ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สังกิจจชาดก
ชาดกที่ ๕๓๐ · สัฏฐินิบาตชาดก

สังกิจจชาดก

ว่าด้วยสังกิจจฤาษีแสดงธรรมและอธรรมแก่พระเจ้าพรหมทัตต์

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๙๐ · บรรทัด ๕๙๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสังกิจจชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๓ จาก ๔

เรื่องเล่า

ก็พระโพธิสัตว์ เมื่อจะแสดงนรกเหล่านั้นให้ปรากฏ จึงแสดงถึงสัญชีวนรกก่อน เพราะได้เห็นสัตว์นรกทั้งหลายผู้หมกไหม้อยู่ในสัญชีวนรกนั้นมหาชนจึงเกิดความหวาดกลัวขึ้นเป็นอย่างมากแล้ว จึงให้สัญชีวนรกนั้นอันตรธานหายไป ทำแผ่นดินให้แยกออกเป็น ๒ ส่วนอีกครั้งหนึ่งแล้ว จึงแสดงกาฬสุตตนรก. พอเมื่อความหวาดกลัวเป็นอย่างมากเกิดขึ้นแก่มหาชนเพราะได้เห็นสัตว์ทั้งหลายหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกเช่นนั้น จึงบันดาลให้กาฬสุตตนรกนั้นอันตรธารหายไป. พระโพธิสัตว์แสดงนรกโดยลำดับอย่างนี้ด้วยประการฉะนี้. ลำดับนั้น พระโพธิสัตว์จึงเชิญเสด็จพระราชามาแล้ว ทูลว่าขอถวายพระพร พระองค์ควรจะได้ทอดพระเนตรสัตว์ทั้งหลายผู้หมกไหม้อยู่ในมหานรกทั้ง ๘ ขุมเหล่านี้บ้าง จะได้ทรงบำเพ็ญความไม่ประมาท ดังนี้แล้วหวังจะกล่าวถึงหน้าที่แห่งมหานรกเหล่านั้น ซ้ำอีกครั้ง จึงกล่าวคำเป็นต้นว่านรก ๘ ขุม ดังนี้.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อกฺขาตา ความว่า นรกทั้ง ๘ ขุมที่อาตมภาพทูลแล้วแก่พระองค์นี้ บัณฑิตทั้งหลาย ในกาลก่อนก็ได้เคยกล่าวไว้แล้วเหมือนกันนะ. บทว่า อากิณฺณา คือ บริบูรณ์. บทว่า ปจฺเจกา โสฬสุสฺสทา ความว่า มหานรกทั้ง ๘ ชุมเหล่านี้ แต่ละขุม ๆ มีประอยู่๔ ประตู แต่ละประตูมีอุสสทนรกประตูละ ๔ มหานรกแห่งหนึ่ง ๆ จึงได้มีอุสสทนรกแห่งละ ๑๖ ขุม รวมอุสสทนรกทั้งหมดเป็น ๑๒๘ (เป็นนรกย่อย) รวมกับมหานรกอีก ๘ ขุม จึงเรียกว่านรก ๑๓๖ ขุม ด้วยประการฉะนี้ (๘ x ๔ = ๓๒ x ๔ = ๑๒๘ + ๘= ๑๓๖). บทว่า กทริยตาปนา ความว่านรกเหล่านี้แม้ทั้งหมด เป็นสถานที่ทำคนผู้แข็งกระด้างให้เร่าร้อน น่ากลัวเพราะมีความทุกข์เป็นกำลัง มีเปลวไฟ เพราะมีเปลวไฟเกิดขึ้นแล้วตั้งอยู่ตลอดกัป มีภัยมากมาย เพราะมีความน่ากลัวอยู่อย่างมาก มีรูปร่างน่าขนลุกขนพอง เพราะพอบุคคลเห็นเข้าก็ขนลุกขนพอง ดูพิลึก เพราะน่าเกลียดน่ากลัวมีภัยรอบด้านเพราะเป็นที่เกิดขึ้นแห่งภัย มีความลำบาก เพราะหาความสุขไม่ได้เลย. บทว่า จตุกฺโกณา ได้แก่ นรกแม้ทั้งหมดก็เป็นเช่นกับหีบ ๔ เหลี่ยม. บทว่า วิภตฺตา คือ แบ่งไว้เป็นประตูทั้ง ๔ ด้าน. บทว่า ภาคโส มิตาคือ นับตั้งไว้เป็นส่วน ๆ ด้วยสามารถทางประตูทั้งหลาย. บทว่า อยสา ปฏิกชฺชิตา ความว่า นรกแม้ทั้งหมดถูกปิดแล้ว ด้วยกระเบื้องเหล็กประมาณ๙ โยชน์. บทว่า ผุฏา ติฏฺนฺติ ความว่า นรกแม้ทั้งหมด แผ่ไปตั้งอยู่ตลอดเนื้อที่ประมาณเพียงเท่านี้. บทว่า อุทฺธํปาทา อวํสิรา อธิบายว่า พระโพธิสัตว์กล่าวอย่างนี้ หมายถึงสัตว์ผู้กลิ้งเกลือกตกไปอยู่ ในนรกนั้นบ่อย ๆ. บทว่า อติวตฺตาโร ความว่า สัตว์ที่กล่าวล่วงเกินด้วยวาจาหยาบคายทั้งหลาย. ได้ยินมาว่า สัตว์ทั้งหลายผู้กระทำความผิด ในสมณพราหมณ์ผู้ดำรงอยู่ในธรรมย่อมหมกไหม้อยู่ในมหานรกโดยมาก็เพราะฉะนั้น ท่านจึงกล่าวอย่างนี้. บทว่าเต ภูนหนา อธิบายว่า สัตว์ผู้กล่าวล่วงเกินพระฤๅษีเหล่านั้น เป็นผู้มีความเจริญอันถูกกำจัดแล้ว เพราะกำจัดความเจริญของตนเอง ย่อมหมกไหม้อยู่คล้ายกับปลาที่เขาทำให้เป็นชิ้น ๆ. บทว่า อสงฺเขยฺเย ความว่า ใคร ๆ ไม่สามารถจะนับได้. บทว่า กิพฺพิสการิโน คือ ผู้มีปกติการทำกรรมอันทารุณโหดร้าย. บทว่า นิกฺขมเนสิโน ความว่า สัตว์เหล่านั้น แม้จะค้นหาแสวงหาหนทางออกจากนรก ก็มิได้ถึงประตูทางออกเลย. บทว่า ปุรตฺถิเมน ความว่า ในเวลาที่ประตูยังไม่ปิด สัตว์เหล่านั้นก็จะพากันมุ่งหน้าวิ่งไปยังประตูนั้น. อวัยวะมีผิวพรรณเป็นต้นของสัตว์เหล่านั้น ก็จะถูกไหม้ไฟในที่นั้นเอง. พอเมื่อสัตว์เหล่านั้นวิ่งไปใกล้จะถึงประตู ประตูก็ปิดเสีย ประตูข้างหลังก็ปรากฏคล้ายเหมือนว่าถูกเปิดแล้ว. แม้ในประตูด้านอื่น ๆ ทั้งหมดก็นัยนี้เหมือนกัน. บทว่า น สาธุรูเป ความว่า บุคคล (อย่า) พึงเข้าไปเบียดเบียนพระฤาษีผู้มีรูปดีดุจดังงูมีประการดังกล่าวแล้ว ด้วยที่นั่ง ด้วยคำหยาบ หรือด้วยกายกรรมถามว่า เพราะเหตุไร ? ตอบว่า เพราะจะต้องได้เสวยความทุกข์อย่างใหญ่หลวง ในมหานรกทั้ง ๘ ขุม เหตุกระทบกระทั่งท่านผู้สำรวมแล้ว และมีตบธรรม.

