ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สัตติคุมพชาดก
ชาดกที่ ๕๐๓ · วิสตินิบาตชาดก

สัตติคุมพชาดก

ว่าด้วยพี่น้องก็ยังต่างใจกัน

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๑๔๒ · บรรทัด ๘๔๖๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสัตติคุมพชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

ข้าแต่พระราชา บุคคลคบคนใด ๆ เป็นสัตบุรุษ อสัตบุรุษ มีศีล หรือไม่มีศีล บุคคลนั้นย่อมไปสู่อำนาจ ของบุคคลนั้นนั่นแล บุคคลคบคนเช่นใดเป็นมิตร หรือ เข้าไปซ่องเสพคนเช่นใด ก็ย่อมเป็นเช่นคนนั้น เพราะ การอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น อาจารย์คบอันเตวาสิกย่อม ทำอันเตวาสิกผู้ยังไม่แปดเปื้อนให้แปดเปื้อนได้ อาจารย์ ถูกอันเตวาสิกพาแปดเปื้อนแล้ว ย่อมพาอาจารย์อื่น ให้เปื้อนอีก เหมือนลูกศรที่เปื้อนยาพิษแล้ว ย่อมทำ แล่งลูกศรให้เปื้อน ฉะนั้น นักปราชญ์ไม่พึงมีสหาย ลามกเลยทีเดียว เพราะกลัวแต่การแปดเปื้อนด้วย บาปธรรม นรชนใดห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา แม้ ใบหญ้าคาของนรชนนั้น ก็ย่อมมีกลิ่นเน่าฟุ้งไป ฉันใด การเข้าไปเสพคนพาลก็ฉันนั้นเหมือนกัน นรชนใด ห่อกฤษณาด้วยใบไม้ แม้ใบไม้ของนรชนนั้น ก็ย่อม หอมฟุ้งไปฉันใด การเข้าไปเสพนักปราชญ์ก็ฉันนั้น เหมือนกัน เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้ความเปลี่ยนแปลง ของตน ดุจห่อใบไม้แล้ว ไม่ควรเข้าไปเสพอสัตบุรุษ ควรเสพแต่สัตบุรุษ ด้วยว่า อสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก สัตบุรุษย่อมพาให้ถึงสุคติ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺตํ วา ยทิ วา อสํ ความว่าจะเป็นสัตบุรุษ หรืออสัตบุรุษก็ตาม. บทว่า เสวมาโน เสวมานํ ความว่าเมื่ออาจารย์คบหาอันเตวาสิก ย่อมทำอันเตวาสิกผู้ที่ตนคบ. บทว่า สมฺผุฏฺโ ความว่า อาจารย์ถูกอันเตวาสิกพาแปดเปื้อนแล้ว. บทว่า สมฺผุสํ ปรํ ความว่า อันเตวาสิกไปแตะต้องอาจารย์คนอื่นเข้า. บทว่า อลิตฺตํ ความว่าอาจารย์นั้นย่อมทำอันเตวาสิกนั้น ผู้ยังไม่แปดเปื้อนด้วยบาปธรรมให้แปดเปื้อนได้ เหมือนลูกศรที่เปื้อนยาพิษแล้ว ย่อมทำแล่งลูกศรที่เหลือให้แปดเปื้อนฉะนั้น. บทว่า เอวํ พาลูปเสวนา ความว่า แท้จริง ผู้ชอบคบหาคนพาลแม้จะไม่ได้กระทำความชั่วเลย ย่อมได้รับคำติเตียน และความเสื่อมเสียชื่อเสียงเหมือนห่อปลาเน่าไว้ด้วยใบหญ้าคา (ย่อมมีกลิ่นเน่าฟุ้งไป) ฉะนั้น.

บทว่า ธีรูปเสวนา ความว่า บุคคลผู้คบหาธีรชนก็ย่อมเป็นเหมือนใบไม้อันห่อคันธชาติ มีกฤษณาเป็นต้นฉะนั้น ถึงยังไม่อาจเป็นบัณฑิตได้ก็ยังได้รับเกียรติคุณว่า คบกัลยาณมิตร. บทว่า ปตฺตปูฏสฺเสว ความว่าเหมือนดังใบไม้ที่ห่อของมีกลิ่นเหม็นและกลิ่นหอมฉะนั้น. บทว่า สมฺปากมตฺตโน ความว่า บัณฑิตรู้ความที่ญาณของตนแก่กล้า คือสุกงอมแล้วด้วยอำนาจการเกี่ยวข้องกับกัลยาณมิตร. บทว่า ปาเปนฺติ สุคตึ ความว่าปุปผกสุวโปดกนั้น ยังเทศนาให้ถึงอนุสนธิตามลำดับว่า สัตบุรุษคือสัมมาทิฏฐิบุคคลทั้งหลาย ย่อมยังหมู่สัตว์ที่อาศัยตน ให้ถึงสวรรค์อย่างเดียว ด้วยประการฉะนี้.

