ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ทสพราหมณชาดก
ชาดกที่ ๔๙๕ · ปกิณณกนิบาตชาดก

ทสพราหมณชาดก

ว่าด้วยชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๐๐๑ · บรรทัด ๗๘๑๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากทสพราหมณชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

บทว่า อสิจมฺมํ ได้แก่ ดาบและเครื่องป้องกันลูกศรที่ทำด้วยหนัง. บทว่า เวสฺสปเถสุ ได้แก่ ในทางเดินของพวกพ่อค้า. บทว่า อมฺพาหยนฺติ ความว่า บางทีก็รับเอากระษาปณ์ ๑๐๐ บ้าง ๑,๐๐๐ บ้าง จากมือของนายกองเกวียนเข้าสู่ดงย่านพวกโจรไป. บทว่า โคปนิสาเทหิ ความว่า พวกนั้นเสมือนกับพวกนายโคบาล และพวกนายพรานคือโจรผู้ปล้นบ้าน. บทว่า เตปิ ความว่าแม้พวกนั้นคือเห็นปานนั้นก็เรียกกันว่าพราหมณ์. บทว่า กูฏานิ การยนฺติ เตความว่า ยังอีกพวกหนึ่ง (สร้างกระท่อมในป่า) ก่อสร้างกลโกงต่าง ๆ มีบ่วงแร้วเป็นต้น. บทว่า สสํ วิฬารํ ความว่า ดักมฤคที่เที่ยวไปบนบกซึ่งแสดงความคำว่า กระต่ายและแมวนั้น. บทว่า อาโคธา มจฺฉกจฺฉปํ ความว่า เบียดเบียนคือฆ่าเสีย ซึ่งบรรดาสัตว์ที่เกิดบนบก ที่มีชีวิตใหญ่และเล็ก จนถึงเหี้ยเป็นที่สุด บรรดาสัตว์เกิดในน้ำ ก็ฝูงปลาและเต่า. บทว่า เตปิคือ แม้พวกนั้นจะเสมือนพรานผู้ฉกาจ ก็ยังเรียกกันว่าพราหมณ์. บทว่า อญฺเ ธนสฺส กามาหิ ความว่า ยังมีพราหมณ์พวกหนึ่ง ปรารถนาแต่จะได้ทรัพย์. บทว่า เหฏฺา มญฺเจ ปสกฺขิตา ความว่า พวกนั้นคิดว่า พวกเราจักได้กระทำกรรมคือการไล่กลี แล้วให้สร้างเตียงอันสำเร็จด้วยแก้ว มุดเข้าไปนอนอยู่ใต้เตียงแก้วนั้น ครั้นถึงวิธีโสมยาคะของพวกนั้น พระราชาทั้งหลาย ก็ทรงสรงในเบื้องบน ได้ยินว่า พวกนั้นครั้นพิธีโสมยาคะเสร็จแล้ว พากันมานั่งเหนือเตียงนั้น ลำดับนั้น พราหมณ์พวกอื่นดำริว่า พวกเราจักขับกลี ก็ให้พวกนั้นอาบน้ำ เตียงแก้วและราชาลังการของพระราชาทุกอย่าง เป็นของผู้นอนใต้เตียงทั้งนั้น. บทว่า เตปิ ความว่า แม้พวกนั้นจะเสมือนกับคนกวาดมลทินคือคนที่เขาอาบรดก็เรียกกันว่าพราหมณ์.

พระโพธิสัตว์กราบทูลแถลงถึงพวกพราหมณ์ เพียงบัญญัติเรียกเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล้ว คราวนี้เมื่อจะทูลแถลงถึงพราหมณ์ผู้มีประโยชน์ยอดเยี่ยมได้กราบทูลคาถา ๒ คาถาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร บริโภคโภชนาหารของพระองค์ มีอยู่แล พราหมณ์ เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารหนเดียว และไม่ดื่มน้ำเมา ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึง พราหมณ์เหล่านั้นแก่พระองค์แล้ว พวกเราคงต้องการ พราหมณ์เช่นนี้ซิ พระเจ้าข้า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีลวนฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยอริยศีล. บทว่า พหุสฺสุตา ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นพหูสูตเพราะปฏิเวธ. บทว่า ตาทิเส ความว่า พวกเราคงจะเข้าใกล้พราหมณ์ คือพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้ว เห็นปานนั้น.

