ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. กุมภชาดก
ชาดกที่ ๕๑๒ · ติงสตินิบาตชาดก

กุมภชาดก

ว่าด้วยโทษของสุรา

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๒๙๒ · บรรทัด ๙๒๓๒ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากกุมภชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๒ จาก ๒

เรื่องเล่า

หม้อใบนี้มิใช่หม้อเนยใส มิใช่หม้อน้ำมัน มิใช่ หม้อน้ำผึ้ง โทษของหม้อใบนี้มีอยู่มิใช่น้อย ท่านจง ฟังโทษเป็นอันมากที่มีอยู่ในหม้อใบนี้. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว เดินโซเซตกลงไปยัง บ่อ ถ้ำ หลุมน้ำครำและหลุมโสโครก พึงบริโภคของ ที่ไม่ควรบริโภคแม้มากได้ ท่านจงซื้อหม้อนี้ ซึ่งเต็ม ไปด้วยน้ำชนิดนั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ไม่มีกฎเกณฑ์ในใจ เที่ยวหยำเปไป เหมือนโคกินกากสุรา ฉะนั้น เป็น เหมือนขาดที่พักพิง ย่อมฟ้อนรำได้ ขับร้องได้ ท่าน จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว แก้ผ้าเปลือยกาย เที่ยว ไปตามตรอก ตามถนน ในบ้านเหมือนชีเปลือย มีจิต ลุ่มหลง นอนตื่นสาย ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ซึ่งเต็มไป ด้วยน้ำชนิดนั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ลุกขึ้นโซเซโคลงศีรษะ และยกแขนขึ้นร่ายรำ เหมือนรูปหุ่นไม้ ฉะนั้น ท่าน จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว นอนจนถูกไฟไหม้ และกินอาหารที่เหลือเดนสุนัขได้ ย่อมถึงการถูกจองจำ ถูกฆ่า และความเสื่อมแห่งโภคะ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว พูดคำพูดที่ไม่ควรพูด นั่งพร่ำในที่ประชุม ปราศจากผ้าผ่อน เลอะเทอะ นอนจมอยู่ในอาเจียนของตน มีแต่เรื่องฉิบหาย ท่าน จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว วางมาดเป็นคนสำคัญ นัยน์ตาขุ่นขวาง เข้าใจว่าบ้านเมืองเป็นของเราคนเดียว พระราชาแม้มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบขัณฑสีมา ก็ไม่ เสมอเรา ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิด นั้น. บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ถือตัวจัด ก่อการ ทะเลาะวิวาท ยุยงส่อเสียด มีผิวพรรณน่าเกลียด เปลือยกายวิ่งไป อยู่อย่างนักเลงเก่า ท่านจงซื้อหม้อ ใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. น้ำชนิดนี้ ทำตระกูลทั้งหลายในโลกนี้ อันมั่งคั่ง บริบูรณ์ มีเงินทองตั้งหลายพันให้ขาดทายาทได้ ท่าน จงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. ข้าวเปลือก ทรัพย์สิน เงินทอง ไร่ นา โค กระบือ ในสกุลใดย่อมพินาศไป ตระกูลที่มั่งมี ทั้งหลายขาดสูญไป เพราะดื่มน้ำชนิดใด ท่านจงซื้อ หม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. บุรุษดื่มน้ำชนิดใดแล้ว เป็นคนหยาบช้า ด่า มารดาบิดาได้ แม้ถึงเป็นพ่อผัวก็พึงหยอกลูกสะใภ้ได้ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. นารีดื่มน้ำชนิดใดแล้ว กลายเป็นคนกักขฬะ หยาบช้า ด่าพ่อผัว แม่ผัว และสามีได้ แม้เป็นทาส เป็นคนใช้ พึงรับเป็นสามีของตนได้ ท่านจงซื้อหม้อ ใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยนำชนิดนั้น. บุรุษดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ฆ่าสมณะ หรือพราหมณ์ ผู้ตั้งอยู่ในธรรมได้ พึงไปสู่อบาย เพราะกรรมนั้น เป็นเหตุ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิด นั้น. ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ประพฤติทุจริต ทางกาย ทางวาจา หรือทางใจได้ ย่อมไปสู่นรก เพราะประพฤติทุจริต ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไป ด้วยน้ำชนิดนั้น. ชนทั้งหลายแม้จะยอมสละเงินเป็นอันมาก มา อ้อนวอนบุรุษใด ซึ่งไม่เคยดื่มสุรา ให้พูดเท็จ ย่อม ไม่ได้ บุรุษนั้นครั้นดื่มสุราแล้วย่อมพูดเหลาะแหละ เหลวไหลได้ ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำ ชนิดนั้น. คนรับใช้ดื่มน้ำชนิดใดแล้ว เมื่อถูกเขาใช้ไปใน กรณียกิจรีบด่วน ถูกซักถามก็ไม่รู้เนื้อความ ท่านจง ซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ถึงจะเคยมีความ ละอายใจอยู่ ก็ย่อมจะทำความไม่ละอายให้ปรากฏได้ ถึงแม้จะเป็นคนมีปัญญาก็อดพูดมากไม่ได้ ท่านจงซื้อ หม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว นอนคนเดียว ไม่มีเพื่อน คล้ายลูกสุกรนอนเดียวดาย ด้วยชาติกำเนิด อันต่ำฉะนั้น อดข้าวปลาอาหาร ย่อมเข้าถึงการนอน เป็นทุกข์อยู่กับแผ่นดิน สิ้นสง่าราศรี และต้องครหา นินทา ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. ชนทั้งหลายดื่มน้ำชนิดใดแล้ว ย่อมนอนคอตก หาเป็นเหมือนโคที่ถูกปฏักฉะนั้นไม่ ฤทธิ์สุราย่อม ทำให้คนอดทนได้ (ไม่กินข้าวกินน้ำ) ท่านจงซื้อหม้อ ใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. มนุษย์ทั้งหลาย ย่อมเว้นดื่มน้ำชนิดใด อันเปรียบ ด้วยงูมีพิษร้าย นรชนคนใดเล่า ควรจะดื่มน้ำชนิดนั้น อันเป็นเช่นยาพิษมีในโลก ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่ง เต็มไปด้วยน้ำชนิดนั้น. โอรสทั้งหลายของท้าวอันธกเวณฑะ ดื่มสุรา แล้ว พาหญิงไปบำเรออยู่ที่ริมฝั่งสมุทร ประหารกัน และกันด้วยสาก ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วย น้ำชนิดนั้น. บุรพเทพ คืออสูรทั้งหลาย ดื่มน้ำชนิดใดแล้ว เมามาย จนจุติจากไตรทิพย์ คือดาวดึงสเทวโลก ยัง สำคัญตนว่าเที่ยง เป็นไปกับด้วยอสุรมายา ดูก่อน มหาราชเจ้า บุรุษผู้ฉลาดเช่นกับพระองค์ เมื่อทราบ ว่าน้ำดื่มชนิดนี้เป็นน้ำเมา หาประโยชน์มิได้ จะดื่ม ทำไม ? ในหม้อใบนี้ ไม่มีเนยข้น หรือน้ำผึ้ง พระองค์ รู้อย่างนี้แล้ว จงซื้อเสีย ดูก่อนท่านสัพพมิตต์ สิ่ง ที่อยู่ในหม้อนี้ ข้าพเจ้าบอกแก่ท่านแล้วตามความเป็น จริงอย่างนี้แหละ.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า วชฺชานิ ได้แก่ โทษทั้งหลาย. บทว่า คเลยฺย ความว่า เมื่อจะเดินก็เดินโซเซไปทุกย่างก้าว. บทว่า ยํ ปิตฺวา ปเตความว่า บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้วพึงตกลงไป. บทว่า โสพภํ ได้แก่ หลุมบ่อ. บทว่า จนฺทนิโยฬิคลฺลํ ได้แก่ หลุมเทขยะ และหลุมโสโครก. บทว่า อโภชเนยฺยํ ได้แก่ ของไม่ควรเพื่อจะบริโภค. บทว่าอเนสมาโน แปลว่า ไม่เป็นอิสระ. บทว่า โคริว ความว่า อุปมาเหมือนโค.

