สัตติคุมพชาดก
ว่าด้วยพี่น้องก็ยังต่างใจกัน
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๔๒ · บรรทัด ๘๔๖๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
ข้าแต่พระราชา บุคคลคบคนใด ๆ เป็นสัตบุรุษ อสัตบุรุษ มีศีล หรือไม่มีศีล บุคคลนั้นย่อมไปสู่อำนาจ ของบุคคลนั้นนั่นแล บุคคลคบคนเช่นใดเป็นมิตร หรือ เข้าไปซ่องเสพคนเช่นใด ก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น เพราะ การอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น อาจารย์คบอันเตวาสิกย่อม ทำอันเตวาสิกผู้ยังไม่แปดเปื้อนให้แปดเปื้อนได้ อาจารย์ ถูกอันเตวาสิกพาแปดเปื้อนแล้ว ย่อมพาอาจารย์อื่น ให้เปื้อนอีก เหมือนลูกศรที่เปื้อนยาพิษแล้ว ย่อมทำ แล่งลูกศรให้เปื้อน ฉะนั้น นักปราชญ์ไม่พึงมีสหาย ลามกเลยทีเดียว เพราะกลัวแต่การแปดเปื้อนด้วย บาปธรรม นรชนใดห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้ ใบหญ้าคาของนรชนนั้น ก็ย่อมมีกลิ่นเน่าฟุ้งไป ฉันใด การเข้าไปเสพคนพาลก็ฉันนั้นเหมือนกัน นรชนใด ห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ของนรชนนั้น ก็ย่อม หอมฟุ้งไปฉันใด การเข้าไปเสพนักปราชญ์ก็ฉันนั้น เหมือนกัน เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้ความเปลี่ยนแปลง ของตน ดุจห่อใบไม้แล้ว ไม่ควรเข้าไปเสพอสัตบุรุษ ควรเสพแต่สัตบุรุษ ด้วยว่า อสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมพาให้ถึงสุคติ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺตํ วา ยทิ วา อสํ ความว่าจะเป็นสัตบุรุษ หรืออสัตบุรุษก็ตาม. บทว่า เสวมาโน เสวมานํ ความว่าเมื่ออาจารย์คบหาอันเตวาสิก ย่อมทำอันเตวาสิกผู้ที่ตนคบ. บทว่า สมฺผุฏฺโ ความว่า อาจารย์ถูกอันเตวาสิกพาแปดเปื้อนแล้ว. บทว่า สมฺผุสํ ปรํ ความว่า อันเตวาสิกไปแตะต้องอาจารย์คนอื่นเข้า. บทว่า อลิตฺตํ ความว่าอาจารย์นั้นย่อมทำอันเตวาสิกนั้น ผู้ยังไม่แปดเปื้อนด้วยบาปธรรมให้แปดเปื้อนได้ เหมือนลูกศรที่เปื้อนยาพิษแล้ว ย่อมทำแล่งลูกศรที่เหลือให้แปดเปื้อนฉะนั้น. บทว่า เอวํ พาลูปเสวนา ความว่า แท้จริง ผู้ชอบคบหาคนพาลแม้จะไม่ได้กระทำความชั่วเลย ย่อมได้รับคำติเตียน และความเสื่อมเสียชื่อเสียงเหมือนห่อปลาเน่าไว้ด้วยใบหญ้าคา (ย่อมมีกลิ่นเน่าฟุ้งไป) ฉะนั้น.
