ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. วัฏฏกชาดก
ชาดกที่ ๓๙๔ · ฉักกนิบาตชาดก · ขุรปุตตวรรค

วัฏฏกชาดก

ว่าด้วยการทำให้เกิดความสุข

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๙๕๗ · บรรทัด ๔๒๓๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากวัฏฏกชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาเมื่อประทับอยู่ ณ พระวิหารเชตวัน ทรงปรารภภิกษุเหลวไหลรูปหนึ่ง จึงตรัสเรื่องนี้ มีคำเริ่มต้นว่า ปณีตํ ดังนี้.

พระศาสดาตรัสถามเธอว่า ได้ทราบว่า เธอเป็นคนเหลวไหลจริงหรือ ? เมื่อภิกษุนั้นกราบทูลว่า จริงพระพุทธเจ้าค่ะ จึงตรัสว่าดูก่อนภิกษุ ไม่ใช่เฉพาะเวลานี้เท่านั้น แม้เมื่อก่อนเธอก็เป็นคนเหลวไหลเหมือนกัน ก็แหละเพราะเป็นผู้เหลวไหลนั่นเอง เธอไม่อิ่มในซากศพช้าง ซากศพโค ซากศพม้า และซากศพคนทั้งหลายในเมืองพาราณสี จึงเข้าไปสู่ป่า ด้วยคิดว่า เราจักได้ยิ่ง ๆ ขึ้นไป ดังนี้แล้วจึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :-

ในอดีตกาล เมื่อพระจ้าพรหมทัตครองราชสมบัติอยู่ในนครพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในกำเนิดนกกระจาบมีหญ้าและพืชที่หยาบ ๆเป็นอาหาร อาศัยอยู่ในป่า. ครั้งนั้น ในเมืองพาราณสีมีกาเหลวไหลตัวหนึ่ง ไม่อิ่มด้วยซากศพมีช้างเป็นต้น คิดว่า เราจักได้รับอาหารมากยิ่งไปกว่านี้ จึงเข้าป่าไปกินผลไม้น้อยใหญ่ เห็นพระโพธิสัตว์ คิดว่านกกระจาบตัวนี้มีร่างอวบอ้วนเหลือเกิน เห็นจะกินเหยื่ออร่อย เราจักถามถึงเหยื่อของนกกระจาบตัวนั้น กินเหยื่อนั้นแล้วจะได้อ้วน แล้วจึงเกาะอยู่ที่กิ่งไม้เบื้องบนพระโพธิสัตว์ แล้วถามพระโพธิสัตว์ว่า เจ้านกกระจาบผู้จำเริญ เจ้ากินอาหารที่ประณีตหรือไร จึงได้มีร่างอวบอ้วน ? พระโพธิสัตว์ถูกกาเหลวไหลถาม เมื่อจะทำปฏิสันถารกับกานั้น จึงกล่าวคาถาที่ ๑ ว่า :-

พ่อลุงกา ลุงกินอาหารประณีตกับเนยใส และน้ำมัน แต่เหตุไรเล่าหนอ ลุงจึงผอม ?

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ภตฺตํ ได้แก่ ภัตที่เขาเตรียมไว้ตามทำนองโภชนะของคนทั้งหลาย . พระโพธิสัตว์ร้องเรียกกานั้นว่ามาตุละ ด้วยการร้องเรียกด้วยความรัก. บทว่า กิโส คือผอม ได้แก่มีเนื้อและเลือดน้อย.

กาได้ฟังคำของนกกระจาบนั้นแล้ว จึงได้กล่าวคาถา ๓ คาถาว่า :-

นกกระจาบเมื่อกาอยู่ในท่ามกลางศัตรู แสวงหาเหยื่อในหมู่มิตร มีจิตใจหวาดระแวง เป็นนิตย์ จะมีความอ้วนมาจากไหน กาทั้ง หลายหวาดระแวงอยู่เป็นนิตย์ ก้อนข้าวที่กา ได้มาด้วยกรรมอันเลวทราม ไม่ยังกาให้เอิบอิ่ม ด้วยเหตุนั้น เราจึงผอม. ดูก่อนนกกระจาบ ส่วนเจ้ากินแต่หญ้า และพืชที่หยาบ ๆ มีรสอร่อยน้อย แต่เหตุไร เล่าหนอ เจ้าจึงอ้วน ?