บัดนี้ พระโพธิสัตว์หวังจะแสดงถึงพระราชา ผู้ทรงกระทบกระเทียบพระฤๅษีเห็นปานนั้นแล้ว ประสบความทุกข์นั้น ๆ จึงได้กล่าวคำเป็นต้นว่าอติกาโย ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อติกาโย ได้แก่ มีพระวรกายใหญ่โต สมบูรณ์ด้วยกำลัง. บทว่า มหิสฺสาโส ได้แก่ ผู้ถือธนู. บทว่า สหสฺสพาหุ ความว่า มีแขนพันหนึ่ง เพราะสามารถยกธนูได้ด้วยแขนพันแขนที่ต้องใช้บุคคลผู้ถือธนู ๕๐๐ คน ถึงจะยกขึ้นได้. บทว่า เกกกาธิโป คือผู้เป็นใหญ่ในเกกกรัฐ. บทว่า วิภวงฺคโต ได้แก่ ถึงความพินาศ. เรื่องทั้งหลายมีพิสดารแล้วในสรภังคชาดก. บทว่า อุปหจฺจ มนํ ได้แก่ ทำจิตของตนให้ประทุษร้าย. บทว่า มาตงฺคสฺมึ คือ ในมาตังคบัณฑิต. เรื่องได้เล่าไว้แล้วในมาตังคชาดก. บทว่า กณฺหทีปายนาสชฺช คือ ทำร้ายพระดาบสผู้มีชื่อว่า กัณหทีปายนะ. บทว่า ยมสาธนํ ได้แก่ นรก. เรื่องมีพิสดารแล้วในฆฏชาดก. บทว่า อิสินา ได้แก่ พระดาบสชื่อว่า กปิละ. บทว่า ปาเวกฺขี ได้แก่ เข้าไปแล้ว. บทว่า เจจฺโจ ได้แก่ พระเจ้าเจติยราช. บทว่า หีนตฺโต ได้แก่ มีอัตภาพอันเสื่อมไปรอบแล้ว คือ หมดฤทธิ์. บทว่า กาลปริยายํ ได้แก่ ถึงเวลาตายโดยปริยาย. เรื่องกล่าวไว้แล้วในเจติยชาดก. บทว่า ตสฺมา ความว่า เพราะเหตุที่บุคคลผู้เป็นไปในอำนาจแห่งจิต ผิดในฤๅษีทั้งหลายแล้ว ย่อมหมกไหม้อยู่ในมหานรกทั้ง ๘. บทว่า ตสฺมา หิ ฉนฺทาคมนํ ความว่า บัณฑิตย่อมไม่สรรเสริญการถึงอคติแม้ทั้ง ๔ อย่างมีฉันทาคติเป็นต้น. บทว่า ปทุฏฺเน คือ โกรธแล้ว. บทว่า คนฺตฺวา โส นิรยํ อโธ ความว่า บุคคลผู้นั้น ย่อมไปสู่นรกเบื้องต่ำนั้นแล ด้วยผลกรรมที่ตนควรไปสู่เบื้องต่ำนั้น . แต่ในพระบาลีท่านเขียนไว้เป็น นิรยุสฺสทํ ดังนี้. ความข้อนั้นหมายถึงว่า ย่อมไปสู่อุสสทนรก. บทว่า วุฑฺเฒ ได้แก่ ท่านผู้เจริญโดยวัย และท่านผู้เจริญโดยคุณ. บทว่า อนปจฺจา ความว่า คนเหล่านั้น ย่อมไม่ได้เหล่ากอหรือทายาท แม้ในระหว่างแห่งภพ. บทว่า ตาลวตฺถุ ความว่า คนเหล่านั้น ย่อมถึงความพินาศอย่างใหญ่หลวง แม้ในทิฏฐธรรมคล้ายต้นตาลที่มีรากอันขาดแล้วฉะนั้น แล้วไปบังเกิดในนรกทั้งหลาย. บทว่า หนฺติ ได้แก่ ทำให้ตาย. บทว่า จิรํ รตฺตาย ได้แก่ ตลอดกาลยาวนาน.

พระมหาสัตว์ ครั้นแสดงนรกที่พวกคนผู้เบียดเบียนฤๅษีทั้งหลายหมกไหม้อยู่ อย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงนรกที่พระราชาผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมหมกไหม้อยู่ต่อไป จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า โย จ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า รฏฺํ วิทฺธํสโน ได้แก่ เป็นผู้ถึงอคติด้วยอำนาจฉันทาคติเป็นต้นแล้ว กำจัดชาวแว่นแคว้นเสีย. บทว่า อจฺจิสงฺฆปเรโต โส ได้แก่ พระราชาพระองค์นั้น เป็นผู้อันกลุ่มแห่งเปลวไฟโหมล้อมแล้ว. บทว่า เตโชภกฺขสฺส ได้แก่เคี้ยวกินไฟอยู่ทีเดียว. บทว่า คตฺตานิ ได้แก่ องค์อวัยวะน้อยใหญ่ทั้งหมดในสรีระ ในที่ประมาณ ๓ คาวุต คือ เปลวไฟเป็นกลุ่มเดียวกันทั้งหมดมีพร้อมกับอวัยวะเหล่านี้ คือ ปลายขนและเล็บ. บทว่า ตุณฺฑทฺทิโต ความว่าสัตว์นรกนั้น ย่อมคร่ำครวญ คล้ายช้างที่นายหัตถาจารย์แทงแล้ว ด้วยขอกระทำให้มีอาการไม่หวั่นไหว.

พระมหาสัตว์ ครั้นแสดงนรกที่พวกพระราชา ผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมหมกไหม้อยู่อย่างนี้แล้ว บัดนี้ เพื่อจะแสดงถึงนรกที่พวกบุคคลผู้ฆ่าบิดาเป็นต้นหมกไหม้อยู่ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า โย โลภา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้นบทว่า โลภา ได้แก่ เพราะความโลภในยศและในทรัพย์. บทว่า โทสาได้แก่ เพราะตนมีจิตอันโทสะประทุษร้ายแล้ว. บทว่า นิตฺตจํ ความว่านายนิรยบาล นำคนผู้ฆ่าบิดานั้น ซึ่งหมกไหม้อยู่ในโลหกุมภี ตลอดหลายพันปีออกมาแล้ว ทำสรีระซึ่งสูง ๓ คาวุตของสัตว์นั้น ไม่ให้มีหนัง (ลอกหนังออก) แล้วผลักให้ล้มลงบนแผ่นดินโลหะอันไฟลุกโพลง ทิ่มแทงด้วยหลาวเหล็กอันคม จนละเอียดเป็นผุยผง. บทว่า อนฺธํ กริตฺวา ความว่า พระโพธิสัตว์ ทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร นายนิรยบาลทั้งหลาย ทรมานคนผู้ฆ่าบิดานั้น ให้ล้มหงายลงบนแผ่นดินโลหะที่ไฟกำลังลุกโพลง แล้วเอาหลาวเหล็กที่ติดไฟลุกโพลง ทิ่มแทงนัยน์ตาทั้ง ๒ ข้างให้บอดสนิท แล้วเอามูตร และกรีสอันร้อนยัดใส่เข้าไปในปาก แล้วหมุนเวียนสัตว์นั้น ไป คล้ายตั่งที่ทำด้วยฟาง แล้วกดให้จมลงในน้ำโลหะอันแสบ ซึ่งตั้งอยู่โดยตลอดกัป. บทว่า ตตฺตํ ปกฺกุฏฺิตมโยคุฬญฺจ ความว่า นายนิรยบาลทั้งหลายให้สัตว์นรกนั้นเคี้ยวกินเปือกตม คือคูถอันเดือดพล่านแล้ว และก้อนเหล็กอันลุกโชนอีกด้วย ก็สัตว์นรกนั้น พอเห็นคูถและก้อนเหล็กที่นายนิรยบาล นำนาอยู่นั้นแล้วก็ปิดปากเสีย ลำดับนั้น นายนิรยบาล จึงเอาผาลไถยาวมีปลายร้อนยิ่งนัก ลุกเป็นเปลวไฟ งัดปากของสัตว์นรกนั้นให้อ้าออกแล้ว ใส่เบ็ดเหล็กที่ผูกสายเชือกเข้าไปเกี่ยวเอาลิ้นออกมา แล้วยัดใส่ก้อนเหล็กนั้นลงไปในปากที่อ้าอยู่นั้น. บทว่า รกฺขสา ได้แก่ นายนิรยบาล. บทว่า สามา จ ความว่า พระโพธิสัตว์ทูลว่า ดูก่อนมหาบพิตร ฝูงสุนัขแดง ฝูงสุนัขมีสีด่าง ฝูงแร้งมีปากเป็นโลหะ ฝูงกาป่าและฝูงนกนานาชนิด เหล่าอื่น ก็พากันมาชุมนุมฉุดกระชากลากเอาลิ้นของบุคคลผู้ฆ่าบิดานั้นออกมาด้วยเบ็ด แล้วกัดลิ้นที่นำออกไว้บนแผ่นดิน ด้วยขอเหล็กหลายอัน คล้ายกะเอาอาวุธมาตัดทำให้เป็นส่วน ๆ โดยอาการเหมือนกากบาท. บทว่า วิปฺผนฺทมานํ ความว่า ฝูงสัตว์เหล่านั้นย่อมพากันเคี้ยวกินสัตว์นรกทั้งหลาย เหมือนเคี้ยวกินของอันเป็นเดนที่มีเลือดออก ฉะนั้น. บทว่า ตํ ทฑฺฒกาฬํ ความว่า นายนิรยบาลเที่ยวเดินทุบตีสัตว์นรกผู้ฆ่าบิดานั้น ซึ่งมีสรีระอัน ไฟไหม้แล้วลุกโพลงอยู่ ประดุจดังผลกะเบาอันไฟไหม้อยู่ ฉะนั้น. บทว่า ปริภินฺนคตฺตํ ได้แก่ มีตัวอันแตกแล้วในที่นั้น ๆ. บทว่า นิปิโปถยนฺตา ได้แก่ เอาค้อนเหล็กที่ไฟลุกโพลงทุบตี. บทว่า รตี หิ เตสํ ความว่า ความยินดีนั้น ย่อมเป็นความสนุกสนานของพวกนายนิรยบาลเหล่านั้น. บทว่า ทุกฺขิโน ปนีตเร ความว่าส่วนสัตว์นรกนอกนี้ ย่อมเป็นผู้ได้รับความทุกข์. บทว่า เปตฺติฆาฏิโน คือผู้ฆ่าบิดา พระราชา ครั้นทอดพระเนตรเห็นนรกที่บุคคลผู้ฆ่าบิดาทั้งหลายหมกไหม้อยู่นี้ ได้เป็นผู้สะดุ้งกลัวแล้ว ด้วยประการฉะนี้.