บทว่า ธีรูปเสวนา ความว่า บุคคลผู้คบหาธีรชนก็ย่อมเป็นเหมือนใบไม้อันห่อคันธชาติ มีกฤษณาเป็นต้นฉะนั้น ถึงยังไม่อาจเป็นบัณฑิตได้ก็ยังได้รับเกียรติคุณว่า คบกัลยาณมิตร. บทว่า ปตฺตปูฏสฺเสว ความว่าเหมือนดังใบไม้ที่ห่อของมีกลิ่นเหม็นและกลิ่นหอมฉะนั้น. บทว่า สมฺปากมตฺตโน ความว่า บัณฑิตรู้ความที่ญาณของตนแก่กล้า คือสุกงอมแล้วด้วยอำนาจการเกี่ยวข้องกับกัลยาณมิตร. บทว่า ปาเปนฺติ สุคตึ ความว่าปุปผกสุวโปดกนั้น ยังเทศนาให้ถึงอนุสนธิตามลำดับว่า สัตบุรุษคือสัมมาทิฏฐิบุคคลทั้งหลาย ย่อมยังหมู่สัตว์ที่อาศัยตน ให้ถึงสวรรค์อย่างเดียว ด้วยประการฉะนี้.
พระเจ้าปัญจาลราชทรงเลื่อมใส ในธรรมกถาของปุปผกสุวโปดกนั้น. ฝ่ายหมู่พระฤาษีกลับมาจากป่า. พระราชาทรงนมัสการพระฤาษีทั้งหลายแล้วตรัสว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อพระคุณเจ้าทั้งหลายจะอนุเคราะห์ข้าพเจ้าโปรดพากันไปอยู่ในสถานที่อยู่ของข้าพเจ้าเถิด ทรงรับปฏิญญาของฤาษีทั้งหลายเหล่านั้นแล้ว เสด็จไปพระนคร ได้พระราชทานอภัยแก่สุวโปดกทั้งหลาย. ฝ่ายพวกฤาษี ก็ได้พากันไปในพระนครนั้น พระราชาทรงนิมนต์หมู่พระฤาษีให้อยู่ในพระราชอุทยาน ทรงอุปัฏฐากบำรุงตลอดพระชนมายุแล้วเสด็จสู่สวรรคาลัย. ฝ่ายพระราชโอรสของท้าวเธอ โปรดให้ยกเศวตฉัตรเสวยราชสมบัติสืบต่อมา ทรงปฏิบัติหมู่พระฤาษี เสมือนพระราชบิดา. ในราชสกุลต่อมานั้น ได้ยังทานให้เป็นไปแก่หมู่พระฤาษี ชั่วพระราชาเจ็ดพระองค์พระมหาสัตว์เมื่ออยู่ในอรัญประเทศตามสมควร ก็ไปตามยถากรรมของตน.
พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในชาติก่อนพระเทวทัตก็เป็นคนลามก มีบริวารลามกเหมือนกันอย่างนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า สัตติคุมพสุวโปดก ในครั้งนั้นได้มาเป็นพระเทวทัตนี้ โจรทั้งหลายได้มาเป็นบริษัทบริวารของพระเทวทัตพระราชาได้มาเป็นพระอานนท์ หมู่แห่งฤาษีได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนปุปผกสุวโปดกได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาสัตติคุมพชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๑๓๑–๑๔๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