บทว่า ภกฺขสานี ความว่า เหมือนโคกินกากสุรา เที่ยวแสวงหาของกินในที่ต่างๆ ฉันใด ไม่มีกฎเกณฑ์ในใจ ท่องเที่ยวไปฉันนั้น. บทว่า อนาถมาโนความว่า เป็นเหมือนคนขาดที่พักพิงไร้ที่พึ่ง. บทว่า อุปคายติ ความว่าเห็นคนอื่นเขาขับเขารำ ก็เข้าไปขับบ้าง ฟ้อนรำบ้างได้. บทว่า อเจลโกวความว่า เปลือยกายได้เหมือนอเจลก. บทว่า วิสิขนฺตรานิ ความว่า (เที่ยวซอกแซกไป) ตามตรอก ตามถนน. บทว่า อติเวลสายี ความว่า เป็นผู้มีปกตินอนเกินเวลา ปาฐะว่า อติเวลาจารี ดังนี้ก็มี. อธิบายว่า นอนหลับไปได้นาน ๆ. บทว่า ทารุกฏลฺลโกว แปลว่า เหมือนรูปหุ่นไม้. บทว่า โภคชานิญฺจุ เปนฺติ ความว่า ย่อมเข้าถึงความเสื่อมแห่งโภคทรัพย์. อธิบายว่าบุคคลดื่มน้ำใดแล้ว ย่อมทำทุจริตเป็นต้นว่า ปาณาติบาต ถูกลงอาชญาแล้วย่อมถึงความเสื่อมทรัพย์และถึงทุกข์อื่น ๆ มีถูกฆ่าและจองจำเป็นต้น.

บทว่า วนฺตคโต ความว่า จมอยู่ในอาเจียนของตน. บทว่า พฺยสนฺโน แปลว่า ถึงความพินาศ. ปาฐะว่า วิสนฺโน ดังนี้ก็มี. ความก็ว่านอนจมอยู่ในกองอาเจียนนั้น. บทว่า อุกฺกฏฺโ ความว่า บุคคลดื่มน้ำชนิดใดแล้วฮึกเหิม คุยโวว่า เรามีทะแกล้วทหารมาก จะมีใครเสมอกับเรา. บทว่า อาวิลกฺโข แปลว่า มีนัยน์ตาแดง (ตาขวาง). บทว่า สพฺพปวี แปลว่า แผ่นดินทั้งหมด. ปาฐะว่า สพฺพาปวี ดังนี้ก็มี. บทว่า จาตุรนฺโต ความว่า เป็นใหญ่ในแผ่นดิน มีมหาสมุทร ๔ เป็นขอบเขต. บทว่า มานาแปลว่า ก่อเกิดมานะ. แม้ในบททั้งสองที่เหลือก็มีนัยนี้.

บทว่า คติ แปลว่า ปฏิปทาเครื่องดำเนินให้เกิดผล. บทว่า นิเกโตแปลว่า อยู่ (อย่างนักเลง). บทว่า ตสฺสา ปุณฺณํ ความว่า ท่านจงซื้อหม้อใบนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยสุราเห็นปานนั้น. บทว่า ยตฺถ วินาสยนฺติ ความว่าชนทั้งหลายอาศัยน้ำสุราใด ดำรงตนไว้ในการดื่มน้ำสุราใด ทำลายสมบัติมีทรัพย์และข้าวเปลือกเป็นต้น แม้อย่างเดียว หรือแม้หลายอย่างให้พินาศได้จนเป็นคนกำพร้า. บทว่า อิทฺธานิ แปลว่า มั่งคั่ง. บทว่า ผีตานิ ความว่ามั่งคั่งบริบูรณ์ด้วยวัตถาลังการ และเครื่องใช้สอยทั้งหลาย. บทว่า อุจฺฉินฺนทายชฺชกตานิ ความว่า น้ำสุรานี้ย่อมทำทายาทให้ขาดสูญ พาทรัพย์สมบัติให้พินาศ. บทว่า ทุฏฺรูโป เป็นคนกักขฬะหยาบคาย. บทว่า คณฺเหยฺย ความว่า จับมือถือแขนลูกสะใภ้ ด้วยอำนาจกิเลส โดยสำคัญว่าเป็นภรรยาได้. บทว่า ทาสํปิ คณฺเห ความว่า จับมือถือแขน แม้ทาสคนรับใช้ของตนได้ด้วยอำนาจกิเลส โดยสำคัญว่า สามีของตัว. บทว่า ปิตฺวาน แปลว่า ดื่มแล้ว.

