ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. มัณฑัพยชาดก
ชาดกที่ ๔๔๔ · ทสกนิบาตชาดก

มัณฑัพยชาดก

ว่าด้วยความรักที่มีต่อบุตร

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๑๓๘๐ · บรรทัด ๕๖๔๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากมัณฑัพยชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

ดูก่อนนางผู้มีร่างกายงาม เรานำเจ้าผู้ยัง เป็นสาวรุ่น มีปัญญายังไม่สามารถ มาแต่ ตระกูลญาติ แม้เจ้าก็ยังไม่เคยแสดงความไม่ รักใคร่เรา เจ้าไม่มีความรักใคร่ปฏิบัติเราอยู่ เออ ก็นางผู้เจริญการที่เจ้าอยู่ร่วมกับเราเห็น ปานนี้ได้ เพราะเหตุอะไร.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อสมตฺถปญฺํ คือผู้ยังเป็นยาวน้อย ๆ มีปัญญายังไม่สามารถที่จะจับจ่าย. คำว่า ยนฺตานยึ ตัดบทเป็น ยํ ตํ อานยึ มีอธิบายว่า เรานำเจ้าผู้ยังเป็นยาวรุ่นมาจากตระกูลแห่งญาติ. บทว่า อญฺตฺร กามา ปริจารยนฺตา ความว่า เจ้าไม่มีความรักใคร่ แม้ปฏิบัติเราอยู่ด้วยความไม่เต็มใจก็ไม่ให้เรารู้ว่าตนไม่มีความรักตลอดกาลประมาณเท่านี้ คือแสดงความรักใคร่ปรนนิบัติเราแล้ว. บทว่า เกนวณฺเณน แปลว่า ด้วยเหตุอะไร นายมัณฑัพยะร้องเรียกภรรยาว่านางผู้เจริญ. บทว่า เอวรูโป ความว่า การที่เจ้าอยู่ร่วมกับเราผู้มีความปฏิกูลเสมอด้วยอสรพิษเห็นปานนี้อยู่ได้ คือเป็นดุจว่าอยู่ร่วมกับคนที่รักได้อย่างไร ?

ลำดับนั้น เมื่อภรรยาจะบอกแก่สามี จึงได้กล่าวคาถาที่ ๙ ว่า :ตั้งแต่ไหนแต่ไรนานมาแล้ว อันภรรยา ที่มีสามีบ่อย ๆ มิได้มีในตระกูลนี้ ดิฉันอนุวัตร ตามธรรมเนียมของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ ว่า ขออย่าให้เป็นคนตัดธรรมเนียมของตระกูล ในภายหลังเลย ดิฉันเกลียดต่อถ้อยคำเช่นนี้ แม้จะไม่มีความพอใจก็ปฏิบัติท่านได้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อารา ทูเร เป็นไวพจน์ของกันและกัน นางเมื่อจะแสดงธรรมเนียมนั้นว่า นานมาก จึงกล่าวอย่างนี้. ศัพท์ว่า อิธ เป็นเพียงนิบาต ความว่า ในกาลไหน ๆ ก็ไม่มีบทว่า ปรํปรา คือที่เปลี่ยนผู้ชายบ่อย ๆ.

ข้อนี้มีอรรถกถาธิบายว่า นาย ตั้งแต่ไหนแต่ไรนานมาแล้วจนกระทั่งถึง ๗ ชั่วตระกูล อันภรรยาที่มีสามีบ่อย ๆ มิได้มีในตระกูลแห่งญาติของดิฉันเลย แม้หญิงบางคนจะทั้งกะสามีแล้วก็ไม่เคยที่จะคว้าเอาชายอื่นมาเป็นสามีเลย. บทว่า ตํ กูลวตฺตํ ดิฉันเมื่อจะอนุวัตรตามธรรมเนียมของตระกูล คือตามประเพณีของตระกูลนั้น กำหนดใจไว้ว่า ขอเราอย่าพึงเป็นหญิงกลับกลอกคนสุดท้ายในตระกูลของตนเถิดเกลียดวาทะว่า เป็นหญิงตัดธรรมเนียมของตระกูลคนสุดท้ายในตระกูลนั้น แม้จะไม่มีความพอใจก็ปฏิบัติ ท่านได้ คือเป็นผู้ทำความขวนขวายเป็นผู้บำเรอใกล้เท้าท่านได้.

