ภัณฑุติณฑุกชาดก
ว่าด้วยพระราชาทรงออกสดับฟังข่าวชาวเมือง
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๒๔๑๙ · บรรทัด ๙๙๘๔ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยถา ความว่า โคชื่อสาลิยะนี้ ได้รับทุกขเวทนานอนอยู่ฉันใด ขอพระเจ้าปัญจาลราชจงนอนเป็นทุกข์ฉันนั้น.
ลำดับนั้น เมื่อราชปุโรหิตจะคัดค้าน จึงกล่าวคาถา ความว่า
เจ้าคนชาติชั่ว เจ้าโกรธพระเจ้าพรหมทัต โดย ไม่เป็นธรรม เจ้าทำร้ายโคของตนเอง ไฉนจึงมาสาปแช่งพระราชาเล่า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อธฺมเมน ความว่า โดยไม่มีเหตุผลคือไม่มีความจริง.
ชาวนาได้ฟังดังนั้นแล้ว ได้กล่าวคาถา ๓ คาถา ความว่า
ดูก่อนพราหมณ์ เราโกรธพระเจ้าพรหมทัตโดย ชอบธรรม เพราะชาวชนบท พระเจ้าพรหมทัตมิได้ ทรงพิทักษ์รักษา ถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองกดขี่ ด้วย ภาษีที่ไม่เป็นธรรม กลางคืนถูกพวกโจรปล้น กลางวันถูกเจ้าหน้าที่ กดขี่ ด้วยภาษีอันไม่ชอบธรรม ในแคว้นของพระ ราชาโกง มีคนอาธรรม์มากมาย. แม่ครัวคงหุงต้มใหม่อีกเป็นแน่ จึงนำข้าวมาส่ง ในเวลาสาย เรามัวแลดูแม่ครัว มาส่งข้าวอยู่ โคสาลิยะจึงถูกผาลแทงเอา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ธมฺเมน ความว่า เราด่าโดยมีเหตุผลท่านอย่าเข้าใจว่า ด่าโดยไม่มีเหตุผล. บทว่า สา นูน ปุน เร ปกฺกา วิกาเล ภตฺตมาหริ ความว่า พราหมณ์เอ๋ย เราคิดว่า หญิงแม่ครัวนำข้าวมาส่งเรา หุงข้าวแล้วคงนำมาส่งแต่เช้าตรู่ แต่นางถูกพวกทาสของพระเจ้าพรหมทัต พวกรีดภาษีโดยไม่เป็นธรรม เกาะกุมตัวไว้ ต้องเลี้ยงดูพวกมันแล้วจึงหุงข้าวเพื่อเราใหม่ เพราะเหตุนั้น จึงนำข้าวมาส่งในเวลาสาย วันนี้นำมาสายนัก ดังนี้แล้ว ถูกความหิวบีบคั้น มัวแลดูคนส่งข้าว ดุว่าโค เอาปฏักแทงโคไม่เป็นที่ ฉะนั้น เจ้าโคสาลิยะมันยกเท้าขึ้นกระทืบผาล จึงถูกผาลบาดเอา เหตุนั้น เจ้าอย่าเข้าใจว่า เราประหารมัน ข้อนี้ ชื่อว่า พระราชาผู้ลามกประหารแล้วทีเดียว ท่านอย่ามัวกล่าวพรรณนาคุณของพระราชานั้นอยู่เลย.
พระราชากับราชปุโรหิต เดินทางต่อไป แล้วพักอยู่ในบ้านแห่งหนึ่งรุ่งขึ้นเวลาเช้าตรู่ แม่โคนมโกงตัวหนึ่ง เอาเท้าดีดคนรีดนมโค ล้มไปพร้อมด้วยนมสด เมื่อคนรีดนมโคจะด่าพระเจ้าพรหมทัต จึงกล่าวคาถา ความว่า
ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช จงถูกฟันด้วยดาบใน สงคราม เดือดร้อนอยู่ เหมือนเราถูกแม่โคนม ถีบ ในวันนี้ จนนมสดของเขาหกไป ฉะนั้น. ราชปุโรหิต ได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวว่า การที่แม่โคถีบเจ้าให้บาดเจ็บ น้ำนมหกไปนั้น เป็นความผิดอะไรของพระเจ้าพรหมทัต ท่านจึงติเตียน อยู่.
ครั้นพราหมณ์ปุโรหิตกล่าวคาถาจบ คนรีดนมโคได้กล่าวคาถาอีก ๓คาถา ความว่า
ดูก่อนพราหมณ์ พระเจ้าปัญจาละ ควรจะได้รับ ความติเตียน เพราะชาวชนบท พระเจ้าพรหมทัตมิได้ พิทักษ์รักษา ถูกเจ้าหน้าที่กดขี่ ด้วยภาษีอันไม่เป็น ธรรม. อนึ่ง เวลากลางคืนก็ถูกโจรปล้น กลางวันก็ถูก กดขี่รีดภาษีอันไม่เป็นธรรม ในแคว้นของพระราชา โกง มีคนอาธรรม์มากมาย. แม่โคเปรี้ยว ดุร้าย เมื่อก่อนพวกเรามิได้รีดนม มัน มาวันนี้ เราถูกพวกราชบุรุษผู้ต้องการน้ำนม รีดนาทาเล้น จึงต้องรีดนมมันอยู่เดี๋ยวนี้.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า จณฺฑา แปลว่า หยาบคาย. บทว่า อกตฺถนา แปลว่า มีปกติวิ่งหนี. บทว่า ขีรกาเมหิ ความว่า พวกเราถูกเจ้าหน้าที่ของพระราชาอาธรรม์ ใช้ให้หานมสดมามาก ๆ เบียดเบียน จำต้องรีด ถ้าหากพระเจ้าพรหมทัตนั้น ครองราชสมบัติโดยธรรม ภัยเห็นปานนี้คงไม่มาถึงพวกเรา.