บทว่า ทุจฺจริตํ จริตฺวา ความว่า กระทำอกุศลกรรมบถสิบอย่างด้วยไตรทวารอย่างนี้. บทว่า ยาจมานา ความว่า ชนทั้งหลายแม้จะสละเงินทอง เป็นสินน้ำใจจำนวนมาก กล่าวอ้อนวอนบุรุษใด ซึ่งไม่เคยดื่มสุรามาก่อนว่า ท่านจงพูดเท็จดังนี้ ย่อมไม่ได้. บทว่า ปิตฺวา ความว่า คนรับใช้ดื่มน้ำชนิดใดแล้ว. บทว่า นปฺปชานาติ วุตฺโต ความว่า ถูกซักถามว่าเจ้ามาเพื่อต้องการอะไร เขาย่อมไม่รู้แม้เรื่องราวนั้น เพราะตนรับข่าวสาสน์ไปไม่ดี. บทว่า หิริมนาปิ ความว่า แม้จะมีจิตประกอบไปด้วยหิริ. บทว่าเอกถูปา ความว่า นอนคนเดียวไม่มีเพื่อน คล้ายลูกสุกรนอนเดียวดายด้วยชาติกำเนิดอันค่ำฉะนั้น. บทว่า อนาสกา แปลว่า อดอาหาร. บทว่า ถณฺฑิล ทุกฺขเสยฺยํ ความว่า นอนเป็นทุกข์อยู่บนแผ่นดิน. บทว่า อายสกฺยํ ได้แก่ คำครหา. บทว่า ปตฺตกฺขนฺธา ความว่า นอนคอตก. บทว่ากูฏหตาริว ความว่า ย่อมนอนคอพับคล้ายโค อันหม้อน้ำผูกติดอยู่ที่คอเบียดเบียน. อธิบายว่า ย่อมนอนแซ่วเหมือนโคที่ไม่กินหญ้า กินน้ำ นอนซมอยู่ฉะนั้น. บทว่า โฆรสมิว แปลว่า อันเปรียบด้วยงูมีพิษร้าย. บทว่า วิสสมานํ แปลว่า อันเป็นเช่นกับด้วยยาพิษ. บทว่า อนฺธกเวณฺฑปุตฺตา ได้แก่ ราชาพี่น้องกันสิบองค์. บทว่า อุปฺกฺกมุํ แปลว่า ประหารกัน (ด้วยสาก). บทว่า ปุพฺพเทวา ได้แก่ อสูรทั้งหลาย. บทว่า ติทิวา ความว่าจากดาวดึงสเทวโลก. บทว่า สสฺสติยา ความว่า ยังสำคัญตนว่าเที่ยง โดยความเป็นผู้มีอายุยืน อธิบายว่า จากเทวโลก อันสมมติกันว่าเที่ยงเป็นนิรันดร์. บทว่า สมายา ความว่า เป็นไปกับด้วยอสุรมายา.

บทว่า ชานํ ความว่า บุรุษผู้ฉลาดเช่นกับพระองค์ เมื่อทราบว่าน้ำดื่มชนิดนี้ เป็นน้ำเมาหาประโยชน์มิได้เช่นนั้น จะพึงดื่มทำไมกัน. บทว่า กุมฺภคตา มยา ความว่า สิ่งที่อยู่ในหม้ออันข้าพเจ้าบอกแล้ว. อีกอย่างหนึ่งปาฐะก็อย่างเดียวกันนี้. บทว่า อกฺขาตรูํป ความว่า อันข้าพเจ้าบอกแล้วตามความเป็นจริง.

พระเจ้าสัพพมิตต์ ทรงสดับดังนั้น ก็ทรงทราบโทษของสุรา ดีพระทัยเมื่อจะทรงชมเชยท้าวสักกเทวราช ได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถา ความว่า

ท่านมิใช่เป็นบิดา หรือมารดาของข้าพเจ้า เป็น คนชนิดใดชนิดหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้มุ่งเกื้อกูลอนุเคราะห์ ปรารถนาประโยชน์อย่างยิ่งแก่ข้าพเจ้า ข้าพเจ้าจัก กระทำตามถ้อยคำของท่านในวันนี้. ข้าพเจ้าจักให้บ้านส่วยห้าตำบล ทาสีหนึ่งร้อย โคเจ็ดร้อย และรถเทียมด้วยม้าอาชาไนยสิบคันเหล่านี้แก่ท่าน ขอท่านผู้ปรารถนาประโยชน์จงเป็นอาจารย์ ของข้าพเจ้าเถิด.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คามวรานิ ความว่า พระเจ้าสัพพมิตต์ตรัสว่า ข้าแต่ท่านพราหมณ์ อาจริยภาค คือส่วนของอาจารย์ อันชื่อว่าบุคคลผู้เป็นอาจารย์ควรปรารถนา ข้าพเจ้าขอมอบบ้านส่วยห้าตำบล ซึ่งมีรายได้ปีละหนึ่งแสนแก่ท่าน. บทว่า ทสา อิเม ความว่า และเมื่อพระเจ้าสัพพมิตต์จะทรงชี้รถอันวิจิตรด้วยทอง ซึ่งจอดอยู่เฉพาะพระพักตร์สิบคัน จึงตรัสอย่างนี้.

ท้าวสักกเทวราช ทรงสดับเช่นนั้น เมื่อจะทรงแสดงอัตภาพของเทพยดาให้พระเจ้าสัพพมิตต์ทรงรู้จักพระองค์ จึงประทับยืนบนอากาศได้ตรัสพระคาถา ๒ คาถา ความว่า

ดูก่อนพระราชา ทาสี บ้านส่วย โค และรถ อันเทียมด้วยม้าอาชาไนย จงเป็นของพระองค์ตามเดิม เถิด เราเป็นท้าวสักกะจอมเทพ ของชาวไตรทิพย์. พระองค์จงเสวยพระกระยาหาร เนยใส และ ข้าวปายาส พึงเสวยขนมกุมมาสอันโอชารส ดูก่อน พระองค์ผู้เป็นจอมประชาชน พระองค์จงทรงยินดีใน ธรรม ใคร ๆ ไม่ติเตียนด้วยอาการอย่างนี้แล้ว จงเข้า ถึงสวรรคสถาน.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เอวํ ตุวํ ธมฺมรโต ความว่า เมื่อท่านเสวยโภชนะมีรสเลิศต่าง ๆ อย่างนี้ จะเว้นการดื่มสุรา ละทุจริต ๓ อย่างเป็นผู้ยินดีในสุจริตธรรม ๓ ประการ อันใคร ๆ ไม่ติเตียนแล้ว จงเข้าถึงสวรรคสถานเถิด.