ครั้นนางได้กล่าวอย่างนี้แล้ว จึงคิดว่าความลับที่ไม่ควรจะกล่าวต่อหน้าสามี เราได้กล่าวแล้วเขาคงโกรธเรา เราจะขอโทษเขา ต่อหน้าพระดาบสผู้เข้าถึงตระกูลของเรา เมื่อจะให้สามีอดโทษ จึงได้กล่าวคาถาที่ ๑๐ ว่า :-

ข้าแต่ท่านมัณฑัพยะ. วันนี้ดิฉันพูด ถ้อยคำที่ไม่ควรจะพูด ขอท่านจงอดโทษถ้อย คำนั้นให้แก่ดิฉัน เพราะเห็นแก่ลูกเถิด สิ่งอื่น อะไร ๆ ในโลกนี้ที่จะรักเท่าบุตรมิได้มี ยัญญ ทัตตบุตรของเรานี้ก็ได้รอดชีวิตแล้ว.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตํ ขมตํ แปลว่า จงอดโทษถ้อยคำนั้น. บทว่า ปุตฺตเหตุ มมชฺช ความว่า ขอท่านจงอดโทษถ้อยคำที่ฉันพูดแล้วนั้น เพราะเหตุแห่งบุตรนี้ในวันนี้เถิด. บทว่าโส โน อยํ ความว่า ฉันพูดคำนั้นเพราะเหตุแห่งบุตรคนใด บุตรของเราคนนั้นก็ได้รอดชีวิตแล้ว เพราะบุตรคนนี้รอดชีวิตแล้วนั่นแหละขอท่านจงอดโทษแก่ดิฉัน ตั้งแต่วันนี้ไปดิฉันจักเป็นผู้ตกอยู่ในอำนาจของท่าน.

ลำดับนั้น นายมัณฑัพยะได้กล่าวกะภรรยาว่า ลุกขึ้นเถิด ที่รักเราอดโทษให้เจ้า ตั้งแต่นี้ไปเจ้าอย่าได้มีจิตกระด้าง แม้เราก็จะไม่เกลียดเจ้า พระดาบสโพธิสัตว์กล่าวกะนายมัณฑัพยะว่า อาวุโส การที่ท่านหาทรัพย์ได้มาโดยลำบาก แล้วบริจาคทานโดยไม่เชื่อกรรมและผลแห่งกรรมนั้นเป็นการไม่สมควร แต่นี้ไปท่านจงเชื่อกรรมและผลแห่งกรรมให้ทานเถิด นายมัณฑัพยะรับคำว่า ดีแล้ว แล้วกล่าวกะพระดาบสโพธิสัตว์ว่า ท่านผู้เจริญ ท่านดำรงอยู่ในความเป็นทักขิไณยบุคคลของข้าพเจ้าไม่มีความยินดี ประพฤติพรหมจรรย์เป็นการไม่สมควร ตั้งแต่นี้ไปขอท่านจงทำจิตให้เลื่อมใส มีจิตบริสุทธิ์ ยินดีในฌาน ประพฤติพรหมจรรย์โดยลักษณะที่ข้าพเจ้าทำสักการะแก่ท่านในบัดนี้แล้ว จะได้รับผลมากเถิด แล้วสองสามีภรรยาก็นมัสการพระมหาสัตว์ แล้วลุกจากอาสนะไป ตั้งแต่นั้นมาภรรยาก็มีความเสน่หาในสามีเป็นอย่างดี นายมัณฑัพยะก็มีจิตเลื่อมใสถวายทานด้วยศรัทธา พระโพธิสัตว์ก็บรรเทาความเบื่อหน่ายเสียได้ ทำฌานและอภิญญา ให้เกิดแล้วเป็นสิ่งมีพรหมโลกเป็นที่ไปในเบื้องหน้า.

พระศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประกาศสัจธรรมเวลาจบสัจจะ ภิกษุผู้กระสัน ได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผล พระทศพลทรงประชุมชาดกว่า นายมัณฑัพยะในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ในบัดนี้ ภรรยาในครั้งนั้น ได้มาเป็นนางวิสาขาในบัดนี้ บุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระราหุลในบัดนี้ อาณิมัณฑัพยะดาบส ได้มาเป็นพระสารีบุตรในบัดนี้ ส่วนกัณหทีปายนดาบสในครั้งนั้น คือเราตถาคต ฉะนั้นแล.

จบ อรรถกถากัณหทีปายชาดกที่ ๖

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๙ หน้า ๘๓๔–๘๕๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ทสกนิบาตชาดก · ๘๔ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๘๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กณฺหทีปายนชาตกํ

สตฺตาหเมวาหนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต เอกํ อุกฺกณฺฐิต- ภิกฺขุํ อารพฺภ กเถสิ ฯ วตฺถุ ปน กุสราชชาตเก อาวีภวิสฺสติ ฯ

สตฺถา ตํ ภิกฺขุํ สจฺจํ กิร ตฺวํ ภิกฺขุ อุกฺกณฺฐิโตสีติ ปุจฺฉิตฺวา สจฺจนฺติ วุตฺเต ภิกฺขุ โปราณกปณฺฑิตา อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ พาหิรก- ปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา อติเรกปญฺญาสวสฺสานิ อนภิรตา พฺรหฺมจริยํ จรนฺตา หิโรตฺตปฺปเภทภเยน อตฺตโน อุกฺกณฺฐิตภาวํ กสฺสจิ น กเถสุํ ตฺวํ กสฺมา เอวรูเป นิยฺยานิกสาสเน ปพฺพชิตฺวา มาทิสสฺส ครุโน พุทฺธสฺส สมฺมุเข ฐตฺวา จตุปริสมชฺเฌ อุกฺกณฺฐิตภาวํ อาวีกโรสิ กิมตฺถํ อตฺตโน หิโรตฺตปฺปํ น รกฺขสีติ วตฺวา อตีตํ อารหิ

