ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มิตตวินทุกชาดก
ชาดกที่ ๓๖๙ · ปัญจกนิบาตชาดก · วรรณาโรหวรรค

มิตตวินทุกชาดก

ว่าด้วยจักรกรดพัดบนหัว

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๗๙๓ · บรรทัด ๓๖๘๐ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมิตตวินทุกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุว่ายากรูปหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า กฺยาหํ เทวานมกรํ ดังนี้. เรื่องปัจจุบันจักมีแจ้งในมหามิตตวินทุกชาดก. ก็นายมิตตวินทุกะนี้ถูกเขาโยนทิ้งในทะเล แล้วได้ไปพบนางเวมานิกเปรตแห่งหนึ่ง๔ นาง แห่งหนึ่ง ๘ นาง แห่งหนึ่ง ๑๖ นาง แห่งหนึ่ง ๓๒ นางก็ยังเป็นผู้ปรารถนายิ่งขึ้นไม่รู้จักพอ จึงเป็นต่อไปข้างหน้า ได้พบอุสสุทนรกอันเป็นสถานที่เสวยวิบากของพวกสัตว์นรก จึงได้เข้าไปด้วยสำคัญว่า เป็นเมือง ๆ หนึ่ง เห็นจักรกรดพัดอยู่บนหัวสัตว์นรกสำคัญว่าเป็นเครื่องประดับ จึงยินดีชอบใจจักรกรด อ้อนวอนขอได้มา. คราวนั้น พระโพธิสัตว์เป็นเทวบุตรเที่ยวจาริกไปในอุสสุทนรก. นายมิตตวินทุกะนั้นเห็นพระโพธิสัตว์นั้นแล้ว เมื่อจะถาม จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :ข้าพเจ้าได้กระทำอะไรไว้แก่เหล่าเทวดาบาปอะไรที่ข้าพเจ้าได้กระทำไว้ จักรกรดจึงได้มากระทบศีรษะของข้าพเจ้าแล้วพัดอยู่บนกระหม่อม. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า กฺยาหํ เทวานมกรํ ความว่าข้าแต่เทพบุตรผู้เป็นนาย ข้าพเจ้าได้กระทำกรรมชื่ออะไรไว้ แก่เหล่าเทพดา เหล่าเทพดาเบียดเบียนข้าพเจ้าทำไม. บทว่า กึ ปาปํ ปกตํ มยา ความว่า นายมิตตวินทุกะได้รับทุกขเวทนา กำหนดบาปที่คนทำไว้ไม่ได้ เพราะมีทุกข์มาก จึงได้กล่าวอย่างนั้น. บทว่า ยํ เม ความว่า จักรกรดนี้จรดคือกระทบศีรษะข้าพเจ้า แล้วหมุนอยู่บนกระหม่อมขอข้าพเจ้า เพราะบาปใด บาปนั้นชื่ออะไร ? พระโพธิสัตว์ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :ท่านล่วงเลยปราสาทแล้วผลึก ปราสาทแก้วมณี ปราสาทเงิน และปราสาททองแล้วมาที่นี้เพราะเหตุอะไร ? บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รมณภํ ได้แก่ ปราสาทแก้วผลึก. บทว่า ทุพฺพกํ ได้แก่ ปราสาทแก้วมณี. บทว่า สทามตฺตํ ได้แก่ปราสาทเงิน. บทว่า พฺรหฺมตรญฺจ ปาสาทํ ได้แก่ ปราสาททอง. บทว่า เกนฏฺเน ความว่า ท่านละนางเทพธิดาเหล่านี้ คือ เทพธิดา๔ นาง ๘ นาง ๑๖ นาง และ ๓๒ นาง ในปราสาทแก้วผลึกเป็นต้นเหล่านี้ แล้วก้าวล่วงปราสาทเหล่านั้นมาที่นี้ เพราะเหตุอะไร ? ลำดับนั้น นายมิตตวินทุกะกล่าวคาถาที่ ๓ ว่า :เชิญท่านดูข้าพเจ้าผู้ถึงความฉิบหายเพราะความสำคัญนี้ว่า โภคสมบัติในที่นี้เห็นจะมีมากกว่าโภคสมบัติในปราสาททั้งสี่นั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อิโต พหุตรา ความว่า จักมีเหลือเฟือกว่าโภคสมบัติในปราสาททั้งสี่นี้. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์ได้กล่าวคาถาที่เหลือว่า :ท่านละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๔ มาได้นางเวมานิกเปรต ๘ ละทิ้งนางเวมานิกเปรต๘ มาได้นางเวมานิกเปรต ๑๖ ละทิ้งนางเวมานิกเปรต ๑๖ มาได้นางเวมานิกเปรต ๓๒ยังปรารถนายิ่งขึ้นไม่รู้จักพอ มายินดีจักรกรด จักรกรดจึงพัดอยู่บนกระหม่อมของท่านผู้ถูกความปรารถนาครอบงำ. อันธรรมดาตัณหาเป็นสิ่งที่กว้างขวางอยู่ในเบื้องบน ให้เต็มได้ยาก มักเป็นไปตามอำนาจของความปรารถนา เพราะฉะนั้น ชนเหล่าใดมากำหนัดยินดีตัณหานั้น ชนเหล่านั้นจึงต้องเป็นผู้ทูนจักรกรดไว้. ด้วยบทว่า อุปริ วิสาลา นี้ ในคาถานั้น พระโพธิสัตว์กล่าวว่า ดูก่อนมิตตวินทุกะ ขึ้นชื่อว่าตัณหานี้ เมื่อบุคคลส้องเสพอยู่ย่อมเป็นของกว้างขวางอยู่เบื้องบน คือเป็นของแผ่ไป ธรรมดาตัณหาให้เต็มได้โดยยาก เสมือนมหาสมุทร มีปกติไปตามอำนาจความอยากได้ คือความปรารถนาซึ่งอยากได้อารมณ์นั้น ๆ ในบรรดารูปารมณ์เป็นต้น เพราะฉะนั้น คนเหล่าใดมากำหนัดยินดีตัณหานั้นคือเห็นปานนั้น คือเป็นผู้อยากได้แล้ว ๆ เล่า ๆ ยึดถืออยู่. บทว่า เต โหนฺติ จกฺกธาริโน ความว่า ชนเหล่านั้นย่อมทูนจักรกรดนั้นไว้. ก็นายมิตตวินทุกะกำลังพูดอยู่นั่นแหละ จักรแม้นั้นก็พัดกดลงไป ด้วยเหตุนั้น เขาจึงไม่อาจจะกล่าวอีกต่อไป. เทพบุตรจึงไปยังเทวสถานของตนทีเดียว. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า นายมิตตวินทุกะในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุว่ายากส่วนเทพบุตรในครั้งนั้น ได้เป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถามิตตวินทุกชาดกที่ ๙