พระราชาและพระราชปุโรหิต คิดว่า เจ้านี่พูดถูก จึงออกจากบ้านนั้น ขึ้นสู่หนทางใหญ่ มุ่งหน้าต่อพระนครกลับไปในบ้านแห่งหนึ่ง พวกนายอากรฆ่าลูกโคอ่อนตัวหนึ่ง เพื่อต้องการทำฝักดาบ จึงยึดเอาหนังไป แม่โคนมที่ลูกถูกฆ่า เพราะความเศร้าถึงลูก ไม่กินหญ้า ไม่ดื่มน้ำ เที่ยวร่ำร้องหาลูกอยู่ เด็ก ๆ ชาวบ้านเห็นดังนั้น เมื่อจะพากันด่าพระราชา จึงกล่าวคาถาความว่า
ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช จงพลัดพรากจากโอรส วิ่งคร่ำครวญเหมือนแม่โคกำพร้า พลัดพรากจากลูก วิ่งคร่ำครวญอยู่ ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปริธาวติ ความว่า วิ่งร่ำร้องอยู่. ลำดับนั้น ปุโรหิตกล่าวคาถานอกนี้ ความว่า ในการที่แม่โค ของคนเลี้ยงโค เที่ยววิ่งไปมา หรือร่ำร้องอยู่นี้ เป็นความผิดอะไร ของพระเจ้า พรหมทัตเล่า.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปพฺภเมยฺย รเวยฺย วา ความว่า (สัตว์เลี้ยง) ก็ต้องวิ่งไปมาได้ หรือร่ำร้องได้ อธิบายว่า พ่อเอย ธรรมดาสัตว์เลี้ยง เมื่อเจ้าของพิทักษ์รักษาอยู่ มันก็วิ่งได้ ไม่กินหญ้าได้ ในข้อนี้จะเป็นความผิดอะไรของพระราชาเล่า.
ลำดับนั้น เด็กชาวบ้าน ได้กล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
ดูก่อนมหาพราหมณ์ ความผิดของพระเจ้าพรหม ทัต มีแน่ เพราะชาวชนบท พระเจ้าพรหมทัตมิได้ พิทักษ์รักษา ถูกเจ้าหน้าที่กดขี่ ด้วยภาษีอันไม่ชอบ ธรรม. กลางคืนก็ถูกโจรปล้น กลางวันถูกเจ้าหน้าที่กด ขี่ ด้วยภาษาอันไม่ชอบธรรม ในแคว้นของพระราชา โกง มีคนอาธรรม์มากนาย ลูกโคของพวกเรายังดื่ม นมอยู่ ก็ต้องถูกฆ่าตาย เพราะต้องการฝักดาบอย่าง ไรล่ะ.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า มหาพฺรเหฺม ได้แก่ มหาพราหมณ์. บทว่า ราชิโน ได้แก่ ของพระราชา. บทว่า กถํ โน ความว่า อย่างไรเล่า คือ เพราะเหตุชื่อไร ? บทว่า ขีรปา หญฺเต ปชา ความว่าเด็กทั้งหลายด่าพระราชาว่า ลูกโคที่ยังดื่มนมอยู่ ถูกพวกเจ้าหน้าที่เหล่านั้นฆ่าด้วยอำนาจของพระราชาลามก แม่โคนมนั้นร่ำร้องหาลูกอยู่เดี๋ยวนี้ ขอพระราชานั้น จงปริเทวนาการ เหมือนแม่โคนมเถิด.
พระราชา และราชปุโรหิต พูดว่า ดีละ พวกเจ้าพูดได้เหตุผล แล้วหลีกไปเสีย ต่อมาในระหว่างทาง ฝูงกากำลังเอาจะงอยปากจิกกินกบทั้งหลายอยู่ณ สระแห้งแห่งหนึ่ง เมื่อพระราชา และราชปุโรหิตมาถึงที่นั้น พระโพธิสัตว์จึงบันดาลให้กบทั้งหลาย แช่งด่าพระราชาด้วยอานุภาพของตน (เป็นคาถา) ความว่า
ขอให้พระเจ้าปัญจาลราช พร้อมด้วยพระราช โอรส จงถูกประหารในสนามรบ ให้ฝูงการุมจิกกิน เหมือนเราผู้เกิดในป่า ถูกฝูงกาชาวบ้านจิกกินในวันนี้ ฉะนั้น. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า คามเกหิ ได้แก่ กาที่อยู่ในบ้าน.
ราชปุโรหิตได้ยินดังนั้น เมื่อจะสนทนากับพวกกบ จึงกล่าวคาถาความว่า
เฮ้ย ! กบ พระราชาทั้งหลายในมนุษยโลก จะ ทรงจัดการพิทักษ์รักษาสัตว์ทั่วไปไม่ได้อยู่เอง พระ ราชามิได้เป็นอธรรมจารีบุคคล ด้วยเหตุที่ฝูงกากินสัตว์ เป็นเช่นพวกเจ้า เท่านั้น.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ชีวํ ได้แก่สัตว์ที่ยังมีชีวิต. บทว่า อเทยฺยุํ แปลว่า พึงเคี้ยวกิน. บทว่า ธงฺกา ได้แก่ กาทั้งหลาย. อธิบายว่า กาทั้งหลายพึงเคี้ยวกินสัตว์มีชีวิต ด้วยเหตุเพียงใด ด้วยเหตุเพียงเท่านี้ พระราชาจะชื่อว่าไม่เป็นผู้ประพฤติธรรมหาได้ไม่ พระราชาจักสามารถเข้าไปยังป่าเที่ยวรักษาเจ้าได้อย่างไร ?
กบได้ฟังดังนั้น จึงกล่าวคาถา ๒ คาถา ความว่า
ท่านเป็นพรหมจารี ชาติอาธรรม์หนอ จึงกล่าว ยกย่องกษัตริย์อยู่ได้ เมื่อประชากรเป็นอันมากถูกปล้น อยู่ ท่านยังบูชาพระราชาผู้น่าตำหนิอย่างยิ่ง. ดูก่อนพราหมณ์ ถ้าแว่นแคว้นนี้ พึงมีพระราชาดี ก็จะมั่งคั่ง เบิกบาน ผ่องใส ฝูงกาก็จะได้กินก้อนข้าว ที่ดี ๆ เป็นพลี ไม่ต้องกินสัตว์เป็นเช่นพวกเรา.
บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า พฺรหฺมจารี ความว่า เมื่อกบจะติเตียนปุโรหิต จึงกล่าวว่า ท่านเป็นพรหมจารี ชาติอาธรรม์หนอ. บทว่า ขตฺติยสฺส ได้แก่ พระราชาลามกเห็นปานนี้. บทว่า วิลุมฺปมานาย ความว่า เมื่อประชาชนถูกรีดนาทาเล้นอยู่ อนึ่ง ปาฐะ พระบาลี ก็อย่างเดียวกันนี้แหละ. บทว่า ปุถุปฺปชาย ความว่า เมื่อประชาชนทั่วไปถูกเจ้าหน้าที่ ทำให้พินาศอยู่. บทว่า ปูเชสิ ได้แก่ ยกย่องสรรเสริญ. บทว่า สุรชฺชกํ ความว่าถ้าแว่นแคว้นนี้ อันพระราชาผู้ไม่ลุอำนาจฉันทาคติเป็นต้น ไม่ยังทศพิธราชธรรมให้กำเริบรักษาอยู่ เป็นแว่นแคว้นมีจอมราชดี. บทว่า ผีตํ ความว่ามีข้าวกล้าสมบูรณ์ ในเมื่อฝนหลั่งกระแสธารอยู่โดยชอบ. บทว่า มาทิสํ ความว่า เมื่อเป็นอย่างนี้ กาทั้งหลายคงไม่กินสัตว์ อย่างเราเลยทีเดียว. การด่าในฐานะ แม้ทั้ง ๖ อย่างนี้ มีได้ด้วยอานุภาพของพระโพธิสัตว์นั่นเอง.
พระราชากับราชปุโรหิต สดับคำนั้นแล้ว ดำริว่า ชนทั้งปวงที่สุดจนกระทั่งกบ ซึ่งเป็นสัตว์เดียรัจฉานอยู่ในป่า พากันด่าเราผู้เดียว แล้วเสด็จจากที่นั้นไปสู่พระนคร เสวยราชย์โดยธรรม ตั้งอยู่ในโอวาทของพระโพธิสัตว์สร้างบุญกุศลมีทานเป็นต้น.
พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้ มาแสดงแก่พระเจ้าโกศลแล้วตรัสว่า ดูก่อนมหาบพิตร ธรรมดาพระราชาควรละการลุอำนาจอคติ เสวยราชสมบัติโดยธรรม แล้วทรงประชุมชาดกว่า ภัณฑุติณฑุกเทวดา ในครั้งนั้นได้มาเป็นเราผู้ตถาคต ฉะนี้แล.
จบอรรถกถาภัณฑุติณฑุกชาดก จบอรรถกถาติงสตินิบาต
รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ
๑. กิงฉันทชาดก ๒. กุมภชาดก ๓. ชยทิสชาดก ๔. ฉัททันตชาดก ๕. สัมภวชาดก ๖. มหากปิชาดก ๗. ทกรักขสชาดก ๘. ปัณฑรกชาดก ๙. สัมพุลาชาดก ๑๐. ภัณฑุติณฑุกชาดก และอรรถกถา.
จัตตาฬีสนิบาตชาดก
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๑ หน้า ๕๒๐–๕๓๗ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
ติงสตินิบาตชาดก ๑๒๖ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๒๖ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
ภณฺฑุติณฺฑุกชาตกํ
อปฺปมาโทติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ราโชวาทํ อารพฺภ กเถสิ ฯ ราโชวาโท เหฏฺฐา วิตฺถาริโต ฯ
อตีเต ปน กปิลรฏฺเฐ อุตฺตรปญฺจาลนคเร ปญฺจาโล นาม ราชา อคติคมเน ฐิโต อธมฺเมน ปมตฺโต รชฺชํ กาเรสิ ฯ อถสฺส อมจฺจาทโย สพฺเพปิ อธมฺมิกาว ชาตา ฯ พลิปีฬิตา รฏฺฐวาสิโน ปุตฺตทาเร อาทาย อรญฺเญ มิคา วิย วิจรึสุ ฯ คามฏฺฐาเน คาโมปิ นาม นาโหสิ ฯ มนุสฺสา ราชปุริสภเยน ทิวา เคเห วสิตุํ น สกฺโกนฺติ เคหานิ กณฺฏกสาขาทีหิ ปริกฺขิปิตฺวา อรุเณ อุคฺคจฺฉนฺเตเยว อรญฺญํ ปวิสนฺติ ฯ ทิวา ราชปุริสา วิลุมฺปนฺติ รตฺตึ โจรา ขาทนฺติ ฯ