พระราชาทรงสดับคำของท่านแล้ว ตรัสถามว่า สหายวิธูระ ท่านพราหมณ์ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลเลิศเช่นนี้ อยู่ที่ไหนเล่า. กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ท่านอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูล ในหิมวันต์ตอนเหนือพระเจ้าข้า. รับสั่งว่า พ่อบัณฑิต ถ้าเช่นนั้นเธอจงช่วยแสวงหาท่านพราหมณ์พวกนั้นแก่เราด้วยกำลังของเธอเถิด ทรงดีพระฤทัยตรัสคาถาว่า

ดูก่อนวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์ พวกนั้น และจงเชิญพราหมณ์พวกนั้นมาโดยเร็วด้วยเถิด.

พระมหาสัตว์รับพระดำรัสของพระองค์ด้วยคำว่า สาธุ กราบทูลว่าข้าแต่มหาราชเจ้า ถ้าเช่นนั้นพระองค์ให้ราชบุรุษนำกลองออกไปเที่ยวตีประกาศว่า ชาวพระนครทุกคนจงตกแต่งพระนครพากันให้ทาน อธิษฐานอุโบสถและถือศีลจงทั่วกันเถิด แม้พระองค์ก็ทรงสมาทานอุโบสถกับชนผู้เป็นบริษัทเถิดพระเจ้าข้า ตนเองพอรุ่งเช้าบริโภคแล้ว สมาทานอุโบสถ ตอนเย็นให้คนนำผอบทองเต็มด้วยดอกไม้ตามธรรมชาติ กับพระราชาประดิษฐานเบญจางคประดิษฐ์ระลึกถึงพระคุณทั้งหลาย แห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย กราบไหว้แล้วนิมนต์ด้วยคำว่า ขอพระปัจเจกพุทธเจ้าประมาณ ๕๐๐ องค์ผู้สถิตอยู่ ณเงื้อมเขานันทมูลกะในหิมวันตประเทศตอนเหนือ จงรับภิกษาของข้าพเจ้าทั้งหลายในวันพรุ่งนี้ แล้วทิ้งกำดอกไม้ ๘ กำไปในอากาศ. ครั้งนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์ อยู่ ณ ที่นั้น. ดอกไม้ทั้งหลายลอยไปตกลงในเบื้องบนสำนักแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น. พระคุณท่านนึกอยู่รู้เหตุนั้นแล้วกล่าวว่า ท่านผู้มีเนียรทุกข์ทั้งหลาย ชาวเราวิธูรบัณฑิตนิมนต์แล้ว ก็แหละท่านผู้นี้มิใช่สัตว์พอดีพอร้าย ท่านผู้นี้เป็นหน่อเนื้อแห่งพระพุทธเจ้า จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในกัปนี้แล พวกเราต้องการทำสงเคราะห์ท่าน พากันรับนิมนต์. พระมหาสัตว์ทราบการที่พระปัจเจกพุทธเจ้ารับนิมนต์ ด้วยสัญญาที่ดอกไม้ทั้งหลายไม่คืนมา กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายจักพากันมา เชิญพระองค์ทรงกระทำสักการะและสัมมานะเถิดพระเจ้าข้า. วันรุ่งขึ้น พระราชาทรงกระทำสักการะใหญ่โต ให้ตกแต่งอาสนะอันควรค่ามาก ในท้องพระโรงหลวง ฝ่ายพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น พากันกระทำปรนนิบัติสรีระในสระอโนดาต เสร็จแล้วกำหนดเวลาพากันมาทางอากาศลงที่ท้องพระลานหลวง พระราชาและพระโพธิสัตว์ มีใจเลื่อมใส รับบาตรจากหัตถ์แห่งพระคุณท่านเหล่านั้น เชิญขึ้นปราสาท ให้นั่งแล้ว ถวายทักษิโณทกอังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะ อันประณีต ในที่สุดแห่งภัตกิจของพระคุณท่านเหล่านั้น ก็นิมนต์เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น ๆ ต่อ ๆ กันไป รวมเป็น ๗ วันด้วยวิธีนี้ถวายมหาทานในวันคำรบ ๗ ได้ถวายบริขารทั้งปวง. พระคุณท่านเหล่านั้นกระทำอนุโมทนาแล้ว พากันไป ณ เงื้อมเขานันทมูลกะนั้นทางอากาศ. บริขารทั้งหลายเล่า ก็ไปพร้อมกันกับพระคุณท่านทีเดียวแล.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสย้ำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่โกรัพยราชผู้อุปัฏฐากของเราถวายวิเจยยทาน (การเลือกแล้วให้) ไม่น่าอัศจรรย์ บัณฑิตแต่ปางก่อนถึงพระพุทธเจ้า ยังไม่อุบัติ ก็ได้ถวายทานแล้วเหมือนกัน ทรงประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็นอานนท์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ปรินิพพานแล้ว ส่วนวิธูรบัณฑิต ได้มาเป็นเราตถาคตแล.

จบอรรถกถาทสพราหมณชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๕๑๖–๕๒๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปกิณณกนิบาตชาดก · ๑๒๑ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๒๑ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๑๒. ทสพฺราหฺมณชาตกํ ฯ

ราชา อโวจ วิธูรนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อสทิสทานํ อารพฺภ กเถสิ ฯ ตํ อฏฺฐนิปาเต วิธูรชาตเก วิตฺถาริตเมว ฯ

ราชา กิร ตํ ทานํ ททนฺโต สตฺถารํ เชฏฺฐกํ กตฺวา ปญฺจ ภิกฺขุสตานิ วิจินิตฺวา คณฺหิตฺวา มหาขีณาสวานญฺเญว อทาสิ ฯ อถสฺส ภิกฺขู คุณกถํ กเถนฺตา อาวุโส ราชา อสทิสทานํ เทนฺโต วิจินิตฺวา มคฺคผลฏฺฐาเน อทาสีติ ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมายนามาติ วุตฺเต อนจฺฉริยํ ภิกฺขเว ยํ โกสลราชา มาทิสสฺส พุทฺธสฺส อุปฏฺฐาโก หุตฺวา วิเจยฺย ทานํ เทติ โปราณกปณฺฑิตา อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ วิเจยฺย ทานํ อทํสูติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ

อตีเต ภิกฺขเว กุรุรฏฺเฐ อินฺทปตฺตนคเร ยุธิฏฺฐิลโคตฺโต โกรพฺโย ราชา รชฺชํ กาเรสิ ฯ ตสฺส วิธูโรนาม อมจฺโจ อตฺถญฺจ ธมฺมญฺจ อนุสาสิ ฯ ราชา สกลชมฺพูทีปํ โขเภนฺโต มหาทานํ เทติ ฯ มนุสฺเสสุ ตํ คเหตฺวา ภุญฺชนฺเตสุ เอโกปิ ปญฺจสีลมตฺตํ รกฺขนฺโตนาม นตฺถิ สพฺเพ ทุสฺสีลาว ฯ ทานํ ราชานํ น โตเสติ ฯ ราชา วิเจยฺย ทานํ มหปฺผลนฺติ สีลวนฺตานํ ทาตุกาโม หุตฺวา จินฺเตสิ วิธูรปณฺฑิเตน สทฺธึ มนฺตยิสฺสามีติ ฯ โส ตํ อุปฏฺฐานํ อาคตํ อาสเน นิสีทาเปตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อุปฑฺฒคาถมาห