ลำดับนั้น พระมหาสัตว์ ครั้นได้ปลอบพระราชาพระองค์นั้นแล้วจึงแสดงนรกที่บุคคลผู้ฆ่ามารดาทั้งหลายหมกไหม้อยู่. บทว่า ยมกฺขยํ คือที่อยู่ของพระยายม ได้แก่ นรก. บทว่า อตฺตกมฺมผลูปโค ได้แก่ เข้าถึงแล้วด้วยผลกรรมของตน. บทว่า อมนุสฺสา ได้แก่ พวกนายนิรยบาล. บทว่า หนฺตารํ ชนยนฺติยา คือ ผู้ฆ่ามารดา. บทว่า พาเลหิ ความว่านายนิรยบาลพันด้วยผาลผูกด้วยขอเหล็ก และบีบคั้นอยู่ด้วยยนต์เหล็ก. บทว่า ตํ คือบุคคลผู้ฆ่ามารดานั้น. บทว่า ปาเยนฺตี ความว่า ก็เมื่อสัตว์นรกนั้นถูกบีบคั้นอยู่ โลหิตย่อมไหลออกจนเต็มกระเบื้องเหล็ก ลำดับนั้น พวกนายนิรยบาล ย่อมนำสัตว์นรกนั้นออกมาจากเครื่องยนต์ สรีระของสัตว์นรกนั้นย่อมกลับเป็นปกติตามเดิม ในขณะนั้นทีเดียว พวกนายนิรยบาล จึงให้สัตว์นรกนั้น นอนหงายบนแผ่นดิน แล้วให้ดื่มโลหิตที่กำลังเดือดพล่าน ดุจทองแดงที่กำลังละลายอยู่ ฉะนั้น. บทว่า โอคฺคยฺห ติฏฺติ ความว่า นายนิรยบาลทั้งหลาย บีบสัตว์นรกนั้นด้วยยนต์เหล็ก แล้วโยนลงไปในบ่อตม คือคูถอันมากมายน่าเกลียด และปฏิกูลด้วยกลิ่นเหม็นฟุ้งตลอดหลายพันปี. สัตว์นรกนั้น ดิ่งลงสู่ห้วงน้ำนั้นอยู่. บทว่า อติกายา คือ มีสรีรูประมาณเท่าเรือโกลนลำหนึ่ง. บทว่า อโยมุขา คือมีปากเป็นเหล็กแหลม. บทว่า ฉวึ เภตฺวาน ความว่า ทำลายตั้งแต่ผิวหนังไปจนกระทั่งกระดูก บางทีก็กินเข้าไปถึงเหยื่อในกระดูก. บทว่า ปคิทฺธา คือ เลื้อยไต่ไป. ก็หมู่หนอนเหล่านั้น ย่อมกัดกินอย่างเดียวเท่านั้นก็หาไม่ ยังจะได้เข้าไปทางปากล่างเป็นต้นออกทางปากบนเป็นต้น เข้าไปทางข้างเบื้องซ้ายเป็นต้นแล้ว ออกจากทางข้างเบื้องขวาเป็นต้น ย่อมทำสรีระทุกส่วนให้เป็นช่องน้อยช่องใหญ่ สัตว์นรกนั้นได้รับความลำบากเป็นอย่างยิ่งร้องไห้คร่ำครวญหมกไหม้อยู่ในนรกนั้น. บทว่าโส จ ความว่า บุคคลผู้ฆ่ามารดานั้น ตกสู่นรกมีประมาณลึกได้ร้อยชั่วบุรุษนั้นแล้ว ย่อมจมลงไปจนมิดศีรษะทีเดียว ก็ซากศพนั้น ย่อมเน่าเปื่อยส่งกลิ่นฟุ้งตลบไปจนตลอดที่ร้อยโยชน์โดยรอบ. บทว่า มาตุฆาฏี คือผู้ฆ่ามารดา.

พระมหาสัตว์ ครั้นได้แสดงนรกที่บุคคลผู้ฆ่ามารดาหมกไหม้อยู่อย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงถึงนรกที่พวกหญิงผู้ทำสัตว์เกิดในครรภ์ ให้ตกไปไหม้อยู่จึงกล่าวคาถาต่อไปอีก. บทว่า ขุรธารมนุกฺกมฺมา ได้แก่ ก้าวล่วงนรกที่มีคมประดุจมีดโกน ได้ยินว่า. นายนิรยบาลทั้งหลายในนรกนั้น ย่อมถือเอามีดโกนที่คมเล่นใหญ่ ๆ แล้ววางไว้เบื้องบน แต่นั้น หญิงเหล่าใด ดื่มกินยาร้อนที่ทำครรภ์ตกไปเป็นต้นแล้ว ทำครรภ์ให้ตกไป นายนิรยบาลก็ติดตามโบยตีหญิงผู้ที่ทำครรภ์ให้ตกไปเหล่านั้น ด้วยอาวุธทั้งหลายที่มีไฟลุกโพลงหญิงเหล่านั้น ก็ขาดออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย บนคมแห่งมีดโกนที่คมกริบ ลุกขึ้นบ่อย ๆ ก้าวล่วงซึ่งนรกมีคมแห่งมีดโกนอันก้าวล่วงได้ยากอย่างยิ่งนั้น ครั้นล่วงพ้นไปแล้ว ก็ยังถูกนายนิรยบาลไล่ติดตาม ย่อมตกลงไปสู่แม่น้ำเวตรณีอันไม่เสมอข้ามไปได้ยาก เหตุแห่งกรรมในนรกนั้น ๆ จักมีแจ้งในเนมิชาดก.

