ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. เสนกชาดก
ชาดกที่ ๔๐๒ · สัตตกนิบาตชาดก · กุกกุวรรค

เสนกชาดก

ว่าด้วยผู้มีปัญญาช่วยคนอื่นได้

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๐๑๔ · บรรทัด ๔๔๑๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากเสนกชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

ก็แหละ ครั้นถวายสดุดีพระราชา แล้วพราหมณ์ได้หยิบเอาเงิน๗๐๐ กหาปณะออกมาจากไถ้ ประสงค์จะสดุดีพระมหาสัตว์ให้ความชื่นชม จึงกล่าวคาถา ๑ กับครั้งคาถาว่า :-

ท่านเป็นผู้เปิดเครื่องปิดบังออกได้หรือ อย่างไร จึงเห็นของทุกอย่าง ข้าแต่ท่าน พราหมณ์ ญาณของท่านเป็นญาณที่น่าพิศวงนัก ทรัพย์เหล่านี้ของข้าพเจ้ามีอยู่ ๗๐๐ กหาปณะ ขอท่านจงรับเอาทั้งหมดเถิด ข้าพเจ้าขอมอบ ให้ท่าน เพราะว่า วันนี้ข้าพเจ้าได้ชีวิตไว้ เพราะ ท่าน อีกโสดหนึ่ง ท่านก็ได้ทำความสวัสดี ให้แก่ภรรยาของข้าพเจ้าด้วย.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วิวฏฺฏจฺฉโท นุ สิ สพฺพทสฺสี ความว่า พราหมณ์ถามด้วยอำนาจการสดุดีว่า ท่านเป็นสัพพัญญูพุทธเจ้าผู้ทรงเปิดเครื่องปกปิดในอาการของธรรมทุกอย่าง คือทรงเป็นผู้มีธรรมที่ควรรู้ อันเปิดเผยแล้วหรืออย่างไร บทว่า าณํ นุ เต พฺราหมฺมณ ภึสรูปํ ความว่า ข้าแต่ท่านพราหมณ์ เมื่อท่านเป็นผู้รู้ทุกสิ่ง ญาณของท่านเป็นญาณที่พิลึกเหลือเกิน คือมีกำลังเหมือนสัพพัญญุตญาณ. บทว่า ตยา หิ เม ความว่า วันนี้ข้าพเจ้าได้ชีวิตมา เพราะท่านให้. บทว่า อโถปิ ภริยายมกาสิ โสตฺถึ ความว่าอีกโสดหนึ่ง ท่านเองก็ได้ทำความสวัสดีแก่ภรรยาของผม. พราหมณ์นั้น ครั้นพูดอย่างนี้แล้ว ก็อ้อนวอนพระโพธิสัตว์แล้วอ้อนวอนอีกว่าถ้าหากมีทรัพย์แสนหนึ่งไซร้ ข้าพเจ้าก็ต้องให้ทีเดียว. แต่ทรัพย์ของข้าพเจ้ามีเพียงเท่านี้เท่านั้น ขอท่านจงรับทรัพย์ ๗๐๐ กหาปณะเหล่านี้เถิด.

พระโพธิสัตว์ ครั้นได้ยินคำนั้น แล้วจึงกล่าวคาถาที่ ๘ ว่า :บัณฑิตทั้งหลายจะไม่รับค่าจ้าง เพราะ คาถาทั้งหลายที่ไพเราะที่ตนกล่าวดีแล้ว ดูก่อน พราหมณ์ ท่านจงให้ทรัพย์ของท่านได้แต่ เพียงนี้ วางใกล้เท้า แล้วจงรับเอาไปยังที่อยู่ ของตนเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เวตฺตนํ ได้แก่ สินจ้าง. อีกอย่างหนึ่ง ปาฐะก็เป็น เวตนํ นี้เหมือนกัน. บทว่า อิโตปิ เต พฺราหฺมณ ความว่า ดูก่อนพราหมณ์ ท่านจงให้ทรัพย์ของท่านแต่แทบเท้าของเรา. บทว่า วิตฺตํ อาทาย ตฺวํ คจฺฉ มีเนื้อความว่า ท่านจงถือเอาทรัพย์จำนวนอื่นอีก ๓๐๐ กหาปณะจากทรัพย์จำนวน ๗๐๐ นี้ รวมเป็น๑,๐๐๐ กหาปณะ แล้วไปที่อยู่ของตนเถิด.

ก็แหละ พระมหาสัตว์ครั้นพูดอย่างนี้ แล้วก็ให้กหาปณะแก่พราหมณ์เต็มพันแล้วถามว่า พราหมณ์ ใครส่งท่านมาหาขอทรัพย์ ?

พ. ภรรยาของผม ท่านบัณฑิต. ม. ก็ภรรยาของท่าน แก่หรือสาว ? พ. สาว ท่านบัณฑิต.

ม. ถ้าอย่างนั้น เขาคงประพฤติอนาจารกับชายอื่น จึงส่งท่านไป ด้วยหมายใจว่า จักได้ประพฤติอนาจารปลอดภัย พระมหาสัตว์บอกว่า ถ้าหากท่านนำกหาปณะเหล่านี้ไปถึงเรือนแล้วไซร้ นางจักให้กหาปณะที่ท่านได้มาด้วยความลำบากแก่ชู้ของตน. เพราะฉะนั้น ท่านอย่าตรงไปบ้านทีเดียว ควรเก็บกหาปณะไว้ที่ควงไม้หรือที่ใดที่หนึ่งนอกบ้าน แล้วจึงเข้าไป ดังนี้ แล้วจึงส่งเขาไป. พราหมณ์นั้นไปใกล้บ้านแล้วเก็บกหาปณะไว้ใต้ควงไม้ต้นหนึ่ง แล้วจึงได้ไปบ้านในเวลาเย็น. ขณะนั้น ภรรยาของเขาได้นั่งอยู่กับชายชู้. พราหมณ์ยืนที่ประตู แล้วกล่าวว่า น้องนาง. นางจำเสียงเขาได้จึงดับไฟปิดประตู เมื่อพราหมณ์เข้าข้างใน แล้วจึงนำชู้ออกไป ให้ยืนอยู่ริมประตู แล้วก็เข้าบ้าน ไม่เห็นอะไรในไถ้ จึงถามว่า ท่านพราหมณ์ ท่านไปเที่ยวขอได้อะไรมา.