วิสตินิบาตชาดก ๘๗ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๘๗ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
สตฺติคุมฺพชาตกํ
มิคลุทฺโท มหาราชาติ อิทํ สตฺถา มทฺทกุจฺฉิสฺมึ มิคทาเย วิหรนฺโต เทวทตฺตํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
เทวทตฺเตน หิ สิลาย ปวิทฺธาย ภควโต ปาเท สขลิกาย ฆเฏ พลวเวทนา อุปฺปชฺชึสุ ฯ ตถาคตสฺส ทสฺสนตฺถาย พหู ภิกฺขู สนฺนิปตึสุ ฯ อถ ภควา ปริสํ สนฺนิปติตํ ทิสฺวา ภิกฺขเว อิทํ เสนาสนํ อติสมฺพาธํ สนฺนิปาโต มหา ภวิสฺสติ มญฺจ สิวิกาย มทฺทกุจฺฉิยํ เนถาติ อาห ฯ ภิกฺขู ตถา กรึสุ ฯ ชีวโก ตถาคตสฺส ปาทํ ผาสุกํ อกาสิ ฯ ภิกฺขู สตฺถุ สนฺติเก นิสินฺนาว กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส เทวทตฺโต สยํปิ ปาโป ปริสาปิสฺส ปาปา อิติ โส ปาโป ปาปปริวาโรว วิหรตีติ ฯ สตฺถา กึ กเถถ ภิกฺขเวติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต ปาโปว ปาปปริวาโรเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต อุตฺตรปญฺจาลนคเร ปญฺจาโล นาม ราชา รชฺชํ กเรสิ ฯ ตทา มหาสตฺโต อรญฺญายตเน เอกสฺมึ สานุปพฺพเต สิมฺพลิวเน เอกสฺส สุวรญฺโญ ปุตฺโต หุตฺวา นิพฺพตฺติ เทฺว ภาตโร อเหสุํ ฯ ตสฺส ปน ปพฺพตสฺส อุปริวาเต โจรคามโก อโหสิ ปญฺจนฺนํ โจรสตานํ นิวาโส อโธวาเต อสฺสโม ปญฺจนฺนํ อิสิสตานํ นิวาโส ฯ เตสํ สุวโปตกานํ ปกฺขนิกฺขมนกาเล วาต- มณฺฑลิกา อุทปาทิ ฯ ตาย ปหโต เอโก สุวโปตโก โจรคาเม โจรานํ อาวุธนฺตเร ปติโต ฯ ตสฺส ตตฺถ ปติตตฺตา สตฺติคุมฺโพ- เตฺววสฺส นามํ กรึสุ ฯ เอโก อสฺสเม พาลุกถเล ปุปฺผนฺตเร ปติโต ฯ ตสฺส ตตฺถ ปติตตฺตา ปุปฺผโกเตฺววสฺส นามํ กรึสุ ฯ สตฺติคุมฺโพ โจรานํ อนฺตเร วฑฺฒิโต ฯ ปุปฺผโก อิสีนํ อนฺตเร วฑฺฒิโต ฯ อเถกทิวสํ ราชา สพฺพาลงฺการปฏิมณฺฑิโต รถวรํ อภิรุหิตฺวา มหนฺเตน ปริวาเรน มิควธาย นครโต อวิทูเร สุปุปฺผิต- สุผลิตรมณียํ อุปวนํ คนฺตฺวา ยสฺส ปสฺเสน