ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มิคโปตกชาดก
ชาดกที่ ๓๗๒ · ปัญจกนิบาตชาดก · อัฑฒวรรค

มิคโปตกชาดก

ว่าด้วยคำพูดที่ทำให้หายเศร้าโศก

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๘๐๘ · บรรทัด ๓๗๓๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมิคโปตกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุแก่รูปหนึ่ง จึงตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า อคารา ปจจุเปตสฺส ดังนี้. ได้ยินว่า ภิกษุแก่นั้นให้เด็กคนหนึ่งบวช. สามเณรบำรุงภิกษุแก่นั้นโดยเคารพ ครั้นกาลต่อมา ได้กระทำกาละโดยความไม่ผาสุก. เพราะการทำกาละของสามเณรนั้น ภิกษุแก่ถูกความโกรธครอบงำเที่ยวร่ำไห้ด้วยเสียงอันดัง. ภิกษุทั้งหลายไม่อาจให้ยินยอมได้ จึงสั่งสนทนากันในโรงธรรมสภาว่า อาวุโสทั้งหลาย ภิกษุแก่ชื่อโน้นเที่ยวร่ำไห้ เพราะการทำกาละของสามเณร ภิกษุแก่นั่นคงจักเหินห่างการเจริญมรณัสสติ. พระศาสดาเสด็จมาแล้ว ตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บัดนี้ พวกเธอนั่งสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ? เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลว่า เรื่องชื่อนี้ พระเจ้าข้า. จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลายมิใช่บัดนี้เท่านั้น แม้ในกาลก่อน ภิกษุแก่นี้ เมื่อสามเณรนั้นตายแล้วก็เที่ยวร่ำไห้อยู่ แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล เมื่อพระเจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์ครองความเป็นท้าวสักกะ. ครั้งนั้น มีบุรุษชาวแคว้นกาสีคนหนึ่ง เข้าไปยังหิมวันตประเทศ บวชเป็นฤๅษี ยังอัตภาพให้เป็นไปด้วยผลไม้น้อยใหญ่. วันหนึ่ง ฤๅษีนั้นเห็นลูกเนื้อแม่ตายตัวหนึ่งในป่า จึงนำมายังอาศรมบท ให้เหยื่อเลี้ยงดูไว้. ลูกเนื้อเติบโตขึ้นมีรูปร่างงามถึงความงามอันเลิศ. ดาบสกระทำลูกเนื้อนั้นให้เป็นลูกของตนอยู่. วันหนึ่ง ลูกเนื้อกินหญ้ามากไป ได้กระทำกาละเพราะไม่ย่อยดาบสเที่ยวร่ำไห้ว่า ลูกเราตายเสียแล้ว. ในกาลนั้นท้าวสักกเทวราชทรงพิจารณาดูชาวโลก ทรงเห็นดาบสนั้น ดำริว่าจักทำดาบสนั้นให้สลดใจ จึงเสด็จมาแล้วประทับยืนในอากาศ ตรัสคาถาที่ ๑ ว่า :การที่ท่านเศร้าโศกถึงลูกเนื้อผู้ละไปแล้วเป็นการไม่สมควรแก่ท่านผู้หลีกออกจากเรือนบวชเป็นบรรพชิตสงบระงับ. ดาบสได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๒ ว่า :ดูก่อนท้าวสักกะ ความรักของมนุษย์หรือเนื้อ ย่อมเกิดขึ้นในใจ เพราะอยู่ร่วมกันมา มนุษย์หรือเนื้อนั้น อาตมภาพไม่สามารถที่จะไม่เศร้าโศกถึงได้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า น ตํ สกฺกา ความว่า อาตมภาพไม่อาจเพื่อจะไม่โศกถึงมนุษย์หรือสัตว์ดิรัจฉานนั้น คือ อาตมภาพเศร้าโศกถึงทีเดียว. ลำดับนั้น