ราชา อโวจ วิธูรํ ธมฺมกาโม ยุธิฏฺฐิโลติ ฯ

ปุรโต รญฺโญ จ วิธูรสฺส จ วจนปฏิวจนํ อโหสิ ฯ

พฺราหฺมเณ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

ทุลฺลภา พฺราหฺมณา เทว สีลวนฺโต พหุสฺสุตา

วิรตา เมถุนา ธมฺมา เย เต ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ฯ

ทส ขลุ มหาราช ยา ตา พฺราหฺมณชาติโย

เตสํ วิภงฺควิจยํ วิตฺถาเรน สุโณหิ เม ฯ

ปสิพฺพเก คเหตฺวาน ปุณฺเณ มูลสฺส สํวุเต

โอสธิกาเย คนฺเถนฺติ นฺหาปยนฺติ ชปนฺติ จ ฯ

ติกิจฺฉกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

กิงฺกิณิโย คเหตฺวาน โฆเสนฺติ ปุรโตปิ เต

เปสนานิปิ คจฺฉนฺติ รถจริยาสุ สิกฺขเร

ปริจาริกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

กมณฺฑลุํ คเหตฺวาน ปงฺกทณฺฑญฺจ พฺราหฺมณา

ปจฺจุเปสฺสนฺติ ราชาโน คาเมสุ นิคเมสุ จ

นาทินฺเน วุฏฺฐเหสฺสาม คามมฺหิ นิคมมฺหิ วา

นิคฺคาหกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

ปรุฬฺหกจฺฉนขโลมา ปงฺกทนฺตา รชสฺสิรา

โอกิณฺณา รชชลฺเลหิ ยาจกา วิจรนฺติ เต

ขาณุฆาตสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

หรีตกํ อามลกํ อมฺพํ ชมฺพุํ วิเภทกํ

ลพุชํ ทนฺตโปณานิ เวฬุวา พทรานิ จ

ราชายตนํ อุจฺฉุปูฏํ ธูมเนตฺตํ มธุอญฺชนํ

อุจฺจาวจานิ ปณียานิ วิปเณนฺติ ชนาธิป

วาณิชกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

กสิวาณิชฺชํ กาเรนฺติ โปสยนฺติ อเชฬเก

กุมาริโย ปเวจฺฉนฺติ วิวาหนฺตาวาหนฺติ จ

สมา อมฺพฏฺฐเวเสหิ เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

นิกฺขิตฺตภิกฺขํ ภุญฺชนฺติ คาเมสุ เต ปุโรหิตา

พหู เน ปริปุจฺฉนฺติ อณฺฑจฺเฉทานิ ลญฺจกา

ปสูปิ ตตฺถ หญฺญนฺติ มหิสา สุกรา อชา

โคฆาตกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

อสิจมฺมํ คเหตฺวาน ขคฺคํ ปคฺคยฺห พฺราหฺมณา

เวสฺสปเถสุ ติฏฺฐนฺติ สตฺถํ อมฺพาหยนฺติปิ

สมา โคปนิสาเทหิ เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

อรญฺเญ กุฏิกํ กตฺวา กูฏานิ การยนฺติ เต

สสํ วิฬารํ พาเธนฺติ อาโคธา มจฺฉกจฺฉปํ

เต ลุทฺทกสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ ฯ

อญฺเญ ธนสฺส กามาหิ เหฏฺฐา มญฺเจ ปสกฺขิตา

ราชาโน อุปริ นฺหาเปนฺติ โสมยาเค อุปฏฺฐิเต

มลมชฺชสมา ราช เตปิ วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเส ฯ

อเปตา เต จ พฺราหฺมญฺญา (อิติ ราชา จ โกรพฺโย)