ท้าวสักกะครั้นทรงประทานโอวาทแก่พระเจ้าสัพพมิตต์ ด้วยประการฉะนี้แล้ว ก็เสด็จไปยังสถานวิมานของพระองค์ทันที. ฝ่ายพระเจ้าสัพพมิตต์ก็ไม่ทรงดื่มสุรา ตรัสสั่งให้ทำลายภาชนะสุราสิ้น แล้วทรงสมาทานศีลบริจาคทาน ได้เป็นผู้มีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า. การดื่มสุรา เกิดนิยมกันอย่างกว้างขวาง แม้ในชมพูทวีป (ติดต่อสืบเนื่องมาจนบัดนี้).

พระบรมศาสดา ทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแสดงแล้ว ทรงประชุมชาดกว่าพระราชาในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระอานนท์ ส่วนท้าวสักกเทวราชได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.

จบอรรถกถากุมภชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๒ / ๒

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๓๒๕–๓๔๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ติงสตินิบาตชาดก · ๑๔๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๔๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

กุมฺภชาตกํ

โก ปาตุราสีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วิสาขาย สหายิกา สุราปีตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย อารพฺภ กเถสิ ฯ

สาวตฺถิยํ กิร สุราฉเณ สงฺฆุฏฺเฐ ตา ปญฺจสตา อิตฺถิโย สามิกานํ ฉเณ กีฬายมานานํ ติกฺขสุรํ ปฏิยาเทตฺวา ฉณํ กีฬิสฺสามาติ สพฺพาปิ วิสาขาย สนฺติกํ คนฺตฺวา สหายิเก ฉณํ กริสฺสามาติ วตฺวา อยํ สุราฉโณ อหํ สุรํ น ปิวิสฺสามีติ วุตฺเต ตุมฺเห สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ทานํ เทถ มยํ ฉณํ กริสฺสามาติ อาหํสุ ฯ สา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อุยฺโยเชตฺวา สตฺถารํ นิมนฺตาเปตฺวา มหาทานํ ทตฺวา พหุคนฺธมาลํ อาทาย สายณฺหสมเย ธมฺมกถํ โสตุํ ตาหิ ปริวุตา เชตวนํ อคมาสิ ฯ ตา ปนิตฺถิโย สุรํ ปิวมานาว ตาย สทฺธึ คนฺตฺวา ทฺวารโกฏฺฐเก ฐตฺวา สุรํ ปิวิตฺวาว ตาย สทฺธึ สตฺถุ สนฺติกํ อคมํสุ ฯ วิสาขา สตฺถารํ วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ อิตราสุ เอกจฺจา สตฺถุ สนฺติเกเยว นจฺจึสุ เอกจฺจา หตฺถกุกฺกุจฺจปาทกุกฺกุจฺจา กลหํ กรึสุ ฯ สตฺถา ตาสํ สํเวคชนนตฺถาย ภมุกโลมโต รํสิโย วิสชฺเชสิ ฯ อนฺธการติมิสา อโหสิ ฯ ตา ภีตตสิตา มรณภยตชฺชิตา อเหสุํ ฯ เตน ตาสํ สุรา ชิณฺณา ฯ สตฺถา นิสินฺนปลฺลงฺเก อนฺตรหิโต สิเนรุมุทฺธนิ ฐตฺวา อุณฺณาโลมโต รํสึ วิสชฺเชสิ ฯ จนฺทสุริยสหสฺสุคฺคมนํ วิย อโหสิ ฯ สตฺถา ตตฺถ ฐิโตว ตาสํ สํเวคชนนตฺถาย

โก นุ หาโส กิมานนฺโท นิจฺจํ ปชฺชลิเต สติ

อนฺธกาเรน โอนทฺธา ปทีปํ น คเวสถาติ อิมํ คาถมาห ฯ คาถาปริโยสาเน ตา ปญฺจสตาปิ โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหึสุ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา คนฺธกุฏิฉายาย พุทฺธาสเน นิสีทิ ฯ อถ นํ วิสาขา วนฺทิตฺวา ภนฺเต อิทํ หิโรตฺตปฺปเภทกํ สุราปานนฺนาม กทา อุปฺปนฺนนฺติ ปุจฺฉิ ฯ โส ตสฺสา อาจิกฺขนฺโต อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต เอโก กาสิกรฏฺฐวาสี สุโร นาม วนจรโก ภณฺฑํ ปริเยสนตฺถาย หิมวนฺตํ อคมาสิ ฯ ตตฺเถโก รุกฺโข อุคฺคนฺตฺวา โปริสมตฺเต ฐาเน ติธากปฺโป อโหสิ ฯ ตสฺส ติณฺณํ กปฺปานํ อนฺตเร จาฏิปฺปมาโณ อาวาโฏ อโหสิ ฯ โส เทเว วสฺสนฺเต อุทเกน ปูริโต ตํ ปริวาเรตฺวา หรีตกี อามลกี มริจคจฺโฉ จ อเหสุํ ฯ เตสํ ปกฺกานิ วณฺฏกโต ผลานิ ฉินฺทิตฺวา ตตฺถ ปตนฺติ ฯ ตสฺสาวิทูเร สยญฺชาตสาลี ฯ ตโต จ สุวกา สาลิสีสานิ อาหริตฺวา ตสฺมึ รุกฺเข นิสีทิตฺวา ขาทนฺติ ฯ เตสํ ขาทมานานํ สาลีปิ ตณฺฑุลาปิ ตตฺถ ปตนฺติ ฯ อิติ ตํ อุทกํ สุริยาตเปน ปจฺจมานํ รสํ โลหิตวณฺณํ อโหสิ ฯ นิทาฆสมเย ปิปาสิตา สกุณคณา ตํ ปิวิตฺวา มตฺตา ปริวตฺเตตฺวา รุกฺขมูเล ปตึสุ โถกํ นิทฺทายิตฺวา วิกุชฺชมานา ปกฺกมนฺติ ฯ รุกฺขสุนขมกฺกฏาทีสุปิ เอเสว นโย ฯ วนจรโก ตํ ทิสฺวา สเจ อิทํ วิสํ ภเวยฺย อิเม มเรยฺยุํ อิเม ปน โถกํ นิทฺทายิตฺวา ยถาสุขํ คจฺฉนฺติ นยิทํ วิสนฺติ ฯ โส สยํ ปิวิตฺวา มตฺโต หุตฺวา มํสํ ขาทิตุกาโม อโหสิ ฯ ตโต อคฺคึ กตฺวา ปชฺชลิตฺวา รุกฺขมูเล ปติเต สกุเณ ติตฺติรกุกฺกุฏาทโย มาเรตฺวา มํสํ องฺคาเร ปจิตฺวา เอเกน หตฺเถน นจฺจนฺโต เอเกน มํสํ ขาทนฺโต เอกาหํ ทฺวีหํ ตตฺเถว อโหสิ ฯ ตโต ปน อวิทูเร เอโก วรุโณ นาม ตาปโส วสติ ฯ วนจรโก อญฺญถาปิ ตสฺส สนฺติกํ คจฺฉติ ฯ อถสฺส เอตทโหสิ อิทํ ปานํ ตาปเสน สทฺธึ ปิวิสฺสามีติ ฯ โส เอกํ เวฬุนาฬิกํ ปูเรตฺวา ปกฺกมํเสน สทฺธึ อาหริตฺวา ปณฺณสาลํ คนฺตฺวา ภนฺเต อิมํ ปานํ ปิวถาติ วตฺวา อุโภปิ มํสํ ขาทนฺตา ปิวิสุ ฯ อิติ สุเรน จ วรุเณน จ ทิฏฺฐตฺตา ตสฺส ปานสฺส สุราติ จ วรุณีติ จ นามํ ชาตํ ฯ