ท้าวสักกะได้ตรัสคาถา ๒ คาถาว่า :ชนเหล่าใดร้องไห้รำพัน บ่นเพ้อถึงผู้ตายไปแล้ว และผู้จะตายอยู่ในบัดนี้ การร้องไห้ของชนเหล่านั้น สัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่าเปล่าจากประโยชน์ ดูก่อนฤาษี เพราะฉะนั้นท่านอย่าร้องไห้เลย. ดูก่อนพราหมณ์ ผู้ที่ตายไปแล้ว ละไปแล้ว หากจะกลับเป็นขึ้นได้เพราะการร้องไห้เราก็จะประชุมกันทั้งหมด ร้องไห้ถึงญาติของกันและกัน. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มริสฺสํ ได้แก่ บุคคลผู้จักตายในบัดนี้. บทว่า ลปนฺติ จ ได้แก่ บ่นเพ้อ. ท่านกล่าวคำอธิบายนี้ไว้ว่า ชนเหล่าใดร้องไห้ถึงคนผู้ตายแล้ว และผู้จักตายอยู่ในโลกชนเหล่านั้นก็คงจะร้องไห้และบ่นเพ้ออยู่. ชื่อว่าวันที่จะขาดน้ำตาของชนเหล่านั้น ย่อมไม่มี เพราะเหตุไร ? เพราะคนผู้ตายไปแล้วและคนผู้ที่จะตายยังมีอยู่เสมอ. บทว่า อิสิ มา โรทิ ความว่า ดูก่อนฤๅษีเพราะฉะนั้น ท่านอย่าร้องไห้เลย. เพราะเหตุไร ? เพราะสัตบุรุษทั้งหลายกล่าวว่าการร้องไห้เปล่าประโยชน์. อธิบายว่า สัตบุรุษทั้งหลายมีพระพุทธเจ้าเป็นต้น ย่อมกล่าวการร้องไห้ว่าเป็นหมัน. บทว่า มโต เปโต ความว่า ถ้าบุคคลที่เรียกว่า ผู้ตายแล้ว ผู้ละไปแล้ว จะพึงฟื้นขึ้นเพราะการร้องให้ไซร้ เมื่อเป็นเช่นนั้น พวกเราจะอยู่เฉยทำไม พวกเราทั้งหมดทีเดียว จะพากันประชุมร้องให้ถึงญาติทั้งหลายของกันและกัน ก็เพราะเหตุที่ญาติเหล่านั้นไม่ฟื้นขึ้นเพราะเหตุร้องไห้ เพราะฉะนั้น ท้าวสักกะ จึงทรงประกาศการร้องไห้ว่าเป็นหมัน. เมื่อท้าวสุกกะตรัสไป ๆ อยู่อย่างนี้ ดาบสกำหนดได้ว่า การร้องไห้ไร้ประโยชน์ เมื่อจะกระทำการชมเชยท้าวสักกะ จึงได้กล่าวคาถา ๓ คาถาว่า :มหาบพิตรมารดาอาตมภาพผู้เดือดร้อนยิ่งนักให้หายร้อน ดับความกระวนกระวายได้ทั้งสิ้น เหมือนบุคคลเอาน้ำรดไฟติดที่เปรียงให้ดับไปฉะนั้น มหาบพิตรมาถอนลูกศรคือความโศกที่เสียบแน่นอยู่ในหทัยของอาตมภาพออกได้แล้วหนอ เมื่ออาตมภาพถูกความโศกครอบงำ มหาบพิตรก็ได้บรรเทาความโศกถึงบุตรเสียได้ ดูก่อนท้าววาสวะ อาตมภาพเป็นผู้ถอนลูกศรออกได้แล้ว ปราศจากความเศร้าโศก ไม่มีความมัวหมอง อาตมภาพจะไม่เศร้าโศกร้องไห้ เพราะได้ฟังถ้อยคำของมหาบพิตร. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยมาสิ ตัดบทเป็น ยํ เม อาสิ. บทว่า หทยนิสฺสิตํ๑ ได้แก่ เสียบแน่นอยู่ในหทัย. บทว่า อปานุทิได้แก่ นำออกแล้ว. ท้าวสักกะครั้นประทานโอวาทแก่ดาบส แล้วก็เสด็จไปเฉพาะยังสถานที่ของพระองค์. พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว จึงทรงประชุมชาดกว่า ดาบสในครั้งนั้น ได้มาเป็นภิกษุแก่ในบัดนี้๑. บาลีว่า หทยสฺสิตํ. เนื้อในครั้งนั้น ได้มาเป็นสามเณรในบัดนี้ ส่วนท้าวสักกะในครั้งนั้นได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.