มิโค ปลาโต ตสฺเสว คีวาติ วตฺวา รถา โอรุยฺห ปฏิจฺฉาเทตฺวา ทินฺเน โกฏฺฐเก ธนุํ อาทาย อฏฺฐาสิ ฯ ปุริเสหิ มิคานํ อุฏฺฐาปนตฺถาย วนคุมฺเพสุ โปถิยมาเนสุ เอโก เอณิมิโค อุฏฺฐาย คมนมคฺคํ โอโลเกนฺโต รญฺญา ฐิตฏฺฐานสฺเสว วิวิตฺตํ ทิสฺวา ตทภิมุโข ปกฺขนฺทิตฺวา ปลายิ ฯ อมจฺจา กสฺส ปสฺเสน มิโค ปลาโตติ ปุจฺฉนฺตา รญฺโญ ปสฺเสนาติ ญตฺวา รญฺญา สทฺธึ เกฬึ กรึสุ ฯ ราชา อสฺมิมาเนน เตสํ เกฬึ อสหนฺโต อิทานิ ตํ มิคํ คณฺหิสฺสามีติ รถํ อภิรุยฺห สีฆํ เปเสหีติ สารถึ อาณาเปตฺวา มิเคน คตมคฺคํ ปฏิปชฺชิ ฯ รถํ เวเคน คจฺฉนฺตํ ปริสา อนุพนฺธิตุํ นาสกฺขึสุ ฯ ราชา สารถิทุติโย ยาว มชฺฌนฺติกา คนฺตฺวา มิคํ อทิสฺวา นิวตฺ- ตนฺโต ตสฺส โจรคามกสฺส สนฺติเก รมณียํ กนฺทรํ ทิสฺวา รถา โอรุยฺห นหาตฺวา จ ปิวิตฺวา จ ปจฺจุตฺตริ ฯ อถสฺส สารถี รถโต อุตฺตรตฺถรณํ โอตาเรตฺวา สยนํปิ รุกฺขจฺฉายาย ปญฺญเปสิ ฯ โส ตตฺถ นิปชฺชิ ฯ สารถีปิ ตสฺส ปาเท สมฺพาหนฺโต นิสีทิ ฯ ราชา อนฺตรนฺตรา นิทฺทายติ เจว ปพุชฺฌติ จ ฯ โจรคามวาสิโน โจราปิ รญฺโญ อารกฺขณตฺถาย อรญฺญเมว ปวิสึสุ ฯ โจรคามเก สตฺติคุมฺโพ เจว ภตฺตรนฺธโก ปติโกลุมฺโพ นาเมโก ปุริโส จาติ เทฺวว โอหิยึสุ ฯ ตสฺมึ ขเณ สตฺติคุมฺโพ คามโต นิกฺขมิตฺวา ราชานํ ทิสฺวา อิมํ นิทฺทายมานํ มาเรตฺวา อาภรณานิ คเหสฺสามีติ จินฺเตตฺวา ปติโกลุมฺพกสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ตํ การณํ อาโรเจสิ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา ปญฺจ คาถา อภาสิ
มิคลุทฺโท มหาราชา ปญฺจาลานํ รเถสโภ
นิกฺขนฺโต สห เสนาย โอคโณ วนมาคโต ฯ
ตตฺถทฺทสา อรญฺญสฺมึ ตกฺการานํ กุฏีกตํ
ตสฺสา กุฏิยา นิกฺขมฺม สุโว ลุทฺทานิ ภาสติ ฯ
สมฺปนฺนพาหโน โปโส ยุวา สมฺมฏฺฐกุณฺฑลี
โสภติ โลหิตุณฺหีโส ทิวา สุริโยว ภาสติ ฯ
มชฺฌนฺติเก สมฺปติเก สุตฺโต ราชา สสารถิ
หนฺทสฺสาภรณํ สพฺพํ คณฺหาม สหสา มยํ ฯ
นิสฺสิเวปิ รโหทานิ สุตฺโต ราชา สสารถิ
อาทาย วตฺถํ มณิกุณฺฑลญฺจ
หนฺตฺวาน สาขาหิ อวตฺถรามาติ ฯ