เต อุโภปิ อตฺเถโส อุปาโยติ เวฬุนาฬิโย ปูเรตฺวา กาเชนาทาย ปจฺจนฺตนครํ คนฺตฺวา ปานการกา นาม อาคตาติ รญฺโญ อาโรเจสุํ ฯ ราชา เน ปกฺโกสาเปสิ ฯ เต ตสฺส ปานํ อุปเนสุํ ฯ ราชา เทฺว ตโย วาเร ปิวิตฺวา มชฺชิ ฯ ตสฺส ตํ เอกาหทฺวีหมตฺตเมว อโหสิ ฯ อถ เน อญฺญํปิ อตฺถีติ ปุจฺฉิ ฯ อตฺถิ เทวาติ ฯ กุหินฺติ ฯ หิมวนฺเต เทวาติ ฯ เตนหิ อาเนถาติ ฯ เต คนฺตฺวา เอกเทฺว วาเร อาเนตฺวา นิวทฺธํ คนฺตุํ น สกฺขิสฺสามาติ สพฺพสมฺภาเร สลฺลกฺเขตฺวา ตสฺส รุกฺขตจาทีนิ คเหตฺวา สพฺพสมฺภาเร ปกฺขิปิตฺวา นคเร สุรํ กรึสุ ฯ นาครา สุรํ ปิวิตฺวา ปมาทํ อาปนฺนา ทุคฺคตา อเหสุํ ฯ นครํ สุญฺญํ วิย อโหสิ ฯ เตน ปานการกา ตโต ปลายิตฺวา พาราณสึ คนฺตฺวา ปานการกา อาคตาติ อาโรเจสุํ ฯ ราชา เน ปกฺโกสาเปตฺวา ปริพฺพยํ อทาสิ ฯ ตตฺถาปิ สุรํปิ อกํสุ ฯ ตํปิ นครํ ตเถว วินสฺสติ ฯ ตโต ปลายิตฺวา สาเกตํ คนฺตฺวา ตโต สาเกตโต สาวตฺถึ อคมํสุ ฯ ตทา สาวตฺถิยํ สพฺพมิตฺโต นาม ราชา อโหสิ ฯ โส เตสํ สงฺคหํ กตฺวา เกน โว อตฺโถติ ปุจฺฉิตฺวา สมฺภารมูเลน เจว สาลิปิฏฺเฐน จ ปญฺจหิ จาฏิสเตหีติ วุตฺเต สพฺพํ ทาเปสิ ฯ เต ปญฺจสุ จาฏิสเตสุ สุรํ สณฺฐเปตฺวา มูสิกภเยน จาติ รกฺขนตฺถาย เอเกกาย จาฏิยา สนฺติเก เอเกกํ วิฬารํ พนฺธึสุ ฯ เต ปจฺจิตฺวา อุตฺตรณกาเล จาฏิกุจฺฉีสุ ปคฺฆรนฺตํ สุรํ ปิวิตฺวา มตฺตา นิทฺทายึสุ ฯ มูสิกา อาคนฺตฺวา เตสํ กณฺณนาสิกทาฐิกนงฺคุฏฺเฐ ขาทิตฺวา อคมํสุ ฯ วิฬารา สุรํ ปิวิตฺวา มตาติ อายุตฺตกปุริสา รญฺโญ อาโรเจสุํ ฯ ราชา วิสการกา เอเต ภวิสฺสนฺตีติ ทฺวินฺนํปิ ชนานํ สีสานิ ฉินฺทาเปสิ ฯ เต สุรํ ปิวิตฺวา มธุรํ เทวาติ วิรวนฺตาว มรึสุ ฯ ราชา เต มาราเปตฺวา จาฏิโย ภินฺทถาติ อาณาเปสิ ฯ วิฬาราปิ สุราย ชิณฺณาย อุฏฺฐหิตฺวา กีฬนฺตา วิจรึสุ ฯ เต ทิสฺวา รญฺโญ อาโรจยึสุ ฯ ราชา สเจ วิสํ อสฺส เต มเรยฺยุํ มธุเรน เตน ภวิตพฺพํ ปิวิสฺสามิ นนฺติ นครํ อลงฺการาเปตฺวา ราชงฺคเณ มณฺฑปํ การาเปตฺวา อลงฺกตมณฺฑเป สมุสฺสิตเสตจฺฉตฺเต ราชปลฺลงฺเก นิสีทิตฺวา อมจฺจคณปริวุโต สุรํ ปาตุํ อารภิ ฯ

