ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. กุมภการชาดก
ชาดกที่ ๔๐๘ · สัตตกนิบาตชาดก · คันธารวรรค

กุมภการชาดก

ว่าด้วยเหตุให้ประพฤติภิกขาจาริยวัตร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๐๕๗ · บรรทัด ๔๕๖๗ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากกุมภการชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

คาถาเหล่านั้นมีเนื้อความว่า ข้าแต่ท่านผู้เจริญ พระปัจเจกพุทธเจ้าผู้เป็นสังฆเถระนั้น เป็นพระราชาแห่งชนบทของชาวคันธาระทรงพระนามว่า กรกัณฑะในนครชื่อว่า ทันตปุระ องค์ที่ ๒ เป็นพระราชาแห่งชนบทของชาวคันธาระ ทรงพระนามว่า นัคคชิ ในตักกศิลานคร องค์ที่ ๓ เป็นพระราชาแห่งชนบทของชาววิเทหะ ทรงพระนามว่านิมิราชา ในนครมิถิลา องค์ที่ ๔ เป็นพระราชาแห่งชนบทของชาวอุตตรปัญจาละ ทรงพระนามว่า ทุมมุขะ ในนครกบิล. พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น ทรงละแคว้นทั้งหลายเห็นปานนี้แล้วเป็นผู้ไม่มีความห่วงใยทรงผนวชแล้ว. บทว่า สพฺเพปิเม ความว่า ก็พระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านี้ แม้ทั้งหมด ทรงเป็นผู้เสมอด้วยพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายในกาลก่อนผู้เป็นวิสุทธิเทพ เสด็จมารวมกันแล้ว. บทว่า อคฺคี ยถา ความว่า ไฟที่ลุกโชนแล้ว ย่อมสง่างามฉันใด. บทว่า ตเถวิเม ความว่า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายแม้เหล่านี้ ย่อมสง่างามด้วยคุณธรรมทั้งหลายมีศีลเป็นต้น ฉันนั้นเหมือนกัน อธิบายว่าแม้เราก็จักบวชเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น. นายช่างหม้อเรียกภรรยาว่า ภัคควี. บทว่า หิตฺวาน กามานิ ความว่าละวัตถุกามทั้งหลายมีรูปเป็นต้น. บทว่า ยโถธิกานิ ความว่า ดำรงอยู่แล้วด้วยสามารถแห่งแนวทางของตน ๆ มีคำอธิบายว่า แม้เราครั้นละวัตถุกามทั้งหลาย ตามที่ตั้งอยู่นั่นเอง ด้วยสามารถแห่งส่วนมีรูปเป็นต้น แล้วก็จักบวชเที่ยวไปผู้เดียว. ปาฐะว่า ยโตธิกานิ ดังนี้ก็มีเนื้อความของปาฐะนั้นว่า กามทั้งหลายมีส่วนที่สำรวมแล้ว คือเว้นแล้วได้แก่มีส่วนที่เว้นแล้ว. บทว่า ปพฺพชิสฺสามิ ความว่า เพราะว่าส่วน ๆ หนึ่งแห่งกิเลสกามทั้งหลาย ชื่อว่าเป็นสิ่งที่เว้นแล้ว จำเดิมแต่เวลาที่คิดแล้ว. แม้ส่วนของกามที่เป็นวัตถุของเขาที่ดับไปแล้ว ก็เป็นอันเขาเว้นแล้วเหมือนกัน.

ภรรยานั้นครั้นได้ฟังถ้อยคำของเขาแล้ว จึงพูดว่า ข้าแต่นายตั้งแต่เวลาได้ฟังธรรมกถาของพระปัจเจกพุทธเจ้าแล้ว แม้ฉันเองใจก็ไม่สถิตอยู่ในบ้าน แล้วได้กล่าวคาถานี้ว่า :-

เวลานี้เท่านั้น เวลาอื่นนอกจากนี้จะไม่ มีเลย ภายหลังคงไม่มีผู้พร่ำสอนฉัน ข้าแต่ ท่านผู้มีโชค ฉันเองก็จักพ้นจากมือชายเที่ยว ไปคนเดียว เหมือนนางนกพ้นจากข้อง ฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉา ความว่า ภรรยาชี้แจงว่า ผู้พร่ำสอนคือผู้ตักเตือนคงไม่มี เพราะผู้ตักเตือนหาได้ยาก เพราะฉะนั้น เวลานี้เท่านั้นเป็นเวลาบวช เวลาอื่นไม่มีแล้ว. บทว่า สกุณีว มุตฺตา ความว่า เมื่อนางนกทั้งหลายถูกพรานนกจับได้ โยนใส่ข้องนก นางนกตัวหนึ่งที่หลุดจากมือของพรานนกตัวนั้นจะเผ่นออกไปกลางหาวไปสู่ที่ตามชอบใจ แล้วบินไปตามลำพังตัวเดียวฉันใด แม้ฉันก็ฉันนั้น พ้นจากมือของท่านแล้ว จักเที่ยวไปคนเดียว เพราะฉะนั้น นางเป็นผู้ประสงค์จะบวชเอง จึงได้กล่าวอย่างนี้.