ตตฺถ มิคลุทฺโทติ มิคลุทฺโท วิย มิคานํ คเวสนโต มิคลุทฺโทติ วุตฺโต ฯ โอคโณติ คณา โอหีโน ปริหีโน หุตฺวา ฯ ตกฺการานํ กุฏีกตนฺติ โส ราชา ตตฺถ อรญฺเญ โจรานํ วสนตฺถาย กตํ คามกํ อทฺทส ฯ ตสฺสาติ ตโต โจรกุฏิโต ฯ ลุทฺทานิ ภาสตีติ ปติโกลุมฺเพน สทฺธึ ทารุณานิ วจนานิ กเถสิ ฯ สมฺปนฺนพาหโนติ สมฺปนฺนอสฺสพาหโน ฯ โลหิตุณฺหีโสติ รตฺเตน อุณฺหีสปเฏน สมนฺนา- คโต ฯ สมฺปติเกติ สมฺปติ อิทานิ เอวรูเป ฐิตมชฺฌนฺติเก กาเลติ อตฺโถ ฯ สหสาติ สหเสน ปสยฺหาการํ กตฺวา คณฺหามาติ วทติ ฯ นิสฺสิเวปิ รโหทานีติ นิสฺสิเวปิ อิทานิ รโห อิทํ วทติ ยถา นิสฺสิเว อฑฺฒรตฺติกสมเย มนุสฺสา กีฬนฺตา สยนฺติ รโห โหติ อิทานิ เอวรูเป ฐิตมชฺฌนฺติเกปิ กาเล ตเถวาติ ฯ หนฺตฺวา- นาติ ราชานํ มาเรตฺวา วตฺถาภรณานิสฺส คเหตฺวา อถ นํ ปาเท คเหตฺวา กฑฺฒิตฺวา เอกมนฺเต สาขาหิ ปฏิจฺฉาเทมาติ ฯ
อิติ โส เวเคน สกึ นิกฺขมิตฺวา สกึ ปติโกลุมฺพสฺส สนฺติกํ คจฺฉติ ฯ โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา นิกฺขมิตฺวา โอโลเกนฺโต ราชภาวํ ญตฺวา ภีโต คาถมาห
กินฺนุ อุมฺมตฺตรูโปว สตฺติคุมฺพ ปภาสสิ
ทุราสทา หิ ราชาโน อคฺคิ ปชฺชลิโต ยถาติ ฯ
อถ นํ สุโว คาถาย อชฺฌภาสิ
อถ ตฺวํ ปติโกลุมฺพ มตฺโต ถูลานิ คชฺชสิ
มาตรา มยฺห นคฺคาย กึ นุ ตฺวํ วิชิคุจฺฉเสติ ฯ
ตตฺถ อถ ตฺวนฺติ นนุ ตฺวํ ฯ มตฺโตติ โจรานํ อุจฺฉิฏฺฐสุรํ ลภิตฺวา ตาย มตฺโต หุตฺวา ปุพฺเพ มหาคชฺชิตานิ ตชฺชสิ ฯ มาตราติ โจรเชฏฺฐกสฺส ภริยํ สนฺธายาห ฯ สา กิร ตทา สาขาภงฺคํ นิวาเสตฺวา จรติ ฯ วิชิคุจฺฉเสติ มม มาตริ นคฺคาย กึ นุ ตฺวํ อิทานิ โจรกมฺมํ ชิคุจฺฉสิ กาตุํ น อิจฺฉสีติ ฯ
ราชา ปพุชฺฌิตฺวา ตสฺส เตน สทฺธึ มนุสฺสภาสาย กเถนฺตสฺส วจนํ สุตฺวา สปฺปฏิภยํ อิทํ ฐานนฺติ สารถึ อุฏฺฐาเปนฺโต คาถมาห
อุฏฺเฐหิ สมฺม ตรมาโน รถํ โยเชหิ สารถิ
สกุโณ เม น รุจฺจติ อญฺญํ คจฺฉาม อสฺสมนฺติ ฯ
โสปิ สีฆํ อุฏฺฐหิตฺวา รถํ โยเชตฺวา คาถมาห
ยุตฺโต รโถ มหาราช ยุตฺโต จ พลวาหโน
อธิติฏฺฐ มหาราช อญฺญํ คจฺฉาม อสฺสมนฺติ ฯ
ตตฺถ พลวาหโนติ พลววาหโน มหาถามอสฺสสมฺปนฺโนติ อตฺโถ ฯ อธิติฏฺฐาติ อภิรุห ฯ