น เต วุจฺจนฺติ พฺราหฺมณา

อญฺเญ วิธูร ปริเยส สีลวนฺเต พหุสฺสุเต

วิรเต เมถุนา ธมฺมา เย เม ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ

ทกฺขิณํ สมฺม ทสฺสามิ ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ ฯ

ตตฺถ สีลวนฺเตติ มคฺเคนาคตสีเล ฯ พหุสฺสุเตติ ปฏิเวธพหุสฺสุเต ฯ ทกฺขิณนฺติ ทานํ ฯ เยติ เย ธมฺมิกสมณพฺราหฺมณา ตํ ทานํ ภุญฺเชยฺยุํ เต ทุลฺลภา ฯ พฺราหฺมณชาติโยติ พฺราหฺมณกุลานิ ฯ เตสํ วิภงฺควิจยนฺติ เตสํ พฺราหฺมณานํ วิภาคํ มม ปญฺญาย วิจิตภาวํ วิตฺถาเรน สุณาหิ ฯ สํวุเตติ พนฺธมุเข ฯ โอสธิกาเย คนฺเถนฺตีติ อิทํ อิมสฺส โรคสฺส เภสชฺชํ อิทํ อิมสฺสาติ เอวํ สิโลเก พนฺธิตฺวา มนุสฺสานํ เทนฺติ ฯ นฺหาปยนฺตีติ นฺหาปนํนาม กโรนฺติ ฯ ชปนฺติ จาติ ภูตวิชฺชํ ปริวตฺเตนฺติ ฯ ติกิจฺฉกสมาติ เวชฺชสทิสา ฯ เตปิ วุจฺจนฺตีติ เตปิ พฺราหฺมณา วา มยํ อพฺราหฺมณา วาติ อชานิตฺวาว เวชฺชกมฺเมน ชีวิตํ กปฺเปนฺตา โวหาเรน พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ ฯ อกฺขาตา เตติ อิเม เต มยา เวชฺชพฺราหฺมณานาม อกฺขาตา ฯ นิปตามเสติ เวเทหิ ตาทิเส พฺราหฺมเณ นิมนฺตนตฺถาย อุปสงฺกมาม อตฺถิ เต เอเตหิ อตฺโถติ ปุจฺฉิ ฯ พฺราหฺมญฺญาติ พฺราหฺมณธมฺโม ฯ น เต วุจฺจนฺตีติ เต วาหิตปาปตาย พฺราหฺมณานาม น วุจฺจนฺติ ฯ กิงฺกิณิโยติ มหาราช อปเรปิ พฺราหฺมณา อตฺตโน พฺราหฺมณธมฺมํ ฉฑฺเฑตฺวา ชีวิกตฺถาย ราชราชมหามตฺตานํ ปุรโต กํสตาเล คเหตฺวา วาเทนฺตา คายนฺตา คจฺฉนฺติ ฯ เปสนานิปีติ ทาสกมฺมกราวิย เปสนานิปิ คจฺฉนฺติ ฯ รถจริยาสูติ รถสิปฺปํ สิกฺขนฺติ ฯ ปริจาริกสมาติ ทาสกมฺมกรสทิสา ฯ ปงฺกทณฺฑนฺติ ทนฺตกฏฺฐํ ฯ ปจฺจุเปสฺสนฺติ ราชาโนติ อปเรปิ พฺราหฺมณา ราชราชมหามตฺเต ปฏิจฺจ อาคมฺม สนฺธาย อุปเสวนฺติ ฯ คาเมสุ นิคเมสุ จาติ เตสํ นิเวสนทฺวาเร นิสีทนฺติ ฯ นิคฺคาหกสมาติ นิคฺคาหการเกหิ พลิสาธกราชปุริเสหิ สมา ยถา เต ปุริสา อคเหตฺวา น คมิสฺสามาติ นิคฺคหํ กตฺวา คณฺหนฺติเยว ตถา คาเม วา วเน วา อลทฺเธ มยํ มรนฺตาปิ น อุฏฺฐหิสฺสามาติ อุปวสนฺติ ฯ เตปีติ เตปิ พลิสาธกสทิสา ปาปธมฺมา ฯ รชชลฺเลหีติ รเชหิ จ ปํสูหิ จ โอกิณฺณา ฯ ยาจกาติ ธนยาจกา ขาณุฆาตสมาติ มลินสรีรตาย ฌามเขตฺเต ขาณุฆาตเกหิ ภูมึ ขณิตฺวา ฌามขาณุกอุทฺธรณมนุสฺเสหิ สมา อคเหตฺวา น คมิสฺสามาติ นิจฺจลภาเวน ฐิตตฺตา นิกฺขณิตฺวา ฐปิตขาณุกาวิยาติ อตฺโถ ฯ เตปีติ เตปิ ตถา ลทฺธํ ธนํ วฑฺฒิยา ปโยเชตฺวา