ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ทสพราหมณชาดก
ชาดกที่ ๔๙๕ · ปกิณณกนิบาตชาดก

ทสพราหมณชาดก

ว่าด้วยชาติพราหมณ์ ๑๐ ชาติ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๐๐๑ · บรรทัด ๗๘๑๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากทสพราหมณชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

บทว่า อสิจมฺมํ ได้แก่ ดาบและเครื่องป้องกันลูกศรที่ทำด้วยหนัง. บทว่า เวสฺสปเถสุ ได้แก่ ในทางเดินของพวกพ่อค้า. บทว่า อมฺพาหยนฺติ ความว่า บางทีก็รับเอากระษาปณ์ ๑๐๐ บ้าง ๑,๐๐๐ บ้าง จากมือของนายกองเกวียนเข้าสู่ดงย่านพวกโจรไป. บทว่า โคปนิสาเทหิ ความว่า พวกนั้นเสมือนกับพวกนายโคบาล และพวกนายพรานคือโจรผู้ปล้นบ้าน. บทว่า เตปิ ความว่าแม้พวกนั้นคือเห็นปานนั้นก็เรียกกันว่าพราหมณ์. บทว่า กูฏานิ การยนฺติ เตความว่า ยังอีกพวกหนึ่ง (สร้างกระท่อมในป่า) ก่อสร้างกลโกงต่าง ๆ มีบ่วงแร้วเป็นต้น. บทว่า สสํ วิฬารํ ความว่า ดักมฤคที่เที่ยวไปบนบกซึ่งแสดงความคำว่า กระต่ายและแมวนั้น. บทว่า อาโคธา มจฺฉกจฺฉปํ ความว่า เบียดเบียนคือฆ่าเสีย ซึ่งบรรดาสัตว์ที่เกิดบนบก ที่มีชีวิตใหญ่และเล็ก จนถึงเหี้ยเป็นที่สุด บรรดาสัตว์เกิดในน้ำ ก็ฝูงปลาและเต่า. บทว่า เตปิคือ แม้พวกนั้นจะเสมือนพรานผู้ฉกาจ ก็ยังเรียกกันว่าพราหมณ์. บทว่า อญฺเ ธนสฺส กามาหิ ความว่า ยังมีพราหมณ์พวกหนึ่ง ปรารถนาแต่จะได้ทรัพย์. บทว่า เหฏฺา มญฺเจ ปสกฺขิตา ความว่า พวกนั้นคิดว่า พวกเราจักได้กระทำกรรมคือการไล่กลี แล้วให้สร้างเตียงอันสำเร็จด้วยแก้ว มุดเข้าไปนอนอยู่ใต้เตียงแก้วนั้น ครั้นถึงวิธีโสมยาคะของพวกนั้น พระราชาทั้งหลาย ก็ทรงสรงในเบื้องบน ได้ยินว่า พวกนั้นครั้นพิธีโสมยาคะเสร็จแล้ว พากันมานั่งเหนือเตียงนั้น ลำดับนั้น พราหมณ์พวกอื่นดำริว่า พวกเราจักขับกลี ก็ให้พวกนั้นอาบน้ำ เตียงแก้วและราชาลังการของพระราชาทุกอย่าง เป็นของผู้นอนใต้เตียงทั้งนั้น. บทว่า เตปิ ความว่า แม้พวกนั้นจะเสมือนกับคนกวาดมลทินคือคนที่เขาอาบรดก็เรียกกันว่าพราหมณ์.

พระโพธิสัตว์กราบทูลแถลงถึงพวกพราหมณ์ เพียงบัญญัติเรียกเหล่านี้ด้วยประการฉะนี้แล้ว คราวนี้เมื่อจะทูลแถลงถึงพราหมณ์ผู้มีประโยชน์ยอดเยี่ยมได้กราบทูลคาถา ๒ คาถาว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลาย ผู้มีศีล เป็นพหูสูต งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควร บริโภคโภชนาหารของพระองค์ มีอยู่แล พราหมณ์ เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารหนเดียว และไม่ดื่มน้ำเมา ข้าแต่พระมหาราชา ข้าพระพุทธเจ้ากราบทูลถึง พราหมณ์เหล่านั้นแก่พระองค์แล้ว พวกเราคงต้องการ พราหมณ์เช่นนี้ซิ พระเจ้าข้า.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สีลวนฺโต ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยอริยศีล. บทว่า พหุสฺสุตา ได้แก่ ผู้ประกอบด้วยความเป็นพหูสูตเพราะปฏิเวธ. บทว่า ตาทิเส ความว่า พวกเราคงจะเข้าใกล้พราหมณ์ คือพระปัจเจกพุทธเจ้า ผู้มีบาปอันลอยเสียแล้ว เห็นปานนั้น.