พ. ได้กหาปณะพันหนึ่ง. ภ. เก็บไว้ที่ไหน ? พ. เก็บไว้ที่โน้น พรุ่งนี้เช้าจึงจักเอามา อย่าคิดเลย.

นางไปบอกชายชู้. เขาจึงออกไปหยิบเอาเหมือนของที่ตนเก็บไว้เอง. ในวันรุ่งขึ้นพราหมณ์ไปแล้วไม่เห็นกหาปณะ จึงไปหาพระโพธิสัตว์ เมื่อถูกถามว่า เรื่องอะไร พราหมณ์ ? จึงบอกว่า ข้าพเจ้าไม่เห็นกหาปณะ ท่านบัณฑิต.

ม. ก็ท่านบอกภรรยาของท่านละสิ. พ. ถูกแล้ว ท่านบัณฑิต.

พระมหาสัตว์ก็รู้ว่า นางนั้นบอกชายชู้จึงถามว่า ดูก่อนพราหมณ์ก็ภรรยาของท่าน มีพราหมณ์ประจำตระกูลไหม ?

พ. มี ท่านบัณฑิต. ม. ฝ่ายท่านล่ะ มีไหม. พ. มี ท่านบัณฑิต.

จึงพระมหาสัตว์ได้ให้พราหมณ์ถวายเสบียงอาหารแก่พราหมณ์ประจำตระกูลนั้น เป็นเวลา ๗ วัน แล้วบอกว่า ไปเถิดท่าน วันแรกจงเชื้อเชิญพราหมณ์มารับประทาน ๑๔ คน คือ ฝ่ายท่าน ๗ คนฝ่ายภรรยา ๗ คน ตั้งแต่วันรุ่งขึ้นเป็นต้นไป ให้ลดลงวันละ ๑ คนในวันที่ ๗ จึงเชื้อเชิญ ๒ คน คือ ฝ่ายท่าน ๑ คน ฝ่ายภรรยาของท่าน ๑ คน จงรู้ไว้ จำไว้ว่า พราหมณ์คนที่ภรรยาของท่าน เชื้อเชิญมาตลอด ๗ วัน มาเป็นประจำ แล้วบอกข้าพเจ้า. พราหมณ์ทำตามนั้นแล้วจึงบอกแก่พระมหาสัตว์ว่า ข้าแต่ท่านบัณฑิต ข้าพเจ้ากำหนดพราหมณ์ผู้มารับประทานเป็นนิจไว้แล้ว. พระโพธิสัตว์ส่งบุรุษไปกับพราหมณ์นั้น ให้นำพราหมณ์คนนั้นมา แล้วถามว่า ท่านเอากหาปณะพันหนึ่งที่เป็นของพราหมณ์คนนี้ไปจากควงไม้ต้นโน้นหรือ ? พราหมณ์คนนั้นปฏิเสธว่า ผมไม่ได้เอาไป ท่านบัณฑิต. พระโพธิสัตว์บอกว่าท่านไม่รู้จักว่าเราเป็นเสนกบัณฑิต. เราจักให้ท่านนำกหาปณะมาคืน. เขากลัว จึงรับว่า ผมเอาไป.

ม. ท่านเอาไปเก็บไว้ที่ไหน. พ. เก็บไว้ ณ ที่นั้นนั่นเอง ท่านบัณฑิต.

พระโพธิสัตว์ จึงถามพราหมณ์ผู้เป็นสามีว่า พราหมณ์ หญิงคนนั้นนั่นเอง เป็นภรรยาของท่านหรือ ? หรือจักรับเอาคนอื่น

พ. เขานั่นแหละเป็นของผม ท่านบัณฑิต.

พระโพธิสัตว์ส่งคนไป ให้นำกหาปณะของพราหมณ์และนางพราหมณีมา แล้วบังคับให้รับกหาปณะจากมือของพราหมณ์ผู้เป็นโจรแก่พราหมณ์ ให้ลงพระราชอาชญาแก่พราหมณ์ผู้เป็นโจร เนรเทศออกจากพระนครไป และให้ลงพระราชอาชญาแก่พราหมณี ให้ยศใหญ่แก่พราหมณ์ แล้วให้อยู่ในสำนักของตนนั่นเอง.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา ทรงประกาศสัจธรรมทั้งหลาย แล้วทรงประชุมชาดกไว้ ในที่สุดแห่งสัจธรรม คนจำนวนมากได้ทำให้แจ้ง ซึ่งโสดาปัตติผล. พราหมณ์ในครั้งนั้น ได้แก่พระอานนท์ ในบัดนี้ รุกขเทวดา ได้แก่ พระสารีบุตร บริษัท ได้แก่พุทธบริษัท ส่วนเสนกบัณฑิต ได้แก่ เราตถาคตฉะนี้แล

จบ อรรถกถาเสนกชาดกที่ ๗

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๒๖๘–๒๘๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

สัตตกนิบาตชาดก · ๖๐ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๖๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