พระโพธิสัตว์ครั้นได้ฟังคำของนางแล้ว ได้นิ่งอยู่. ส่วนนางประสงค์จะลวงพระโพธิสัตว์แล้วบวชก่อน จึงกล่าวว่า ข้าแต่นาย ฉันจักไปท่าน้ำดื่ม ขอให้ท่านจงดูเด็ก คือลูกไว้ แล้วจึงถือเอาหม้อน้ำที่ทำเป็นเหมือนเดินไปท่าน้ำแล้วหนีไป ถึงสำนักของพวกดาบสที่ใกล้นครแล้วก็บวช. พระโพธิสัตว์ทราบว่า นางไม่มาจึงเลี้ยงเด็กเอง. ต่อมาเมื่อเด็กเหล่านั้นเติบโตขึ้นหน่อยหนึ่ง ถึงความเป็นผู้สามารถรู้ความเจริญ เละความเสื่อมของตน คือดีชั่วแล้ว เพื่อจะทดลองเด็กเหล่านั้น วันหนึ่งพระโพธิสัตว์เมื่อหุงข้าวสวย ได้หุงดิบไปหน่อย วันหนึ่งแฉะไปหน่อย วันหนึ่งไหม้วันหนึ่งปรุงอาหารจืดไป วันหนึ่งเค็มไป. เด็กทั้งหลายพูดว่า วันนี้ข้าวดิบ วันนี้แฉะ วันนี้ไหม้ วันนี้จืด วันนี้เค็มไป. พระโพธิสัตว์พูดว่า ลูกเอ๋ยวันนี้ข้าวดิบ แล้วคิดว่า บัดนี้ เด็กเหล่านี้รู้จักดิบ สุกจืดและเค็มจัดแล้ว จักสามารถเลี้ยงชีพตามธรรมดาของตน เราควรจะบวชละ. ต่อมาท่านได้มอบเด็กเหล่านั้นให้พวกญาติพูดว่า ดูก่อนพ่อและแม่ ขอจงเลี้ยงเด็กเหล่านี้ให้ดีเถิด แล้วเมื่อพวกญาติกำลังโอดครวญอยู่นั่นเองได้ออกจากพระนครไปบวชเป็นฤาษีอยู่ใกล้ ๆ พระนครนั่นเอง. อยู่มาวันหนึ่ง นางปริพาชิกา คือภริยาเก่า ได้เห็นท่านกำลังเที่ยวภิกขาจารในนครพาราณสี ไหว้แล้วจึงพูดว่า ข้าแต่พระคุณเจ้า ท่านเห็นจะให้เด็กคือลูกทั้งหลายพินาศแล้ว. พระมหาสัตว์ ตอบว่า เราไม่ได้ให้เด็ก คือลูกพินาศ ออกบวชในเวลาที่พวกเขาสามารถรู้ความเจริญและความเสื่อม คือดีชั่วของตนแล้ว เธออย่าคิดถึงพวกเขา จงยินดีในการบวชเถิด แล้วได้กล่าวคาถาสุดท้ายว่า :-

เด็กทั้งหลายรู้จักดิบ รู้จักสุก รู้จักเค็ม และจืด ฉันเห็นข้อนั้นแล้วจึงบวช เธอจง เที่ยวไปเพื่อภิกษาเถิด ฉันก็จะเที่ยวไปเพื่อ ภิกษา.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตมหํ ความว่า เราเห็นกิริยาของเด็กเหล่านั้นแล้วจึงบวช. บทว่า เจเรว ตฺวํ จรามิหํ ความว่า แม้ท่านก็จงเที่ยวไปเพื่อภิกขาจารเถิด ข้าพเจ้าก็จักเที่ยวไปเพื่อภิกขาจาร.

พระโพธิสัตว์ตักเตือนปริพาชิกา ด้วยประการอย่างนี้แล้ว ก็ส่งตัวไป. ฝ่ายปริพาชิการับโอวาทไหว้พระมหาสัตว์แล้ว จึงไปสู่สถานที่ตามที่ชอบใจ. ได้ทราบว่านอกจากวันนั้นแล้ว ทั้ง ๒ ท่านนั้นก็ไม่ได้พบเห็นกันอีก. ฝ่ายพระโพธิสัตว์ให้ฌานและอภิญญาเกิดขึ้นแล้ว ได้เป็นผู้เข้าถึงพรหมโลก.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ได้ทรงประกาศสัจธรรมทั้งหลายประชุมชาดกไว้ว่า ในที่สุดแห่งสัจธรรม ภิกษุ๕๐๐ รูป ดำรงอยู่แล้วในอรหัตผล. ธิดาในครั้งนั้นได้แก่ อุบลวรรณาเถรีในบัดนี้ บุตรได้แก่พระราหุลเถระ ปริพาชิกา ได้แก่มารดาพระราหุลเถระ ส่วนปริพาชก คือเราตถาคต ฉะนั้นแล.