ตทา สกฺโก เทวราชา เก นุโข มาตาปิตุปฏฺฐานาทีสุ อปฺปมตฺตา ตีณิ สุจริตานิ ปูเรนฺตีติ โลกํ โวโลเกตฺวา ตํ ราชานํ สุรํ ปาตุํ นิสินฺนํ ทิสฺวา สจายํ สุรํ ปิวิสฺสติ สกลชมฺพูทีโป นสฺสิสฺสติ ยถา น ปิวติ ตถา นํ กริสฺสามีติ เอกํ สุราปุณฺณํ กุมฺภํ หตฺถตเล ฐเปตฺวา พฺราหฺมณเวเสนาคนฺตฺวา รญฺโญ สมฺมุขฏฺฐาเน อากาเสเยว ฐตฺวา อิมํ กุมฺภํ กีณถ อิมํ กุมฺภํ กีณถาติ อาห ฯ สพฺพมิตฺตราชา ตํ ตถา วทนฺตํ อากาเส ฐิตํ ทิสฺวา กุโต นุโข พฺราหฺมโณ อาคจฺฉตีติ เตน สทฺธึ สลฺลเปนฺโต ติสฺโส คาถา อภาสิ

โก ปาตุราสี ติทิวา นภมฺหิ

โอภาสยํ สํวรึ จนฺทิมาว

คตฺเตหิ เต รสฺมิโย นิจฺฉรนฺติ

สเตริตา วิชฺชุริวนฺตลิกฺเข ฯ

โส ฉินฺนวาตํ กมสิ อฆมฺหิ

เวหาสยํ คจฺฉสิ ติฏฺฐสิ จ

อิทฺธี นุ เต วตฺถุกตา สุภาวิตา

อนทฺธคูนมสิ เทวตานํ ฯ

เวหาสยํ กมมาคมฺม ติฏฺฐสิ

กุมฺภํ กิณาถาติ ยเมตมตฺถํ

โก วา ตุวํ กิสฺส วตาย กุมฺโภ

อกฺขาหิ เม พฺราหฺมณ เอตมตฺถนฺติ ฯ

ตตฺถ โก ปาตุราสีติ กุโต ปาตุภูโตสิ กุโต อาคโตสีติ อตฺโถ ฯ ติทิวา นภมฺหีติ กึ ตาวตึสภวนา อาคนฺตฺวา อิธ นภมฺหิ อากาเส ปากโฏ ชาโตสีติ ปุจฺฉติ ฯ สํวรินฺติ รตฺตึ ฯ สเตริตาติ เอวํนามกา ฯ โสติ โส ตฺวํ ฯ ฉินฺนวาตนฺติ วลาหโก สีตาวตฺเตน วาเตน กมติ ตสฺส ปน โสปิ วาโต นตฺถิ เตน เอวมาห ฯ กมสีติ ปวตฺตสิ ฯ อฆมฺหีติ อปฺปฏิเฆ อากาเส ฯ วตฺถุกตาติ วตฺถุ วิย ปติฏฺฐา วิย กตา ฯ อนทฺธคูนมสิ เทวตานนฺติ ยาว ปทสา อทฺธานํ อคมเนน อนทฺธคูนํ เทวตานํ อิทฺธิ สา อสิ ตว สุภาวิตาติ ปุจฺฉติ ฯ เวหาสยํ กมมาคมฺมาติ อากาเส ปวตฺตํ ปทวีติหารํ ปฏิจฺจ นิสฺสาย ติฏฺฐสิ ฯ อิมสฺส โก วา ตุวนฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ ฯ เอวํ ติฏฺฐมาโน โก นาม ตฺวนฺติ อตฺโถ ฯ ยเมตมตฺถนฺติ ยํ เอตํ วทสิ ฯ อิมสฺส กิสฺส วตายนฺติ อิมินา สมฺพนฺโธ ฯ ยํ เอตํ กุมฺภํ กีณถาติ วทสิ กิสฺส วา เต อยํ กุมฺโภติ อตฺโถ ฯ

ตโต สกฺโก เตนหิ สุณาหีติ วตฺวา สุราย โทเส ทสฺเสนฺโต อาห

น สปฺปิกุมฺโภ นปิ เตลกุมฺโภ

น ผาณิตสฺส น มธุสฺส กุมฺโภ

กุมฺภสฺส วชฺชานิ อนปฺปกานิ

โทเส พหู กุมฺภคเต สุณาถ ฯ

คเลยฺย ยํ ปิตฺวา ปเต ปปาตํ

โสพฺภํ คุหํ จนฺทนิโยลิคลฺลํ

พหุํปิ ภุญฺเชยฺย อโภชเนยฺยํ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา จิตฺตสฺมึ อเนสมาโน

อาหิณฺฑตี โคริว ภกฺขสาที

อนาถมาโน อุปคายติ นจฺจตี จ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา อเจลโกว นคฺโค

จเรยฺย คาเม วิสิขนฺตรานิ

สมฺมุฬฺหจิตฺโต อติเวลสายี

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา อุฏฺฐาย ปเวธมาโน

สีสญฺจ พาหุญฺจ ปจาลยนฺโต

โส นจฺจตี ทารุกฏลฺลโกว

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา อคฺคิทฑฺฒา สยนฺติ

อโถ สิงฺคาเลหิปิ ขาทิตาเส

พนฺธํ วธํ โภคชานิญฺจุเปนฺติ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา ภาเสยฺย อภาสเนยฺยํ

สภายมาสิโน อเปตวตฺโถ

สมกฺขิโต วนฺตคโต พฺยสนฺโน

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา อุกฺกฏฺโฐ อาวิลกฺโข

มเมว สพฺพปฐวีติ มญฺญติ

น เม สโม จาตุรนฺโตปิ ราชา

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

มานาติมานา กลหานิ เปสุณิ

ทุพฺพณฺณินี นคฺคยินี ปลายินี

โปราณธุตฺตาน คตี นิเกโต

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

อิทฺธานิ ผีตานิ กุลานิ อสฺสุ

อเนกสาหสฺสธนานิ โลเก

อุจฺฉินฺนทายชฺชกตานิมาย

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ธญฺญํ ธนํ รชฏํ ชาตรูปํ

เขตฺตํ ควํ ยตฺถ วินาสยนฺติ

อุจฺเฉทนี วิตฺตวตํ กุลานํ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา ทุฏฺฐรูโปว โปโส