เสนกชาตกํ

วิพฺภนฺตจิตฺโตติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อตฺตโน ปญฺญา- ปารมึ อารพฺภ กเถสิ ฯ ปจฺจุปฺปนฺนวตฺถุํ อุมฺมงฺคชาตเก อาวีภวิสฺสติ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ ชนโก นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตทา โพธิสตฺโต พฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติ ฯ เสนกกุมาโรติสฺส นามํ กรึสุ ฯ โส วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา พาราณสิยํ ปจฺจาคนฺตฺวา ราชานํ ปสฺสิ ฯ ราชา ตํ อมจฺจฏฺฐาเน ฐเปสิ มหนฺตญฺจสฺส ยสํ อนุปฺปทาสิ ฯ โส รญฺโญ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาสิ ฯ มธุรกโถ ธมฺมกถิโก หุตฺวา ราชานํ ปญฺจสุ สีเลสุ ปติฏฺฐาเปตฺวา ทาเน อุโปสถกมฺเม จ ทสกุสลกมฺมปเถสูติ อิมาย กลฺยาณปฏิปทาย ปติฏฺฐาเปสิ ฯ สกลรฏฺเฐ พุทฺธานํ อุปฺปาทกาโล วิย อโหสิ ฯ ปกฺขทิวเสสุ ราชา จ อุปราชาทโย จ สพฺเพ สนฺนิปติตฺวา ธมฺมสภํ สชฺเชนฺติ ฯ มหาสตฺโต สชฺชิตธมฺมสภายํ สุรภิปลฺลงฺกมชฺฌคโต พุทฺธลีฬาย ธมฺมํ เทเสสิ ฯ พุทฺธานํ ธมฺมกถา- สทิสาวสฺส กถา โหติ ฯ อถญฺญตโร มหลฺลกพฺราหฺมโณ ธนภิกฺขํ จริตฺวา กหาปณสหสฺสํ ลภิตฺวา เอกสฺมึ พฺราหฺมณกุเล นิกฺขิปิตฺวา ปุน ภิกฺขํ จริสฺสามีติ คโต ฯ ตสฺส คตกาเล ตํ กุลํ กหาปเณ วลญฺเชติ ฯ โส อาคนฺตฺวา กหาปเณ อาหราเปสิ ฯ พฺราหฺมโณ กหาปเณ ทาตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตโน ธีตรํ ตสฺส ปาทปริจาริกํ กตฺวา อทาสิ ฯ พฺราหฺมโณ ตํ คเหตฺวา พาราณสิโต อวิทูเร เอกสฺมึ พฺราหฺมณคาเม วาสํ กปฺเปสิ ฯ อถสฺส ภริยา ทหรตาย กาเมสุ อติตฺตา อญฺเญน ตรุณพฺราหฺมเณน สทฺธึ มิจฺฉาจารํ จริ ฯ

โสฬส หิ อตปฺปิยวตฺถูนิ นาม ฯ กตมานิ โสฬส ฯ สาคโร สพฺพสวนฺตีหิ น ตปฺปติ ฯ อคฺคิ อุปาทาเนน น ตปฺปติ ฯ ราชา รชฺเชน น ตปฺปติ ฯ พาโล ปาเปหิ น ตปฺปติ ฯ อิตฺถี เมถุนธมฺเมน อลงฺกาเรน วิชายเนนาติ อิเมหิ ตีหิ น ตปฺปติ ฯ พฺราหฺมโณ มนฺเตหิ น ตปฺปติ ฯ ฌายี วิหารสมาปตฺติยา น ตปฺปติ ฯ เสโข อปจเยน น ตปฺปติ ฯ อปฺปิจฺโฉ ธุตงฺคคุเณน น ตปฺปติ ฯ อารทฺธวิริโย วิริยารมฺเภน น ตปฺปติ ฯ ธมฺมกถิโก สากจฺฉาย น ตปฺปติ ฯ วิสารโท ปริสาย น ตปฺปติ ฯ สทฺโธ สงฺฆุปฏฺฐาเนน น ตปฺปติ ฯ ทายโก ปริจฺจาเคน น ตปฺปติ ฯ ปณฺฑิโต ธมฺมสฺสวเนน น ตปฺปติ ฯ จตสฺโส ปริสา ตถาคตทสฺสเนน น ตปฺปนฺตีติ ฯ