ตทา โพธิสตฺโต พหินคเร ภณฺฑุติณฺฑุกรุกฺขเทวตา หุตฺวา นิพฺพตฺติ ฯ อนุสํวจฺฉรํ รญฺโญ สนฺติกา สหสฺสคฺฆนิกํ พลิกมฺมํ ลภติ ฯ โส จินฺเตสิ อยํ ราชา ปมตฺโต รชฺชํ กาเรสิ สกลรฏฺฐํ วินสฺสติ ฐเปตฺวา มํ อญฺโญ ราชานํ ปฏิรูเป นิเวเสตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ อุปการโก จาปิ เม อนุสํวจฺฉรํ สหสฺสพลินา ปูเชสิ โอวาทิสฺสามิ นนฺติ ฯ โส รตฺติภาเค รญฺโญ สิริคพฺภํ ปวิสิตฺวา อุสฺสีสกปสฺเส ฐตฺวา โอภาสํ วิสชฺเชตฺวา อากาเส อฏฺฐาสิ ฯ ราชา ตํ พาลสุริยํ วิย ชลมานํ ทิสฺวา โกสิ ตฺวํ เกน วา การเณน อิธาคโตติ ปุจฺฉิ ฯ โส ตสฺส วจนํ สุตฺวา มหาราช อหํ ภณฺฑุติณฺฑุกเทวตา ตุยฺหํ โอวาทํ ทสฺสามีติ อาคโตมฺหีติ ฯ กึ โอวาทํ นาม ทสฺสสีติ ฯ เอวํ วุตฺเต มหาสตฺโต มหาราช ตฺวํ ปมตฺโต หุตฺวา รชฺชํ กาเรสิ เตน เต สกลรฏฺฐํ หตํ วิลุตฺตํ วิย นฏฺฐํ ราชาโน นาม ปมาเทน รชฺชํ กาเรนฺตา สกลรฏฺฐสฺส สามิโน น โหนฺติ ทิฏฺฐธมฺเม วินาสํ ปตฺวา สมฺปราเย ปุน มหานิรเย นิพฺพตฺตนฺติ เตสุ จ ปมาทํ อาปนฺเนสุ อนฺโตชนา พหิชนาปิสฺส ปมตฺตาว โหนฺติ ตสฺมา รญฺญา อติเรเกน อปฺปมตฺเตน ภวิตพฺพนฺติ วตฺวา ธมฺมเทสนํ ปฏฺฐเปนฺโต อาห
อปฺปมาโท อมตํ ปทํ ปมาโท มจฺจุโน ปทํ
อปฺปมตฺตา น มียนฺติ เย ปมตฺตา ยถา มตา ฯ
มทา ปมาโท ชาเยถ ปมาทา ชายเต ขโย
ขยา จ โทสา ชายนฺติ มา มโท ภรตูสภ ฯ
พหู หิ ขตฺติยา ชิณฺณา อตฺถํ รฏฺฐํ ปมาทิโน
อโถปิ คามิโน คามา อนาคารา อคาริโน ฯ
ขตฺติยสฺส ปมตฺตสฺส รฏฺฐสฺมึ รฏฺฐวฑฺฒน
สพฺเพ โภคา วินสฺสนฺติ รญฺโญ ตํ วุจฺจเต อฆํ ฯ
เนส ธมฺโม มหาราช อติเวลํ ปมชฺชสิ
อิทฺธํ ผีตํ ชนปทํ โจรา วิทฺธํสยนฺติ นํ ฯ
น เต ปุตฺตา ภวิสฺสนฺติ น หิรญฺญํ น ธานิยํ
รฏฺเฐ วิลุมฺปมานมฺหิ สพฺพโภเคหิ ชิยฺยสิ ฯ
สพฺพโภคปริชิณฺณํ ราชานํ วาปิ ขตฺติยํ
ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ น ตํ มญฺญนฺติ มนฺติยํ ฯ
หตฺถาโรหา อนีกฏฺฐา รถิกา ปตฺติการกา
ตเมวมุปชีวนฺตา น ตํ มญฺญนฺติ มนฺติยํ ฯ
อสํวิหิตกมฺมนฺตํ พาลํ ทุมฺมนฺติมนฺตินํ
สิรี ชหติ ทุมฺเมธํ ชิณฺณํว อุรโค ตจํ ฯ
สุสํวิหิตกมฺมนฺตํ กาลุฏฺฐายึ อตนฺทิตํ
สพฺเพ โภคาภิวฑฺฒนฺติ คาโว สอุสภามิว
อุปสฺสุตึ มหาราช รฏฺเฐ ชนปเท จร
ตตฺถ ทิสฺวา จ สุตฺวา จ ตโต ตํ ปฏิปชฺชสีติ ฯ
ตตฺถ อปฺปมาโทติ สติยา อวิปฺปวาโส ฯ อมตํ ปทนฺติ อมตสฺส นิพฺพานสฺส ปทํ อธิคมนการณํ ฯ มจฺจุโน ปทนฺติ มรณสฺส การณํ ฯ ปมตฺโต หิ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อปฺปฏิสนฺธิกภาวํ ปตฺตุํ อสกฺโกนฺโต ปุนปฺปุนํ สํสาเร ชายติ เจว มียติ จ ตสฺมา ปมาโท มจฺจุโน ปทํ นาม ฯ น มียนฺตีติ วิปสฺสนํ วฑฺเฒตฺวา อปฺปฏิสนฺธิกภาวํ ปตฺวา ปุน สํสาเร อนิพฺพตฺตตฺตา น มียนฺติ นาม ฯ เย ปมตฺตาติ มหาราช เย ปุคฺคลา ปมตฺตา เต ยถา มตา เต ตเถว ทฏฺฐพฺพา ฯ กสฺมา ฯ อกิจฺจสาธนตาย ฯ มตสฺสาปิ หิ อหํ ทานํ ทสฺสามิ สีลํ รกฺขิสฺสามิ อุโปสถกมฺมํ กริสฺสามิ กลฺยาณกมฺมํ ปูเรสฺสามีติ อาโภโค วา ปตฺถนา วา ปริยุฏฺฐานํ วา นตฺถิ อปคตวิญฺญาณตฺตา ปมตฺตสฺส หิ อปฺปมาทาภาวาติ ตสฺมา อุโภเปเต เอกสทิสาว ฯ มทาติ มหาราช อาโรคฺยโยพฺพนชีวิตมทสงฺขาตา ติวิธา มทา ปมาโท นาม ชายติ ฯ โส มทมตฺโต ปมาทาปนฺโน ปาณาติปาตาทีนิ ปาปกมฺมานิ กโรติ ฯ อถ นํ ราชาโน ฉินฺทาเปนฺติ วา หนาเปนฺติ วา สพฺพสฺส วา ธนสฺส หรนฺติ เอวมสฺส ปมาทา ญาติธนชีวิตกฺขโย ชายติ ปุน โส ธนกฺขยํ วา ยสกฺขยํ วา ปตฺโต ชีวิตุํ อสกฺโกนฺโต ชีวิตวุตฺตตฺถาย