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ทฬฺหิยํ ความว่า สำหรับเราผู้เป็นกาจะมีความมั่นคงมาจากไหน อธิบายว่า จะอ้วนมาจากไหน. บทว่า อุพฺพิคฺคิโน ได้แก่ หวาดระแวงอยู่. คำว่า ธงฺโก เป็นชื่อของกาทั้งหลายนั่นเอง. บทว่า ปาเปน กมฺมุนา ลทฺโธ ความว่า ก้อนข้าวที่กาได้มาด้วยกรรมที่เลวทราม คือแย่งชิงเอาของผู้อื่นมา. บทว่า นปิเณติ ความว่า ไม่เอิบอิ่ม. บทว่า เตนสฺมิ ความว่า เพราะเหตุนั้นข้าพเจ้าจึงผอม. บทว่า อปฺปเสฺนหานิ ได้แก่ มีโอชะหย่อน. กาแม้เป็นผู้สำคัญว่า นกกระจาบกินเหยื่อประณีต เมื่อจะถามถึงเหยื่อตามปกติของนกกระจาบทั้งหลาย กะพระโพธิสัตว์ จึงกล่าวคำนี้.

พระโพธิสัตว์ได้ฟังคำนั้นแล้ว เมื่อจะบอกเหตุที่ตนอ้วน จึงได้กล่าวคาถาเหล่านี้ว่า :-

ลุงกา ข้าพเจ้ายังอัตภาพให้เป็นไป เลี้ยงชีพด้วยเหยื่อนั้น ที่ได้ได้มาแล้ว เพราะ มักน้อย คิดน้อย และไปหากินไม่ไกล จึง อ้วน เพราะว่า คนผู้มักน้อย มีความสุขแบบ พระอริยเจ้าผู้คิดน้อย มีประมาณอาหารที่รับ พอดีแล้ว ย่อมมีพฤติกรรมที่ควรอวดอ้างได้ดี.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อปฺปิจฺฉา ความว่า เพราะมีความมักน้อยในอาหารทั้งหลาย คือเพราะไม่มีตัณหา อีกอย่างหนึ่ง อธิบายว่าเพราะต้องการอาหาร โดยยังอัตภาพให้เป็นไปอย่างเดียว. บทว่า อปฺปจินฺตาย ความว่า เพราะไม่มีความคิดถึงอาหารอย่างนี้ว่า วันนี้เราจักได้อาหารที่ไหน พรุ่งนี้ที่ไหน. บทว่า อวิทูรคมเนน จ ความว่าและเพราะการไปในที่ไม่ไกล โดยคิดว่า เราจักได้อาหารอร่อย ในที่ชื่อโน้น. บทว่า ลทฺธาลทฺเธน ความว่า ด้วยอาหารที่ได้แล้วนั้นแหละ จะเลวหรือประณีตก็ไม่ว่า. บทว่า ถูโล เตนสฺมิ ความว่าข้าพเจ้าอ้วนด้วย เพราะเหตุ ๔ อย่างนั้น. พระโพธิสัตว์ร้องเรียกกาว่าวายสะ. บทว่า อปฺปจินฺตี มีวิเคราะห์ว่า ความสุขของพระอริยเจ้าทั้งหลาย ผู้เว้นจากความคิดมากเกินไปในอาหาร ชื่อว่า ผู้มีความคิดน้อยมีอยู่แก่ผู้นั้น เหตุนั้นผู้นั้นจึงชื่อว่า มีความสุขแบบพระอริยเจ้าผู้คิดน้อยของผู้ประกอบด้วยความสุขเช่นนั้นนั้น. บทว่า สุสงฺคหิตปฺปมาณสฺส ความว่า ผู้มีประมาณแห่งอาหารที่รับไว้ด้วยดีแล้วอย่างนี้ว่า เรากินแล้วจักสามารถย่อยได้ตลอดเวลาเพียงเท่านี้. บทว่า วุตฺตี สุสมุทานิยาความว่า ความเป็นไปแห่งชีวิตของบุคคลนี้ สามารถเพื่อจะอวดอ้างได้คือเป็นไปได้ด้วยดีทีเดียว หมายความว่า เพื่อเกิดขึ้นโดยง่ายดาย.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประกาศสัจธรรมทั้งหลาย แล้วทรงประชุมชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจธรรมภิกษุผู้เหลวไหลตั้งอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว. กาในครั้งนั้น ได้แก่ ภิกษุผู้เหลวไหลในบัดนี้ ส่วนนกกระจาบ ได้แก่ เราตถาคตนั่นเอง.