สาปิ พฺราหฺมณี เมถุนธมฺเมน อติตฺตา ตํ พฺราหฺมณํ นีหริตฺวา วิสฺสฏฺฐา ปาปกมฺมํ กาตุกามา หุตฺวา เอกทิวสํ ทุมฺมนา นิปชฺชิตฺวา กึ โภตีติ วุตฺเต พฺราหฺมณ อหํ ตว เคเห กมฺมํ กาตุํ น สกฺโกมิ ทาสีทาสํ อาเนหีติ ฯ โภติ ธนํ เม นตฺถิ กึ ทตฺวา อาเนมีติ ฯ ภิกฺขํ จริตฺวา ธนํ ปริเยสิตฺวา อาเนหีติ ฯ เตนหิ โภติ ปาเถยฺยํ เม สชฺเชหีติ ฯ สา ตสฺส พทฺธสตฺตุํ อพทฺธสตฺตุํ จมฺมปสิพฺพกํ ปูเรตฺวา อทาสิ ฯ พฺราหฺมโณ คามนิคมราชธานีสุ จรนฺโต สตฺต กหาปณสตานิ ลภิตฺวา อลํ เม เอตฺตกํ ธนํ ทาสทาสีมูลายาติ นิวตฺติตฺวา อตฺตโน คามํ อาคจฺฉนฺโต เอกสฺมึ อุทกผาสุกฏฺฐาเน ปสิพฺพกํ มุญฺจิตฺวา สตฺตุํ ขาทิตฺวา ปสิพฺพกมุขํ อพนฺธิตฺวาว ปานียํ ปิวิตุํ โอติณฺโณ ฯ อเถกสฺมึ รุกฺขสุสิเร เอโก กณฺหสปฺโป สตฺตุคนฺธํ ฆายิตฺวา ปสิพฺพกํ ปวิสิตฺวา โภคํ อาภุญฺชิตฺวา สตฺตุํ ขาทนฺโต นิปชฺชิ ฯ พฺราหฺมโณ อาคนฺตฺวา ปสิพฺพกสฺส อพฺภนฺตรํ อโนโลเกตฺวา ปสิพฺพกํ พนฺธิตฺวา อํเสน กตฺวา ปายาสิ ฯ อนฺตรามคฺเค เอกสฺมึ รุกฺเข นิพฺพตฺตเทวตา ขนฺธวิฏเป ฐตฺวา พฺราหฺมณ สเจ อนฺตรามคฺเค วสิสฺสสิ สยํ มริสฺสสิ สเจ อชฺช ฆรํ คมิสฺสสิ ภริยา เต มริสฺสตีติ วตฺวา อนฺตรธายิ ฯ โส โอโลเกนฺโต เทวตํ อทิสฺวา ภีโต มรณภเยน ตชฺชิโต โรทนฺโต ปริเทวนฺโต พาราณสีนครทฺวารํ สมฺปาปุณิ ฯ ตทา จ ปนฺนรสุโปสโถ โหติ อลงฺกตธมฺมาสเน นิสีทิตฺวา โพธิ- สตฺตสฺส ธมฺมกถนทิวโส ฯ มหาชนา คนฺธปุปฺผหตฺถา วคฺควคฺคา หุตฺวา ธมฺมกถํ โสตุํ คจฺฉนฺติ ฯ พฺราหฺมโณ ตํ ทิสฺวา กหํ คจฺฉถ ตาตาติ ปุจฺฉิ ฯ พฺราหฺมณ อชฺช เสนกปณฺฑิโต มธุเรน สเรน พุทฺธลีฬาย ธมฺมํ เทเสติ กึ ตฺวํปิ น ชานาสีติ วุตฺเต จินฺเตสิ ปณฺฑิโต กิร ธมฺมกถิโก อหญฺจมฺหิ มรณภยตชฺชิโต ปณฺฑิโต โข ปน มหนฺตํปิ โสกํ นีหริตุํ สกฺโกติ มยาปิ ตตฺถ คนฺตฺวา ธมฺมํ โสตุํ วฏฺฏตีติ ฯ โส เตน สทฺธึ ตตฺถ คนฺตฺวา มหาสตฺตํ ปริวาเรตฺวา นิสินฺนาย สราชิกาย ปริสาย ปริยนฺเต สตฺตุปสิพฺพเกน ขนฺธคเตน ธมฺมาสนโต อวิทูเร มรณภยภีโต โรทมาโน อฏฺฐาสิ ฯ มหาสตฺโต อากาสคงฺคํ โอตาเรนฺโต วิย อมตวสฺสํ วสฺสนฺโต วิย จ ธมฺมํ เทเสติ ฯ มหาชโน สญฺชาตโสมนสฺโส สาธุการํ ทตฺวา ธมฺมํ อสฺโสสิ ฯ ปณฺฑิตา จ นาม ทิสาจกฺขุกา โหนฺติ ฯ ตสฺมึ ขเณ มหาสตฺโต ปสนฺนานิ ปญฺจปฺปสาทานิ อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา สมนฺตโต ปริสํ โอโลเกนฺโต ตํ พฺราหฺมณํ ทิสฺวา จินฺเตสิ อยํ เอตฺตกา ปริสา โสมนสฺสชาตา สาธุการํ ทตฺวา ธมฺมํ สุณาติ ฯ อยํ ปเนโก พฺราหฺมโณ โทมนสฺสปฺปตฺโต โรทติ ฯ เอตสฺส อพฺภนฺตเร อสฺสุชนนสมตฺเถน โสเกน ภวิตพฺพํ ฯ ตมฺพสฺส อมฺพิเลน ปหริตฺวา อมฺพผลปาตนํ วิย ปทุมปตฺตโต อุทกพินฺทุ วิย วินิวตฺเตตฺวา เอตฺเถว นํ นิสฺโสกํ ตุฏฺฐมานสํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ ฯ โส ตํ อามนฺเตตฺวา พฺราหฺมณ เสนกปณฺฑิโต นามาหํ อิทาเนว ตํ นิสฺโสกํ กริสฺสามิ วิสฺสฏฺโฐ กเถหีติ เตน สทฺธึ สลฺลปนฺโต ปฐมํ คาถมาห

วิพฺภนฺตจิตฺโต กุปิตินฺทฺริโยสิ

เนตฺเตหิ เต วาริคณา สวนฺติ

กินฺเต นฏฺฐํ กึ ปน ปตฺถยาโน

อิธาคมา พฺราหฺมณ อิงฺฆ พฺรูหีติ ฯ

ตตฺถ กุปิตินฺทฺริโยสีติ จกฺขุนฺทฺริยเมว สนฺธาย กุปิตินฺทฺริโยสีติ อาห ฯ วาริคณาติ อสฺสุพินฺทูนิ ฯ อิงฺฆาติ โจทนตฺเถ นิปาโต ฯ ตํ หิ มหาสตฺโต โจทนฺโต เอวมาห พฺราหฺมณ สตฺตา นาม ทฺวีหิ การเณหิ โสจนฺติ ปริเทวนฺติ สตฺตสงฺขาเรสุ กิสฺมิญฺจิเทว ปิยญาติเก นฏฺเฐ วา กิญฺจิเทว ปิยญาติกํ ปตฺเถตฺวา อลภนฺตา วา ตตฺถ กินฺเต นฏฺฐํ กึ ปน ปตฺถยนฺโต ตฺวํ อิธาคโต อิทํ เม ขิปฺปํ พฺรูหีติ ฯ