จบ อรรถกถากุมภการชาดกที่ ๓

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๓๔๖–๓๖๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

สัตตกนิบาตชาดก · ๔๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๔๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กุมฺภการชาตกํ

อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมินฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต กิเลสนิคฺคหํ อารพฺภ กเถสิ ฯ วตฺถุํ ปญฺญาสชาตเก อาวีภวิสฺสติ ฯ

ตทา ปน สาวตฺถิยํ ปญฺจสตา สหายกา ปพฺพชิตฺวา อนฺโตโกฏิ- สณฺฐาเร วสมานา อฑฺฒรตฺติสมเย กามวิตกฺกํ วิตกฺกยึสุ ฯ สตฺถา อตฺตโน สาวเก รตฺติยา ตโย วาเร ทิวสสฺส ตโย วาเรติ รตฺตินฺทิวํ ฉ วาเร โอโลเกนฺโต กิกี อณฺฑํ วิย จามรี พาลธึ วิย มาตา ปิยปุตฺตกํ วิย เอกจกฺขุโก ปุริโส จกฺขุํ วิย รกฺขติ ตสฺมา ตสฺมึ ขเณ อุปฺปนฺนกิเลสํ นิคฺคณฺหิ ฯ โส ตํ ทิวสํ อฑฺฒรตฺติสมเย เชตวนํ ปริคฺคณฺหนฺโต เตสํ ภิกฺขูนํ วิตกฺกสมุทาจารํ ญตฺวา อิเมสํ ภิกฺขูนํ อพฺภนฺตเร อยํ กิเลโส วฑฺฒนฺโต อรหตฺตสฺส เหตุํ ภินฺทิสฺสติ อิทาเนว เตสํ กิเลสํ นิคฺคณฺหิตฺวา อรหตฺตํ ทสฺสามีติ คนฺธกุฏิโต นิกฺขมิตฺวา อานนฺทตฺเถรํ ปกฺโกสาเปตฺวา อานนฺท อนฺโตโกฏิสณฺฐาเร วสนกภิกฺขู สพฺเพ สนฺนิปาเตหีติ สนฺนิปาเตตฺวา ปญฺญตฺตปวรพุทฺธาสเน นิสีทิตฺวา น ภิกฺขเว อนฺโตปวตฺตกิเลสานํ วเส ปวตฺติตุํ วฏฺฏติ กิเลโส หิ วฑฺฒมาโน ปจฺจามิตฺโต วิย มหาวินาสํ ปาเปติ ภิกฺขุนา นาม อปฺปมตฺตกํปิ กิเลสํ นิคฺคณฺหิตุํ วฏฺฏติ โปราณกปณฺฑิตา อปฺปมตฺตกํ อารมฺมณํ ทิสฺวา อพฺภนฺตเร ปวตฺตกิเลสํ นิคฺคณฺหิตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสุนฺติ วตฺวา อตีตํ อาหริ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสีนครสฺส ทฺวารคาเม กุมฺภการกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต กุฏุมฺพํ สณฺฐเปตฺวา เอกํ ปุตฺตญฺจ ธีตรญฺจ ลภิตฺวา กุมฺภการกมฺมํ นิสฺสาย ปุตฺตทารํ โปเสสิ ฯ ตทา กลิงฺครฏฺเฐ ทนฺตปุรนคเร กรกณฺโฑ นาม ราชา มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คจฺฉนฺโต อุยฺยานทฺวาเร ผลภารภริตํ มธุรผลํ อมฺพรุกฺขํ ทิสฺวา หตฺถิกฺขนฺธ- วรคโตเยว หตฺถํ ปสาเรตฺวา เอกํ อมฺพปิณฺฑํ คเหตฺวา อุยฺยานํ ปวิสิตฺวา มงฺคลสิลายํ นิสินฺโน ทาตพฺพยุตฺตกานํ ทตฺวา อมฺพํ ปริภุญฺชิ ฯ รญฺญา คหิตกาลโต ปฏฺฐาย เสเสหิ นาม คเหตพฺพเมวาติ อมจฺจาปิ พฺราหฺมณคหปติกาทโยปิ อมฺพานิ ปาเตตฺวา ขาทึสุ ฯ ปจฺฉา ปจฺฉา อาคตา รุกฺขํ อารุยฺห มุคฺคเรหิ โปเถตฺวา โอภคฺค- วิภคฺคสาขํ กตฺวา อามกผลํปิ อเสเสตฺวา ขาทึสุ ฯ ราชาปิ ทิวสํ อุยฺยาเน กีฬิตฺวา สายณฺหสมเย อลงฺกตหตฺถิกฺขนฺเธ นิสีทิตฺวา คจฺฉนฺโต ตํ รุกฺขํ ทิสฺวา หตฺถิกฺขนฺธโต โอตริตฺวา รุกฺขมูลํ คนฺตฺวา รุกฺขํ โอโลเกนฺโต อยํ ปาโตว ปสฺสนฺตานํ อติตฺติกโร ผลภารภริโต โสภมาโน อฏฺฐาสิ อิทานิ คหิตผโล โอภคฺควิภคฺโค อโสภมาโน ฐิโตติ จินฺเตตฺวา ปุน อญฺญตรํ โอโลเกนฺโต อปรํ นิปฺผลํ อมฺพรุกฺขํ ทิสฺวา เอส รุกฺโข อตฺตโน นิปฺผลภาเวน มุณฺฑมณิปพฺพโต วิย โสภมาโน ฐิโต อยํ ปน ผลิตภาเวน อิมํ พฺยสนํ ปตฺโต อิทํ อคารมชฺฌํปิ ผลิตรุกฺขสทิสํ ปพฺพชฺชา นิปฺผลรุกฺขสทิสา สธนสฺเสว ภยํ อตฺถิ นิทฺธนสฺส ภยํ นตฺถิ มยาปิ นิปฺผลรุกฺเขน วิย ภวิตพฺพนฺติ ผลรุกฺขํ อารมฺมณํ กตฺวา รุกฺขมูเล ฐิตโกว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺฒิตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา วิทฺธํสิตา ทานิ เม มาตุกุจฺฉิกุฏิกา วิจฺฉินฺนา ตีสุ ภเวสุ ปฏิสนฺธิ โสธิตา สํสารอุกฺการภูมิ โสสิโต มยา อสฺสุสมุทฺโท ภินฺโน อฏฺฐิปากาโร นตฺถิ เม ปุน ปฏิสนฺธีติ อาวชฺเชนฺโต สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโตว อฏฺฐาสิ ฯ อถ นํ อมจฺจา อาหํสุ อติพหุ ฐิตตฺถ มหาราชาติ ฯ น มยํ ราชาโน ปจฺเจกพุทฺธา นาม มยนฺติ ฯ ปจฺเจกพุทฺธา นาม ตุมฺหาทิสา น โหนฺติ เทวาติ ฯ อถ กีทิสา โหนฺตีติ ฯ โอโรปิตเกสมสฺสู กาสาววตฺถปฏิจฺฉนฺนา กุเล วา คเณ วา อลคฺคา วาตจฺฉินฺนวลาหกา ราหุมุขมุตฺต- จนฺทมณฺฑลปฏิภาคา หิมวนฺเต นนฺทมูลกปพฺภาเร วสนฺติ เอวรูปา ปจฺเจกพุทฺธาติ ฯ ตสฺมึ ขเณ ราชา หตฺถํ อุกฺขิปิตฺวา สีสํ ปรามสิ ฯ ตาวเทว คิหิลิงฺคํ อนฺตรธายิ สมณลิงฺคํ ปาตุรโหสิ ฯ