ปุน ตถา วิจรนฺตา ทุสฺสีลา พฺราหฺมณา ฯ อุจฺฉุปูฏนฺติ อุจฺฉุญฺเจว ผาณิตปูฏญฺจ ฯ มธุอญฺชนนฺติ มธุญฺเจว อญฺชนญฺจ ฯ อุจฺจาวจานีติ อปฺปคฺฆมหคฺฆานิ ฯ ปณิยานีติ ภณฺฑานิ ฯ วิปเณนฺตีติ กีณนฺติ วิกีณนฺติ ฯ เตปีติ เตปิ อิมานิ เอตฺตกานิ วิกีณิตฺวา ชีวิตกปฺปกา วาณิชกพฺราหฺมณา ฯ โปสยนฺตีติ กยวิกเยน ชีวิตกปฺปนตฺถํ โปเสนฺตีติ ฯ ปเวจฺฉนฺตีติ อตฺตโน ธีตโร หิรญฺญสุวณฺณํ คเหตฺวา ปเรสํ เทนฺติ เต เอวํ ปเรสํ ททมานา วิวาหนฺติ อตฺตโน ปุตฺตานํ อตฺถาย คณฺหมานา อาวาหนฺติ นาม ฯ อมฺพฏฺฐเวเสหีติ กุฏุมฺพิเกหิ เจว คหปตีหิ จ สมา เตปิ โวหารวเสน พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ ฯ นิกฺขิตฺตภิกฺขนฺติ คามปุโรหิตา หุตฺวา อตฺตโน อตฺถาย นิมนฺตภิกฺขํ ฯ พหู เนติ พหู ชนา เต คามปุโรหิเต นกฺขตฺตมุหุตฺตมงฺคลานิ ปุจฺฉนฺติ ฯ อณฺฑจฺเฉทานิ ลญฺจกาติ ภตึ คเหตฺวา พลิพทฺธาทีนํ อณฺฑจฺเฉทกา เจว ติสูลาทิองฺคกรเณน ลญฺจกา จ ลกฺขณการกาติ อตฺโถ ฯ ตตฺถาติ เตสํ คามปุโรหิตานํ เคเหสุ มํสวิกีณนตฺถํ เอเต ปสุอาทโยปิ หญฺญนฺติ ฯ เตปีติ เตปิ โคฆาตกสมา พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ ฯ อสิจมฺมนฺติ อสิญฺเจว จมฺมกณฺฑวารณญฺจ ฯ เวสฺสปเถสูติ วาณิชานํ คมนมคฺเคสุ ฯ อมฺพาหยนฺตีติ สตฺถวาหานํ หตฺถโต สตมฺปิ สหสฺสมฺปิ คเหตฺวา สตฺถํ โจรา อฏวึ อาวหนฺติ ฯ โคปนิสาเทหีติ โคปาลเกหิ เจว เนสาเทหิ จ คามฆาตกโจเรหิ สมาติ วุจฺจนฺติ ฯ เตปีติ เตปิ เอวรูปา พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ ฯ กูฏานิ การยนฺติ เตติ กูฏปาสาทีนิ โรเปนฺติ ฯ สสํ วิฬารนฺติ สสญฺจ พิฬาเร จ เอเตน ถลจเร มิเค ทสฺเสติ ฯ อาโคธา มจฺฉกจฺฉปนฺติ ถลเชสุ ตาว อาโคธโตว มหนฺเต จ ขุทฺทเก จ ปาณิโน พาเธนฺติ มาเรนฺติ ชลเชสุ มจฺฉกจฺฉเป ฯ เตปีติ เตปิ ลุทฺทกสมา พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ ฯ อญฺเญ ธนสฺส กามาหีติ อปเร พฺราหฺมณา ธนํ ปฏฺเฐนฺตา ฯ เหฏฺฐา มญฺเจ ปสกฺขิตาติ กลิปวาหนกมฺมํ กาเรสฺสามาติ รตนมยํ มญฺจํ กาเรตฺวา ตสฺส เหฏฺฐา นิปนฺนา อจฺฉนฺติ อถ เนสํ โสมยาเค อุปฏฺฐิเต ราชาโน อุปริ นฺหายนฺติ เต กิร โสมยาเค นิฏฺฐิเต อาคนฺตฺวา ตสฺมึ มญฺเจ นิสีทนฺติ อถ เน อญฺเญ พฺราหฺมณา กลึ ปวาเหสฺสามาติ นฺหาเปนฺติ รตนมญฺโจ จ รญฺโญ ราชาลงฺกาโร จ สพฺโพ เหฏฺฐา นิปนฺนสฺเสว โหติ ฯ เตปีติ เตปิ มลมชฺชเนหิ นฺหาปิเตหิ สทิสา พฺราหฺมณาติ วุจฺจนฺติ ฯ