พระเจ้าปัญจาลราชทรงเลื่อมใส ในธรรมกถาของปุปผกสุวโปดกนั้น. ฝ่ายหมู่พระฤาษีกลับมาจากป่า. พระราชาทรงนมัสการพระฤาษีทั้งหลายแล้วตรัสว่า ข้าแต่พระคุณเจ้าผู้เจริญ เมื่อพระคุณเจ้าทั้งหลายจะอนุเคราะห์ข้าพเจ้าโปรดพากันไปอยู่ในสถานที่อยู่ของข้าพเจ้าเถิด ทรงรับปฏิญญาของฤาษีทั้งหลายเหล่านั้นแล้ว เสด็จไปพระนคร ได้พระราชทานอภัยแก่สุวโปดกทั้งหลาย. ฝ่ายพวกฤาษี ก็ได้พากันไปในพระนครนั้น พระราชาทรงนิมนต์หมู่พระฤาษีให้อยู่ในพระราชอุทยาน ทรงอุปัฏฐากบำรุงตลอดพระชนมายุแล้วเสด็จสู่สวรรคาลัย. ฝ่ายพระราชโอรสของท้าวเธอ โปรดให้ยกเศวตฉัตรเสวยราชสมบัติสืบต่อมา ทรงปฏิบัติหมู่พระฤาษี เสมือนพระราชบิดา. ในราชสกุลต่อมานั้น ได้ยังทานให้เป็นไปแก่หมู่พระฤาษี ชั่วพระราชาเจ็ดพระองค์พระมหาสัตว์เมื่ออยู่ในอรัญประเทศตามสมควร ก็ไปตามยถากรรมของตน.

พระบรมศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ตรัสว่าดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แม้ในชาติก่อนพระเทวทัตก็เป็นคนลามก มีบริวารลามกเหมือนกันอย่างนี้ แล้วทรงประชุมชาดกว่า สัตติคุมพสุวโปดก ในครั้งนั้นได้มาเป็นพระเทวทัตนี้ โจรทั้งหลายได้มาเป็นบริษัทบริวารของพระเทวทัตพระราชาได้มาเป็นพระอานนท์ หมู่แห่งฤาษีได้มาเป็นพุทธบริษัท ส่วนปุปผกสุวโปดกได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถาสัตติคุมพชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๑๓๑–๑๔๓ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

วิสตินิบาตชาดก · ๑๐๘ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. สัตติคุมพชาดก (๕๐๓)

ว่าด้วยนกแขกเต้าชื่อว่าสัตติคุมพะ

(พระศาสดาทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า)

[๑๕๙]

พระมหาราชผู้เป็นจอมทัพแห่งชาวแคว้นปัญจาละ

ทรงเป็นดุจนายพรานเนื้อ เสด็จออกพร้อมกับเสนา

ทรงพลัดกับหมู่คณะ เสด็จมายังราวป่า

[๑๖๐]

ทอดพระเนตรเห็นกระท่อมที่พวกโจรสร้างไว้ในป่านั้น

นกแขกเต้าได้บินออกจากกระท่อมไป กล่าวถ้อยคำที่หยาบช้าว่า

[๑๖๑]

มีกษัตริย์หนุ่มน้อยพร้อมทั้งพาหนะ

มีพระกุณฑลงามเกลี้ยงเกลาดี

มีกรอบพระพักตร์แดงงาม

เหมือนดวงอาทิตย์ส่องแสงสว่างในกลางวัน

[๑๖๒]

พระราชาบรรทมหลับพร้อมกับนายสารถี

เอาเถิด พวกเราจะรีบช่วยกัน

แย่งชิงอาภรณ์ของท้าวเธอเสียทั้งหมด

[๑๖๓]

แม้เวลานี้ก็เงียบสงัดเหมือนเวลาเที่ยงวัน

พระราชาบรรทมหลับอยู่พร้อมกับนายสารถี

พวกเราช่วยกันแย่งชิงพระภูษาและพระกุณฑลแก้วมณี

ปลงพระชนม์แล้วกลบพระศพด้วยกิ่งไม้

(พ่อครัวปติโกลัมพะได้ฟังคำพูดของลูกนกแขกเต้านั้น จึงออกไปดู รู้ว่าเป็น พระราชา ตกใจกลัว จึงกล่าวว่า)