อตีเต วํสกรฏฺเฐ โกสมฺพิยํ โกสมฺพิโก นาม ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตทา อญฺญตรสฺมึ นิคเม เทฺว พฺราหฺมณา อสีติโกฏิธน- วิภวา อญฺญมญฺญํ ปิยสหายกา กาเมสุ โทสํ ทิสฺวา มหาทานํ ปวตฺเตตฺวา อุโภปิ กาเม ปหาย มหาชนสฺส โรทนฺตสฺส ปริเทวนฺตสฺส จ นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตปฺปเทเส อสฺสมปทํ กตฺวา ปพฺพชิตฺวา อุญฺฉาจริยาย วนมูลผลาผเลน ยาเปนฺตา ปณฺณาสวสฺสานิ วสึสุ ฌานํ อุปฺปาเทตุํ นาสกฺขึสุ ฯ เต ปณฺณาสวสฺสจฺจเยน โลณมฺพิลเสวนตฺถาย ชนปทํ จรนฺตา กาสิกรฏฺฐํ สมฺปาปุณึสุ ฯ ตตฺเรกสฺมึ นิคมคาเม ทีปายนตาปสสฺส คิหิสหาโย มณฺฑพฺโย นาม อตฺถิ ฯ เต อุโภปิ ตสฺส สนฺติกํ อคมํสุ ฯ โส เต ทิสฺวาว อตฺตมโน ปณฺณสาลํ กาเรตฺวา อุโภปิ จตูหิ ปจฺจเยหิ อุปฏฺฐหิ ฯ เต ตตฺถ ตีณิ จตฺตาริ วสฺสานิ วสิตฺวา ตํ อาปุจฺฉิตฺวา จาริกํ จรนฺตา พาราณสึ ปตฺวา อธิมุตฺติกสุสาเน วสึสุ ฯ ตตฺถ ทีปายโน ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ปุน ตสฺเสว สหายกสฺส สนฺติกํ คโต ฯ มณฺฑพฺยตาปโส จ ตตฺเถว วสิ ฯ อเถกทิวสํ เอโก โจโร อนฺโต- นคเร โจริกํ กตฺวา ธนสารํ อาทาย นิกฺขมนฺโต โจโรติ ญตฺวา ปฏิพุทฺเธหิ ฆรสามิเกหิ เจว อารกฺขมนุสฺเสหิ จ อนุพนฺธนฺโต นิทฺธมเนน นิกฺขมิตฺวา เวเคน สุสานํ ปวิสิตฺวา ตาปสสฺส ปณฺณ- สาลทฺวาเร ภณฺฑิกํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลายิ ฯ มมุสฺสา ภณฺฑิกํ ทิสฺวา อเร ทุฏฺฐชฏิล ตฺวํ รตฺตึ โจริกํ กตฺวา ทิวา ตาปสรูเปน จรสีติ ตชฺเชตฺวา โปเถตฺวา ตํ อาทาย เนตฺวา รญฺโญ ทสฺสยึสุ ฯ ราชา อนุปปริกฺขิตฺวาว คจฺฉถ นํ สูเล อุตฺตาเปถาติ อาห ฯ ตํ สุสานํ เนตฺวา ขทิรสูเล อาโรปยึสุ ฯ ตาปสสฺส สรีเร สูลํ น ปวิสติ ฯ ตโต นิมฺพสูลํ อาหรึสุ ตํปิ น ปวิสติ ฯ อยสูลํ อาหรึสุ ตํปิ น ปวิสติ ฯ ตาปโสปิ กึ นุ โข เม ปุพฺพกมฺมนฺติ โอโลเกสิ ฯ อถสฺส ชาติสฺสรญาณํ อุปฺปชฺชิ เตน ปุพฺพกมฺมํ โอโลเกนฺโต อทฺทส ฯ กึ ปนสฺส ปุพฺพกมฺมนฺติ โกวิลารสูเลน มกฺขิกาเวธนํ ฯ โส กิร ปุริมภเว วฑฺฒกิปุตฺโต หุตฺวา ปิตุ รกฺขตจฺฉนฏฺฐานํ คนฺตฺวา เอกํ มกฺขิกํ คเหตฺวา โกวิลารสฺส กณฺฐกาย สูเล วิชฺฌิ ฯ ตเมว ปาปกมฺมํ อิมํ ฐานํ ปตฺวา คณฺหิ ฯ โส น สกฺกา อิโต ปาปา มยา มุญฺจิตุนฺติ ญตฺวา ราชปุริเส อาห สเจ มํ สูเล อุตฺตาเปตุกามา โกวิลารสูลํ อาหรถาติ ฯ เต ตถา กตฺวา ตํ สูเล อุตฺตาเปตฺวา อารกฺขํ ทตฺวา ปกฺกมึสุ ฯ อารกฺขิกา ปฏิจฺฉนฺนา หุตฺวา ตสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺเต โอโลเกนฺติ ฯ ตทา ทีปายโน จิรํ ทิฏฺโฐ เม สหาโยติ มณฺฑพฺยสฺส สนฺติกํ อาคจฺฉนฺโต สูเล อุตฺตาสิโตติ ตํ ทิวสํเยว อนฺตรามคฺเค สุตฺวา ตํ ฐานํ คนฺตฺวา เอกมนฺตํ ฐิโต กึ สมฺม การโกสีติ ปุจฺฉิตฺวา อการโกมฺหีติ วุตฺเต อตฺตโน มโนปโทสํ รกฺขิตุํ น สกฺขีติ ปุจฺฉิ ฯ สมฺม เยหิ อหํ คหิโต เนว เตสํ น รญฺโญ อุปริ มยฺหํ มโนปโทโส