ติจีวรญฺจ ปตฺโต จ วาสี สูจิ จ พนฺธนํ

ปริสาวเนน อฏฺเฐเต ยุตฺตโยคสฺส ภิกฺขุโนติ เอวํ วุตฺตา สมณปริกฺขารา กายปฏิจฺฉนฺนาว อเหสุํ ฯ โส อากาเส ฐตฺวา มหาชนสฺส โอวาทํ ทตฺวา อนิลปเถน อุตฺตรหิมวนฺเต นนฺทมูลกปพฺภารเมว อคมาสิ ฯ

คนฺธารรฏฺเฐปิ ตกฺกสิลนคเร นคฺคชิ นาม ราชา อุปริปาสาเท ปลฺลงฺกวรมชฺฌคโต เอกํ อิตฺถึ เอเกกหตฺเถสุ เอเกกํ มณิวลยํ ปิลนฺธิตฺวา อวิทูเร นิสีทิตฺวา คนฺธํ ปึสมานํ ทิสฺวา เอตานิ มณิวลยานิ เอเกกภาเวน น ฆฏฺเฏนฺติ น วิรวนฺตีติ โอโลเกนฺโต นิสีทิ ฯ อถ สา ทกฺขิณหตฺถโต วลยํ วามหตฺเถเยว ปิลนฺธิตฺวา ทกฺขิณหตฺเถน คนฺธํ สงฺกฑฺฒิตฺวา ปึสิตุํ อารภิ ฯ วามหตฺเถ มณิวลยํ ทุติยวลยํ อาคมฺม ฆฏฺฏิยมานํ สทฺทมกาสิ ฯ ราชา ตานิ เทฺว วลยานิ อญฺญมญฺญํ สงฺฆฏฺเฏนฺตานิ วิรวนฺตานิ ทิสฺวา จินฺเตสิ อิทํ วลยํ เอเกกกาเล น ฆฏฺเฏสิ ทุติยํ อาคมฺม ฆฏฺเฏติ สทฺทํ กโรติ เอวเมว อิเม สตฺตาปิ เอเกกา น ฆฏฺเฏนฺติ น วิรวนฺติ เทฺว ตโย หุตฺวา อญฺญมญฺญํ สงฺฆฏฺเฏนฺติ กลหํ กโรนฺติ อหํ ปน ตสฺมึ คนฺธาเร ทฺวีสุ รชฺเชสุ รฏฺฐวาสิโน วิจาเรมิ มยา เอกวลยสทิเสน หุตฺวา ปรํ อวิจาเรตฺวา อตฺตานเมว วิจาเรนฺเตน วสิตุํ วฏฺฏตีติ สงฺฆฏฺฏนวลยํ อารมฺมณํ กตฺวา ยถานิสินฺโนว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสิ ฯ เสสํ ปุริมสทิสเมว ฯ