จบ อรรถกถามิคโปตกชาดกที่ ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๘ หน้า ๘๕๕–๘๖๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปัญจกนิบาตชาดก · ๒๗ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

มิคโปตกชาตกํ

อคารา ปจฺจุเปตสฺสาติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ มหลฺลกํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส กิร เอกํ ทารกํ ปพฺพาเชสิ ฯ สามเณโร ตํ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหิตฺวา อปรภาเค อผาสุเกน กาลมกาสิ ฯ ตสฺส กาลกิริยาย มหลฺลโก โสกาภิภูโต มหนฺเตน สทฺเทน ปริเทวนฺโต วิจรติ ฯ ภิกฺขู สญฺญาเปตุํ อสกฺโกนฺตา ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส อสุโก นาม มหลฺลโก สามเณรสฺส กาลกิริยาย ปริเทวนฺโต วิจรติ มรณสติภาวนาย ปริพาหิโร เอโส ภวิสฺสตีติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพเปส เอตสฺมึ มเต ปริเทวนฺโต วิจรตีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สกฺกตฺตํ กาเรสิ ฯ ตทา เอโก กาสิกรฏฺฐวาสี หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ผลาผเลน ยาเปสิ ฯ โส เอกทิวสํ อรญฺเญ เอกํ มตมาติกํ มิคโปตกํ ทิสฺวา อสฺสมปทํ อาเนตฺวา โคจรํ ทตฺวา โปเสสิ ฯ มิคโปตโก วฑฺฒนฺโต อภิรูโป อโหสิ โสภคฺคปฺปตฺโต ฯ ตาปโส ตํ อตฺตโน ปุตฺตกํ กตฺวา วิหรติ ฯ เอกทิวสํ มิคโปตโก พหุํ ติณํ ขาทิตฺวา อชีรเกน กาลมกาสิ ฯ ตาปโส ปุตฺโต เม มโตติ ปริเทวนฺโต วิจริ ฯ ตทา สกฺโก เทวราชา โลกํ ปริคฺคณฺหนฺโต ตํ ตาปสํ ทิสฺวา สํเวเชสฺสามิ นนฺติ อาคนฺตฺวา อากาเส ฐิโต ปฐมํ คาถมาห

อคารา ปจฺจุเปตสฺส อนาคารสฺส เต สโต

สมณสฺส น ตํ สาธุ ยํ เปตมนุโสจสีติ ฯ

ตํ สุตฺวา ตาปโส ทุติยํ คาถมาห

สํวาเสน หเว สกฺก มนุสฺสสฺส มิคสฺส วา

หทเย ชายเต เปมํ น ตํ สกฺกา อโสจิตุนฺติ ฯ

ตตฺถ น ตํ สกฺกาติ ตํ มนุสฺสํ วา ติรจฺฉานํ วา น สกฺกา อโสจิตุํ โสจามหนฺติ ฯ

ตโต สกฺโก เทฺว คาถา อภาสิ

มตํ มริสฺสํ โรทนฺติ เย รุทนฺติ ลปนฺติ จ

ตสฺมา ตฺวํ อิสิ มา โรทิ โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโต

โรทิเตน หเว พฺรหฺเม มโต เปโต สมุฏฺฐเห

สพฺเพ สงฺคมฺม โรทาม อญฺญมญฺญสฺส ญาตเกติ ฯ

ตตฺถ มริสฺสนฺติ โย อิทานิ มริสฺสติ ตํ ฯ ลปนฺติ จาติ วิลปนฺติ จ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ เย โลเก มตญฺจ มริสฺสนฺตญฺจ โรทนฺติ เต รุทนฺติ เจว วิลปนฺติ จ เตสํ อสฺสุปจฺฉิชฺชทิวโส นาม นตฺถิ กึการณา สทาปิ มตานญฺจ มริสฺสนฺตานญฺจ อตฺถิตาย ฯ อิสิ มา โรทีติ ตสฺสา ตฺวํ อิสิ มา โรทิ ฯ กึการณา ฯ โรทิตํ โมฆมาหุ สนฺโตติ พุทฺธาทโย โรทิตํ โมฆนฺติ วทนฺติ ฯ มโต เปโตติ โย เอส มโต เปโตติ วุจฺจติ ยทิ โส โรทิเตน สมุฏฺฐเหยฺย เอวํ สนฺเต กึ นิกฺกมฺมา อจฺฉาม สพฺเพว สมาคมฺม อญฺญมญฺญสฺส ญาตเก โรทาม ยสฺมา ปน เต โรทิตการณา น อุฏฺฐหนฺติ ตสฺมา โรทิตสฺส โมฆภาวํ สาเวติ ฯ

เอวํ สกฺกสฺส กเถนฺตสฺส กเถนฺตสฺส ตาปโส นิรตฺถกํ โรทิตนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา สกฺกสฺส ถุตึ กโรนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ

อาทิตฺตํ วต มํ สนฺตํ ฆตสิตฺตํว ปาวกํ

วารินา วิย โอสิญฺจํ สพฺพํ นิพฺพาปเย ทรํ

อพฺพุฬฺหํ วต เม สลฺลํ ยมาสิ หทยนิสฺสิตํ

โย เม โสกปเรตสฺส ปุตฺตโสกํ อปานุทิ

โสหํ อพฺพุฬฺหสลฺโลสฺมิ วีตโสโก อนาวิโล

น โสจามิ น โรทามิ ตว สุตฺวาน วาสวาติ ฯ

ตตฺถ ยมาสีติ ยํ เม อาสิ ฯ หทยนิสฺสิตนฺติ หทเย นิสฺสิตํ ฯ อปานุทีติ นีหริ ฯ

สกฺโก ตาปสสฺส โอวาทํ ทตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ตาปโส มหลฺลโก อโหสิ มิโค สามเณโร สกฺโก ปน อหเมวาติ ฯ

มิคโปตกชาตกํ ทุติยํ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๗๑. ทีฆีติโกสลชาดกชาดกถัดไป๓๗๓. มูสิกชาดก