อตฺถีติ ฯ เอวํ สนฺเตปิ ตาทิสสฺส สีลวโต ฉายา มยฺหํ สุขาติ วตฺวา ทีปายโน สูลํ นิสฺสาย นิสีทติ ฯ อถสฺส มณฺฑพฺยสฺส สรีรโต โลหิตพินฺทูนิ ปตึสุ ฯ ตานิ สุวณฺณวณฺเณ สรีเร ปติตานิ สุกฺขิตฺวา กาฬกานิ สมฺปชฺชึสุ ฯ ตโต ปฏฺฐาย จ โส กณฺหทีปายโน นาม อโหสิ ฯ โส สพฺพรตฺตึ ตตฺเถว นิสีทิ ฯ ปุนทิวเส อารกฺขปุริสา คนฺตฺวา ตํ ปวตฺตึ รญฺโญ อาโรเจสุํ ฯ อถ ราชา อนิสาเมตฺวา เม กตํ กมฺมนฺติ เวเคน ตตฺถ คนฺตฺวา ปพฺพชิต กสฺมา สูลํ นิสฺสาย นิสินฺโนสีติ ทีปายนํ ปุจฺฉิ ฯ มหาราช อิมํ ตาปสํ รกฺขนฺโต นิสินฺโนมฺหิ กึ ปน ตฺวํ อิมสฺส การกภาวํ วา อการกภาวํ วา ญตฺวา เอวํ กโรสีติ ฯ โส กมฺมสฺส อโสธิตภาวํ อาจิกฺขิ ฯ อถสฺส โส มหาราช รญฺญา นาม นิสมฺมการินา ภวิตพฺพํ อลโส คิหี กามโภคี น สาธูติ อาทีนิ วตฺวา ธมฺมํ เทเสสิ ฯ ราชา มณฺฑพฺยสฺส นิทฺโทสภาวํ ญตฺวา สูลํ อาหรถาติ อาณาเปสิ ฯ สูลํ หรนฺตา หริตุํ นาสกฺขึสุ ฯ มณฺฑพฺโย อาห มหาราช อหํ ปุพฺเพ กตกมฺมวเสน เอวรูปํ อนยพฺยสนํ สมฺปตฺโต มม สรีรโต สุลํ หริตุํ น สกฺกา สเจปิ มยฺหํ ชีวิตํ ทาตุกาโม กกจฺจํ อาหราเปตฺวา อิมํ สูลํ จมฺมสมํ ฉินฺทาเปหีติ ฯ ราชา ตถา การาเปสิ ฯ อนฺโตสรีเร สูโล อนฺโตเยว อโหสิ ฯ ตทา กิร โส สุขุมํ สลิกหีรํ คเหตฺวา มกฺขิกาย วจฺจมคฺคํ ปเวเสสิ ฯ ตํ ตสฺส อนฺโตสรีเรเยว อโหสิ ฯ โส เตน การเณน อมริตฺวา อตฺตโน อายุกฺขเยเนว มริ ตสฺมา อยํปิ น มรีติ ฯ ราชา ตาปเส วนฺทิตฺวา ขมาเปตฺวา อุโภปิ อุยฺยาเน วสาเปนฺโต ปฏิชคฺคิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย มณฺฑพฺโย อาณิมณฺฑพฺโย นาม ชาโต ฯ โส ราชานํ อุปนิสฺสาย ตตฺเถว วสิ ฯ ทีปายโน ปน ตสฺส วณํ ผาสุกํ กตฺวา อตฺตโน คิหิสหายกสฺส มณฺฑพฺยสฺส สนฺติกเมว คโต ฯ ตํ ปณฺณสาลํ ปวิสนฺตํ เอโก ปุริโส ทิสฺวา สหายกสฺส อาโรเจสิ ฯ โส สุตฺวาว ตุฏฺฐจิตฺโต สปุตฺตทาโร พหุคนฺธมาลาวิเลปนาทีนิ อาทาย ตํ ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา ทีปายนํ วนฺทิตฺวา ปาเท โธวิตฺวา เตเลน มกฺเขตฺวา ปานกํ ปาเยตฺวา อาณิมณฺฑพฺยสฺส ปวตฺตึ สุณนฺโต นิสีทิ ฯ อถสฺส ปุตฺโต ยญฺญทตฺตกุมาโร นาม จงฺกมนโกฏิยํ เคณฺฑุเกน กีฬิ ฯ ตตฺร เจกสฺมึ วมฺมิเก อาสีวิโส วสติ ฯ กุมารสฺส ภูมิยํ ปหตเคณฺฑุโก คนฺตฺวา วมฺมิกพิเล อาสีวิสสฺส มตฺถเก ปตติ ฯ โส อชานนฺโต พิเล หตฺถํ ปเวเสสิ ฯ อถ นํ กุทฺโธ อาสีวิโส หตฺถํ ฑํสิ ฯ โส วิสเวเคน มุจฺฉิโต ตตฺเถว ปติ ฯ อถสฺส มาตาปิตโร สปฺเปน ทฏฺฐภาวํ ญตฺวา กุมารกํ อุกฺขิปิตฺวา ตาปสสฺส สนฺติกํ อาเนตฺวา ปาทมูเล นิปชฺชาเปตฺวา ภนฺเต ปพฺพชิตา นาม โอสถํ วา ปริตฺตํ วา ชานนฺติ ปุตฺตกํ โน วิโรคํ กโรถาติ อาหํสุ ฯ อหํ โอสถํ น ชานามิ นาหํ เวชฺชกมฺมํ กริสฺสามิ ปพฺพชิโตติ ฯ เตนหิ ภนฺเต อิมสฺมึ กุมาเร เมตฺตํ กตฺวา สจฺจกิริยํ กโรถาติ วุตฺโต ตาปโส สาธุ สจฺจกิริยํ กริสฺสามีติ วตฺวา ยญฺญทตฺตสฺส สีเส หตฺถํ ฐเปตฺวา ปฐมํ คาถมาห