อภิรุฬฺหมตฺเตเยว ตสฺมึ สินฺธวา วาตเวเคน ปกฺขนฺทึสุ ฯ สตฺติคุมฺโพ รถํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา สมฺภมปฺปตฺโต เทฺว คาถา อภาสิ
โกนุเมว คตา สพฺเพ เย อสฺมึ ปริจารกา
เอส คจฺฉติ ปญฺจาโล มุตฺโต เตสํ อทสฺสนา ฯ
โกทณฺฑกานิ คณฺหถ สตฺติโย โตมรานิ จ
เอส คจฺฉติ ปญฺจาโล มา โว มุญฺจิตฺถ ชีวิตนฺติ ฯ
ตตฺถ โกนุเมติ กุหึ นุ อิเม ฯ อสฺมินฺติ อิมสฺมึ อสฺสเม ฯ ปริจารกาติ โจรา ฯ อทสฺสนาติ เอเตสํ โจรานํ อทสฺสเนน มุตฺโต ฯ เอส คจฺฉตีติ เอเตสํ หตฺถโต มุตฺโต หุตฺวา เอส อทสฺสนํ คจฺฉตีติ อตฺโถ ฯ โกทณฺฑกานีติ ธนู ฯ ชีวิตนฺติ ตุมฺหากํ ชีวนฺตานํ มา มุญฺจิตฺถ อาวุธหตฺถา ธาวิตฺวา คณฺหถ นนฺติ ฯ
เอวํ ตสฺส วิรวิตฺวา อปราปรํ วิธาวนฺตสฺเสว ราชา อิสีนํ อสฺสมํ ปตฺโต ฯ ตสฺมึ ขเณ อิสโย ผลาผลตฺถาย คตา ฯ เอโก ปุปฺผกสุโวว อสฺสมปเท โหติ ฯ โส ราชานํ ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนํ กตฺวา ปฏิสนฺถารมกาสิ ฯ
ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา จตสฺโส คาถา อภาสิ
อถาปโร ปฏินนฺทิตฺถ สุโว โลหิตตุณฺฑโก
สฺวาคตนฺเต มหาราช อโถ เต อทุราคตํ
อิสฺสโรสิ อนุปฺปตฺโต ยํ อิธตฺถิ ปเวทย ฯ
ติณฺฑุกานิ ปิยาลานิ มธุเก กาสมาริโย
ผลานิ ขุทฺทกปฺปานิ ภุญฺช ราช วรํ วรํ ฯ
อิทํปิ ปานิยํ สีตํ อาภตํ คิริคพฺภรา
ตโต ปิว มหาราช สเจ ตฺวํ อภิกงฺขสิ ฯ
อรญฺญํ อุญฺฉาย คตา เย อสฺมึ ปริจารกา
สยํ อุฏฺฐาย คณฺหโวฺห หตฺถา เม นตฺถิ ทาตเวติ ฯ
ตตฺถ ปฏินนฺทิตฺถาติ ราชานํ ทิสฺวาว ตุสฺสิ ฯ โลหิตตุณฺฑโกติ รตฺตตุณฺฑโก โสภคฺคปฺปตฺโต ฯ มธุเกติ มธุกผลานิ ฯ กาสมาริโยติ เอวํนามกานิ ผลานิ การผลานิ วา ฯ ตโต ปิวาติ ตโต ปานียมาฬกโต คเหตฺวา ปานียํ ปิว ฯ เย อสฺมึ ปริจารกาติ มหาราช เย อิมสฺมึ อสฺสเม วิจรณกา อิสโย เต อรญฺญํ อุญฺฉาย คตา ฯ คณฺหโวฺหติ ผลาผลานิ คณฺหถ ฯ ทาตเวติ ทาตุํ ฯ
ราชา ตสฺส ปฏิสนฺถาเร ปสีทิตฺวา ถุตึ กโรนฺโต คาถาทฺวยมาห
ภทฺทโก วตายํ ปกฺขี ทิโช ปรมธมฺมิโก
อเถโส อิตโร ปกฺขี สุโว ลุทฺทานิ ภาสติ ฯ
เอตํ หนถ พนฺธถ มา โว มุญฺจิตฺถ ชีวิตํ