วิเทหรฏฺเฐ มิถิลนคเร นิมิราชา นาม ภุตฺตปาตราโส อมจฺจ- คณปริวุโต วิวฏสีหปญฺชเรน อนฺตรวีถึ เปกฺขมาโน อฏฺฐาสิ ฯ อเถโก เสโน สูนาปณฺโต มํสเปสึ คเหตฺวา อากาสํ ปกฺขนฺทิ ฯ ตเมนํ อิโตจีโต จ คิชฺฌาทโย สกุณา สมฺปริวาเรตฺวา อาหารเหตุ ตุณฺเฑน วิชฺฌนฺตา ปกฺเขหิ ปหรนฺตา ปาเทหิ มทฺทนฺตา อคมํสุ ฯ โส อตฺตโน วธํ อสหมาโน ตํ มํสํ ฉฑฺเฑสิ ฯ อญฺโญ คณฺหิ ฯ อญฺเญ สกุณา อิมํ มุญฺจิตฺวา ตํ อนุพนฺธึสุ ฯ เตนปิ วิสฺสฏฺฐํ อญฺโญ คณฺหิ ฯ ตํปิ ตเถว วิเหเฐสุํ ฯ ราชา เต สกุเณ ทิสฺวา จินฺเตสิ โย โย มํสเปสึ คณฺหิ ตสฺส ตสฺเสว ทุกฺขํ โย โย ตํ ฉฑฺเฑติ วิสฺสชฺเชสิ ตสฺส ตสฺเสว สุขํ อิเม ปญฺจ กามคุเณปิ โย โย คณฺหาติ ตสฺส ตสฺเสว ทุกขํ อิตรสฺเสว สุขํ อิเม หิ พหูนํ สาธารณา มยฺหํ โข ปน โสฬส อิตฺถีสหสฺสานิ มยา วิสฺสฏฺฐมํสปิณฺเฑน วิย เสเนน ปญฺจ กามคุเณ ปหาย สุขิเตน ภวิตุํ วฏฺฏตีติ โส โยนิโสมนสิกโรนฺโต ยถาฐิโตว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสิ ฯ เสสํ ปุริมสทิสเมว ฯ

อุตฺตรปญฺจาลรฏฺเฐปิ กปิลนคเร ทุมฺมุโข นาม ราชา ภุตฺต- ปาตราโส สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต อมจฺจคณปริวุโต วิวฏสีหปญฺชเรน ราชงฺคณํ โอโลเกนฺโต อฏฺฐาสิ ฯ ตสฺมึ ขเณ โคปาลกา วชทฺวารํ วิวรึสุ ฯ อุสภา วชโต นิกฺขมิตฺวา กิเลสวเสน เอกํ คาวึ อนุพนฺธึสุ ฯ ตตฺเถโก ติขิณสิงฺโค มหาอุสโภ อญฺญํ อุสภํ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา กิเลสมจฺเฉราภิภูโต ติขิณสิงฺเคน อนฺตรสฏฺฐิมฺหิ ปหริ ฯ ตสฺส ปหารมุเขน อนฺตา นิกฺขมึสุ ฯ ตตฺเถว ชีวิตกฺขยํ ปาปุณิ ฯ ราชา ตํ ทิสฺวา จินฺเตสิ อิเม สตฺตา ติรจฺฉานคเต อาทึ กตฺวา กิเลสวเสน ทุกฺขํ ปาปุณึสุ อยํ อุสโภ กิเลสํ นิสฺสาย ชีวิตกฺขยํ ปตฺโต อญฺเญปิ สตฺตา กิเลเสเหว กมฺปนฺติ มยา อิเมสํ สตฺตานํ กมฺปนกิเลเส ปหาตุํ วฏฺฏตีติ โส ฐิตโกว ตีณิ ลกฺขณานิ สลฺลกฺเขตฺวา วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตสิ ฯ เสสํ ปุริมสทิสเมว ฯ