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๓ / ๔ตอนถัดไป

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๑๖๕–๑๙๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

สัฏฐินิบาตชาดก · ๑๗๙ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๗๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

สํกิจฺจชาตกํ

ทิสฺวา นิสินฺนํ ราชานนฺติ อิทํ สตฺถา ชีวกมฺพวเน วิหรนฺโต อชาตสตฺตุสฺส ปิตุฆาฏกมฺมํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

โส หิ เทวทตฺตํ นิสฺสาย ตสฺส วจเนน ปิตรํ ฆาฏาเปตฺวา เทวทตฺตสฺส สงฺฆเภทาวสาเน ภินฺนปริสสฺส โรเค อุปฺปนฺเน ตถาคตํ ขมาเปสฺสามีติ มญฺจสิวิกาย สาวตฺถึ คจฺฉนฺตสฺส เชตวนทฺวาเร ปฐวึ ปวิฏฺฐภาวํ สุตฺวา เทวทตฺโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปฏิปกฺโข หุตฺวา ปฐวึ ปวิสิตฺวา อวีจิปรายโน ชาโต มยาปิ ตํ นิสฺสาย ปิตา ธมฺมิโก ธมฺมราชา ฆาฏิโต อหํปิ นุโข ปฐวึ ปวิสิสฺสามีติ ภีโต รชฺชสิริยา จิตฺตสฺสาทํ น ลภิ โถกํ นิทฺทายิสฺสามีติ นิทฺทํ อุปคตมตฺโตว นวโยชนพหลาย อยปฐวิยํ ปาเตตฺวา อยสูเลหิ โกฏฺฏิยมาโน วิย สุนเขหิ ลุญฺจิตฺวา ขชฺชมาโน วิย เภรวรเวน วิรวนฺโต อุฏฺฐาติ ฯ

อเถกทิวสํ โกมุทิยา จาตุมาสินิยา อมจฺจคณปริวุโต อตฺตโน ยสํ โอโลเกนฺโต มม ปิตุ ยโส อิโต มหนฺตตโร ตถารูปํ นามาหํ ธมฺมราชานํ เทวทตฺตํ นิสฺสาย ฆาเฏสินฺติ จินฺเตสิ ฯ ตสฺเสวํ จินฺเตนฺตสฺเสว กาเย ทาโห อุปฺปชฺชิ สกลสรีรํ เสทตินฺตํ โหติ ฯ ตโต โก นุโข เม อิมํ ภยํ วิโนเทตุํ สกฺขิสฺสตีติ จินฺเตตฺวา ฐเปตฺวา ทสพลํ อญฺโญ นตฺถีติ ญตฺวา อหํ ตถาคตสฺส มหาปราโธ โก นุโข มํ เนตฺวา ทสฺเสสฺสตีติ จินฺเตนฺโต น อญฺโญ โกจิ อญฺญตฺร ชีวิกาติ สลฺลกฺเขตฺวา ตสฺส คเหตฺวา คมนูปายํ กโรนฺโต รมณียา วต โภ โทสินา รตฺตีติ อุทานํ อุทาเนตฺวา กินฺนุขฺวชฺช สมณํ วา พฺราหฺมณํ วา ปยิรุปาเสยฺยามาติ วตฺวา ปูรณสาวกาทีหิ ปูรณาทีนํ คุเณ กถิเต เตสํ วจนํ อนาทยิตฺวา ชีวกํ ปฏิปุจฺฉิตฺวา เตน ตถาคตสฺส คุณํ กเถตฺวา ตํ เทโว ภควนฺตํ ปยิรุปาสตีติ วุตฺโต หตฺถินา ยานานิ กปฺปาเปตฺวา ชีวกมฺพวนํ คนฺตฺวา ตํ ตถาคตํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา ตถาคเตน กตปฏิสนฺถาโร สนฺทิฏฺฐิกํ สามญฺญผลํ ปุจฺฉิตฺวา ตถาคตสฺส มธุรํ สามญฺญผลธมฺมเทสนํ สุตฺวา สุตฺตปริโยสาเน อุปาสกตฺตํ ปฏิเวเทตฺวา ตถาคตํ ขมาเปตฺวา ปกฺกามิ ฯ โส ตโต ปฏฺฐาย ทานํ เทนฺโต สีลํ รกฺขนฺโต ตถาคเตน สทฺธึ สํสคฺคํ กตฺวา มธุรธมฺมกถํ สุณนฺโต กลฺยาณสํสคฺเคน ปหีนภโย วิคตโลมหํโส หุตฺวา จิตฺตสฺสาทํ ปฏิลภิตฺวา สุเขน จตฺตาโร อิริยาปเถ กปฺเปสิ ฯ

อเถกทิวสํ ธมฺมสภายํ กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส อชาตสตฺตุ ปิตุฆาฏกมฺมํ กตฺวา ภยปฺปตฺโต อโหสิ รชฺชสิรึ นิสฺสาย จิตฺตสฺสาทํ อลภนฺโต สพฺพอิริยาปเถสุ ทุกฺขํ อนุโภติ โส ทานิ ตถาคตํ อาคมฺม กลฺยาณสํสคฺเคน วิคตภโย อิสฺสริยสุขํ อนุโภตีติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กายนุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพเปส ปิตุฆาฏกมฺมํ กตฺวา มํ นิสฺสาย สุขํ สยีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺโต รชฺชํ กาเรนฺโต พฺรหฺมทตฺตกุมารํ นาม ปุตฺตํ ปฏิลภิ ฯ ตทา โพธิสตฺโต ปุโรหิตสฺส เคเห ปฏิสนฺธึ คณฺหิ ฯ ชาตสฺเสวสฺส สํกิจฺจกุมาโรติ นามํ กรึสุ ฯ เต อุโภปิ ราชนิเวสเน เอกโตว วฑฺฒึสุ ฯ อญฺญมญฺญํ สหายกา หุตฺวา วยปฺปตฺตา ตกฺกสิลํ คนฺตฺวา สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา ปจฺจาคมึสุ ฯ อถ ราชา ปุตฺตสฺส อุปรชฺชํ อทาสิ ฯ โพธิสตฺโตปิ อุปราชสฺเสว สนฺติเก อโหสิ ฯ อเถกทิวสํ อุปราชา ปิตุ อุยฺยานกีฬํ คจฺฉนฺตสฺส มหนฺตํ ยสํ ทิสฺวา ตสฺมึ โลภํ อุปฺปาเทตฺวา มยฺหํ ปิตา มม ภาติกสทิโส สเจ เอตสฺส มรณํ โอโลเกสฺสามิ มหลฺลกกาเล รชฺชํ ลภิสฺสามิ ตทา ลทฺเธนปิ รชฺเชน โก อตฺโถ ปิตรํ มาเรตฺวา รชฺชํ คณฺหิสฺสามีติ จินฺเตตฺวา โพธิสตฺตสฺส ตมตฺถํ อาโรเจสิ ฯ โพธิสตฺโต สมฺม ปิตุฆาฏกมฺมํ นาม ภาริยํ นิรยมคฺโค น สกฺกา เอตํ กาตุํ มา กรีติ ปฏิพาหิ ฯ โส ปุนปฺปุนํปิ กเถตฺวา ยาวตติยํ เตน ปฏิพาหิโต ปาทมูลิเกหิ สทฺธึ มนฺเตสิ ฯ เต สมฺปฏิจฺฉิตฺวา รญฺโญ มรณูปายํ วีมํสึสุ ฯ โพธิสตฺโต ตํ ปวุตฺตึ ญตฺวา นาหํ เอเตหิ สทฺธึ เอกโก ภวิสฺสามีติ มาตาปิตโร อนาปุจฺฉิตฺวาว อคฺคทฺวาเรน นิกฺขมิตฺวา หิมวนฺตํ ปวิสิตฺวา อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ฌานาภิญฺญา นิพฺพตฺเตตฺวา วนมูลผลาหาโร วิหาสิ ฯ ราชกุมาโรปิ ตสฺมึ ขเณ ปิตรํ มาราเปตฺวา มหนฺตํ ยสํ อนุภวิ ฯ