อถสฺส อตฺตโน โสกการณํ กเถนฺโต พฺราหฺมโณ ทุติยํ คาถมาห

มิยฺเยถ ภริยา วชโต มมชฺช

อคจฺฉโต มรณมาห ยกฺโข

เอเตน ทุกฺเขน ปเวธิโตสฺมิ

อกฺขาหิ เม เสนก เอตมตฺถนฺติ ฯ

ตตฺถ วชโตติ เคหํ คจฺฉนฺตสฺส ฯ อคจฺฉโตติ อคจฺฉนฺตสฺส ฯ ยกฺโขติ อนฺตรามคฺเค เอกา รุกฺขเทวตา เอวมาหาติ วทติ ฯ สา กิร เทวตา ปสิพฺพเก เต พฺราหฺมณ กณฺหสปฺโปติ อนาจิกฺขนฺตี โพธิสตฺตสฺส ญาณานุภาวปฺปกาสนตฺถํ นาจิกฺขิ ฯ เอเตน ทุกฺเขนาติ คจฺฉโต ภริยาย มรณทุกฺเขน อคจฺฉโต อตฺตโน มรณทุกฺเขน เอเตนสฺมิ ปเวธิโต ผนฺทิโต กมฺปิโต ฯ เอตมตฺถนฺติ เอตํ การณํ เยน เม การเณน คจฺฉโต ภริยาย มรณํ อคจฺฉโต อตฺตโน มรณํ โหติ เอตํ เม การณํ อกฺขาหีติ อตฺโถ ฯ

มหาสตฺโต พฺราหฺมณสฺส วจนํ สุตฺวา สมุทฺทมตฺถเก ชาลํ ขิปนฺโต วิย ญาณชาลํ ปตฺถริตฺวา อิเมสํ สตฺตานํ พหูนิ มรณการณานิ สมุทฺเท นิมุคฺคาปิ มรนฺติ ตตฺถ พาลมจฺเฉหิ คหิตาปิ คงฺคาย ปติตาปิ ตตฺถ สุํสุมาเรน คหิตาปิ รุกฺขโต ปติตาปิ กณฺฐเกน วิทฺธาปิ นานปฺปกาเรหิ อาวุเธหิ ปหตาปิ วิสํ ขาทิตฺวาปิ อุพฺพตฺติตฺวา ปปาเต ปติตาปิ อติสีตาทีหิ นานปฺปกาเรหิ วา โรเคหิ อุปทฺทูตาปิ มรนฺติเยว เอวํ พหูสุ มรณการเณสุ กตเรน นุ โข การเณน อชฺเชส พฺราหฺมโณ อนฺตรามคฺเค วสนฺโต สยํ มริสฺสติ เคหมสฺส วชโต ภริยา มริสฺสตีติ จินฺเตสิ จนฺเตนฺโต จ พฺราหฺมณสฺส ขนฺเธ ปสิพฺพกํ ทิสฺวา อิมสฺมึ ปสิพฺพเก เอเกน สปฺเปน ปวิฏฺเฐน ภวิตพฺพํ ปวิสนฺโต จ ปน โส สปฺโป อิมสฺมึ พฺราหฺมเณ ปาตราสสมเย สตฺตุํ ขาทิตฺวา ปสิพฺพกมุขํ อพนฺธิตฺวาว ปานียํ ปาตุํ คเต สตฺตุคนฺเธน ปวิฏฺโฐ ภวิสฺสติ พฺราหฺมโณ ปานียํ ปิวิตฺวา อาคโต สปฺปสฺส ปวิฏฺฐภาวํ อชานิตฺวา ปสิพฺพกํ พนฺธิตฺวา อาทาย ปกฺกนฺโต ภวิสฺสติ สฺวายํ อนฺตรามคฺเค วสนฺโต สายํ วสนฏฺฐาเน สตฺตุํ ขาทิสฺสามีติ ปสิพฺพกํ มุญฺจิตฺวา หตฺถํ ปเวเสสฺสติ อถ นํ สปฺโป หตฺเถ ฑํสิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสติ อิทมสฺส อนฺตรามคฺเค วสนฺตสฺส มรณการณํ สเจ ปน เคหํ คจฺเฉยฺย ปสิพฺพโก ภริยาย หตฺถคโต ภวิสฺสติ สา อนฺโตภณฺฑํ โอโลเกสฺสามีติ ปสิพฺพกํ มุญฺจิตฺวา หตฺถํ ปเวเสสฺสติ อถ นํ สปฺโป ฑํสิตฺวา ชีวิตกฺขยํ ปาเปสฺสติ อิทมสฺส อชฺช เคหํ คตสฺส ภริยาย มรณการณนฺติ อุปายโกสลฺลญาเณเนว อญฺญาสิ ฯ อถสฺส เอตทโหสิ อิมินา กณฺหสปฺเปน สูเรน นิพฺภเยน ภวิตพฺพํ อยํ หิ พฺราหฺมณสฺส มหาผาสุกํ ปหรนฺโตปิ ปสิพฺพเก อตฺตโน จลนํ วา ผนฺทนํ วา น ทสฺเสสิ เอวรูปาย ปริสาย มชฺเฌปิ อตฺตโน อตฺถิภาวํ น ทสฺเสสิ ตสฺมา อิมินา กณฺหสปฺเปน สูเรน นิพฺกเยน ภวิตพฺพนฺติ อิทํปิ โส อุปายโกสลฺลญาเณเนว ทิพฺพจกฺขุนา ปสฺสนฺโต วิย อญฺญาสิ ฯ เอวํ สราชิกาย ปริสาย มชฺเฌ สปฺปํ ปสิพฺพเก ปเวสนฺตํ ทิสฺวา ฐิตปุริโส วิย มหาสตฺโต อุปายกุสลญาเณเนว ปริจฺฉินฺทิตฺวา พฺราหฺมณสฺส ปญฺหํ กเถนฺโต ตติยํ คาถมาห