กายทุจฺจริตาทีนิ กโรติ อิจฺจสฺส ขยา จ โทสา ชายนฺติ เตน ตํ วทามิ ฯ มา มโท ภรตูสภาติ รฏฺฐภารกเชฏฺฐก ภรตูสภ มา ปมาท มา ปมชฺชีติ อตฺโถ ฯ อตฺถํ รฏฺฐนฺติ ชนปทวาสีนํ วุทฺธิญฺเจว สกลรฏฺฐญฺจ พหู ปมาทิโน ชิณฺณา ฯ เตสํ อาวิภาวตฺถาย ขนฺติวาทิชาตกมาตงฺคชาตกคุรุกชาตกสรภงฺคชาตกเจติยชาตกานิ กเถตพฺพานิ ฯ คามิโนติ คามโภชกาปิ เต คามาปิ พหุปมาทโทเสน ชิณฺณา ปริหีนา วินฏฺฐา ฯ อนาคารา อคาริโนติ ปพฺพชิตา ปพฺพชิตปฏิปตฺติโต คีหิปิ ฆราวาสโต เจว ธญฺญาทีหิ จ พหู ชิณฺณา ปริหีนาติ วทติ ฯ ตํ วุจฺจเต อฆนฺติ มหาราช ยสโภคปริหานิ นาม ตํ รญฺโญ ทุกฺขํ วุจฺจติ โภคาภาเวน หิ นิทฺธนสฺส ยโส หายติ หีนยโส มหนฺตํ ทุกฺขํ ปาปุณาติ ฯ เนส ธมฺโมติ มหาราช เอส โปราณกราชูนํ ธมฺโม น โหติ ฯ อิทฺธํ ผีตนฺติ อนฺนปานาทินา สมิทฺธํ หิรญฺญสุวณฺณาทินา ผีตํ ฯ น เต ปุตฺตาติ มหาราช ปเวณิปาลกา เต ปุตฺตา น ภวิสฺสนฺติ ฯ รฏฺฐวาสิโน หิ อธมฺมิกรญฺโญ เอส ปุตฺโต กึ อมฺหากํ วุฑฺฒึ กริสฺสติ นาสฺส ฉตฺตํ ทสฺสามาติ ฉตฺตํ น เทนฺติ เอวเมว เตสํ ปเวณิปาลกา ปุตฺตา น โหนฺติ นาม ฯ ปริชิณฺณนฺติ ปริหีนํ ฯ ราชา นํ วาปีติ สเจปิ โส ราชา โหติ อถ นํ ราชานํ สมานํปิ ฯ มนฺติยนฺติ อยํ ราชาติ คุรุจิตฺเตน สมาเนตพฺพํ กตฺวา น มญฺญนฺติ ฯ อุปชีวนฺตาติ อุปนิสฺสาย ชีวนฺตาปิ เอเต เอตฺตกา ชนา คุรุจิตฺเตน มญฺญิตพฺพํ น มญฺญนฺติ ฯ กึการณา ฯ อธมฺมิกภาเวน ฯ สิรีติ ยสวิภโว ฯ ตจนฺติ ยถา อุรโค ชิณฺณํ ตจํ ชิคุจฺฉนฺโต ชหติ น ปุน โอโลเกติ เอวํ ตาทิสํ ราชานํ สิรี ชหติ ฯ สุสํวิหิตกมฺมนฺตนฺติ กายทฺวาราทีหิ ปาปกมฺมํ อกโรนฺตํ ฯ อภิวฑฺฒนฺตีติ อภิมุขํ คจฺฉนฺตา วฑฺฒนฺติ ฯ สอุสภามิวาติ สอุสภา อิว ฯ อปฺปมตฺตสฺส หิ อุสภเชฏฺฐโก โคคโณ วิย โภคา วฑฺฒนฺติ ฯ อุปสฺสุตินฺติ ชนปทจาริตฺตสวนาย จาริกํ อตฺตโน สกลรฏฺเฐ จ ชนปเท จ จร ฯ ตตฺถาติ ตสฺมึ รฏฺเฐ จรนฺโต ทฏฺฐพฺพํ ทิสฺวา โสตพฺพํ สุตฺวา อตฺตโน คุณาคุณํ ปจฺจกฺขํ กตฺวา ตโต อตฺตโน หิตปฏิปตฺตึ ปฏิปชฺชิสฺสสิ ฯ
อิติ มหาสตฺโต เอกาทสหิ คาถาหิ ราชานํ โอวทิตฺวา คจฺฉ ปปญฺจํ อกตฺวา ปริคฺคณฺห รฏฺฐํ มา นาสยีติ วตฺวา สกฏฺฐานเมว คโต ฯ ราชาปิ ตสฺส วจนํ สุตฺวา สํเวคปฺปตฺโต ปุนทิวเส รชฺชํ อมจฺเจ ปฏิจฺฉาเปตฺวา ปุโรหิเตน สทฺธึ กาลสฺเสว ปาจีนทฺวาเรน นครา นิกฺขมิตฺวา โยชนมตฺตํ คโต ฯ ตตฺเถโก คามวาสิมหลฺลโก อฏวิโต กณฺฏกสาขํ อาหริตฺวา เคหทฺวารํ ปริกฺขิปิตฺวา ปิทหิตฺวา ปุตฺตทารํ อาทาย อรญฺญํ ปวิสิตฺวา สายํ ราชปุริเสสุ ปกฺกนฺเตสุ อตฺตโน ฆรํ อาคจฺฉนฺโต เคหทฺวาเร ปาเท กณฺฏเกน วิทฺโธ อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา กณฺฏกํ นีหรนฺโต
เอวํ เวเทตุ ปญฺจาโล สงฺคาเม สรมปฺปิโต
ยถาหมชฺช เวเทมิ กณฺฏเกน สมปฺปิโตติ อิมาย คาถาย ราชานํ อกฺโกสิ ฯ ตํ ปน อกฺโกสนํ โพธิสตฺตานุภาเวเนว อโหสิ ฯ โพธิสตฺเตน อธิคหิโตว โส อกฺโกสีติ เวทิตพฺโพ ฯ ตสฺมึ ปน สมเย ราชา จ ปุโรหิโต จ อญฺญาตกเวเสน ตสฺส สนฺติเกว อฏฺฐํสุ ฯ
อถสฺส วจนํ สุตฺวา ปุโรหิโต อิตรํ คาถมาห
ชิณฺโณ ทุพฺพลจกฺขูสิ น รูปํ สาธุ ปสฺสสิ
กึ ตตฺถ พฺรหฺมทตฺตสฺส ยํ ตํ มคฺเคยฺย กณฺฏโกติ ฯ