อกฺโกสติ ปิตรํ มาตรญฺจ

สสฺสุปิ คณฺเหยฺย อโถปิ สุณฺหํ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา ทุฏฺฐรูปาว นารี

อกฺโกสติ สสฺสุรํ สามิกญฺจ

ทาสํปิ คณฺเห ปริจาริกมฺปิ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวาน หเนยฺย โปโส

ธมฺเม ฐิตํ สมณํ พฺราหฺมณํ วา

คจฺเฉ อปายํปิ ตโตนิทานํ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา ทุจฺจริตํ จรนฺติ

กาเยน วาจาย จ เจตสา วา

นิรยํ วชนฺติ ทุจฺจริตํ จริตฺวา

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ ยาจมานา น ลภนฺติ ปุพฺเพ

พหุํ หิรญฺญํปิ ปริจฺจชนฺตา

โส ตํ ปิวิตฺวา อลิกํ ภณาติ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา เปสโน เปสยนฺโต

อจฺจายิเก กรณียมฺหิ ชาเต

อตฺถมฺปิ โส นปฺปชานาติ วุตฺโต

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

หิรีมนาปิ อหิรีกภาวํ

ปาตุํ กโรนฺติ มทนาย มตฺตา

ธีราปิ สนฺตา พหุกํ ภณนฺติ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา เอกถูปา สยนฺติ

อนาสกา ถณฺฑิลทุกฺขเสยฺยํ

ทุพฺพณฺณิยํ อายสกฺยญฺจุเปนฺติ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา ปตฺตกฺขนฺธา สยนฺติ

คาโว กูฏหตาริว น หิ

วารุณิยา เวโค นเรน สุสฺสโหริว

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ มนุสฺสา วิวชฺชนฺติ สปฺปํ

โฆรวิสมิว ตํ โลเก วิสสมานํ

โก นโร ปาตุมรหติ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา อนฺธกเวณฺฑปุตฺตา

สมุทฺทตีเร ปริจารยนฺตา

อุปกฺกมุํ มุสเลหญฺญมญฺญํ

ตสฺสา ปุณฺณํ กุมฺภมิมํ กิณาถ ฯ

ยํ เว ปิตฺวา ปุพฺพเทวา ปมตฺตา

ติทิวา จุตา สสฺสติยา สมายา

ตํ ตาทิสํ มชฺชมิมํ นิรตฺถกํ

ชานํ มหาราช กถํ ปิเวยฺย ฯ

นยิมสฺมิ กุมฺภสฺมึ ทธิ มธุ วา

เอวํ อภิญฺญาย กิณาหิ ราช

เอวญฺหิ มํ กุมฺภคตา มยา เต

อกฺขาตรูปํ ตว สพฺพมิตฺตาติ ฯ

ตตฺถ วชฺชานีติ อาทีนวา ฯ คเลยฺยาติ คจฺฉนฺโต ปเท ปเท ปริวตฺเตยฺย ฯ ยํ ปิตฺวา ปเตติ ยํ ปิวิตฺวา ปเตยฺย ฯ โสพฺภนฺติ อาวาฏํ ฯ จนฺทนิโยฬิคลฺลนฺติ จนฺทนิยญฺจ โอลิคลฺลญฺจ ฯ อโภชเนยฺยนฺติ ภุญฺชิตุํ อยุตฺตํ ฯ อเนสมาโนติ อนิสฺสโร ฯ โคริวาติ โคโณ วิย ฯ ภกฺขสาทีติ สุรากสฏขาทโก ยถา โส ตตฺถ ตตฺถ ภกฺขสํ ปริเยสนฺโต อาหิณฺฑติ เอวํ อาหิณฺฑตีติ อตฺโถ ฯ อนาถมาโนติ นิรวสฺสโย อนาโถ วิย ฯ อุปคายตีติ อญฺญํ คายนฺตํ ทิสฺวา อุปคนฺตฺวา คายติ ฯ อเจลโกวาติ อเจลโก วิย ฯ วิสิขนฺตรานีติ อนฺตรวีถิโย ฯ อติเวลสายีติ อติจิรํปิ นิทฺทํ โอกฺกเมยฺย ฯ อติเวลจารีติปิ ปาโฐ ฯ อติเวลจารี หุตฺวา จเรยฺยาติ อตฺโถ ฯ ทารุกฏลฺลโกวาติ ทารุมยยนฺตรูปกํ วิย ฯ โภคชานิญฺจุเปนฺตีติ โภคชานิญฺจ อุเปนฺติ ฯ ปาณาติปาตาทีนิ กตฺวา ทณฺฑปีฬิตา ธนชานิญฺจ อญฺญญฺจ วธพนฺธนาทิทุกฺขํ ปาปุณนฺตีติ อตฺโถ ฯ วนฺตคโตติ อตฺตโน วนฺตสฺมึ คโต ฯ พฺยสนฺโนติ พฺยสนปตฺโต ฯ วิสนฺโนติปิ ปาโฐ ฯ ตสฺมึ วนฺเต โอสนฺโนติ อตฺโถ ฯ อุกฺกฏฺโฐติ อหํ มหาโยโธ โก มยา สทิโส อตฺถีติ เอวํ อุกฺกํสคโต หุตฺวา ฯ อาวิลกฺโขติ รตฺตกฺโข ฯ สพฺพปฐวีติ สพฺพา ปฐวี ฯ สพฺพา ปฐวีติปิ ปาโฐ ฯ จาตุรนฺโตติ จตุสมุทฺทปริยนฺตาย ปฐวิยา อิสฺสโร ฯ มานาติ มานการกา ฯ เสสปเทสุปิ เอเสว นโย ฯ คตีติ นิปฺผตฺติ ฯ นิเกโตติ นิวาโส ฯ ตสฺสา ปุณฺณนฺติ ยา เอวรูปา ตสฺสา ปุณฺณํ ฯ ยตฺถ วินาสยนฺตีติ ยํ นิสฺสาย ยตฺถ ปติฏฺฐิตา เอกํปิ พหุํปิ ธนธญฺญาทิสาปเตยฺยํ นาเสนฺติ กปณา โหนฺติ ฯ อิทฺธานีติ สมิทฺธานิ ฯ ผีตานีติ วตฺถาลงฺการกปฺปภณฺเฑหิ ปุปฺผิตานิ ฯ อุจฺฉินฺนทายชฺชกตานีติ อุจฺฉินฺนทายชฺชานิ นิทฺธนานิ กตานิ ฯ ทุฏฺฐรูโปติ ทปฺปิตรูโป ฯ คณฺเหยฺยาติ ภริยสญฺญาย กิเลสวเสน หตฺเถ คณฺเหยฺย ฯ ทาสํปิ คณฺเหยฺยาติ อตฺตโน ทาสํปิ กิเลสวเสน สามิโก เมติ คณฺเหยฺย ฯ ปิตฺวานาติ ปิวิตฺวา ฯ ทุจฺจริตํ จริตฺวาติ เอวํ ตีหิ ทฺวาเรหิ ทสวิธํปิ อกุสลํ กตฺวา ฯ ยาจมานาติ ยํ ปุริสํ ปุพฺเพ สุรํ อปิวนฺตํ พหุํปิ หิรญฺญํ ปริจฺจชนฺตาปิ มุสาวาทํ กโรหีติ ยาจมานา น ลภนฺติ ฯ ปิตฺวาติ ปิตฺวา ฐิโต ฯ นปฺปชานาติ วุตฺโตติ เกนตฺเถนาคโตสีติ วุตฺโต สาสนสฺส ทุคฺคหิตตฺตา ตํ อตฺถํ นปฺปชานาติ ฯ หิรีมนาปีติ หิริยุตฺตจิตฺตาปิ ฯ เอกถูปาติ สูกรโปตกา วิย หีนชจฺเจหิปิ สทฺธึ เอกราสี หุตฺวา ฯ อนาสกาติ นิราหารา ฯ ถณฺฑิลทุกฺขเสยฺยนฺติ ภูมิยํ ทุกฺขเสยฺยํ ฯ อายสกฺยนฺติ ครหํ ฯ ปตฺตกฺขนฺธาติ ปติตกฺขนฺธา ฯ กูฏหตาริวาติ คีวายํ พนฺธเนน กูเฏน หตา คาโว วิย ฯ ยถา ติณํ อขาทนฺติโย ปายํ อปิวนฺติโย สยนฺติ ตถา สยนฺตีติ อตฺโถ ฯ โฆรวิสมิวาติ โฆรวิสํ วิย ฯ วิสสมานนฺติ วิสสทิสํ ฯ อนฺธกเวณฺฑปุตฺตาติ ทส ภาติกราชาโน ฯ อุปกฺกมุนฺติ ปหรึสุ ฯ ปุพฺพเทวาติ อสุรา ฯ ติทิวาติ ตาวตึสเทวโลกา ฯ สสฺสติยาติ สสฺสตา ทีฆายุกภาเวน นิจฺจสมฺมตา เทวโลกาติ อตฺโถ ฯ สมายาติ สทฺธึ อสุรมายาหิ ฯ ชานนฺติ เอวํ นิรตฺถกํ เอตนฺติ วิชานนฺโต ตุมฺหาทิโส ปณฺฑิตปุริโส กถํ ปิเวยฺย ฯ กุมฺภคตา มยาติ กุมฺภคตํ มยาติ อยเมว วา ปาโฐ ฯ อกฺขาตรูปนฺติ สภาวโต อกฺขาตํ ฯ