สตฺตาหเมวาหํ ปสนฺนจิตฺโต

ปุญฺญตฺถิโก อาจริ พฺรหฺมจริยํ

อถาปรํ ยํ จริตํ มมยิทํ

วสฺสานิ ปญฺญาส สมาธิกานิ

อกามโก วาปิ อหํ จรามิ

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ

หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโตติ ฯ

ตตฺถ อถาปรํ ยํ จริตนฺติ อถ ตสฺมา สตฺตาหํ อุตฺตริ ยํ มม พฺรหฺมจริยํ ฯ อกามโก วาปีติ ปพฺพชฺชํ อนิจฺฉนฺโตเยว ฯ เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตูติ สเจ อติเรกปญฺญาส วสฺสานิ อนภิรติวาสํ วสนฺเตน มยา กสฺสจิ อนาโรปิตภาโว สจฺโจ เอเตน สจฺเจน ยญฺญทตฺตกุมารสฺส สุวตฺถิ โหตุ ชีวิตํ ปฏิลภตูติ ฯ

สห สจฺจกิริยาย ยญฺญทตฺตกุมารสฺส นิปฺปเทสโต อุทฺธํ วิสํ ภสฺสิตฺวา ปฐวึ ปาวิสิ ฯ กุมาโร อกฺขีนิ อุมฺมิเลตฺวา มาตาปิตโร โอโลเกตฺวา อมฺมาติ วตฺวา ปริวตฺเตตฺวา นิปชฺชิ ฯ อถสฺส ปิตรํ กณฺหทีปายโน อาห มยา ตาว มม พลํ กตํ ตฺวํปิ อตฺตโน พลํ กโรหีติ ฯ โส อหํปิ สจฺจกิริยํ กริสฺสามีติ ปุตฺตสฺส อุเร หตฺถํ ฐเปตฺวา ทุติยํ คาถมาห

ยสฺมา ทานํ นาภินนฺทิ กทาจิ

ทิสฺวานาหํ อติถึ วาสกาเล

น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทุํ

พหุสฺสุตา สมณพฺราหฺมณา จ

อกามโก จาปิ อหํ ทโทสฺมิ

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ

หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโตติ ฯ

ตตฺถ วาสกาเลติ วสนตฺถาย เคหํ อาคตกาเล ฯ น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทุนฺติ พหุสฺสุตาปิ ปน สมณพฺราหฺมณา จ อยํ เนว ทานํ อภินนฺทติ น อมฺเหติ อิมํ มม อปฺปิยภาวํ เนว ชานึสุ ฯ อหญฺหิ ปิยจกฺขูหิเยว โอโลเกมีติ ทีเปติ ฯ เอเตน สจฺเจนาติ สเจ อหํ ทานํ ททมาโนปิ วิปากํ อสทฺทหิตฺวา อตฺตโน อนิจฺฉาย ทมฺมิ อนิจฺฉนภาวญฺจ มม ปเร น ชานนฺติ เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตูติ อตฺโถ ฯ