พระราชาทรงสดับคำของท่านแล้ว ตรัสถามว่า สหายวิธูระ ท่านพราหมณ์ผู้เป็นทักขิไณยบุคคลเลิศเช่นนี้ อยู่ที่ไหนเล่า. กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า ท่านอยู่ ณ เงื้อมเขานันทมูล ในหิมวันต์ตอนเหนือพระเจ้าข้า. รับสั่งว่า พ่อบัณฑิต ถ้าเช่นนั้นเธอจงช่วยแสวงหาท่านพราหมณ์พวกนั้นแก่เราด้วยกำลังของเธอเถิด ทรงดีพระฤทัยตรัสคาถาว่า

ดูก่อนวิธูระ พราหมณ์เหล่านั้นแหละเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต ดูก่อนวิธูระ ท่านจงแสวงหาพราหมณ์ พวกนั้น และจงเชิญพราหมณ์พวกนั้นมาโดยเร็วด้วยเถิด.

พระมหาสัตว์รับพระดำรัสของพระองค์ด้วยคำว่า สาธุ กราบทูลว่าข้าแต่มหาราชเจ้า ถ้าเช่นนั้นพระองค์ให้ราชบุรุษนำกลองออกไปเที่ยวตีประกาศว่า ชาวพระนครทุกคนจงตกแต่งพระนครพากันให้ทาน อธิษฐานอุโบสถและถือศีลจงทั่วกันเถิด แม้พระองค์ก็ทรงสมาทานอุโบสถกับชนผู้เป็นบริษัทเถิดพระเจ้าข้า ตนเองพอรุ่งเช้าบริโภคแล้ว สมาทานอุโบสถ ตอนเย็นให้คนนำผอบทองเต็มด้วยดอกไม้ตามธรรมชาติ กับพระราชาประดิษฐานเบญจางคประดิษฐ์ระลึกถึงพระคุณทั้งหลาย แห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย กราบไหว้แล้วนิมนต์ด้วยคำว่า ขอพระปัจเจกพุทธเจ้าประมาณ ๕๐๐ องค์ผู้สถิตอยู่ ณเงื้อมเขานันทมูลกะในหิมวันตประเทศตอนเหนือ จงรับภิกษาของข้าพเจ้าทั้งหลายในวันพรุ่งนี้ แล้วทิ้งกำดอกไม้ ๘ กำไปในอากาศ. ครั้งนั้นพระปัจเจกพุทธเจ้า ๕๐๐ องค์ อยู่ ณ ที่นั้น. ดอกไม้ทั้งหลายลอยไปตกลงในเบื้องบนสำนักแห่งพระปัจเจกพุทธเจ้าเหล่านั้น. พระคุณท่านนึกอยู่รู้เหตุนั้นแล้วกล่าวว่า ท่านผู้มีเนียรทุกข์ทั้งหลาย ชาวเราวิธูรบัณฑิตนิมนต์แล้ว ก็แหละท่านผู้นี้มิใช่สัตว์พอดีพอร้าย ท่านผู้นี้เป็นหน่อเนื้อแห่งพระพุทธเจ้า จักได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าในกัปนี้แล พวกเราต้องการทำสงเคราะห์ท่าน พากันรับนิมนต์. พระมหาสัตว์ทราบการที่พระปัจเจกพุทธเจ้ารับนิมนต์ ด้วยสัญญาที่ดอกไม้ทั้งหลายไม่คืนมา กราบทูลว่า ข้าแต่พระมหาราชเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลายจักพากันมา เชิญพระองค์ทรงกระทำสักการะและสัมมานะเถิดพระเจ้าข้า. วันรุ่งขึ้น พระราชาทรงกระทำสักการะใหญ่โต ให้ตกแต่งอาสนะอันควรค่ามาก ในท้องพระโรงหลวง ฝ่ายพระปัจเจกพุทธเจ้านั้น พากันกระทำปรนนิบัติสรีระในสระอโนดาต เสร็จแล้วกำหนดเวลาพากันมาทางอากาศลงที่ท้องพระลานหลวง พระราชาและพระโพธิสัตว์ มีใจเลื่อมใส รับบาตรจากหัตถ์แห่งพระคุณท่านเหล่านั้น เชิญขึ้นปราสาท ให้นั่งแล้ว ถวายทักษิโณทกอังคาสด้วยขาทนียะและโภชนียะ อันประณีต ในที่สุดแห่งภัตกิจของพระคุณท่านเหล่านั้น ก็นิมนต์เพื่อฉันในวันรุ่งขึ้น ๆ ต่อ ๆ กันไป รวมเป็น ๗ วันด้วยวิธีนี้ถวายมหาทานในวันคำรบ ๗ ได้ถวายบริขารทั้งปวง. พระคุณท่านเหล่านั้นกระทำอนุโมทนาแล้ว พากันไป ณ เงื้อมเขานันทมูลกะนั้นทางอากาศ. บริขารทั้งหลายเล่า ก็ไปพร้อมกันกับพระคุณท่านทีเดียวแล.

พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้วตรัสย้ำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย การที่โกรัพยราชผู้อุปัฏฐากของเราถวายวิเจยยทาน (การเลือกแล้วให้) ไม่น่าอัศจรรย์ บัณฑิตแต่ปางก่อนถึงพระพุทธเจ้า ยังไม่อุบัติ ก็ได้ถวายทานแล้วเหมือนกัน ทรงประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็นอานนท์พระปัจเจกพุทธเจ้าทั้งหลาย ปรินิพพานแล้ว ส่วนวิธูรบัณฑิต ได้มาเป็นเราตถาคตแล.

จบอรรถกถาทสพราหมณชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๐ หน้า ๕๑๖–๕๒๙ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ปกิณณกนิบาตชาดก · ๑๗๔ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๗๔ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๒. ทสพราหมณชาดก (๔๙๕)

ว่าด้วยการจำแนกตระกูลพราหมณ์ ๑๐ ตระกูล

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนี้ว่า)

[๒๒๒]

พระเจ้ายุธิฏฐิละ ผู้ทรงฝักใฝ่ในธรรม

ได้ตรัสกับวิธุรอำมาตย์ว่า

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๒๓]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๒๔]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลายผู้มีศีล

เป็นพหูสูต ผู้เว้นจากเมถุนธรรม

ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของพระองค์หาได้ยาก พระเจ้าข้า

[๒๒๕]

ขอเดชะพระมหาราช ได้ยินว่า

พราหมณ์มีอยู่ ๑๐ ตระกูลด้วยกัน

ขอพระองค์โปรดสดับการจำแนกแจกแจง

พราหมณ์ทั้ง ๑๐ ตระกูลนั้นโดยพิสดารจากข้าพระองค์เถิด

[๒๒๖]

พราหมณ์บางพวกถือถุงย่ามที่เต็มด้วยรากไม้ปากปิด

ติดสลากยาบ้าง รดน้ำมนต์บ้าง เป่าเสกคาถาอาคมบ้าง

[๒๒๗]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนหมอ

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนหมอเหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๒๘]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๒๙]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๓๐]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งถือกังสดาลป่าวประกาศไปข้างหน้าบ้าง

ไปรับใช้บ้าง ศึกษาวิชาการเกี่ยวกับรถบ้าง

[๒๓๑]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนรับใช้

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนรับใช้เหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๓๒]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๓๓]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๓๔]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งถือคนโทน้ำและไม้เท้าคด

เข้าไปพึ่งพาพระราชาในคามและนิคมด้วยตั้งใจว่า

เมื่อชาวบ้านหรือชาวนิคมไม่ให้ เราจะไม่ออกไป

[๒๓๕]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนผู้กดขี่

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนผู้กดขี่เหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๓๖]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๓๗]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๓๘]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่ง มีขนรักแร้ เล็บ และขนงอกขึ้นยาว

มีฟันเขลอะ มีธุลีบนศีรษะ เกรอะกรังไปด้วยฝุ่นละออง

เป็นพวกยาจกเที่ยวไปอยู่

[๒๓๙]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนขุดตอไม้ที่ถูกไฟไหม้

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนขุดตอไม้

ที่ถูกไฟไหม้เหล่านั้นแด่พระองค์

เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๔๐]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๔๑]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๔๒]

ขอเดชะพระองค์ผู้เป็นใหญ่แห่งเหล่าชน

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งย่อมค้าขายผลสมอ มะขามป้อม

ผลมะม่วง ผลหว้า สมอพิเภก ขนุนสำปะลอ

ไม้ชำระฟัน ผลมะตูม และพุทรา

[๒๔๓]

ลูกเกด อ้อยลำ น้ำอ้อยงบ กล้องสูบยาเส้น น้ำผึ้ง

และยาหยอดตา และย่อมค้าขายสิ่งของที่มีค่ามากและมีค่าน้อย

[๒๔๔]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อค้า

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนพ่อค้าเหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๔๕]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๔๖]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๔๗]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งให้กระทำกสิกรรมและพาณิชกรรม