พหูนิ ฐานานิ วิจินฺตยิตฺวา

ยเมตฺถ วกฺขามิ ตเทว สจฺจํ

มญฺญามิ เต พฺราหฺมณ สตฺตุภสฺตํ

อชานโต กณฺหสปฺโป ปวิฏฺโฐติ ฯ

ตตฺถ พหูนิ ฐานานีติ พหูนิ การณานิ ฯ วิจินฺตยิตฺวาติ ปฏิวิชฺฌิตฺวา จินฺตาวเสน ปตฺตปฏิเวโธ วิย หุตฺวา ฯ ยเมตฺถ วกฺขามีติ ยนฺเต อหํ เอเตสุ การเณสุ เอกํ การณํ วกฺขามิ ฯ ตเทว สจฺจนฺติ ตเทว ตถํ ทิพฺพจกฺขุนา ทิสฺวา กถิตสทิสํ ภวิสฺสตีติ ทีเปติ ฯ มญฺญามีติ สลฺลกฺเขมิ ฯ สตฺตุภสฺตนฺติ สตฺตุปสิพฺพกํ ฯ อชานโตติ อชานนฺตสฺเสว เอโก กณฺหสปฺโป ปวิฏฺโฐติ มญฺญามีติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา อตฺถิ เต พฺราหฺมณ ตสฺมึ ปสิพฺพเก สตฺตูติ ปุจฺฉิ ฯ อตฺถิ ปณฺฑิตาติ ฯ อชฺช ปาตราสเวลาย สตฺตุํ ขาทีติ ฯ อาม ปณฺฑิตาติ ฯ กตฺถ นิสีทิตฺวาติ ฯ อรญฺเญ รุกฺขมูลสฺมินฺติ ฯ สตฺตุํ ขาทิตฺวา ปานียํ ปาตุํ คจฺฉนฺโต ปสิพฺพกมุขํ น พนฺธีติ ฯ น พนฺธึ ปณฺฑิตาติ ฯ ปานียํ ปิวิตฺวา อาคโต ปสิพฺพกํ น โอโลเกตฺวา พนฺธีติ ฯ อโนโลเกตฺวา พนฺธึ ปณฺฑิตาติ ฯ พฺราหฺมณ ตว ปานียํ ปาตุํ คตกาเล อชานนฺตสฺเสว เต สตฺตุคนฺเธน ปสิพฺพกํ สปฺโป ปวิฏฺโฐติ มญฺญามิ เอตเมตฺถ อคโต ตฺวํ ตสฺมา ปสิพฺพกํ โอตาเรตฺวา ปริสมชฺเฌ ฐเปตฺวา ปสิพฺพกมุขํ โมเจตฺวา ปฏิกฺกมฺม ฐิโต เอกํ ทณฺฑกํ คเหตฺวา ปสิพฺพกํ ตาว ปหร ตโต ปตฺถฏผณํ สุสูติ สทฺทํ กตฺวา นิกฺขมนฺตํ กณฺหสปฺปํ ทิสฺวา นิกฺกงฺโข ภวิสฺสสีติ จตุตฺถํ คาถมาห

อาทาย ทณฺฑํ ปริสุมฺภ ภสฺตํ

ปสฺเสลมูคํ อุรคํ ทุชิวฺหํ

ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานิ

ภุชงฺคมํ ปสฺส ปมุญฺจ ภสฺตนฺติ ฯ

ตตฺถ ปริสุมฺภาติ ปหร ฯ ปสฺเสลมูคนฺติ เอลปคฺฆรนฺเตน มุเขน เอลมูคํ ปสิพฺพกโต นิกฺขมนฺตํ ทุชิวฺหํ อุรคํ ปสฺส ฯ ฉินฺทชฺช กงฺขํ วิจิกิจฺฉิตานีติ อตฺถิ นุ โข เม ปสิพฺพเก สปฺโป อุทาหุ นตฺถีติ กงฺขํ เจว ปุนปฺปุนํ อุปฺปชฺชมานานิ วิจิกิจฺฉิตานิ จ อชฺช ฉินฺท มยฺหํ สทฺทห อวิตถํ หิ เม พฺยากรณํ อิทาเนว นิกฺขมนฺตํ ภุชงฺคมํ ปสฺส ปมุญฺจ ภสฺตนฺติ ฯ

พฺราหฺมโณ มหาสตฺตสฺส กถํ สุตฺวา สํวิคฺโค ภยปฺปตฺโต ตถา อกาสิ ฯ สปฺโปปิ โภเค ทณฺเฑน ปหโฏ ปสิพฺพกมุขา นิกฺขมิตฺวา มหาชนํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ปญฺจมํ คาถมาห

สํวิคฺครูโป ปริสาย มชฺเฌ

โส พฺราหฺมโณ สตฺตุภสฺตํ ปมุญฺจิ

อถ นิกฺขมิ อุรโค อุคฺคเตโช

อาสีวิโส สปฺโป ผณํ กริตฺวาติ ฯ

สปฺปสฺส ผณํ กตฺวา นิกฺขนฺตกาเล มหาสตฺตสฺส สพฺพญฺญุ- พุทฺธสฺเสว พฺยากรณํ อโหสิ ฯ มหาชโน เจลุกฺเขปสหสฺสานิ ปวตฺเตสิ ฯ องฺคุลิโปฏนสหสฺสานิ ปริพฺภมึสุ ฯ ฆนเมฆวสฺสํ วิย สตฺตรตนวสฺสํ วสฺสิ ฯ สาธุการสหสฺสานิ ปวตฺตยึสุ ฯ มหาปฐวีภิชฺชน- สทฺโท วิย อโหสิ ฯ อิทํ ปน พุทฺธลีฬาย เอวรูปสฺส ปญฺหสฺส กถนนฺนาม เนว ชาติยา พลํ น โคตฺตกุลปฺปเทสยสธนานํ พลํ กสฺส ปเนตํ พลนฺติ ฯ ปญฺญาย พลํ ฯ ปญฺญวา หิ ปุคฺคโล วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อริยมคฺคทฺวารํ วิวริตฺวา อมตมหานิพฺพานํ ปวิสติ สาวกปารมึปิ ปจฺเจกโพธึปิ สมฺมาสมฺโพธึปิ ปฏิวิชฺฌติ ฯ อมตมหานิพฺพานสมฺปาปเกสุ หิ ธมฺเมสุ ปญฺญาว เสฏฺฐา อวเสสา ตสฺสา ปริวารา โหนฺติ ฯ เตเนตํ วุตฺตํ