ตํ สุตฺวา ราชา สุราย อาทีนวํ ญตฺวา ตุฏฺโฐ สกฺกสฺส ถุตึ กโรนฺโต เทฺว คาถา อภาสิ

น เม ปิตา วา อถวาปิ มาตา

เอตาทิโส ยาทิสโก ตุวํสิ

หิตานุกมฺปิ ปรมตฺถกาโม

โสหํ กริสฺสํ วจนํ ตวชฺช ฯ

ททามิ เต คามวรานิ ปญฺจ

ทาสีสตํ สตฺต ควํสตานิ

อาชญฺญยุตฺเต จ รเถ ทสา อิเม

อาจริโย โหสิ มมตฺถกาโมติ ฯ

ตตฺถ คามวรานีติ พฺราหฺมณ อาจริยสฺส นาม อาจริยภาโค อิจฺฉิตพฺโพ สํวจฺฉเร สตสหสฺสุฏฺฐานเก ตุยฺหํ ปญฺจ คาเม ททามีติ วทติ ฯ ทสา อิเมติ ทส อิเม ปุรโต ฐิเต กาญฺจนวิจิตฺเต รเถ ทสฺเสนฺโต เอวมาห ฯ

ตํ สุตฺวา สกฺโก เทวตฺตภาวํ ทสฺเสนฺโต อตฺตานํ ชานาเปนฺโต อากาเส ฐตฺวา เทฺว คาถา อภาสิ

ตเวว ทาสีสตมตฺถุ ราช

คามา จ คาโว จ ตเวว โหนฺตุ

อาชญฺญยุตฺตา จ รถา ตเวว

สกฺโกหมสฺมี ติทสานมินฺโท ฯ

มํโสทนํ สปฺปิปายญฺจ ภุญฺเช

ขาทสฺสุ จ ตฺวํ มธุมาสปูเว

เอวํ ตุวํ ธมฺมรโต ชนินฺท

อนินฺทิโต สคฺคมุเปหิ ฐานนฺติ ฯ

ตตฺถ เอวํ ตุวํ ธมฺมรโตติ เอวํ ตุวํ นานคฺครสโภชนํ ภุญฺชนฺโต สุราปานา วิรโต ตีณิ ทุจฺจริตานิ ปหาย ติวิธสุจริตธมฺมรโต หุตฺวา เกนจิ อนินฺทิโต สคฺคฏฺฐานํ อุเปหีติ ฯ

อิติ สกฺโก ตสฺส โอวาทํ ทตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต ฯ โสปิ สุรํ อปิวิตฺวา สุราภาชนานิ ภินฺทาเปตฺวา สีลํ สมาทาย ทานํ ทตฺวา สคฺคปรายโน อโหสิ ฯ ชมฺพูทีเปปิ อนุกฺกเมน สุราปานํ เวปุลฺลปฺปตฺตํ ชาตํ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ สกฺโก ปน อหเมวาติ ฯ

กุมฺภชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ทุติยํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๑๑. กิงฉันทชาดกชาดกถัดไป๕๑๓. ชัยทิศชาดก