เอวมฺปิเม โวหารมตฺเต พฺราหฺมเณ ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปรมตฺถพฺราหฺมเณ ทสฺเสนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ

อตฺถิ โข พฺราหฺมณา เทว สีลวนฺโต พหุสฺสุตา

วิรตา เมถุนา ธมฺมา เย เต ภุญฺเชยฺยุ โภชนํ ฯ

เอกจฺเจ ภตฺตํ ภุญฺชนฺติ น จ มชฺชํ ปิวนฺติ เต

อกฺขาตา เต มหาราช ตาทิเส นิปตามเสติ ฯ

ตตฺถ สีลวนฺโตติ อริยสีเลน สมนฺนาคตา ฯ พหุสฺสุตาติ ปฏิเวธพาหุสจฺเจน สมนฺนาคตา ฯ ตาทิเสติ เอวรูเป พาหิตปาเป ปจฺเจกพุทฺธพฺราหฺมเณ นิมนฺตนตฺถาย อุปสงฺกมามาติ ฯ

ราชา ตสฺส กถํ สุตฺวา ปุจฺฉิ สมฺม วิธูร เอวรูปา อคฺคทกฺขิเณยฺยา พฺราหฺมณา กหํ วสนฺตีติ ฯ อุตฺตรหิมวนฺเต นนฺทมูลกปพฺภาเร มหาราชาติ ฯ เตนหิ ปณฺฑิต ตว พเลน มยฺหํ เต พฺราหฺมเณ ปริเยสาติ ตุฏฺฐมานโส คาถมาห