ตตฺถ มคฺเคยฺยาติ วิชฺเฌยฺย ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ยทิ ตฺวํ อตฺตโน พฺยตฺตตาย กณฺฏเกน วิทฺโธ โก เอตฺถ รญฺโญ โทโส เยน ราชานํ อกฺโกสิ กึ เต รญฺญา กณฺฏโก โอโลเกตฺวา อาจิกฺขิตพฺโพติ ฯ
ตํ สุตฺวา มหลฺลโก ติสฺโส คาถา อภาสิ
พเหฺวตฺถ พฺรหฺมทตฺตสฺส โสหํ มคฺคสฺมิ พฺราหฺมณ
อรกฺขิตา ชานปทา อธมฺมพลินา หตา ฯ
รตฺติญฺจ โจรา ขาทนฺติ ทิวา ขาทนฺติ ตุณฺฑิยา
รฏฺฐสฺมึ กูฏราชสฺส พหุ อธมฺมิโก ชโน ฯ
เอตาทิเส ภเย ตาต ภยฏฺฏา ตาว มานวา
นิลฺเลนกานิ กุพฺพนฺติ วเน อาหตฺวา กณฺฏกนฺติ ฯ
ตตฺถ พเหฺวตฺถาติ พฺราหฺมณ โสหํ สกณฺฏเก มคฺเค ปติโต สนฺนิสินฺโน พหุ เอตฺถ พฺรหฺมทตฺตสฺส โทโส ตฺวํ เอตฺตกํ กาลํ รญฺโญ โทเสน มม สกณฺฏเก มคฺเค วิจรภาวํ น ชานาสิ ตสฺส หิ อรกฺขิตา ชนปทา กณฺฏกนฺติ ฯ ตตฺถ ขาทนฺตีติ วิลุมฺปนฺติ ฯ ตุณฺฑิยาติ วธพนฺธาทีหิ ปีเฬตฺวา อธมฺมพลิสาธกา ฯ กูฏราชสฺสาติ ปาปรญฺโญ ฯ อธมฺมิโกติ ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต ฯ ตาตาติ ปุโรหิตํ อาลปติ ฯ มานวาติ มนุสฺสา ฯ นิลฺเลนกานีติ นิลียนฏฺฐานานิ ฯ วเน อาหตฺวา กณฺฏกนฺติ กณฺฏกํ อาหริตฺวา ทฺวารานิ ปิทหิตฺวา ฆรํ ฉฑฺเฑตฺวา ปุตฺตทารํ อาทาย วนํ ปวิสิตฺวา ตสฺมึ วเน อตฺตโน นิลียนฏฺฐานานิ กโรนฺติ ฯ อถวา วเน โย กณฺฏโก ตํ อาหริตฺวา ฆรานิ ปริกฺขิปนฺติ ฯ อิติ รญฺโญ โทเสเนวมฺหิ กณฺฏเกน วิทฺโธ มา เอวรูปสฺส รญฺโญ อุปตฺถมฺโภ โหหีติ ฯ
ตํ สุตฺวา ราชา ปุโรหิตํ อามนฺเตตฺวา อาจริย มหลฺลโก ยุตฺตํ ภณติ อมฺหากเมว โทโส เอหิ นิวตฺตาม ธมฺเมน รชฺชํ กาเรสฺสามาติ อาห ฯ โพธิสตฺโต ปุโรหิตสฺส สรีเร อธิมุจฺจิตฺวา ปุรโต คนฺตฺวา ปริคณฺหาม ตาว มหาราชาติ อาห ฯ เต ตมฺหา คามา อญฺญํ คามํ คจฺฉนฺตา อนฺตรามคฺเค เอกิสฺสา มหลฺลิกาย สทฺทํ อสฺโสสุํ ฯ สา กิเรกา ทลิทฺทิตฺถี เทฺว ธีตโร วยปฺปตฺตา รกฺขมานา ตาสํ อรญฺญํ คนฺตุํ น เทติ สยํ อรญฺญโต ทารูนิ เจว สากญฺจ อาหริตฺวา ธีตโร ปฏิชคฺคติ ฯ สา ตํ ทิวสํ เอกํ คุมฺพํ อารุยฺห สากํ คณฺหนฺตี ปวตฺตมานา ภูมิยํ ปติตฺวา ราชานํ มรเณน อกฺโกสนฺตี คาถมาห
กทาสฺสุ นาม ยํ ราชา พฺรหฺมทตฺโต มริสฺสติ
ยสฺส รฏฺฐมฺหิ ชียนฺติ อปฺปติกา กุมารีกาติ ฯ
ตตฺถ อปฺปติกาติ อสฺสามิกา ฯ สเจ หิ ตาสํ สามิกา อสฺสุ มํ โปเสยฺยุํ ปาปรญฺโญ ปน รชฺเช อหํ ทุกฺขํ อนุโภมิ กทา นุโข เอส มริสฺสตีติ ฯ เอวํ โพธิสตฺตานุภาเวน นํ อกฺโกสิ ฯ
อถ นํ ปุโรหิโต ปฏิเสเธนฺโต คาถมาห
ทุพฺภาสิตญฺหิ เต ชมฺมิ อนตฺถปถโกวิเท
กุหึ ราชา กุมารีนํ ภตฺตารํ ปริเยสตีติ ฯ
ตํ สุตฺวา มหลฺลิกา เทฺว คาถา อภาสิ
น เม ทุพฺภาสิตํ พฺรเหฺม โกวิทตฺถปทา อหํ
อรกฺขิตา ชานปทา อธมฺมพลินา หตา ฯ
รตฺตึ จ โจรา ขาทนฺติ ทิวา ขาทนฺติ ตุณฺฑิยา
รฏฺฐสฺมึ กูฏราชสฺส พหุ อธมฺมิโก ชโน
ทุชฺชีเว ทุพฺภเร ทาเร กุโต ภตฺตา กุมาริยาติ ฯ
ตตฺถ โกวิทตฺถปทาติ อหํ อตฺถปเท การณปเท โกวิทา เฉกา มา ตฺวํ เอวํ ปาปราชานํ ปสํสิ ฯ ทุชฺชีเวติ ทุชฺชีเว รฏฺเฐ ทุพฺภรทาเร ชาเต มนุสฺเสสุ ภีตตสิเตสุ อรญฺเญ วสนฺเตสุ ฯ กุโต ภตฺตา กุมาริยาติ กุมาริโย ภตฺตารํ ลภิสฺสนฺตีติ อตฺโถ ฯ