อเถกทิวสํ เต จตฺตาโร ปจฺเจกพุทฺธา ภิกฺขาจารเวลํ สลฺลกฺ- เขตฺวา นนฺทมูลกปพฺภารา นิกฺขมฺม อโนตตฺตทเห นาคลตาทนฺต- กฏฺฐํ ขาทิตฺวา กตสรีรปฏิชคฺคนา มโนสิลาตเล ฐตฺวา นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อิทฺธิยา อากาเส อุปฺปติตฺวา ปญฺจวณฺณวลาหเก มทฺทมานา คนฺตฺวา พาราณสีนครทฺวารคามกสฺส อวิทูเร โอตริตฺวา เอกสฺมึ ผาสุกฏฺฐาเน จีวรํ ปารุปิตฺวา ปตฺตํ คเหตฺวา ทฺวารคามํ ปวิสิตฺวา ปิณฺฑาย จรนฺตา โพธิสตฺตสฺส เคหทฺวารํ สมฺปาปุณึสุ ฯ โพธิสตฺโต เต ทิสฺวา ตุฏฺฐจิตฺโต หุตฺวา เคหํ ปเวเสตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวิสิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิตฺวา สงฺฆตฺเถรํ วนฺทิตฺวา ภนฺเต ตุมฺหากํ ปพฺพชฺชา อติวิย โสภติ วิปฺปสนฺนานิ โว อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ กินฺนุ โข อารมฺมณํ ทิสฺวา ตุมฺเห อิมํ ภิกฺขาจริยปพฺพชฺชํ อุปคตาติ ปุจฺฉิ ฯ ยถา จ สงฺฆตฺเถรํ เอวํ เสเสปิ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิ ฯ อถสฺส เต จตฺตาโรปิ ชนา อหํ อสุกรฏฺเฐ อสุกนคเร อสุกราชา นาม หุตฺวาติ อาทินา นเยน อตฺตโน อตฺตโน อภินิกฺขมนวตฺถูนิ กเถตฺวา ปฏิปาฏิยา เอเกกํ คาถมาหํสุ

อมฺพาหมทฺทํ วนมนฺตรสฺมึ

นีโลภาสํ ผลิตํ สํวิรูฬฺหํ

ตมทฺทสํ ผลเหตู วิภคฺคํ

ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ

เสลํ สุมฏฺฐํ นรวีทุนิฏฺฐิตํ

นารี ยุคํ ธารยิ อปฺปสทฺทํ

ทุติยญฺจ อาคมฺม อโหสิ สทฺโท

ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ

ทิชา ทิชํ กุณปมาหรนฺตํ

เอกํ สมานํ พหุกา สเมจฺจ

อาหารเหตุ ปริปาตยึสุ

ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ

อุสภาหมทฺทํ ยูถสฺส มชฺเฌ

วลกฺกกุํ วณฺณพลูปปนฺนํ

ตมทฺทสํ กามเหตู วิตุนฺนํ

ตํ ทิสฺวา ภิกฺขาจริยํ จรามีติ ฯ

ตตฺถ อมฺพาหมทฺทนฺติ อมฺพรุกฺขํ อหํ อทฺทสํ ฯ วนมนฺตรสฺมินฺติ วนอนฺตเร อมฺพวนมชฺเฌติ อตฺโถ ฯ สํวิรูฬฺหนฺติ สํวฑฺฒิตํ ฯ ตมทฺทสนฺติ ตํ อุยฺยานโต นิกฺขมนฺโต ผลเหตุ วิภคฺคํ ปุน อทฺทสํ ฯ ตํ ทิสฺวาติ ตํ ผลเหตุ วิภคฺคํ ทิสฺวา ปฏิลทฺธ- สํเวโค ปจฺเจกโพธิญาณํ นิพฺพตฺเตตฺวา อิมํ ภิกฺขาจริยปพฺพชฺชํ อุปคโตสฺมิ ตสฺมา ภิกฺขาจริยํ จรามิ ฯ อิทํ โส ผลเหตุ วิภคฺคอมฺพรุกฺขทสฺสนกาลโต ปฏฺฐาย สพฺพํ จิตฺตวารํ กเถสิ ฯ เสสานํ วิสชฺชเนสุปิ เอเสว นโย อยํ ปเนตฺถ อนุตฺตานปทวณฺณนา ฯ เสลนฺติ มณิวลยํ ฯ นรวีทุนิฏฺฐิตนฺติ วีรนเรหิ นิฏฺฐิตํ ปณฺฑิตปุริเสหิ กตนฺติ อตฺโถ ฯ ยุคนฺติ เอเกกสฺมึ เอเกกํ กตฺวา เอกํ วลยยุคลํ ฯ ทิชา ทิชนฺติ คหิตมํสปิณฺฑํ ทิชํ อวเสสทิชา ฯ กุณปมาหรนฺตนฺติ มํสปิณฺฑํ อาทาย หรนฺตํ ฯ สเมจฺจาติ สมาคนฺตฺวา สนฺนิปติตฺวา ฯ ปริปาตยึสูติ โกเฏตฺวา อนุพนฺธึสุ ฯ อุสภาหมทฺทนฺติ อุสภํ อหํ อทฺทสํ ฯ วลกฺกกุนฺติ วลกฺกกุธํ ฯ