อิจฺเจวํ วิลปนฺตสฺส โสตฺถี ปตฺโตสฺมิ อสฺสมนฺติ ฯ
ตตฺถ อิตโรติ โจรกุฏิยํ สุวโก ฯ อิจฺเจวนฺติ อหํ ปน ตสฺส เอวํ วิลปนฺตสฺส อิมํ อสฺสมํ โสตฺถินา ปตฺโตติ ฯ
รญฺโญ กถํ สุตฺวา ปุปฺผโก เทฺว คาถา อภาสิ
ภาตโรสฺมา มหาราช โสทริยา เอกมาตุกา
เอกรุกฺขสฺมึ สํวฑฺฒา นานาเขตฺตํ คตา อุโภ ฯ
สตฺติคุมฺโพ จ โจรานํ อหญฺจ อิสินํ อิธ
อสตํ โส สตํ อหํ เตน ธมฺเมน โน วินาติ ฯ
ตตฺถ ภาตโรสฺมาติ มหาราช โส จาหญฺจ อุโภ ภาตโร โหม ฯ โจรานนฺติ โส โจรานํ สนฺติเก สํวฑฺโฒ อหํ อิสีนํ สนฺติเก ฯ อสตํ โส สตํ อหนฺติ โส อสาธูนํ ทุสฺสีลานํ สนฺติกํ อุปคโต อหํ สาธูนํ สีลวนฺตานํ เตน ธมฺเมน โน วินาติ มหาราช ตญฺจ สตฺติคุมฺพํ โจรา โจรธมฺเมน เจว โจรกิริยาย จ วิเนสุํ มํ อิสโย อิสิธมฺเมน อิสิสีลาจาเรน ตสฺมา โสปิ เตน โจรธมฺเมน โน วินา โหติ อหํ หิ อิสิธมฺเมน โน วินา โหมีติ ฯ
อิทานิ ตํ ธมฺมํ วิภเชนฺโต คาถาทฺวยมาห
ยตฺถ วโธ จ พนฺโธ จ นิกตี วญฺจนานิ จ
อาโลปา สหสาการา ตานิ โส ตตฺถ สิกฺขติ ฯ
อิธ สจฺจญฺจ ธมฺโม จ อหึสา สํยโม ทโม
อาสนูทกทายีนํ องฺเก วฑฺโฒสฺมิ ภารตาติ ฯ
ตตฺถ นิกตีติ ปฏิรูปเกน วญฺจนานิ ฯ วญฺจนานีติ อุชุกวญฺจนาเนว ฯ อาโลปาติ ทิวา คามฆาตา ฯ สหสาการาติ เคหํ ปวิสิตฺวา มรเณน ตชฺเชตฺวา สาหสิกกมฺมกรณานิ จ ฯ สจฺจนฺติ สภาโว ฯ ธมฺโมติ สุจริตธมฺโม ฯ อหึสาติ เมตฺตาปุพฺพภาโค ฯ สํยโมติ สีลสํยโม ฯ ทโมติ อินฺทฺริยทมนํ ฯ อาสนูทกทายีนนฺติ อพฺภาคตานํ ชนานํ อาสนญฺจ อุทกทานญฺจ ทานสีลานํ ฯ ภารตาติ ราชานํ อาลปติ ฯ
อิทานิ รญฺโญ ธมฺมํ เทเสนฺโต อิมา คาถา อภาสิ
ยํ ยํ หิ ราช ภชติ สนฺตํ วา ยทิ วา อสํ
สีลวนฺตํ วิสีลํ วา วสํ ตสฺเสว คจฺฉติ ฯ
ยาทิสํ กุรุเต มิตฺตํ ยาทิสญฺจูปเสวติ
โสปิ ตาทิสโก โหติ สหวาโส หิ ตาทิโส ฯ
เสวมาโน เสวมานํ สมฺผุฏฺโฐ สมฺผุสํ ปรํ
สโร ทุฏฺโฐ กลาปํว อลิตฺตมุปลิมฺปติ ฯ
อุปลิมฺปภยา ธีโร เนว ปาปสขา สิยา
ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ
กุสาปิ ปูตี วายนฺติ เอวํ พาลูปเสวนา ฯ
ตครญฺจ ปลาเสน โย นโร อุปนยฺหติ
ปตฺตาปิ สุรภี วายนฺติ เอวํ ธีรูปเสวนา ฯ