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๘๓๗–๘๔๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปัญจกนิบาตชาดก · ๒๖ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มิตฺตวินฺทุกชาตกํ

กฺยาหํ เทวานมกรนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ ทุพฺพจภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

วตฺถุ มหามิตฺตวินฺทุกชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ อยํ ปน มิตฺตวินฺทุโก สมุทฺเท ขิตฺโต อตฺริจฺโฉ หุตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา เนรยิกสตฺตานํ ปจนฏฺฐานํ อุสฺสุทนิรยํ ๑- ทิสฺวา เอกํ นครนฺติ สญฺญาย ปวิสิตฺวา ขุรจกฺกํ อาสาเทติ ฯ ตทา โพธิสตฺโต เทวปุตฺโต หุตฺวา อุสฺสุทนิรยจาริกํ จรติ ฯ โส ตํ ทิสฺวา ปุจฺฉนฺโต ปฐมํ คาถมาห

กฺยาหํ เทวานมกรํ กึ ปาปํ ปกตํ มยา

ยํ เม สิรสฺมึ โอหจฺจ จกฺกํ ภมติ มตฺถเกติ ฯ

ตตฺถ กฺยาหํ เทวานมกรนฺติ สามิ เทวปุตฺต กินฺนาม อหํ เทวานํ อกรึ กึ มํ เทวา พาเธนฺติ ฯ กึ ปาปํ ปกตํ มยาติ ทุกฺขมหนฺตตาย เวทนาปตฺโต อตฺตนา กตปาปํ อสลฺลกฺเขนฺโต เอวมาห ฯ ยํ เมติ เยน ปาเปน มม สิรสฺมึ โอหจฺจ โอหนิตฺวา อิทํ ขุรจกฺกํ มม มตฺถเก ภมติ ตํ กินฺนามาติ ฯ