โพธิสตฺโต เอเกกํ คาถํ สุตฺวา สาธุ ภนฺเต ตุมฺหากเมเวตํ อารมฺมณํ อนุรูปนฺติ เอเกกสฺส ปจฺเจกพุทฺธสฺส ถุตึ อกาสิ ฯ ตญฺจ ปน จตูหิ ชเนหิ เทสิตํ ธมฺมกถํ สุตฺวา ฆราวาเส อนเปกฺโข หุตฺวา ปจฺเจกพุทฺเธสุ คเตสุ ภุตฺตปาตราโส สุขนิสินฺโน ภริยํ อามนฺเตตฺวา ภทฺเท เอเต จตฺตาโร ปจฺเจกพุทฺธา รชฺชํ ปหาย ปพฺพชิตฺวา อกิญฺจนา อปลิโพธา ปพฺพชฺชาสุเขน วีตินาเมนฺติ อหํ ปน ภติยา ชีวิตํ กปฺเปมิ กึ เม ฆราวาเสน ตฺวํ ปุตฺตเก สํคณฺหนฺตี เคเห วสาติ วตฺวา คาถทฺวยมาห

กรกณฺฑํ กลิงฺคานํ คนฺธารานญฺจ นคฺคชิ

นิมิราชา วิเทหานํ ปญฺจาลานญฺจ ทุมฺมุโข

เอเต รฏฺฐานิ หิตฺวาน ปพฺพชึสุ อกิญฺจนา ฯ

สพฺเพปิเม เทวสมา สมาคตา

อคฺคี ยถา ปชฺชลิโต ตเถวิเม

อหํปิ เอโก จริสฺสามิ ภคฺควิ

หิตฺวาน กามานิ ยโถธิกานีติ ฯ

ตาสํ อตฺโถ ภทฺเท เอส สงฺฆตฺเถรปจฺเจกพุทฺโธ ทนฺตปุเร นาม นคเร กรกณฺฑํ นาม กลิงฺคานํ ชนปทสฺส ราชา ทุติโย ตกฺกสิลนคเร นคฺคชิ นาม คนฺธารานํ ชนปทสฺส ราชา ตติโย มิถิลนคเร นิมิราชา นาม วิเทหานํ ชนปทสฺส ราชา จตุตฺโถ กปิลนคเร ทุมฺมุโข นาม อุตฺตรปญฺจาลานํ ชนปทสฺส ราชา เอเต เอวรูปานิ รฏฺฐานิ หิตฺวา อกิญฺจนา หุตฺวา ปพฺพชึสุ ฯ สพฺเพปิเมติ อิเม ปน สพฺเพปิ วิสุทฺธิเทเวหิ ปุริมปจฺเจกพุทฺเธหิ สมานา เอกโต สมาคตา ฯ อคฺคี ยถาติ ยถา อคฺคิ ปชฺชลิโต โอภาสติ ฯ ตเถวิเมติ อิเมปิ ตเถว สีลาทีหิ ปญฺจหิ คุเณหิ โอภาสนฺติ ยถา เอเต ตถา อหํปิ ปพฺพชิตฺวา เอโก จริสฺสามีติ อตฺโถ ฯ ภคฺควีติ ภริยํ อาลปติ ฯ หิตฺวาน กามานีติ รูปาทโย วตฺถุกาเม หิตฺวา ฯ ยโถธิกานีติ อตฺตโน อตฺตโน โอธิวเสน ฐิตานิ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ รูปาทิโอธิวเสน ยถาฐิเตว วตฺถุกาเม ปหาย อหํปิ ปพฺพชิตฺวา เอโก จริสฺสามีติ ฯ ยโตธิกานีติปิ ปาโฐ ฯ ตสฺสตฺโถ ยโต อุปรโต โอธิ เอเตสนฺติ ยโตธิกานิ อุปรตโกฏฺฐาสานิ ฯ ปพฺพชิสฺสามีติ จินฺติตกาลโต ปฏฺฐาย หิ กิเลสกามานํ เอโก โกฏฺฐาโส อุปรโต นาม โหติ ฯ นิรุทฺโธ ตสฺส วตฺถุภูโต กาม- โกฏฺฐาโสปิ อุปรโตว โหตีติ ฯ

สา ตสฺส กถํ สุตฺวา มยฺหํปิ โข สามิ ปจฺเจกพุทฺธานํ ธมฺมกถํ สุตกาลโต ปฏฺฐาย อคาเร จิตฺตํ น สณฺฐาตีติ วตฺวา อิมํ คาถมาห

