจกนิบาตชาดก · ๒๐ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สาลิยชาตกํ

ยฺวายํ สาลิยจฺฉาโปติ อิทํ สตฺถา เวฬุวเน วิหรนฺโต อาวุโส เทวทตฺโต ตาสการโกปิ ภวิตุํ นาสกฺขีติ วจนํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตทา หิ สตฺถา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพเปส มม ตาสการโกปิ ภวิตุํ นาสกฺขีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต คามเก กุฏุมฺพิยกุเล นิพฺพตฺติตฺวา ตรุณกาเล ปํสุกีฬเกหิ ทารเกหิ สทฺธึ คามทฺวาเร นิโคฺรธรุกฺขมูเล กีฬติ ฯ ตทา เอโก ทุพฺพลเวชฺโช คาเม กิญฺจิ กมฺมํ อลภิตฺวา นิกฺขนฺโต ตํ ฐานํ ปตฺวา เอกํ สปฺปํ วิฏปพฺภนฺตเรน สีสํ นีหริตฺวา นิทฺทายนฺตํ ทิสฺวา มยา คาเม กิญฺจิ น ลทฺธํ อิเม ทารเก วญฺเจตฺวา สปฺเปน ฑํสาเปตฺวา ติกิจฺฉิตฺวา กิญฺจิเทว คณฺหิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา โพธิสตฺตํ อาห สเจ สาลิยจฺฉาปํ ปสฺเสยฺยาสิ คณฺเหยฺยาสีติ ฯ อาม คณฺเหยฺยนฺติ ฯ ปสฺเสโส วิฏปพฺภนฺตเร สยิโตติ ฯ โส ตสฺส สปฺปภาวํ อชานนฺโต รุกฺขํ อารุยฺห ตํ คีวายํ คเหตฺวา สปฺโปติ ญตฺวา นิวตฺติตุํ อเทนฺโต สุคฺคหิตํ คเหตฺวา เวเคน ขิปิ ฯ โส คนฺตฺวา เวชฺชสฺส คีวายํ ปติโต คีวํ ปลิเวเฐตฺวา กร กราติ ฑํสิตฺวา ตตฺเถว นํ ปาเตตฺวา ปลายิ ฯ มนุสฺสา ปริวารยึสุ ฯ มหาสตฺโต สมฺปตฺตปริสาย ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ

ยฺวายํ สาลิยจฺฉาโปติ กณฺหสปฺปํ อคาหยิ

เตน สปฺเปนยํ ทฏฺโฐ หโต ปาปานุสาสโก

อหนฺตรมหนฺตารํ ๑- โย นโร หนฺตุมิจฺฉติ

เอวํ โส นิหโต เสติ ยถายํ ปุริโส หโต

อหนนฺตมฆาเตนฺตํ โย นโร หนฺตุมิจฺฉติ

เอวํ โส นิหโต เสติ ยถายํ ปุริโส หโต

ยถา ปํสุมุฏฺฐิ ปุริโส ปฏิวาตํ ปฏิกฺขิเป

ตเมว โส รโช หนฺติ ยถายํ ปุริโส หโต

โย อปฺปทุฏฺฐสฺส นรสฺส ทุสฺสติ

สุทฺธสฺส โปสสฺส อนงฺคณสฺส

ตเมว พาลํ ปจฺเจติ ปาปํ

สุขุโม รโช ปฏิวาตํว ขิตฺโตติ ฯ

ตตฺถ ยฺวายนฺติ โย อยํ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ สปฺเปนยนฺติ โย อยํ เตน สปฺเปน ทฏฺโฐ ฯ ปาปานุสาสโกติ ปาปกํ อนุสาสโก ฯ อหนฺตรนฺติ อปหรนฺตํ ฯ อหนฺตารนฺติ อมาเรนฺตํ ฯ เสตีติ มตสยนํ สยติ ฯ อฆาเตนฺตนฺติ อมาเรนฺตํ ฯ สุทฺธสฺสาติ นิรปราธสฺส ฯ โปสสฺสาติ สตฺตสฺส ฯ อนงฺคณสฺสาติ อิทมฺปิ นิรปราธภาวญฺเญว สนฺธาย วุตฺตํ ฯ ปจฺเจตีติ กมฺมสริกฺขกํ หุตฺวา ปฏิเอติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา

@เชิงอรรถ: ๑. อหนนฺตมหนฺตารํ ฯ ทุพฺพลเวชฺโช เทวทตฺโต อโหสิ ปณฺฑิตทารโก ปน อหเมวาติ ฯ

สาลิยชาตกํ สตฺตมํ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๖๖. คุมพิยชาดกชาดกถัดไป๓๖๘. ตจสารชาดก