เลี้ยงแพะ เลี้ยงแกะ ตกแต่งหญิงสาว

ทำวิวาหมงคลและอาวาหมงคล

[๒๔๘]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนพ่อค้าคหบดี

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนพ่อค้าคหบดีเหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๔๙]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๕๐]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๕๑]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งเป็นปุโรหิตประจำบ้าน

บริโภคภิกษาที่เขาเก็บไว้เพื่อตน

ชนจำนวนมากย่อมสอบถามพราหมณ์เหล่านั้น

พราหมณ์เหล่านั้นเป็นนักตอนสัตว์และตีตราสัตว์

[๒๕๒]

แม้สัตว์เลี้ยงทั้งหลาย เช่น กระบือ สุกร และแพะ

ในบ้านเหล่านั้น ก็ถูกพราหมณ์เหล่านั้นฆ่า

แม้พวกพราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนนายโคฆาต

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนนายโคฆาตเหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๕๓]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๕๔]

ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๕๕]

พราหมณ์ทั้งหลายถือดาบและโล่หนัง เหน็บกริช

ยืนดักอยู่ที่ทางเดินของพวกพ่อค้าบ้าง

คอยคุ้มครองกองเกวียนบ้าง

[๒๕๖]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนเลี้ยงโค

และโจรปล้นฆ่าชาวบ้านเขาก็เรียกกันว่าพราหมณ์

ขอเดชะพระมหาราช ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์

ผู้เป็นเสมือนคนเลี้ยงโคและโจรปล้นฆ่าชาวบ้านเหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๕๗]

ก็พวกพราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๕๘]

ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๕๙]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งสร้างกระท่อมอยู่ในป่า

ทำเครื่องดักสัตว์ เบียดเบียนกระต่าย

เสือปลา ปลา และเต่า ตลอดจนถึงเหี้ย

[๒๖๐]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนนายพราน

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์

ผู้เป็นเสมือนนายพรานเหล่านั้นแด่พระองค์

เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๖๑]

ก็พราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๖๒]

ผู้เว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

สหาย เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์กราบทูลว่า)

[๒๖๓]

พราหมณ์อีกพวกหนึ่งปรารถนาทรัพย์ก็ลงนอนอยู่ใต้เตียง

เมื่อเริ่มทำพิธีโสมยาคะ ก็ให้พระราชาทั้งหลายสรงสนาน ณ เบื้องบน

[๒๖๔]

แม้พราหมณ์เหล่านั้นเป็นเสมือนคนขัดสนิม

เขาก็เรียกกันว่า พราหมณ์ ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์ผู้เป็นเสมือนคนขัดสนิมเหล่านั้น

แด่พระองค์ เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะตรัสว่า)

[๒๖๕]

ก็พวกพราหมณ์เหล่านั้นปราศจากคุณเครื่องความเป็นพราหมณ์

จะเรียกพวกเขาว่าเป็นพราหมณ์ไม่ได้

วิธุระ เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่าอื่นผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต

[๒๖๖]

ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของเรา

เราจะถวายทักษิณาในเขตที่เราถวายทานแล้วมีผลมาก

(วิธุรอำมาตย์ครั้นแสดงผู้เป็นพราหมณ์เพียงแค่ชื่อ บัดนี้เพื่อจะแสดงผู้เป็น พราหมณ์โดยปรมัตถ์ จึงได้กล่าว ๒ คาถาว่า)

[๒๖๗]

ขอเดชะพระองค์ผู้สมมติเทพ พราหมณ์ทั้งหลาย

ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต ผู้งดเว้นจากเมถุนธรรม

ซึ่งสมควรจะบริโภคโภชนะของพระองค์ยังมีอยู่ พระเจ้าข้า

[๒๖๘]

พราหมณ์เหล่านั้นบริโภคภัตตาหารมื้อเดียว

และไม่ดื่มน้ำเมา ขอเดชะพระมหาราช

ข้าพระองค์ได้กราบทูลพราหมณ์เหล่านั้นแด่พระองค์

เราจะเชื้อเชิญพราหมณ์เช่นนั้นหรือ พระเจ้าข้า

(พระเจ้าโกรัพยะทรงสดับดังนั้นแล้วดีพระทัย จึงตรัสว่า)

[๒๖๙]

วิธุระ พราหมณ์เหล่านั้นเป็นผู้มีศีล เป็นพหูสูต

เธอจงแสวงหาพราหมณ์เหล่านั้นแหละ

วิธุระ จงรีบนิมนต์พวกท่านมาเร็วๆ

ทสพราหมณชาดกที่ ๑๒ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๔๙๔. สาธินราชชาดกชาดกถัดไป๔๙๖. ภิกขาปรัมปรชาดก