เอวํ เตน สจฺจกิริยาย กตาย กฏิโต อุทฺธํ วิสํ ภสฺสิตฺวา ปฐวึ ปาวิสิ ฯ กุมาโร อุฏฺฐาย นิสีทิ ฐาตุํ ปน น สกฺโกติ ฯ อถสฺส ปิตา มาตรํ อาห ภทฺเท มยา อตฺตโน พลํ กตํ ตฺวํ อิทานิ สจฺจกิริยํ กตฺวา ปุตฺตสฺส อุฏฺฐาย คมนภาวํ กโรหีติ ฯ สามิ อตฺถิ มยฺหํ เอกํ สจฺจํ ตว ปน สนฺติเก กเถตุํ น สกฺกาติ ฯ ภทฺเท ยถาตถา เม ปุตฺตํ อโรคํ กโรหีติ ฯ สา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา สจฺจํ กโรนฺตี ตติยํ คาถมาห

อาสีวิโส ตาต ปหูตเตโช

โย ตํ อฑํสี พิฬารา อุทฺธจฺจ

ตสฺมิญฺจ เม อปฺปิยตาย อชฺช

ปิตรญฺจ เต นตฺถิ โกจิ วิเสโส

เอเตน สจฺเจน สุวตฺถิ โหตุ

หตํ วิสํ ชีวตุ ยญฺญทตฺโตติ ฯ

ตตฺถ ตาตาติ ปุตฺตํ อาลปติ ฯ ปหูตเตโชติ พลววิโส ฯ พิฬาราติ วิวรา ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ อุทฺธจฺจาติ อุทฺธริตฺวา วมฺมิกพิลโต อุฏฺฐายาติ อตฺโถ ฯ ปิตรญฺจ เตติ ปิตริ จ เต ฯ อฏฺฐกถายํ ปน อยเมว วา ปาโฐ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ตาต ยญฺญทตฺต อสฺมิญฺจ อาสีวิเส ตว ปิตริ จ อปฺปิยภาเวน มยฺหํ โกจิ วิเสโส นตฺถิ ตญฺจ ปน อปฺปิยภาวํ ฐเปตฺวา อชฺช มยา โกจิ ชานาปิตปุพฺโพ นาม นตฺถิ สเจ เอตํ สจฺจํ เอเตน สจฺเจน ตว สุวตฺถิ โหตูติ ฯ

สห สจฺจกิริยาย สพฺพวิสํ ภสฺสิตฺวา ปฐวึ ปาวิสิ ฯ ยญฺญทตฺโต นิพฺพิเสน สรีเรน อุฏฺฐาย กีฬิตุํ อารทฺโธ ฯ เอวํ ปุตฺเต อุฏฺฐิเต มณฺฑพฺโย ทีปายนสฺส อชฺฌาสยํ ปุจฺฉนฺโต จตุตฺถํ คาถมาห

สนฺตา ทนฺตาเยว ปริพฺพชนฺติ

อญฺญตฺร กณฺหา นตฺถิ อกามรูปา

ทีปายน กิสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก จรสิ พฺรหฺมจริยนฺติ ฯ

ตสฺสตฺโถ เยเกจิ ขตฺติยาทโย กามํ ปหาย อิธ โลเก ปพฺพชนฺติ เต อญฺญตฺร กณฺหา ภวนฺตํ กณฺหํ ฐเปตฺวา อญฺเญ อกามรูปา นาม นตฺถิ สพฺเพ ฌานภาวนาย กิเลสานํ สมิตตฺตา สนฺตา จกฺขาทีนิ ทฺวารานิ ยถา นิพฺพิเสวนานิ โหนฺติ ตถา เตสํ ทมิตตฺตา ทนฺตา หุตฺวา อภิรตา จ พฺรหฺมจริยํ จรนฺติ ตฺวํ ปน ภนฺเต ทีปายน กึการณา ปาปํ ชิคุจฺฉมาโน อกามโก หุตฺวา พฺรหฺมจริยํ จรสิ กสฺมา ปุน อคารเมว อชฺฌาวสสีติ ฯ

อถสฺส โส การณํ กเถนฺโต ปญฺจมํ คาถมาห

สทฺธาย นิกฺขมฺม ปุน นิวตฺโต

โส เอฬมูโค จ ปโล วตายํ

เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก จรามิ พฺรหฺมจริยํ

วิญฺญูปสฏฺฐญฺจ สตญฺจ ฐานํ

เอวํ อหํ ปุญฺญกโร ภวามีติ ฯ

ตสฺสตฺโถ กณฺหกมฺมญฺจ ผลญฺจ สทฺทหิตฺวา ตาว มหนฺตํ วิภวํ ปหาย อคารา นิกฺขมิตฺวา ยํ ปชหิ ปุน ตทตฺถเมว นิวตฺโต โส อยํ ลาลมุโข วต คามทารโก วิย จ ปโล วตาติ อิทํ วาทํ ชิคุจฺฉมาโน อหํ อตฺตโน หิโรตฺตปฺปเภทภเยน อนิจฺฉมาโนปิ พฺรหฺมจริยํ จรามิ ฯ กิญฺจิ ภิยฺโยว ปพฺพชฺชาปุญฺญญฺจ นาเมตํ วิญฺญูหิ พุทฺธาทีหิ ปสฏฺฐํ เตสญฺเญว จ สตํ นิวาสนฏฺฐานํ เอวํ อิมินาปิ การเณน อหํ ปุญฺญกโร ภวามิ อสฺสุมุโขปิ รุทมาโน พฺรหฺมจริยํ จรามิเยวาติ ฯ