[๑๖๔]

เจ้าเป็นบ้าไปแล้วหรืออย่างไร สัตติคุมพะ พูดออกมาได้

ธรรมดาพระราชาทั้งหลายยากที่จะเข้าถึงพระองค์ได้

เหมือนดังไฟที่ลุกโพลง

(นกแขกเต้าสัตติคุมพะกล่าวโต้ตอบพ่อครัวว่า)

[๑๖๕]

ปติโกลัมพะ เมื่อท่านเมาคุยคำโตๆ ออกมา

เมื่อมารดาของเราเปลือยกาย ท่านจึงรังเกียจโจรกรรมหรือหนอ

(พระราชาตื่นบรรทมได้ยินคำพูดของนกแขกเต้าสัตติคุมพะพูดกับพ่อครัวด้วย

ภาษามนุษย์ ปลุกนายสารถีให้ลุกขึ้น ตรัสว่า)

[๑๖๖]

ลุกขึ้นเถิด พ่อสารถีเพื่อนยาก เจ้าจงรีบเทียมรถ

เราไม่ชอบใจนกนี้เลย เราไปยังอาศรมอื่นกันเถิด

(นายสารถีลุกขึ้นเทียมรถแล้วกราบทูลว่า)

[๑๖๗]

ขอเดชะพระมหาราช ราชรถเทียมไว้แล้ว

พาหนะอันทรงกำลังก็พร้อมแล้ว เชิญเสด็จขึ้นประทับเถิดพะย่ะค่ะ

พวกเราจะพากันไปยังอาศรมอื่น

(นกแขกเต้าสัตติคุมพะเห็นราชรถแล่นไปอยู่ถึงความสลดใจ จึงกล่าวว่า)

[๑๖๘]

พวกโจรในค่ายนี้พากันไปไหนหมดหนอ

นั่นพระเจ้าปัญจาละกำลังเสด็จหนีไป

พ้นสายตาพวกโจรไปแล้ว

[๑๖๙]

พวกท่านจงถือเอาเกาทัณฑ์ หอก และโตมร

นั่นพระเจ้าปัญจาละกำลังเสด็จหนีไป

พวกท่านอย่าปล่อยให้พระองค์มีชีวิตอยู่

(พระศาสดาทรงประกาศข้อความนี้ว่า)

[๑๗๐]

ครั้งนั้น นกแขกเต้าอีกตัวหนึ่งซึ่งมีจะงอยปากแดง

ยินดีต้อนรับด้วยกล่าวว่า

พระมหาราช พระองค์เสด็จมาดีแล้ว มิได้เสด็จมาร้าย

พระองค์ผู้ทรงเป็นใหญ่ เสด็จมาถึงแล้วโดยลำดับ

สิ่งของที่มีอยู่ในอาศรมนี้ ขอพระองค์เสวยเถิด

[๑๗๑]

คือ ผลมะพลับ ผลมะหาด ผลมะซาง ผลหมากเม่า

และผลไม้ทั้งหลายที่มีรสพอสมควร

ขอพระองค์เสวยผลไม้ที่ดีๆ เถิดพระเจ้าข้า

[๑๗๒]

นี้น้ำเย็นนำมาจากซอกเขา พระมหาราช

ขอพระองค์ทรงดื่มเถิด ถ้าพระองค์ทรงประสงค์

[๑๗๓]

ฤๅษีทั้งหลายในอาศรมนี้พากันไปป่าเพื่อแสวงหามูลผลาหาร

ขอพระองค์เสด็จลุกขึ้นหยิบเอาเองเถิด

ข้าพระองค์ไม่มีมือจะทูลถวาย

ขอพระองค์เสด็จลุกขึ้นหยิบเอาเองเถิด

ข้าพระองค์ไม่มีมือจะทูลถวาย

(พระราชาทรงเลื่อมใสการปฏิสันถารของนกปุปผกะ จึงทรงชมเชยว่า)

[๑๗๔]

ปักษีตัวนี้ดีจริงหนอ เป็นนกแต่ทรงธรรมอย่างยอดเยี่ยม

ส่วนเจ้านกแขกเต้าตัวหนึ่งนั้นพูดแต่คำหยาบช้าว่า

[๑๗๕]