เอเต โข พฺราหฺมณา วิธูร สีลวนฺโต พหุสฺสุตา

เอเต วิธูร ปริเยส ขิปฺปญฺจ เน นิมนฺตยาติ ฯ

มหาสตฺโต สาธูติ ตสฺส วจนํ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เตนหิ มหาราช นครํ อลงฺกริตฺวา สพฺเพ นครวาสิโน ทานํ ทตฺวา อุโปสถํ อธิฏฺฐาย สมาทินฺนสีลา โหนฺตูติ เภริญฺจาราเปตฺวา ตุมฺเหปิ สทฺธึ ปริสชเนน อุโปสถํ สมาทิยาถาติ วตฺวา สยํ ปาโตว ภุญฺชิตฺวา อุโปสถํ สมาทาย สายณฺหสมเย ชาติปุปฺผปุณฺณสุวณฺณสมุคฺคํ อาหราเปตฺวา รญฺญา สทฺธึ ปญฺจปติฏฺฐิตํ ปติฏฺฐเปตฺวา ปจฺเจกพุทฺธานํ คุเณ อนุสฺสริตฺวา วนฺทิตฺวา อุตฺตรหิมวนฺเต นนฺทมูลกปพฺภารวาสิโน ปญฺจสตา ปจฺเจกพุทฺธา เสฺว อมฺหากํ ภิกฺขํ คณฺหนฺตูติ นิมนฺเตตฺวา อากาเส อฏฺฐ ปุปฺผมุฏฺฐิโย วิสชฺเชสิ ฯ ตทา ตตฺถ ปญฺจสตา ปจฺเจกพุทฺธา วสนฺติ ฯ ปุปฺผานิ คนฺตฺวา เตสํ ปจฺเจกพุทฺธานํ สนฺติเก อุปริ ปตึสุ ฯ เต อาวชฺเชนฺตา ตํ การณํ ญตฺวา มาริสา วิธูรปณฺฑิเตน นิมนฺติตมฺหา น โข ปเนส อิตรสตฺโต พุทฺธงฺกุโร เอส อิมสฺมิญฺเญว กปฺเป พุทฺโธ ภวิสฺสติ กริสฺสามสฺส สงฺคหนฺติ นิมนฺตนํ อธิวาสยึสุ ฯ มหาสตฺโต ปุปฺผานํ อนาคตสญฺญาย อธิวาสิตภาวํ ญตฺวา มหาราช ปจฺเจกพุทฺธา อาคมิสฺสนฺติ สกฺการสมฺมานํ กโรหีติ อาห ฯ ราชา ปุนทิวเส มหาสกฺการํ กตฺวา มหาตเล มหารหานิ อาสนานิ ปญฺญาเปสิ ฯ ปจฺเจกพุทฺธาปิ อโนตตฺตทเห กตสรีรปฏิชคฺคนา เวลํ สลฺลกฺเขตฺวา อากาเสนาคนฺตฺวา ราชงฺคเณ โอตรึสุ ฯ ราชา จ โพธิสตฺโต จ ปสนฺนมานสา เตสํ หตฺถโต ปตฺเต คเหตฺวา ปาสาทํ อาโรเปตฺวา นิสีทาเปตฺวา ทกฺขิโณทกํ ทตฺวา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน ปริวีสึสุ เตสํ ภตฺตกิจฺจปริโยสาเน ปุนทิวสตฺถายาติ เอวํ สตฺตเม ทิวเส นิมนฺเตตฺวา มหาทานํ ทตฺวา สตฺตเม ทิวเส สพฺพปริกฺขาเร อทํสุ ฯ เต อนุโมทนํ กตฺวา อากาเสน ตตฺเถว คตา ฯ ปริกฺขาราปิ เตเหว สทฺธึเยว คตา ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อนจฺฉริยํ ภิกฺขเว โกสลรญฺโญ มม อุปฏฺฐากสฺส สโต วิเจยฺยทานํ ทาตุํ โปราณกปณฺฑิตา อนุปฺปนฺเนปิ พุทฺเธ ทานํ อทํสุเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ ปจฺเจกพุทฺธา ปรินิพฺพุตา วิธูรปณฺฑิโต ปน อหเมวาติ ฯ

ทสพฺราหฺมณชาตกํ ทฺวาทสมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๐

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๙๔. สาธินราชชาดกชาดกถัดไป๔๙๖. ภิกขาปรัมปรชาดก