จบ อรรถกถาวัฏฏกชาดกที่ ๙

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๑๙๕–๑๙๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ฉักกนิบาตชาดก · ๒๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

วฏฺฏกชาตกํ

ปณีตนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ โลลภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ตํ สตฺถา สจฺจํ กิร ตฺวํ โลโลติ ปุจฺฉิตฺวา อาม ภนฺเตติ วุตฺเต น โข ภิกฺขุ อิทาเนว ปุพฺเพปิ ตฺวํ โลโลเยว โลลตาเยว จ ปน พาราณสิยํ หตฺถิควาสฺสปุริสกุณเปหิ อติตฺโต อุตฺตริตรํ ลภิสฺสามีติ อรญฺญํ ปวิฏฺโฐสีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต วฏฺฏกโยนิยํ นิพฺพตฺติตฺวา อรญฺเญ ลูขติณวีชาหาโร วสิ ฯ ตทา พาราณสิยํ เอโก โลลกาโก หตฺถิกุณปาทีหิ อติตฺโต อิโต อุตฺตริตรํ ลภิสฺสามีติ อรญฺญํ ปวิสิตฺวา ผลาผลานิ ขาทนฺโต โพธิสตฺตํ ทิสฺวา อยํ วฏฺฏโก อติวิย ถูลสรีโร มธุรโคจรํ ขาทติ มญฺเญ เอตสฺส โคจรํ ปุจฺฉิตฺวา ตํ ขาทิตฺวา อหํ ถูโล ภวิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา โพธิสตฺตสฺส อุปริภาเค สาขาย นิลียิตฺวา โพธิสตฺตํ ปุจฺฉติ โภ วฏฺฏก กึ นาม ปณีตาหารํ ภุญฺชสิ ถูลสรีโร อโหสีติ ฯ โพธิสตฺโต เตน ปุจฺฉิโต เตน สทฺธึ ปฏิสนฺถารํ กโรนฺโต ปฐมํ คาถมาห

ปณีตํ ภุญฺชเส ภตฺตํ สปฺปิเตลญฺจ มาตุล

อถ เกน นุ วณฺเณน กิโส ตฺวมสิ วายสาติ ฯ

ตตฺถ ภตฺตนฺติ มนุสฺสานํ โภชิยมานปฏิยาทิตภตฺตํ ฯ มาตุลาติ ตํ ปิยสมุทาจาเรนาลปติ ฯ กิโสติ อปฺปมํสโลหิโต ฯ