เอวํ โส อตฺตโน อชฺฌาสยํ กเถตฺวา ปุน มณฺฑพฺยํ ปุจฺฉนฺโต ฉฏฺฐํ คาถมาห

สมเณ ตฺวํ พฺราหฺมเณ อทฺธิเก จ

สนฺตปฺปยาสิ อนฺนปาเนน ภิกฺขํ

โอปานภูตํว ฆรํ ตวยิทํ

อนฺเนน ปาเนน อุเปตรูปํ

อถ กิสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก ทานมิมํ ททาสีติ ฯ

ตตฺถ ภิกฺขนฺติ จรนฺตานํ ภิกฺขญฺจ สมฺปาเทตฺวา ททาสิ ฯ โอปานภูตํวาติ จตุมหาปเถ ขนิตสาธารณโปกฺขรณี วิย ฯ

ตโต มณฺฑพฺโย อตฺตโน อชฺฌาสยํ กเถนฺโต สตฺตมํ คาถมาห

ปิตโร จ เม อาสุ ปิตามหา จ

สทฺธา อหุ ทานปตี วทญฺญู

ตํ กูลวตฺตํ อนุวตฺตมาโน

มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธิโน อหุํ

เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมาโน

อกามโก ทานมิมํ ททามีติ ฯ

ตตฺถ อาสุนฺติ ปทสฺส สทฺธาติ อิมินา สมฺพนฺโธ ฯ สทฺธา อเหสุนฺติ อตฺโถ ฯ อหูติ สทฺธา หุตฺวา ตโต อุตฺตรึ ทานเชฏฺฐกา เจว วเทถ กโรถาติ วุตฺตวจนสฺส อตฺถโชตนกา จ อเหสุํ ฯ ตํ กูลวตฺตนฺติ ตํ กุเล วตฺตํ ฯ อฏฺฐกถายํ ปน อยเมว วา ปาโฐ ฯ มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธิโน อหุนฺติ อหํ อตฺตโน กุเล สพฺพปจฺฉิมโก เจว กุลปลาโป จ มา อหุนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา เอตํ กุลนฺติมา กุลปลาโปติ วาทํ ชิคุจฺฉมาโน อหํ อนิจฺฉมาโนว อิทํ ทานํ ททามีติ ทีเปติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา มณฺฑพฺโย อตฺตโน ภริยํ ปุจฺฉนฺโต อฏฺฐมํ คาถมาห

ทหรึ กุมารึ อสมตฺถปญฺญํ

ยนฺตานยึ ญาติกุเล สุคตฺเต

น จาปิ เม อปฺปิยตํ อเวทิ

อญฺญตฺร กามา ปริจารยนฺตา

อถ เกน วณฺเณน มยา หิ โภติ

สํวาสธมฺโม อหุ เอวรูโปติ ฯ

ตตฺถ อสมตฺถปญฺญนฺติ กุฏุมฺพํ วิจาเรตุํ อปฺปฏิพลปญฺญํ อติตรุณิญฺเญว สมานํ ฯ ยนฺตานยินฺติ ยํ ตํ อานยึ ยํ อหํ ทหริเมว สมานํ ตํ ญาติกุลโต อาเนสินฺติ วุตฺตํ โหติ ฯ อญฺญตฺร กามา ปริจารยนฺตาติ เอตฺตกํ กาลํ วินา กาเมน อนิจฺฉาย มํ ปริจารยนฺตาปิ อตฺตโน อปฺปิยภาวํปิ มํ น ชานาเปสิ สมฺปิยาย- มานรูปาว มํ ปริจริ ฯ เกน วณฺเณนาติ เกน การเณน ฯ โภตีติ ตํ อาลปติ ฯ เอวรูโปติ อาสีวิสสมานปฏิกูลภาเวน มยา สทฺธึ ตว สํวาสธมฺโม เอวรูโป ปิยสํวาโส วิย กถํ ชาโตติ ฯ