ปญฺญา หิ เสฏฺฐา กุสลา วทนฺติ

นกฺขตฺตราชาริว ตารกานํ

สีลํ สิริญฺจาปิ สตญฺจ ธมฺโม

อนฺวายิกา ปญฺญวโต ภวนฺตีติ ฯ

เอวํ กถิเต ปน มหาสตฺเตน ปญฺเห เอโก อหิคุณฺฑิโก สปฺปสฺส มุขพนฺธํ กตฺวา สปฺปํ คเหตฺวา อรญฺเญ วิสฺสชฺเชสิ ฯ พฺราหฺมโณ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา ชยาเปตฺวา อญฺชลึ ปคฺคยฺห รญฺโญ ถุตึ กโรนฺโต อุปฑฺฒคาถมาห

สุลทฺธลาภา ชนกสฺส รญฺโญ

โย ปสฺสตี เสนกํ สาธุปญฺญนฺติ ฯ

ตสฺสตฺโถ โย สาธุปญฺญํ อุตฺตมปญฺญํ เสนกปณฺฑิตํ อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ปิยจกฺขูหิ ปสฺสิตุํ ลภติ ตสฺส รญฺโญ ชนกสฺส เอเต อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ ทสฺสนลาภา สุลทฺธลาภา วต เอเตน ลทฺเธสุ สพฺพลาเภสุ เอเต ลาภาว สุลทฺธา นามาติ ฯ

รญฺโญ ถุตึ กตฺวา ปน ปสิพฺพกโต สตฺต กหาปณสตานิ คเหตฺวา มหาสตฺตสฺส ถุตึ กตฺวา ตุฏฺฐิทายํ ทาตุกาโม ทิยฑฺฒคาถมาห

วิวฏฺฏจฺฉโท นุ สิ สพฺพทสฺสี

ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปํ

อิมานิ เม สตฺตสตานิ อตฺถิ

คณฺหาหิ สพฺพานิ ททามิ ตุยฺหํ ฯ

ตยา หิ เม ชีวิตมชฺช ลทฺธํ

อโถปิ ภริยายมกาสิ โสตฺถินฺติ ฯ

ตตฺถ วิวฏฺฏจฺฉโท นุ สิ สพฺพทสฺสีติ กินฺนุ โข ตฺวํ สพฺเพสุ ธมฺมากาเรสุ วิวฏฺฏจฺฉทโน วิวฏฺฏเญยฺยธมฺโม สพฺพญฺญู พุทฺโธติ ถุติวเสน ปุจฺฉติ ฯ ญาณํ นุ เต พฺราหฺมณ ภึสรูปนฺติ อุทาหุ อสพฺพญฺญุสฺสาปิ สโต ตว ญาณํ อติวิย ภึสรูปํ สพฺพญฺญุตญาณํ วิย พลวนฺติ ฯ ตยา หิ เมติ ตยา ทินฺนตฺตา อชฺช มยา ชีวิตํ ลทฺธํ ฯ อโถปิ ภริยายมกาสิ โสตฺถินฺติ อโถปิ เม ภริยาย ตฺวเมว โสตฺถึ อกาสิ ฯ อิติ โส วตฺวา สเจปิ สตสหสฺสํ ภเวยฺย ทเทยฺยเมวาหํ เอตฺตกเมว เม ธนํ อิมานิ สตฺตสตานิ คณฺหาติ ปุนปฺปุนํ โพธิสตฺตํ ยาจิ ฯ