จงฆ่ามัน จงมัดมัน อย่าปล่อยให้มันมีชีวิตอยู่

เมื่อมันบ่นพร่ำเพ้ออยู่อย่างนี้แล

เราได้ถึงอาศรมนี้โดยความสวัสดี

(นกปุปผกะครั้นได้ฟังพระราชดำรัสแล้ว จึงกราบทูลว่า)

[๑๗๖]

พระมหาราช ข้าพระองค์ทั้ง ๒

เป็นพี่น้องร่วมท้องมารดาเดียวกัน

เจริญเติบโตอยู่ที่ต้นไม้ต้นเดียวกัน

แต่พลัดตกไปอยู่ต่างเขตแดนกัน

[๑๗๗]

นกสัตติคุมพะเจริญเติบโตในแดนโจร

ส่วนข้าพระองค์เจริญเติบโตอยู่ในสำนักของฤๅษี ณ ที่นี้

นกสัตติคุมพะนั้นอยู่ใกล้อสัตบุรุษ

ข้าพระองค์อยู่ใกล้สัตบุรุษ

เพราะเหตุนั้น ข้าพระองค์ทั้ง ๒ จึงแตกต่างกันโดยธรรม

(นกปุปผกะจำแนกธรรมนั้นว่า)

[๑๗๘]

ที่ใดมีแต่การฆ่า การจองจำ การหลอกลวงด้วยของปลอม

การหลอกลวงซึ่งๆ หน้า การปล้นฆ่าเจ้าทรัพย์

และการข่มขู่กระทำทารุณอย่างแสนสาหัส

นกสัตติคุมพะนั้นสำเหนียกแต่การกระทำเหล่านั้นในที่นั้น

[๑๗๙]

ที่นี้มีแต่ความจริง สุจริตธรรม ความไม่เบียดเบียน

ความสำรวม และการฝึกฝนอินทรีย์

พระองค์ผู้ทรงเป็นหน่อเนื้อแห่งภารตวงศ์

ข้าพระองค์เจริญเติบโตอยู่บนตักของฤๅษีผู้มีปกติให้อาสนะและน้ำ

(บัดนี้เมื่อจะแสดงธรรมถวายพระราชา จึงกล่าวว่า)

[๑๘๐]

ขอเดชะพระราชา ธรรมดาบุคคลคบหาคนใดๆ

เป็นสัตบุรุษก็ตาม อสัตบุรุษก็ตาม มีศีลก็ตาม ไม่มีศีลก็ตาม

ย่อมเป็นไปตามอำนาจของคนนั้นนั่นเอง

[๑๘๑]

บุคคลทำคนเช่นไรให้เป็นมิตร

และคบหาจนสนิทกับคนเช่นไร

ถึงเขาก็เป็นเช่นคนนั้น

เพราะการอยู่ร่วมกันเป็นเช่นนั้น

[๑๘๒]

คนชั่วใครคบเข้าย่อมเปื้อนคนคบ ซึ่งมิได้เปื้อนมาแต่เดิม

คนชั่วใครสัมผัสถูกต้อง หรือเมื่อสัมผัสถูกต้องคนอื่น

ก็ย่อมเปื้อนคนที่ตนสัมผัสถูกต้อง ซึ่งมิได้เปื้อนมาแต่เดิม

ดุจลูกศรที่กำซาบด้วยยาพิษก็พลอยแปดเปื้อนแล่งไปด้วย

เพราะกลัวแต่การแปดเปื้อน

นักปราชญ์จึงไม่ควรมีคนชั่วเป็นเพื่อน

[๑๘๓]

คนใดห่อปลาเน่าด้วยใบหญ้าคา

แม้ใบหญ้าคาก็พลอยมีกลิ่นเหม็นเน่าฟุ้งไปด้วย

การคบหาคนพาลก็เป็นฉันนั้น

[๑๘๔]

ส่วนคนใดห่อกฤษณาด้วยใบไม้

แม้ใบไม้ก็พลอยมีกลิ่นหอมฟุ้งไปด้วย

การคบหากับนักปราชญ์ก็เป็นฉันนั้น

[๑๘๕]

เพราะเหตุนั้น บัณฑิตรู้การคบของตน

เหมือนกับใบไม้ห่อสิ่งของแล้ว

ไม่พึงเข้าไปคบหาอสัตบุรุษ พึงคบหาแต่สัตบุรุษ

เพราะอสัตบุรุษย่อมนำไปสู่นรก

ส่วนสัตบุรุษย่อมช่วยให้ไปถึงสุคติ

สัตติคุมพชาดกที่ ๗ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๗

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๐๒. หังสชาดกชาดกถัดไป๕๐๔. ภัลลาติยชาดก