ตสฺส วจนํ สุตฺวา กาโก ติสฺโส คาถา อภาสิ

อมิตฺตมชฺเฌ วสโต เตสุ อามิสเมสโต

นิจฺจํ อุพฺพิคฺคหทยสฺส กุโต กากสฺส ทฬฺหิยํ ฯ

นิจฺจํ อุพฺพิคฺคิโน กากา ธงฺโก ปาเปน กมฺมุนา

ลทฺโธ ปิณฺโฑ น ปีเณติ กิโส เตนสฺมิ วฏฺฏก ฯ

ลูขานิ ติณวีชานิ อปฺปเสฺนหานิ ภุญฺชสิ

อถ เกน นุ วณฺเณน ถูโล ตฺวมสิ วฏฺฏกาติ ฯ

ตตฺถ ทฬฺหิยนฺติ เอวรูปสฺส มยฺหํ กากสฺส กุโต ทฬฺหิภาโว ฯ กุโต ถูลนฺติ อตฺโถ ฯ อุพฺพิคฺคิโนติ อุพฺเพคฺควนฺโต ฯ ธงฺโกติ กากานเมว นามํ ฯ ปาเปน กมฺมุนา ลทฺโธติ กาเกน ปรสนฺตกวิลุมฺปน- สงฺขาเตน ปาปกมฺเมน ลทฺโธ ปิณฺโฑ ฯ น ปีเณตีติ น ตปฺเปติ ฯ เตนสฺมีติ เตน การเณนาหํ กิโส อสฺมิ ฯ อปฺปเสฺนหานีติ มนฺทโอชานิ ฯ อิทํ กาโก โพธิสตฺตํ ปณีตโคจรํ ขาทตีติ สญฺญี หุตฺวาปิ วฏฺฏกานํ ปกติโคจรํ ปุจฺฉนฺโต อาห ฯ

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต อตฺตโน ถูลภาวการณํ กเถนฺโต อิมา คาถา อภาสิ

อปฺปิจฺฉา อปฺปจินฺตาย อวิทูรคเมน จ

ลทฺธาลทฺเธน ยาเปนฺโต ถูโล เตนสฺมิ วายส ฯ

อปฺปิจฺฉสฺส หิ โปสสฺส อปฺปจินฺติสุขสฺส จ

สุสงฺคหิตปฺปมาณสฺส วุตฺตี สุสมุทานิยาติ ฯ

ตตฺถ อปฺปิจฺฉาติ อาหาเรสุ อปฺปิจฺฉตาย นิตฺตณฺหตาย เกวลํ สรีรยาปนวเสน วา อาหารตฺถายาติ อตฺโถ ฯ อปฺปจินฺตายาติ อชฺช อหํ อาหารํ ลภิสฺสามิ เสฺว กหนฺติ เอวํ อาหารจินฺตาย อภาเวน ฯ อวิทูรคเมน จาติ อสุกสฺมึ นาม ฐาเน มธุรํ ลภิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อวิทูเร คมเนน จ ฯ ลทฺธาลทฺเธนาติ ลูขํ วา โหตุ ปณีตํ วา ยํ ลทฺธํ เตเนว ฯ ถูโล เตนสฺมีติ เตน จตุพฺพิเธน การเณน ถูโลสฺมิ ฯ วายสาติ กากํ อาลปติ ฯ อปฺปจินฺตีติ อาหาเร อติจินฺตา- รหิตานํ อปฺปจินฺตีนํ อริยานํ สุขํ อสฺส อตฺถีติ อปฺปจินฺติสุโข ตสฺส ตาทิเสน สุเขน สมนฺนาคตสฺส ฯ สุสงฺคหิตปฺปมาณสฺสาติ เอตฺตกํ กาลํ ภุญฺชิตฺวา ชีราเปตุํ สกฺขิสฺสามีติ เอวํ สุฏฺฐุ สงฺคหิตาหารปฺ- ปมาณสฺส ฯ วุตฺตี สุสมุทานิยาติ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส ชีวิตวุตฺติ สุเขน สกฺกา สมุทาเนตุํ สุสํวตฺตนิยาว นิพฺพตฺติยาติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ สจฺจปริโยสาเน โลลภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา กาโก โลลภิกฺขุ อโหสิ วฏฺฏโก ปน อหเมวาติ ฯ

วฏฺฏกชาตกํ นวมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๙

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๓๙๓. วิฆาสาทชาดกชาดกถัดไป๓๙๕. มณิชาดก