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต อฏฺฐมํ คาถมาห

น ปณฺฑิตา เวตฺตนมาทิยนฺติ

จิตฺราหิ คาถาหิ สุภาสิตาหิ

อิโตปิ เต พฺราหฺมณ ททนฺตุ วิตฺตํ

อาทาย ตฺวํ คจฺฉ สกํ นิเกตนฺติ ฯ

ตตฺถ เวตฺตนนฺติ เวตนํ ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ อิโตปิ เต พฺราหฺมณาติ พฺราหฺมณ อิโต มม ปาทมูลโต ตุยฺหํ ธนํ ททนฺตุ ฯ วิตฺตํ อาทาย ตฺวํ คจฺฉาติ อิโต อญฺญานิ ตีณิ สตานิ คเหตฺวา สหสฺสภณฺฑิกํ อาทาย สกนิเวสนํ คจฺฉาหีติ อตฺโถ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา มหาสตฺโต พฺราหฺมณสฺส สหสฺสํ ปูราเปนฺโต กหาปเณ ทตฺวา พฺราหฺมณ เกน ตฺวํ ธนภิกฺขาย เปสิโตติ ปุจฺฉิ ฯ ภริยาย เม ปณฺฑิตาติ ฯ ภริยา ปน เต มหลฺลิกา ทหราติ ฯ ทหรา ปณฺฑิตาติ ฯ เตนหิ สา อญฺเญน สทฺธึ อนาจารํ กโรนฺตี นิพฺภยา หุตฺวา กริสฺสามีติ ตํ เปเสสิ สเจ อิเม กหาปเณ ฆรํ เนสฺสสิ สา เต ทุกฺเขน ลทฺธกหาปเณ อตฺตโน ชารสฺส ทสฺสติ ตสฺมา ตฺวํ อุชุกเมว เคหํ อคนฺตฺวา พหิคาเม รุกฺขมูเล วา ยตฺถกตฺถจิ วา กหาปเณ ฐเปตฺวา ปวิเสยฺยาสีติ วตฺวา ตํ อุยฺโยเชสิ ฯ โส คามสมีปํ คนฺตฺวา เอกสฺมึ รุกฺขมูเล กหาปเณ ฐเปตฺวา สายํ เคหํ อคมาสิ ฯ ภริยาปิสฺส ตสฺมึ ขเณ ชาเรน สทฺธึ นิสินฺนา โหติ ฯ พฺราหฺมโณ ทฺวาเร ฐตฺวา โภตีติ อาห ฯ สา ตสฺส สทฺทํ สลฺลกฺเขตฺวา ทีปํ นิพฺพาเปตฺวา ทฺวารํ วิวริตฺวา พฺราหฺมเณ อนฺโตปวิฏฺเฐ อิตรํ นีหริตฺวา ทฺวารมูเล ฐเปตฺวา เคหํ ปวิสิตฺวา ปสิพฺพเก กิญฺจิ อทิสฺวา พฺราหฺมณ กินฺเต ภิกฺขํ จริตฺวา ลทฺธนฺติ ปุจฺฉิ ฯ สหสฺสํ เม ลทฺธนฺติ ฯ กหํ ฐปิตนฺติ ฯ อสุกฏฺฐาเน นาม ฐปิตํ ปาโตว อาหริสฺสาม มา จินฺตยีติ ฯ สา คนฺตฺวา ชารสฺส อาจิกฺขิ ฯ โส นิกฺขมิตฺวา อตฺตนา ฐปิตํ วิย คณฺหิ ฯ พฺราหฺมโณ ปุนทิวเส คนฺตฺวา กหาปเณ อปสฺสนฺโต โพธิสตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา กึ พฺราหฺมณาติ วุตฺเต กหาปเณ น ปสฺสามิ ปณฺฑิตาติ อาห ฯ ภริยาย ปน เต อาจิกฺขีติ ฯ อาม ปณฺฑิตาติ ฯ มหาสตฺโต ตาย ชารสฺส อาจิกฺขิตภาวํ ญตฺวา อตฺถิ ปน เต พฺราหฺมณ ภริยาย กุลุปกพฺราหฺมโณติ ปุจฺฉิ ฯ อตฺถิ ปณฺฑิตาติ ฯ ตุยฺหํปิ อตฺถีติ ฯ อาม ปณฺฑิตาติ ฯ อถสฺส มหาสตฺโต สตฺตนฺนํ ทิวสานํ ปริพฺพยํ ทาเปตฺวา คจฺฉ ปฐมทิวเส ตว สตฺต ภริยาย เต สตฺตาติ จุทฺทส พฺราหฺมเณ นิมนฺเตตฺวา โภเชตฺวา ปุนทิวสโต ปฏฺฐาย เอเกกํ หาเปตฺวา สตฺตเม ทิวเส ตว เอกํ ภริยาย เต เอกนฺติ เทฺว พฺราหฺมเณ นิมนฺเตตฺวา ภริยาย เต สตฺตเม ทิวเส นิมนฺเตตฺวา พฺราหฺมณสฺส นิพทฺธํ อาคมนภาวํ ญตฺวา มยฺหํ อาโรเจหีติ อาห ฯ พฺราหฺมโณ ตถา กตฺวา สลฺลกฺขิโต เม ปณฺฑิต นิพทฺธํ ภุญฺชนกพฺราหฺมโณติ มหาสตฺตสฺส อาโรเจสิ ฯ โพธิสตฺโต เตน สทฺธึ ปุริเส เปเสตฺวา ตํ พฺราหฺมณํ อาณาเปตฺวา อสุกรุกฺขมูลโต เต อิมสฺส พฺราหฺมณสฺส สนฺตกํ กหาปณสหสฺสํ คหิตนฺติ ปุจฺฉิ ฯ น คณฺหามิ ปณฺฑิตาติ ฯ ตฺวํ มม เสนกปณฺฑิตภาวํ น ชานาสิ อาหราเปสฺสามิ เต กหาปเณติ ฯ โส ภีโต คหิตา เมติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ กินฺเต ฐปิตาติ ฯ ตตฺเถว ปณฺฑิต ฐปิตาติ ฯ โพธิสตฺโต พฺราหฺมณํ ปุจฺฉิ พฺราหฺมณ กินฺเต สาเยว ภริยา โหตุ อุทาหุ อญฺญํ คณฺหิสฺสสีติ ฯ สาเยว เม โหตุ ปณฺฑิตาติ ฯ โพธิสตฺโต มนุสฺเส เปเสตฺวา พฺราหฺมณสฺส กหาปเณ จ พฺราหฺมณิญฺจ อาณาเปตฺวา โจรพฺราหฺมณสฺส หตฺถโต กหาปเณ พฺราหฺมณสฺส ทาเปตฺวา อิตรสฺส ราชาณํ กาเรตฺวา นครา นีหราเปตฺวา พฺราหฺมณิ- ยาปิ ราชาณํ กาเรตฺวา พฺราหฺมณสฺส มหนฺตํ ยสํ ทตฺวา อตฺตโนเยว สนฺติเก วสาเปสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ สจฺจปริโยสาเน พหู โสตาปตฺติผลาทีนิ สจฺฉิกรึสุ ฯ ตทา พฺราหฺมโณ อานนฺโท อโหสิ รุกฺขเทวตา สารีปุตฺโต ปริสา พุทฺธปริสา เสนกปณฺฑิโต ปน อหเมวาติ ฯ

เสนกชาตกํ สตฺตมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๙

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๐๑. ทสรรณกชาดกชาดกถัดไป๔๐๓. อัฏฐิเสนชาดก