ตสฺมา ปตฺตปูฏสฺเสว ญตฺวา สมฺปากมตฺตโน
อสนฺเตนูปเสเวยฺย สนฺเต เสเวยฺย ปณฺฑิโต
อสนฺโต นิรยํ เนนฺติ สนฺโต ปาเปนฺติ สุคฺคตินฺติ ฯ
ตตฺถ สนฺตํ วา ยทิ วา อสนฺติ สปฺปุริสํ วา อสปฺปุริสํ วา ฯ เสวมาโน เสวมานนฺติ เสวมาโน อาจริโย เสวมานํ อนฺเตวาสิกํ ฯ สมฺผุฏฺโฐติ อนฺเตวาสินา สมฺผุฏฺโฐ อาจริโย ฯ สมฺผุสํ ปรนฺติ ปรํ อาจริยํ ผุสนฺโต อนฺเตวาสี ฯ อลิตฺตนฺติ ตํ อนฺเตวาสิกํ ปาปธมฺเมน อลิตฺตํ โส อาจริโย วิสทุฏฺโฐ สโร เสสํ สรกลาปํ วิย ลิมฺปติ ฯ เอวํ พาลูปเสวนาติ พาลูปเสวี หิ ปูติมจฺฉํ อุปนยฺหนกุสคฺคํ วิย โหติ ปาปกมฺมํ อกโรนฺโตปิ อวณฺณํ อกิตฺตึ ลภติ ฯ ธีรูปเสวนาติ ธีรูปเสวี ปุคฺคโล ตคราทิคนฺธชาติปลิเวฐนปตฺตํ วิย โหติ ปณฺฑิโต ภวิตุํ อสกฺโกนฺโตปิ กลฺยาณมิตฺตเสวีติ คุณกิตฺตึ ลภติ ฯ ปตฺตปูฏสฺเสวาติ ทุคฺคนฺธสุคนฺธปลิเวฐนปณฺณสฺเสว ฯ สมฺปากมตฺตโนติ กลฺยาณมิตฺตสํสคฺควเสน อตฺตโน ปริปากํ ปริปากญาณภาวํ ญตฺวาติ อตฺโถ ฯ ปาเปนฺติ สุคฺคตินฺติ สนฺโต สมฺมาทิฏฺฐิกา อตฺตานํ นิสฺสิเต สตฺเต สคฺคเมว ปาเปนฺตีติ เทสนํ ยถานุสนฺธิเมว ปาเปสิ ฯ
ราชา ตสฺส ธมฺมกถาย ปสีทติ ฯ อิสิคโณปิ อาคโต ฯ ราชา อิสโย วนฺทิตฺวา ภนฺเต มํ อนุกมฺปมานา มม วสนฏฺฐาเน วสถาติ วตฺวา เตสํ ปฏิญฺญํ คเหตฺวา นครํ คนฺตฺวา สุวานํ อภยํ อทาสิ ฯ อิสโยปิ ตตฺถ อคมํสุ ฯ ราชา อิสิคณํ อุยฺยาเน วสาเปนฺโต ยาวชีวํ อุปฏฺฐหิตฺวา สคฺคปูรํ ปูเรสิ ฯ อถสฺส ปุตฺโตปิ ฉตฺตํ อุสฺสาเปตฺวา อิสิคณํ ปฏิชคฺคิเยว ฯ ตสฺมึ กุลปริวตฺเต สตฺต ราชาโน อิสิคณสฺส ทานํ ปวตฺตยึสุ ฯ มหาสตฺโต อรญฺเญเยว วสนฺโต ยถากมฺมํ คโต ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เอวํ ภิกฺขเว ปุพฺเพปิ เทวทตฺโต ปาโป ปาปปริวาโรเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา สตฺติคุมฺโพ เทวทตฺโต อโหสิ โจรา เทวทตฺตปริสา ราชา อานนฺโท อิสิคณา พุทฺธปริสา ปุปฺผกสุโว ปน อหเมวาติ ฯ
สตฺติคุมฺพชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
สตฺตมํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