สํกิจฺจกุมาโร กิร อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิโตติ สุตฺวา พหู กุลปุตฺตา นิกฺขมิตฺวา ตสฺส สนฺติเก ปพฺพชึสุ ฯ โส มหตา อิสิคเณน ปริวุโต ตตฺถ วสิ ฯ สพฺเพปิ สมาปตฺติลาภิโนเยว ฯ ราชาปิ ปิตรํ มาเรตฺวา อปฺปมตฺตกํเยว กาลํ รชฺชสุขํ อนุภวิตฺวา ตโต ปฏฺฐาย ภีโต จิตฺตสฺสาทํ อลภนฺโต นิรเย กมฺมกรณปฺปตฺโต วิย อโหสิ ฯ โส โพธิสตฺตํ อนุสฺสริตฺวา สหาโย เม ปิตุฆาฏกมฺมํ ภาริยนฺติ ปฏิเสเธตฺวา มํ อตฺตโน กถํ คาหาเปตุํ อสกฺโกนฺโต อตฺตานํ นิทฺโทสํ กตฺวา ปลายิ สเจ โส อิธาภวิสฺส น เม ปิตุฆาฏกมฺมํ กาตุํ อทสฺส อิทํปิ เม ภยํ หเรยฺย กหํ นุโข โส เอตรหิ วิหรติ สเจ ตสฺส วสนฏฺฐานํ ชาเนยฺยํ ปกฺโกสาเปยฺยํ โก นุโข เม เอตสฺส วสนฏฺฐานํ อาโรเจยฺยาติ จินฺเตสิ ฯ โส ตโต ปฏฺฐาย อนฺเตปุเร จ ราชสภาย จ โพธิสตฺตสฺเสว วณฺณํ ภาสติ ฯ เอวํ อทฺธาเน คเต โส โพธิสตฺโต ราชา มํ สรติ มยา ตตฺถ คนฺตฺวา ตสฺส ธมฺมํ เทเสตฺวา ตํ นิพฺภยํ กตฺวา คนฺตุํ วฏฺฏตีติ จินฺเตตฺวา ปณฺณาสวสฺสานิ หิมวนฺเต วสิตฺวา ปญฺจสตตาปสปริวุโต อากาเสนาคนฺตฺวา ทายปสฺเส นามุยฺยาเน โอตริตฺวา อิสิคณปริวุโต สิลาปฏฺเฏ นิสีทิ ฯ อุยฺยานปาโล ตํ ทิสฺวา ภนฺเต คณสตฺถา โก นามาติ ปุจฺฉิตฺวา สํกิจฺจปณฺฑิโต นามาติ จ สุตฺวา สยํปิ สญฺชานิตฺวา ภนฺเต ยาวาหํ ราชานํ อาเนมิ ตาว อิเธว โหถ อมฺหากํ ราชา ตุมฺเห ทฏฺฐุกาโมติ วตฺวา วนฺทิตฺวา เวเคน ราชกุลํ คนฺตฺวา ตสฺส อาคตภาวํ รญฺโญ อาโรเจสิ ฯ ราชา ตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา กตฺตพฺพยุตฺตกํ อุปหารํ กตฺวา ปญฺหํ ปุจฺฉิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

ทิสฺวา นิสินฺนํ ราชานํ พฺรหฺมทตฺตํ รเถสภํ

อถสฺส ปฏิเวเทสิ ยสฺสาสิ อนุกมฺปโก ฯ

สํกิจฺจายํ อนุปฺปตฺโต อิสีนํ สาธุสมฺมโต

ตรมานรูโป นิยฺยาหิ ขิปฺปํ ปสฺส มเหสินํ ฯ

ตโต จ ราชา ตรมาโน ยุตฺตมารุยฺห สนฺทนํ

มิตฺตามจฺจปริพฺยุฬฺโห อคมาสิ รเถสโภ ฯ

นิกฺขิปฺป ปญฺจ กกุธานิ กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒโน

พาลวีชนึ อุณฺหีสํ ขคฺคฉตฺตญฺจุปาหนํ ฯ

โอรุยฺห ราชา ยานมฺหา ฐปยิตฺวา ปฏิจฺฉทํ

อาสีนํ ทายปสฺสสฺมึ สํกิจฺจมุปสงฺกมิ ฯ

อุปสงฺกมิตฺวา โส ราชา สมฺโมทิ อิสินา สห

ตํ กถํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ อุปาวิสิ ฯ

เอกมนฺตํ นิสินฺโนว อถ กาลํ อมญฺญถ

ตโต ปาปานิ กมฺมานิ ปุจฺฉิตุํ ปฏิปชฺชถ ฯ

อิสึ ปุจฺฉถ สํกิจฺจํ อิสีนํ สาธุสมฺมตํ

อาสีนํ ทายปสฺสสฺมึ อิสิสงฺฆปุรกฺขตํ ฯ

กํ คตึ เปจฺจ คจฺฉนฺติ นรา ธมฺมาติจาริโน

อติจิณฺโณ มยา ธมฺโม ตํ เม อกฺขาหิ ปุจฺฉิโตติ ฯ

ตตฺถ ทิสฺวาติ ภิกฺขเว โส อุยฺยานปาโล ราชานํ ราชสภายํ นิสินฺนํ ทิสฺวา อถสฺส ปฏิเวเทสิ ฯ ยสฺสาสีติ วทนฺโต อาโรเจสีติ อตฺโถ ฯ ยสฺสาสีติ มหาราช ยสฺส ตฺวํ อนุกมฺปโก มุทุจิตฺโต อาสิ ฯ ยสฺส อภิณฺหํ วณฺณํ ปยิรุทาหาสิ โส อยํ สํกิจฺโจ อิสีนํ อนฺตเร สาธุ ลทฺธโกติ สมฺมโต อนุปฺปตฺโต ตว อุยฺยาเน สิลาปฏฺเฏ อิสิคณปริวุโต กาญฺจนปฏิมา วิย นิสินฺโน ฯ ตรมานรูโปติ มหาราช ปพฺพชิตา นาม กุเล วา คเณ วา อลคฺคา ตุมฺหากํ คจฺฉนฺตานญฺเญว ปกฺกเมยฺยุํ ตสฺมา ตรมานรูโป ขิปฺปํ นิยฺยาหิ มหนฺตานํ สีลาทิคุณานํ เอสิตตฺตาปสฺส มเหสินนฺติ ฯ ตโตติ ภิกฺขเว โส ราชา ตสฺส วจนํ สุตฺวา ตโต ตสฺส วจนโต อนนฺตรเมว ฯ นิกฺขิปฺปาติ นิกฺขิปิตฺวา ตสฺส กิร อุยฺยานทฺวารํ ปตฺวาว เอตทโหสิ ปพฺพชิตา นาม ครุฏฺฐานิยา สํกิจฺจตาปสสฺส สนฺติกํ อุทฺธตเวเสน คนฺตุํ อยุตฺตนฺติ ฯ โส มณิจิตฺตสุวณฺณทณฺฑญฺจ พาลวีชนึ กาญฺจนมยํ อุณฺหีสปฏํ สุปริกฺขิตฺตํ มงฺคลขคฺคํ เสตจฺฉตฺตํ สุวณฺณปาทุกาติ อิมานิ ปญฺจ ราชกกุธภณฺฑานิ อปเนตฺวา เตน วุตฺตํ นิกฺขิปฺปาติ ฯ ปฏิจฺฉทนฺติ ตเมว ราชกกุธภณฺฑํ ฐปยิตฺวา ภณฺฑาคาริกสฺส หตฺเถ ทตฺวา ฯ ทายปสฺสสฺมินฺติ เอวํนามเก อุยฺยาเน ฯ อถ กาลํ อมญฺญถาติ อถ โส อิทานิ ปญฺหํ ปุจฺฉิตุํ กาโลติ ชานาติ ฯ ปาลิยํ ปน ยถากาลนฺติ ฯ อาคตสฺส กาลานุรูเปน ปญฺหปุจฺฉนํ อมญฺญถาติ อตฺโถ ฯ ปฏิปชฺชถาติ ปฏิปชฺชิ ฯ เปจฺจาติ ปฏิคนฺตฺวา ปรโลกสฺส วา นามเมตํ ตสฺมา ปรโลกนฺติ อตฺโถ ฯ มยาติ ภนฺเต มยา สุจริตธมฺโม อติกฺกนฺโต ปิตุฆาฏกมฺมํ กตํ ตํ เม อกฺขาหิ กํ คตึ ปิตุฆาฏกา คจฺฉนฺติ กตรสฺมึ นิรเย ปจฺจนฺตีติ ปุจฺฉติ ฯ