เต ตสฺสา วจนํ สุตฺวา ยุตฺตํ กเถตีติ ปุรโต คจฺฉนฺตา เอกสฺส กสฺสกสฺส สทฺทํ อสฺโสสุํ ฯ ตสฺส กิร กสนฺตสฺส สาลิโย นาม พลิพทฺโท ผาเลน ปหโต สยิ ฯ โส ราชานํ อกฺโกสนฺโต คาถมาห
เอวํ สยตุ ปญฺจาโล สงฺคาเม สตฺติยา หโต
ยถายํ กปโณ เสติ หโต ผาเลน สาลิโยติ ฯ
ตตฺถ ยถาติ ยถา อยํ เวทนาปฺปตฺโต สาลิยพลิพทฺโท เสติ เอวํ สยตูติ อตฺโถ ฯ
อถ นํ ปุโรหิโต ปฏิเสเธนฺโต คาถมาห
อธมฺเมน ตุวํ ชมฺม พฺรหฺมทตฺตสฺส กุชฺฌสิ
โย ตฺวํ สปสิ ราชานํ อปรชฺฌิตฺวาน อตฺตโนติ ฯ
ตตฺถ อธมฺเมนาติ อการเณน อสภาเวน ฯ
ตํ สุตฺวา โส ติสฺโส คาถา อภาสิ
ธมฺเมน พฺรหฺมทตฺตสฺส อหํ กุชฺฌามิ พฺราหฺมณ
อรกฺขิตา ชานปทา อธมฺมพลินา หตา ฯ
รตฺติญฺจ โจรา ขาทนฺติ ทิวา ขาทนฺติ ตุณฺฑิยา
รฏฺฐสฺมึ กูฏราชสฺส พหุ อธมฺมิโก ชโน ฯ
สา นูน ปุน เร ปกฺกา วิกาเล ภตฺตมาหริ
ภตฺตหารึ อเวกฺขนฺโต หโต ผาเลน สาลิโยติ ฯ
ตตฺถ ธมฺเมนาติ การเณน น จ อการเณน อกฺโกสตีติ สญฺญํ มา กริ ฯ สา นูน ปุน เร ปกฺกา วิกาเล ภตฺตมาหรีติ พฺราหฺมณ มม ภตฺตหาริกา อิตฺถี ปาโตว มม ภตฺตํ ปจิตฺวา อาหรนฺตี อธมฺมพลิสาสเกหิ พฺรหฺมทตฺตสฺส ทาเสหิ ปลิพุทฺธา ภวิสฺสติ เต ปริวิสิตฺวา ปุน มยฺหํ ภตฺตํ ปกฺกา ภวิสฺสติ เตน การเณน วิกาเล ภตฺตมาหริ อชฺช วิกาเล อาหรีติ จินฺเตตฺวา ฉาตชฺฌตฺโต อหํ ตํ ภตฺตหารึ โอโลเกนฺโต โคณํ อกฺขาเต อฏฺฐาเน ปโฏเทน วิชฺฌึ เตเนส ปาทํ อุกฺขิปิตฺวา ผาลํ ปหรนฺโต หโต ผาเลน สาลิโย ตสฺมา เอส มยา หโตติ สญฺญํ มา กริ ปาปรญฺญาเยว หโต นาเมส มา ตสฺส วณฺณํ ภณีติ ฯ
เต ปุรโต คนฺตฺวา เอกสฺมึ คาเม วสึสุ ฯ ปุนทิวเส ปาโตว เอกา กูฏเธนุ โคโทหกํ ปาเทน ปหริตฺวา สทฺธึ ขีเรน ปวตฺเตสิ ฯ โส พฺรหฺมทตฺตํ อกฺโกสนฺโต คาถมาห
เอวํ หญฺญตุ ปญฺจาโล สงฺคาเม อสินา หโต
ยถาหมชฺช ปหโต ขีรญฺจ เม ปวตฺติตนฺติ ฯ
ตํ สุตฺวา อาห
อยํ ปสุ ขีรํ ฉฑฺเฑสิ ปสุ ผาลญฺจ หึสติ
กึ ตตฺถ พฺรหฺมทตฺตสฺส ยํ โน ครหเต ภวนฺติ ฯ
พฺราหฺมเณน คาถาย วุตฺตาย ปุน โส ติสฺโส คาถา อภาสิ
คารยฺโห พฺรเหฺม ปญฺจาโล พฺรหฺมทตฺตสฺส ราชิโน
อรกฺขิตา ชานปทา อธมฺมพลินา หตา ฯ
รตฺตึ จ โจรา ขาทนฺติ ทิวา ขาทนฺติ ตุณฺฑิยา
รฏฺฐสฺมึ กูฏราชสฺส พหุ อธมฺมิโก ชโน ฯ
จณฺฑา อกตฺถนา คาวี ยํ ปุเร น ทุหามเส
ตํทานิ อชฺช โทหาม ขีรกาเมหุปทฺทุตาติ ฯ
ตตฺถ จณฺฑาติ ผรุสา ฯ อกตฺถนาติ ปลายนสีลา ฯ ขีรกาเมหีติ อธมฺมิกรญฺโญ ปุริเสหิ พหุขีรํ อาหราเปนฺเตหิ อุปทฺทุตา ทุหาม สเจ หิ โส ธมฺเมน รชฺชํ กาเรยฺย น โน เอวรูปํ ภยํ อาคจฺเฉยฺยาติ ฯ
เต ยุตฺตํ กเถตีติ ตมฺหา คามา นิกฺขมิตฺวา มหามคฺคํ อารุยฺห นคราภิมุขา คมึสุ ฯ เอกสฺมึ คาเม พลิสาธกา อสิโกสตฺถาย เอกํ ตรุณวจฺฉกํ มาเรตฺวา จมฺมํ คณฺหึสุ ฯ วจฺฉปหตา เธนุ ปุตฺตโสเกน ติณํ น ขาทติ ปานียํ น ปิวติ ปริเทวมานา อาหิณฺฑติ ฯ ตํ ทิสฺวา คามทารกา ราชานํ อกฺโกสนฺตา คาถมาหํสุ
เอวํ กนฺทตุ ปญฺจาโล วิมุตฺโต ปริธาวตุ
ยถายํ กปณา คาวี วิมุตฺตา ปริธาวตีติ ฯ
ตตฺถ ปริธาวตีติ ปริเทวมานา ธาวติ ฯ
ตโต ปุโรหิโต อิตรํ คาถมาห
ยํ ปสุ ปสุปาลสฺส ปพฺภเมยฺย รเวยฺย วา
โกนีธ อปราธตฺถิ พฺรหฺมทตฺตสฺส ราชิโนติ