อยเมว กาโล น หิ อญฺโญ อตฺถิ

อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉา

อหํปิ เอกา จริสฺสามิ ภคฺคว

สกุณีว มุตฺตา ปุริสสฺส หตฺถาติ ฯ

ตตฺถ อนุสาสิโต เม น ภเวยฺย ปจฺฉาติ อนุสาสโก โอวาทโก น ภเวยฺย ทุลฺลภตฺตา โอวาทกานํ ตสฺมา อยเมว ปพฺพชิตกาโล น หิ อญฺโญ อตฺถีติ ทสฺเสติ ฯ สกุณีว มุตฺตาติ ยถา สากุณิเกน คเหตฺวา สกุณปจฺฉิยํ ขิตฺตาสุ สกุณีสุ ตสฺส หตฺถโต มุตฺตา เอกา สกุณี อนิลปถํ ลงฺฆิตฺวา ยถารุจิตํ ฐานํ คนฺตฺวา เอกิกาว จเรยฺย ตถา อหํปิ ตว หตฺถโต มุตฺตา เอกิกา จริสฺสามีติ สยํปิ ปพฺพชิตุกามา หุตฺวา เอวมาห ฯ

โพธิสตฺโต ตสฺสา กถํ สุตฺวา ตุณฺหี อโหสิ ฯ สา ปน โพธิสตฺตํ วญฺเจตฺวา ปุเรตรํ ปพฺพชิตุกามา สามิ ปานียติตฺถํ คมิสฺสามิ ทารเก โอโลเกหีติ ฆฏํ อาทาย ติตฺถํ คจฺฉนฺตี วิย ปลายิตฺวา นครสามนฺเต ตาปสานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปพฺพชิ ฯ โพธิสตฺโต ตสฺสา อนาคมนํ ญตฺวา สยํ ทารเก โปเสสิ ฯ อปรภาเค เตสุ โถกํ วฑฺฒิตฺวา อตฺตโน อยานสฺส ชานนสมตฺถตํ สมฺปตฺเตสุ เตสํ วีมํสนตฺถํ เอกทิวสํ ภตฺตํ ปจนฺโต โถกํ อุตฺตณฺฑุลํ ปจิ เอกทิวสํ โถกํ กิลินฺนํ เอกทิวสํ สุปกฺกํ เอกทิวสํ อโลณกํ เอกทิวสํ อติโลณกํ ฯ ทารกา ตาต อชฺช ภตฺตํ อุตฺตณฺฑุลํ อชฺช กิลินฺนํ อชฺช สุปกฺกํ อชฺช อโลณกํ อชฺช อติโลณกนฺติ กเถสุํ ฯ โพธิสตฺโต อชฺช อามํ ตาตาติ วตฺวา จินฺเตสิ อิเม ทารกา อิทานิ อามปกฺกโลณอติโลณกานิ ชานนฺติ อตฺตโน ธมฺมตาย ชีวิตุํ สกฺขิสฺสนฺติ มยา ปพฺพชิตุํ วฏฺฏตีติ ฯ อถ เต ทารเก ญาตกานํ ทตฺวา ปฏิจฺฉาเปตฺวา อมฺมตาต อิเม ทารเก สาธุกํ โปเสถาติ วตฺวา โส ญาตกานํ ปริเทวนฺตานํเยว นครา นิกฺขมิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา นครสามนฺเตเยว วสิ ฯ อถ นํ เอกทิวสํ พาราณสิยํ ภิกฺขาย จรนฺตํ ปริพฺพาชิกา ทิสฺวา ตํ วนฺทิตฺวา อยฺย ทารกา เต นาสิตา มญฺเญติ อาห ฯ มหาสตฺโต นาหํ ทารเก นาเสมิ เตสํ อตฺตโน อยานสฺส ชานนกาเล ปพฺพชิโตมฺหิ ตฺวํ เตสํ อจินฺเตตฺวา ปพฺพชฺชาย อภิรมาติ วตฺวา โอสานคาถมาห

อามํ ปกฺกญฺจ ชานนฺติ อโถ โลณํ อโลณกํ

ตมหํ ทิสฺวาน ปพฺพชึ จเรว ตฺวํ จรามิหนฺติ ฯ

ตตฺถ ตมหนฺติ ตํ อหํ ทารกานํ กิริยํ ทิสฺวา ปพฺพชิโต ฯ จเรว ตฺวํ จรามิหนฺติ ตฺวํปิ ภิกฺขาจริยเมว จร อหํปิ ภิกฺขาจริยเมว จริสฺสามีติ ฯ

อิติ โส ปริพฺพาชิกํ โอวทิตฺวา อุยฺโยเชสิ ฯ สาปิ โอวาทํ คเหตฺวา มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา ยถารุจิตฏฺฐานํ คตา ฯ ฐเปตฺวา กิร ตํ ทิวสํ น เต ปุน อญฺญมญฺญํ อทฺทสํสุ ฯ โพธิสตฺโต จ ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา พฺรหฺมโลกูปโค อโหสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ สจฺจปริโยสาเน ปญฺจสตา ภิกฺขู อรหตฺเต ปติฏฺฐหึสุ ฯ ตทา ธีตา อุปฺปลวณฺณา อโหสิ ปุตฺโต ราหุลกุมาโร ปริพฺพาชิกา ราหุลมาตา ปริพฺพาชโก ปน อหเมวาติ ฯ

กุมฺภการชาตกํ ตติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๙

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๐๗. มหากปิชาดกชาดกถัดไป๔๐๙. ทัฬหธรรมชาดก