ตํ สุตฺวา โพธิสตฺโต เตนหิ มหาราช สุโณหีติ วตฺวา โอวาทํ ตาว อทาสิ ฯ

ตมตฺถํ ปกาเสนฺโต สตฺถา อาห

อิสิ อวจ สํกิจฺโจ กาสีนํ รฏฺฐวฑฺฒนํ

อาสีนํ ทายปสฺสสฺมึ มหาราช สุโณหิ เม ฯ

อุปฺปเถน วชนฺตสฺส โย มคฺคมนุสาสติ

ตสฺส เจ วจนํ กยิรา นาสฺส มคฺเคยฺย กณฺฏโก ฯ

อธมฺมํ ปฏิปนฺนสฺส โย ธมฺมมนุสาสติ

ตสฺส เจ วจนํ กยิรา น โส คจฺเฉยฺย ทุคฺคตินฺติ ฯ

ตตฺถ อุปฺปเถนาติ โจเรหิ ปริยุฏฺฐิตมคฺเคน ฯ มคฺคมนุสาสตีติ เขมมคฺคํ อกฺขาติ ฯ นาสฺส มคฺเคยฺย กณฺฏโกติ ตสฺส โอวาทกรสฺส ปุริสสฺส มคฺคโต มุขํ โจรกณฺฏโก น ปสฺเสยฺย ฯ โย ธมฺมนฺติ โย สุจริตธมฺมํ ฯ น โสติ โส ปุริโส นิรยาทิเภทํ ทุคฺคตึ น คจฺเฉยฺย ฯ อุปฺปถสทิโส หิ มหาราช อธมฺโม เขมมคฺคสทิโส สุจริตธมฺโม ฯ ตฺวํ ปน ปุพฺเพ ปิตรํ ฆาเฏตฺวา ราชา โหมีติ มยฺหํ กเถตฺวา มยา ปฏิพาหิโต มม วจนํ อกตฺวา ปิตรํ ฆาเฏตฺวา อิทานิ โสจสิ ปณฺฑิตานํ โอวาทํ อกโรนฺโต นาม โจรมคฺคปฏิปนฺนา วิย มหาพฺยสนํ ปาปุณาตีติ ฯ