ตตฺถ ปพฺภเมยฺย รเวยฺย วาติ ภเมยฺย วา วิรเวยฺย วา ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ ตาต ปสุ นาม ปสุปาลสฺส รกฺขนฺตสฺเสว ธาวติ ติณํ น ขาทติ อิธ รญฺโญ โก นุ อปราโธติ ฯ
ตโต คามทารกา เทฺว คาถา อภาสึสุ
อปราโธ มหาพฺรเหฺม พฺรหฺมทตฺตสฺส ราชิโน
อรกฺขิตา ชานปทา อธมฺมพลินา หตา ฯ
รตฺตึ จ โจรา ขาทนฺติ ทิวา ขาทนฺติ ตุณฺฑิยา
รฏฺฐสฺมึ กูฏราชสฺส พหุ อธมฺมิโก ชโน
กถํ โน อสิโกสตฺถา ขีรปา หญฺญเต ปชาติ ฯ
ตตฺถ มหาพฺรเหฺมติ มหาพฺราหฺมณ ฯ ราชิโนติ รญฺโญ ฯ กถํ โนติ กถํ นุ เกน นาม การเณน ฯ ขีรปา หญฺญเต ปชาติ ปาปราชสฺส วเสน เตหิ ขีรปโก วจฺฉโก หญฺญติ อิทานิ สา เธนุ ปุตฺตโสเกน ปริเทวติ โสปิ ราชา เธนุ วิย ปริเทวตูติ ราชานํ อกฺโกสึสุเยว ฯ
เต สาธุ การณํ วทถาติ ปกฺกมึสุ ฯ อถนฺตรามคฺเค เอกิสฺสา สุกฺขโปกฺขรณิยา กากา ตุณฺเฑหิ วิชฺฌิตฺวา มณฺฑูเก ขาทนฺติ ฯ โพธิสตฺโต เตสุ ตํ ฐานํ สมฺปตฺเตสุ อตฺตโน อานุภาเวน มณฺฑูเก
เอวํ ขชฺชตุ ปญฺจาโล หโต ยุทฺเธ สปุตฺตโก
ยถาหมชฺช ขชฺชามิ คามิเกหิ อรญฺญโชติ ราชานํ อกฺโกสาเปสิ ฯ
ตตฺถ คามิเกหีติ คามวาสีหิ ฯ
ตํ สุตฺวา ปุโรหิโต มณฺฑูเกหิ สทฺธึ สลฺลปนฺโต คาถมาห
น สพฺพภูเตสุ วิเธนฺติ รกฺขํ
ราชาโน มณฺฑูก มนุสฺสโลเก
เนตฺตาวตา ราชา อธมฺมจารี
ยํ ตาทิสํ ชีวมเทยฺยุ ธงฺกาติ ฯ
ตตฺถ ชีวนฺติ ชีวนฺตํ ฯ อเทยฺยุนฺติ ขาเทยฺยุํ ฯ ธงฺกาติ กากา ฯ เอตฺตาวตา ราชา อธมฺมิโก นาม น โหติ กึ สกฺกา อรญฺญํ ปวิสิตฺวา รญฺญา ตํ รกฺขนฺเตน จริตุนฺติ ฯ
ตํ สุตฺวา มณฺฑูโก เทฺว คาถา อภาสิ
อธมฺมรูโป วต พฺรหฺมจารี
อนุปฺปิยํ ภาสสิ ขตฺติยสฺส
วิลุมฺปมานาย ปุถุปฺปชาย
ปูเชสิ ราชํ ปรมปฺปวาทึ ฯ
สเจ อิทํ พฺรเหฺม สุรชฺชกํ สิยา
ผีตํ รฏฺฐํ มุทิตํ วิปฺปสนฺนํ
ภุตฺวา พลึ อคฺคปิณฺฑญฺจ กากา
น มาทิสํ ชีวมเทยฺยุ ธงฺกาติ ฯ
ตตฺถ พฺรหฺมจารีติ ปุโรหิตํ ครหนฺโต อาห ฯ ขตฺติยสฺสาติ เอวรูปสฺส ปาปรญฺโญ ฯ วิลุมฺปมานายาติ วิลุปฺปมานาย ฯ อยเมว วา ปาโฐ ฯ ปุถุปฺปชายาติ วิปุลาย ปชาย วินาสิยมานาย ฯ ปูเชสีติ ปสํสิ ฯ สุรชฺชกนฺติ ฉนฺทาทิวเสน อคนฺตฺวา ทส ราชธมฺเม อโกเปนฺเตน รญฺญา รกฺขิยมานํ สเจ อิทํ สุรชฺชกํ ภเวยฺย ฯ ผีตนฺติ เทเวสุ สมฺมาธารํ อนุปฺปเวจฺฉนฺเตสุ สมฺปนฺนสสฺสํ ฯ น มาทิสนฺติ เอวํ สนฺเต มาทิสํ ชีวมานญฺเญว กากา น ขาเทยฺยุํ ฯ เอวํ ฉสุปิ ฐาเนสุ อกฺโกสนํ โพธิสตฺตสฺเสวานุภาเวน อโหสิ ฯ
ตํ สุตฺวา ราชา จ ปุโรหิโต จ อรญฺญวาสึ ติรจฺฉานคตํ มณฺฑูกํ อุปาทาย สพฺเพ อมฺเหเยว อกฺโกสนฺตีติ ตโตว นครํ คนฺตฺวา ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตฺวา มหาสตฺตสฺโสวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กรึสุ ฯ
สตฺถา โกสลรญฺโญ อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา มหาราช รญฺญา นาม อคติคมนํ ปหาย ธมฺเมน รชฺชํ กาเรตพฺพนฺติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ฯ ตทา ภณฺฑุติณฺฑุกเทวตา อหเมวาติ ฯ
ภณฺฑุติณฺฑุกชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ
ทสมํ ฯ
อิติ ตึสตินิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๑
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