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต ทุติยํ คาถมาห

อติกฺกมฺม รมณกํ สทามตฺตญฺจ ทุพฺพกํ ๒-

พฺรหฺมตรญฺจ ปาสาทํ เกนฏฺเฐน อิธาคโตติ ฯ

ตตฺถ รมณกนฺติ ผลิกปาสาทํ ฯ ทุพฺพกนฺติ มณิปาสาทํ ฯ สทามตฺตนฺติ รชตปาสาทํ ฯ พฺรหฺมตรญฺจ ปาสาทนฺติ สุวณฺณปาสาทญฺจ ฯ เกนฏฺเฐนาติ ตฺวํ เอเตสุ รมณกาทีสุ จตสฺโส อฏฺฐ โสฬส ทฺวตฺตึสาติ เอตา เทวธีตโร ปหาย เต ปาสาเท อติกฺกมิตฺวา เกน การเณน อิธ อาคโตติ ฯ

ตโต มิตฺตวินฺทุโก ตติยํ คาถมาห

@เชิงอรรถ: ๑ อุสฺสทนิรยํ ฯ ๒ ทูภกํ ฯ

อิโต พหุตรา โภคา อตฺร มญฺเญ ภวิสฺสเร

อิติ เอตาย สญฺญาย ปสฺส มํ พฺยสนํ คตนฺติ ฯ

ตตฺถ อิโต พหุตราติ อิเมสุ จตูสุ ปาสาเทสุ โภเคหิ อติเรกตรา ภวิสฺสนฺติ ฯ

ตโต โพธิสตฺโต เสสคาถา อภาสิ

จตุพฺภิ อฏฺฐชฺฌคมา อฏฺฐกาภิ จ โสฬส

โสฬสาภิ จ ทฺวตฺตึส อตฺริจฺฉํ จกฺกมาสโท

อิจฺฉาหตสฺส โปสสฺส จกฺกํ ภมติ มตฺถเก

อุปริ วิสาลา ทุปฺปูรา อิจฺฉาวิสทคามินี

เย จ ตํ อนุคิชฺฌนฺติ เต โหนฺติ จกฺกธาริโนติ ฯ

ตตฺถ อุปริ วิสาลาติ มิตฺตวินฺทุก ตณฺหา นาเมสา อาเสวิยมานา อุปริ วิสาลา โหนฺติ ปฏฺฐนา ๑- ตณฺหา นาม มหาสมุทฺโท วิย ทุปฺปูรา รูปาทีสุ ตํ ตํ อารมฺมณํ อิจฺฉมานาย อิจฺฉาย ปฏฺฐนาย วิสทคามินี ตสฺมา เย ปุริสา ตํ เอวรูปํ ตณฺหํ อนุคิชฺฌนฺติ ปุนปฺปุนํ คิทฺธา หุตฺวา คณฺหนฺติ เต โหนฺติ จกฺกธาริโนติ เต เอตํ ขุรจกฺกํ ธาเรนฺตีติ วทติ ฯ

มิตฺตวินฺทุกํ ปน กเถนฺตเมว นิปฺปีฬิยมานํ ตมฺปิ จกฺกํ ภสฺสิ ฯ เตน โส ปุน กเถตุํ นาสกฺขิ ฯ เทวปุตฺโต อตฺตโน เทวฏฺฐานเมว คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา

@เชิงอรรถ: ๑. ปตฺถฏา ฯ มิตฺตวินฺทุโก ทุพฺพจภิกฺขุ อโหสิ เทวปุตฺโต ปน อหเมวาติ ฯ

มิตฺตวินฺทุกชาตกํ นวมํ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๖๘. ตจสารชาดกชาดกถัดไป๓๗๐. ปลาสชาดก