อถสฺส สา กเถนฺตี นวมํ คาถมาห

อารา ทูเร นยิธ กทาจิ อตฺถิ

ปรํปรา นาม กุเล อิมสฺมึ

ตํ กูลวตฺตํ อนุวตฺตมานา

มาหํ กุเล อนฺติมคนฺธินี อหุํ

เอตสฺส วาทสฺส ชิคุจฺฉมานา

อกามกา ปฏฺฐ จรามิ ตุยฺหนฺติ ฯ

ตตฺถ อารา ทูเรติ อญฺญมญฺญเววจนํ ฯ อติทูเรติ ตํ ทสฺเสนฺตี เอวมาห ฯ อิธาติ นิปาตมตฺตํ น กทาจีติ อตฺโถ ฯ ปรํปราติ ปุริสปรํปรา ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ สามิ อิมสฺมึ อมฺหากํ ญาติกุเล ทูรโต ปฏฺฐาย ยาว สตฺตมา กุลปริวฏฺฏา ปุริสปรํปรา นาม นตฺถิ ฯ เอกิตฺถิยาปิ สามิกํ ฉฑฺเฑตฺวา อญฺโญ ปุริโส คหิตปุพฺโพ นาม นตฺถีติ ฯ ตํ กูลวตฺตนฺติ อหํปิ ตํ กุลวตฺตํ กุลปฺปเวณึ อนุวตฺตมานา อตฺตโน กุเล ปจฺฉิมิกา ปลาลภูตา มา อสฺสนฺติ สลฺลกฺเขตฺวา เอตํ กุลนฺติมา กุลคนฺธินีติ วาทํ ชิคุจฺฉมานา อกามกาปิ ตุยฺหํ ปฏฺฐ จรามิ เวยฺยาวจฺจการิกา ปาทปริจาริกา ชาตมฺหีติ ฯ

เอวญฺจ ปน วตฺวา มยา สามิกสฺส สนฺติเก อภาสิตพฺพํ ตุยฺหํ ภาสิตํ กุชฺเฌยฺยาปิ เม อยํ อมฺหากํ กุลุปกตาปสสฺส สมฺมุเขเยว นํ ขมาเปสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ขมาเปนฺตี ทสมํ คาถมาห

มณฺฑพฺย ภาสิสฺสํ อภาสเนยฺยํ

ตํ ขมตํ ปุตฺตเหตุ มมชฺช

ปุตฺตเปมํ นยิธ ปรตฺถิ กิญฺจิ

โส โน อยํ ชีวติ ยญฺญทตฺโตติ ฯ

ตตฺถ ตํ ขมตนฺติ ตํ ขมยตุ ฯ ปุตฺตเหตุ มมชฺชาติ ตํ มม ภาสิตํ อชฺช อิมสฺส ปุตฺตสฺส เหตุ ขมยตุ ฯ โส โน อยนฺติ ยสฺส ปุตฺตสฺส การณา มยา เอตํ ภาสิตํ โส โน ปุตฺโต ชีวติ อิมสฺส ชีวิตลาเภเนว เม ขมาหิ อชฺชโต ปฏฺฐาย ตว วสวตฺตินี ภวิสฺสามีติ ฯ

อถ นํ มณฺฑพฺโย อุฏฺเฐหิ ภทฺเท ขมามิ เต อิโต ปฏฺฐาย มา ผรุสจิตฺตา อโหสิ อหํปิ เต อปฺปิยํ น กริสฺสามีติ อาห ฯ โพธิสตฺโต มณฺฑพฺยํ อาห อาวุโส ตยา ทุสฺสํฆรธนํ สํหริตฺวา กมฺมญฺจ ผลญฺจ อสทฺทหิตฺวา ทานํ เทนฺเตน อยุตฺตํ กตํ อิโต ปฏฺฐาย ทานํ สทฺทหิตฺวา ทเทยฺยาสีติ ฯ โส สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา โพธิสตฺตํ อาห ภนฺเต ตยา อมฺหากํ ทกฺขิเณยฺยภาเว ฐตฺวา อนภิรเตน พฺรหฺมจริยํ จรนฺเตน อยุตฺตํ กตํ อิโต ปฏฺฐาย อิทานิ ยถา ตยิ กตการา มหปฺผลา โหนฺติ เอวํ จิตฺตํ ปสาเทตฺวา สุทฺธจิตฺโต ฌานาภิรโต หุตฺวา พฺรหฺมจริยํ จราหีติ ฯ เต มหาสตฺตํ วนฺทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา อคมํสุ ฯ ตโต ปฏฺฐาย ภริยา สามิเก สุเสฺนหา อโหสิ ฯ มณฺฑพฺโย ปสนฺนจิตฺโต สทฺธาย ทานํ อทาสิ ฯ โพธิสตฺโต อนภิรตึ วิโนเทตฺวา ฌานาภิญฺญา อุปฺปาเทตฺวา พฺรหฺม- โลกปรายโน อโหสิ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา สจฺจานิ ปกาเสตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ สจฺจปริโยสาเน อุกฺกณฺฐิตภิกฺขุ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหิ ฯ ตทา มณฺฑพฺโย อานนฺโท อโหสิ ภริยา วิสาขา ปุตฺโต ราหุโล อาณิมณฺฑพฺโย สารีปุตฺโต กณฺหทีปายโน ปน อหเมวาติ ฯ

กณฺหทีปายนชาตกํ ฉฏฺฐํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๙

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๔๓. จุลลโพธิชาดกชาดกถัดไป๔๔๕. นิโครธชาดก