เอวมสฺส โอวาทํ ทตฺวา มหาสตฺโต อุปริ ธมฺมํ เทเสนฺโต อาห

ธมฺโม ปโถ มหาราช อธมฺโม ปน อุปฺปโถ

อธมฺโม นิรยํ เนติ ธมฺโม ปาเปติ สุคตึ ฯ

อธมฺมจาริโน ราช นรา วิสมชีวิโน

ยํ คตึ เปจฺจ คจฺฉนฺติ นิรเย เต สุโณหิ เม ฯ

สญฺชีโว กาฬสุตฺโต จ สงฺฆาโต เทฺว จ โรรุวา

อถาปโร มหาวีจิ ตาปโน จ ปตาปโน ฯ

อิจฺเจเต อฏฺฐ นิรยา อกฺขาตา ทูรติกฺกมา

อากิณฺณา ลุทฺทกมฺเมหิ ปจฺเจกา โสฬสุสฺสทา ฯ

กทริยตาปนา โฆรา อจฺจิมนฺโต มหพฺภยา

โลมหํสนรูปา จ เภสฺมา ปฏิภยา ทุกฺขา ฯ

จตุกฺโกณา จตุทฺวารา วิภตฺตา ภาคโส มิตา

อโยปาการปริยนฺตา อยสา ปฏิกุชฺชิตา ฯ

เตสํ อโยมยา ภูมิ ชลิตา เตชสา ยุตา

สมนฺตา โยชนสตํ ผุฏา ติฏฺฐนฺติ สพฺพทา ฯ

เอตฺถ ปตนฺติ นิรเย อุทฺธํปาทา อวํสิรา

อิสีนํ อติวตฺตาโร สญฺญตานํ ตปสฺสินํ ฯ

เต ภูนหนา ปจฺจนฺติ มจฺฉา พิลา กตา ยถา

สํวจฺฉเร อสงฺเขยฺเย นรา กิพฺพิสการิโน ฯ

ทยฺหมาเนน คตฺเตน นิจฺจํ สนฺตรพาหิรํ

นิรยา นาธิคจฺฉนฺติ ทฺวารํ นิกฺขมเนสิโน ฯ

ปุรตฺถิเมนปิ ธาวนฺติ ตโต ธาวนฺติ ปจฺฉโต

อุตฺตเรนปิ ธาวนฺติ ตโต ธาวนฺติ ทกฺขิณํ

ยํ ยมฺหิ ทฺวารํ คจฺฉนฺติ ตนฺตเทว ปิถิยฺยติ ฯ

พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ ชนา นิรยคามิโน

พาหา ปคฺคยฺห กนฺทนฺติ กตฺวา ทุกฺขํ อนปฺปกํ ฯ

อาสีวิสํว กุปิตํ เตชสึ ทูรติกฺกมํ

น สาธุรูเป อาสีเท สญฺญตานํ ตปสฺสินํ ฯ

อติกาโย มหิสฺสาโส อชฺชโน เกกกาธิโป

สหสฺสพาหุ อุจฺฉินฺโน อิสิมาสชฺช โคตมํ ฯ

อรชํ รชสา วจฺฉํ กีสํ อวกฺรีย ทณฺฑกี

ตาโลว มูลโต ฉินฺโน ส ราชา วิภวงฺคโต ฯ

อุปหจฺจ มนํ เมชฺโฌ มาตงฺคสฺมึ ยสสฺสิเน

สปาริสชฺโช อุจฺฉินฺโน เมชฺฌารญฺญํ ตทา อหุ ฯ

กณฺหทีปายนาสชฺช อิสึ อนฺธกวินฺทโย

อญฺญมญฺญํ มุสเล หนฺตฺวา สมฺปตฺตา ยมสาธนํ ฯ

อถายํ อิสินา สตฺโต อนฺตลิกฺขจโร ปุเร

ปาเวกฺขิ ปฐวึ เจจฺโจ หีนตฺโต กาลปริยายํ ฯ

ตสฺมา หิ ฉนฺทาคมนํ นปฺปสํสนฺติ ปณฺฑิตา

อทุฏฺฐจิตฺโต ภาเสยฺย คิรํ สจฺจูปสญฺหิตํ ฯ

มนสา เจ ปทุฏฺเฐน โย นโร เปกฺขเต มุนึ

วิชฺชาจรณสมฺปนฺนํ คนฺตฺวา โส นิรยํ อโธ ฯ

เย วุฑฺเฒ ปริภาสนฺติ ผรุสูปกฺกมา ชนา

อนปจฺจา อทายาทา ตาลวตฺถู ภวนฺติ เต ฯ

โย จ ปพฺพชิตํ หนฺติ กตกิจฺจํ มเหสินํ

ส กาฬสุตฺเต นิรเย จิรํ รตฺตาย ปจฺจติ ฯ

โย จ ราชา อธมฺมฏฺโฐ รฏฺฐํ วิทฺธํสโน จุโต

ตาปยิตฺวา ชนปทํ ตาปเน เปจฺจ ปจฺจติ ฯ

โส จ วสฺสสหสฺสานํ สตํ ทิพฺยานิ ปจฺจติ

อจฺจิสงฺฆปเรโต โส ทุกฺขํ เวเทติ เวทนํ ฯ

ตสฺส อคฺคิสิขา กายา นิจฺฉรนฺติ ปภสฺสรา

เตโชภกฺขสฺส คตฺตานิ โลมคฺเคหิ นเขหิ จ ฯ

ทยฺหมาเนน คตฺเตน นิจฺจํ สนฺตรพาหิรํ

ทุกฺขาภิตุนฺโน นทติ นาโค ตุณฺฑทฺทิโต ยถา ฯ

โย โลภา ปิตรํ หนฺติ โทสา วา ปุริสาธโม

ส กาฬสุตฺเต นิรเย จิรํ รตฺตาย ปจฺจติ ฯ

ส ตาทิโส ปจฺจติ โลหกุมฺภิยํ

ปกฺกญฺจ สตฺตีหิ หนนฺติ นิตฺตจํ

อนฺธํ กริตฺวา มุตฺตกรีสภกฺขํ

ขาเร นิมุชฺชนฺติ ตถาวิธํ นรํ ฯ

ตตฺตํ ปกฺกุฏฺฐิตมโยคุฬญฺจ

ทีเฆ จ ชาเล จิรรตฺตตาปิเต

วิกฺขมฺภมาทาย วิภชฺช รชฺชุหิ

วิวเฏ มุเข สํสวยนฺติ รกฺขสา ฯ

สามา จ โสณา สวลา จ คิชฺฌา

กาโกลสงฺฆา จ ทิชา อโยมุขา

สงฺคมฺม ขาทนฺติ วิปฺผนฺทมานํ

ชิวฺหํ วิภชฺช วิฆาสํ สโลหิตํ ฯ

ตํ ทฑฺฒกาฬํ ปริภินฺนคตฺตํ

นิปฺโปถยนฺตา อนุวิจรนฺติ รกฺขสา

รตี หิ เตสํ ทุกฺขิโน ปนีตเร

เอตาทิสสฺมึ นิรเย วสนฺติ

เยเกจิ โลเก อิธ เปตฺติฆาฏิโน ฯ

ปุตฺโต จ มาตรํ หนฺตฺวา อิโต คนฺตฺวา ยมกฺขยํ

ภุสมาปชฺชเต ทุกฺขํ อตฺตกมฺมผลูปโค ฯ

อมนุสฺสา อติพาลา หนฺตารํ ชนยนฺติยา

อโยมเยหิ พาเลหิ ปิฬยนฺติ ปุนปฺปุนํ ฯ

ตํ ปสฺสวํ สกา คตฺตา รุธิรํ อตฺตสมฺภวํ

ตมฺพโลหวิลีนํว ตตฺตํ ปาเยนฺติ มตฺติยํ ฯ

ชิคุจฺฉํ กุณปํ ปูติ ทุคฺคนฺธํ คูถกทฺทมํ

ปุพฺพโลหิตสงฺกาสํ รหโทคฺคยฺห ติฏฺฐติ ฯ

ตเมนํ กิมิโย ตตฺถ อติกายา อโยมุขา

ฉวึ เภตฺวาน ขาทนฺติ ปคิทฺธา มํสโลหิเต ฯ

โส จ ตํ นิรยํ ปตฺโต นิมุคฺโค สตโปริสํ

ปูติกํ กุณปํ วาติ สมนฺตา สตโยชนํ ฯ

จกฺขุมาปิ หิ จกฺขูหิ เตน คนฺเธน ชิยฺยติ

เอตาทิสํ พฺรหฺมทตฺต มาตุฆาฏี ลเภ ทุกฺขํ ฯ

ขุรธารมนุกฺกมฺม ติกฺขํ ทูรภิสมฺภวํ

ปตนฺติ คพฺภปาตินิโย ทุคฺคํ เวตฺตรณึ นทึ ฯ

อโยมยา สิมฺพลิโย โสฬสงฺคุลิกณฺฏกา

อุภโต มภิลมฺพนฺติ ทุคฺคํ เวตฺตรณึ นทึ ฯ

เต อจฺจิมนฺโต ติฏฺฐนฺติ อคฺคิกฺขนฺธาว อารกา

อาทิตฺตา ชาตเวเทน อุทฺธํ โยชนมุคฺคตา ฯ

เอเต สชนฺติ นิรเย ตตฺเต ติขิณกณฺฏเก

นาริโย จ อติจารินิโย นรา จ ปรทารคู ฯ

เต ปตนฺติ อโธกฺขนฺธา วิวตฺตา วิหตา ปุถู

สยนฺติ วินิวิทฺธงฺคา ทีฆํ ชคฺคนฺติ สมฺพรึ ฯ

ตโต รตฺยา วิวสเน มหตึ ปพฺพตูปมํ

โลหกุมฺภึ ปวชฺชนฺติ ตตฺตํ อคฺคิสมูทกํ ฯ

เอวํ ทิวา จ รตฺโต จ ทุสฺสีลา โมหปารุตา

อนุโภนฺติ สกํ กมฺมํ ปุพฺเพ ทุกฺกตมตฺตโน ฯ

ยา จ ภริยา ธนกฺกีตา สามิกํ อติมญฺญติ

สสฺสุํ วา สสฺสุรํ วาปิ เชฏฺฐํ วาปิ นนนฺทนํ

ตสฺสา วงฺเกน ชิวฺหคฺคํ นิพฺพหนฺติ สพนฺธนํ ฯ

ส พฺยามมตฺตํ กิมินํ ชิวฺหํ ปสฺสติ อตฺตโน

วิญฺญาเปตุํ น สกฺโกติ ตาปเน เปจฺจ ปจฺจติ ฯ

โอรพฺภิกา สูกริกา มจฺฉิกา มิคพนฺธกา

โจรา โคฆาฏกา ลุทฺทา อวณฺเณ วณฺณการกา ฯ

สตฺตีหิ โลหกูเฏหิ เนตฺตึเสหิ อุสูหิ จ

หญฺญมานา ขารนทึ ปปตนฺติ อวํสิรา ฯ

สายํ ปาโต กูฏการี อโยกูเฏหิ หญฺญติ

ตโต วนฺตํ ทุรตฺตานํ ปเรสํ ภุญฺชเต สทา ฯ

ธงฺกา เภรณฺฑกา คิชฺฌา กาโกลา จ อโยมุขา

วิปฺผนฺทมานํ ขาทนฺติ นรํ กิพฺพิสการินํ ฯ

เย มิเคน มิคํ หนฺติ ปกฺขึ วา ปน ปกฺขินา

อสนฺโต รชสา ฉนฺนา คนฺตฺวา เต นิรยุสฺสทนฺติ ฯ

ตตฺถ ธมฺโม ปโถติ ทสกุสลกมฺมปถธมฺโม เขโม อปฺปฏิภโย สุคติมคฺโค ฯ วิสมชีวิโนติ อธมฺเมน กปฺปิตชีวิกา ฯ นิรเยติ เต เอเตสํ นิพฺพตฺตนิรเย กเถมิ ฯ สุโณหิ เมติ มหาสตฺโต รญฺญา ปิตุฆาฏกานํ นิพฺพตฺตนิรยํ ปุจฺฉิโตปิ ปฐมํ ตํ อทสฺเสตฺวา อฏฺฐ มหานิรเย โสฬส จ อุสฺสทนิรเย ทสฺเสตุํ เอวมาห ฯ กึการณา ฯ ปฐมํ หิ ตสฺมึ ทสฺสิยมาเน ราชา ผลิเตน หทเยน ตตฺเถว มเรยฺย อิเมสุ ปน นิรเยสุ ปจฺจมานสตฺเต ทิสฺวา ทิฏฺฐานุคติโก หุตฺวา อหํ วิย อญฺเญปิ พหู ปาปกมฺมิโน อตฺถิ อหํ เอเตสํ อนฺตเร ปจฺจิสฺสามีติ สญฺชาตูปตฺถมฺโภ อโรโค ภวิสฺสตีติ เต ปน นิรเย ทสฺเสนฺโต มหาสตฺโต ปฐมํ อิทฺธิพเลน ปฐวึ ทฺวิธา กตฺวา ปจฺฉา ทสฺเสสิ ฯ เตสํ วจนตฺโถ ฯ นิรยปาเลหิ ปชฺชลิตานิ นานาวุธานิ คเหตฺวา ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺนา เนรยิกสตฺตา ปุนปฺปุนํ สญฺชีวนฺติ เอตฺถาติ สญฺชีโว ฯ นิรยปาลา ปุนปฺปุนํ นทนฺตา วคฺคนฺตา ปชฺชลิตานิ นานาวุธานิ คเหตฺวา ชลิตาย โลหปฐวิยา เนรยิเก อปราปรํ อนุพนฺธิตฺวา ปหริตฺวา ชลิตปฐวิยํ ปติเต ชลิตกาฬสุตฺตํ ปาเตตฺวา ชลิตผรสุํ คเหตฺวา สยํ อุนฺนทนฺตา มหนฺเตน อฏฺฏสฺสเรน วิรวนฺเต อฏฺฐํเส โสฬสํเส กโรนฺตา เอตฺถ คจฺฉนฺตีติ กาฬสุตฺโต ฯ มหนฺตา ชลิตอยปพฺพตา ฆาเฏนฺติ เอตฺถาติ สงฺฆาโฏ ฯ ตตฺถ กิร สตฺเต นวโยชนาย ชลิตอยปฐวิยา ยาว กฏิโต ปเวเสตฺวา นิจฺจลํ กโรนฺติ ฯ อถ ปุรตฺถิมโต มหนฺโต ชลิโต อยปพฺพโต สมุฏฺฐาย อสนี วิย วิรวนฺโต อาคนฺตฺวา เต สตฺเต สณฺหกรณียํ ติเล ปึสนฺโต วิย คนฺตฺวา ปจฺฉิมทิสาย ติฏฺฐติ ฯ ปจฺฉิมทิสโต สมุฏฺฐิโตปิ ตเถว คนฺตฺวา ปุรตฺถิมทิสาย ติฏฺฐติ ฯ เทฺว ปน เอกโต สมาคนฺตฺวา อุจฺฉุยนฺเต อุจฺฉุขณฺฑานิ วิย ปีเฬนฺติ ฯ เอวํ ตตฺถ พหูนิ วสฺสสตสหสฺสานิ ทุกฺขํ อนุโภนฺติ ฯ

เทฺว จ โรรุวาติ ชาลโรรุโว จ ธูมโรรุโว จาติ เทฺว ฯ ตตฺถ ชาลโรรุโว กปฺเปน สณฺฐิตาหิ รตฺตโลหิตชาลาหิ ปุณฺโณ ฯ ธูมโรรุโว ขารธูเมน ปุณฺโณ ฯ เตสุ ชาลโรรุเว ปจฺจนฺตานํ นวหิ วณมุเขหิ ชาลา ปวิสิตฺวา สรีรํ ทหนฺติ ฯ ธูมโรรุเว ปจฺจนฺตานํ นวหิ วณมุเขหิ ขารธูโม ปวิสิตฺวา ปิฏฺฐํ วิย สรีรํ เสเทสิ ฯ อุภยตฺถาปิ ปจฺจนฺตา สตฺตา มหาวิรวํ วิรวนฺติ เทฺวปิ โรรุวาติ วุตฺตา ฯ ชาลานํ วา ปจฺจนสตฺตานํ วา เตสํ ทุกฺขสฺส วา วีจิ อนฺตรา นตฺถิ เอตฺถาติ อวีจิ ฯ มหนฺโต อวีจิ มหาวีจิ ฯ ตตฺร หิ ปุรตฺถิมาทีหิ ภิตฺตีหิ ชาลา อุฏฺฐหิตฺวา ปจฺฉิมภิตฺติอาทีสุ ปฏิหญฺญติ ตาว ภิตฺติโย วินิวิชฺฌิตฺวา ปุรโต โยชนสตํ คณฺหติ เหฏฺฐา อุฏฺฐิตา ชาลา อุปริ ปฏิหญฺญติ อุปริ อุฏฺฐิตา เหฏฺฐา ปฏิหญฺญติ เอวํ ตาเวตฺถ ชาลานํ วีจิ นาม นตฺถิ ฯ ตสฺส ปน อนฺโต โยชนสตฏฺฐานํ ขีรวลฺลิปิฏฺฐิสฺส ปูริตนาฬี วิย สตฺเตหิ นิรนฺตรํ ปูริตํ จตูหิ อิริยาปเถหิ ปจฺจนฺตานํ สตฺตานํ ปมาณํ นตฺถิ น จ อญฺญมญฺญํ พฺยาพาเธนฺติ สกฏฺฐาเนเยว ปจฺจนฺติ ฯ เอวเมตฺถ สตฺตานํ วีจิ นาม นตฺถิ ฯ ยถา ปน ชิวฺหคฺเค ฉ มธุวินฺทูนิ สตฺตมสฺส ตามฺพโลหวินฺทุโน อนุทหนพลวตาย อพฺโพหาริกานิ โหนฺติ ตถา ตตฺถ อนุทหนพลวตาย เสสา ฉ อกุสลวิปากา อุเปกฺขา อพฺโพหาริกา โหนฺติ ฯ ทุกฺขเมว ญายติ นิรนฺตรํ ปญฺญายติ ฯ เอวเมตฺถ ทุกฺขสฺส วีจิ นาม นตฺถิ ฯ สฺวายํ สห ภิตฺตีหิ วิกฺขมฺภนโต อฏฺฐารสาธิกติโยชนสโต อาวฏฺฏโต จตุปณฺณาสาธิกนวโยชนสโต สห อุสฺสเทหิ ทสโยชนสหสฺสานิ ฯ เอวมสฺส มหนฺตตา เวทิตพฺพา ฯ

นิจฺจเล สตฺเต ตปตีติ ตาปโน ฯ อติวิย ตาเปตีติ ปตาปโน ฯ ตตฺถ ตาปนสฺมึ สตฺเต ตาลกฺขนฺธปฺปมาเณ ชลิตอยสูเล นิสีทาเปนฺติ ฯ ตโต เหฏฺฐา ปฐวี ชลติ สูลํ น ชลติ สตฺตา ชลนฺติ ฯ เอวํ โส นิรโย นิจฺจเล สตฺเต ตปติ ฯ อิตรสฺมึ ปน นิพฺพตฺตสตฺเต ชลนฺเตหิ อาวุเธหิ ปหริตฺวา ชลิตอยปพฺพตํ อาโรเปนฺติ ฯ เตสํ ปพฺพตมตฺถเก ฐิตกาเล กมฺมปจฺจโย วาโต ปหรติ ฯ เต ตตฺถ สณฺฐาตุํ อสกฺโกนฺตา อุทฺธํปาทา อโธสิรา ปตนฺติ ฯ อถ เหฏฺฐา อยปฐวิโต ชลิตานิ อยสูลานิ อุฏฺฐหนฺติ ฯ เต ตานิ มตฺถเกเนว อาสาเทตฺวา เตสุ วินิวิทฺธสรีรา ชลนฺตา ชลนฺตา ปจฺจนฺติ ฯ เอวเมว อติวิย ตาเปตีติ ฯ

โพธิสตฺโต ปน เอเต นิรเย ทสฺเสนฺโต ปฐมํ สญฺชีวํ ทสฺเสตฺวา ตตฺถ ปจฺจนฺเต เนรยิกสตฺเต ทิสฺวา มหาชนสฺส มหาภเย อุปฺปนฺเน ตํปิ อนฺตรธาเปตฺวา ปุน ปฐวึ ทฺวิธา กตฺวา กาฬสุตฺตํ ทสฺเสสิ ฯ ตตฺถปิ ปจฺจมาเน สตฺเต ทิสฺวา มหาชนสฺส มหาภเย อุปฺปนฺเน ตํปิ อนฺตรธาเปสีติ ฯ เอวํ ปฏิปาฏิยา ทสฺเสสิ ฯ ตโต ราชานํ อามนฺเตตฺวา มหาราช ตยา อิเมสุ อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ ปจฺจมาเน สตฺเต ทิสฺวา อปฺปมาทํ กาตุํ วฏฺฏตีติ วตฺวา ปุน เตสญฺเญว มหานิรยานํ กิจฺจํ กเถตุํ อิจฺเจเตติ อาทิมาห ฯ

ตตฺถ อกฺขาตาติ มยา จ ตุยฺหํ กถิตา โปราณเกหิ จ กถิตาเยว ฯ อากิณฺณาติ ปริปุณฺณา ฯ ปจฺเจกา โสฬสุสฺสทาติ เอเตสํ นิรยานํ เอเกกสฺส จตูสุ ทฺวาเรสุ เอเกกสฺมึ จตฺตาโร จตฺตาโร กตฺวา โสฬส โสฬส อุสฺสทนิรยาติ สพฺเพปิ สตํ อฏฺฐวีสติ จ อุสฺสทนิรยา อฏฺฐ จ มหานิรยาติ ฉตฺตึสนิรยสตํ ฯ กทริยตาปนาติ สพฺเพเปเต กทริยานํ ตาปนา พลวทุกฺขตาย โฆรา กปฺปฏฺฐิตนิพฺพตฺตานํ อจฺจีนํ อตฺถิตาย อจฺจิมนฺโต ภยสฺส มหนฺตตาย มหพฺภยา ทิฏฺฐมตฺตา วา โลมานิ หํสนฺตีติ โลมหํสนรูปา จ ภึสนตาย เภสฺมา ภยชนนตาย ปฏิภยา สุขาภาเวน ทุกฺขา ฯ จตุกฺโกณาติ สพฺเพปิ จตุรสฺสมญฺชุสสทิสา ฯ วิภตฺตาติ จตุทฺวารวเสน วิภตฺตา ฯ ภาคโส มิตาติ ทฺวารวีถีนํ วเสน โกฏฺฐาเส ฐเปตฺวา มิตา ฯ อยสา ปฏิกุชฺชิตาติ สพฺเพปิ นวโยชนิเกน อยกปาเลน ปฏิจฺฉนฺนา ฯ ผุฏา ติฏฺฐนฺตีติ สพฺเพปิ เอตฺตกํ ฐานํ อนุผริตฺวา ติฏฺฐนฺติ ฯ อุทฺธํปาทา อวํสิราติ เอวํ เตสุ นิรเยสุ สมฺปริวตฺติตฺวา ปุนปฺปุนํ ปตมาเน สนฺธายาห ฯ อติวตฺตาโรติ ผรุสวาจาหิ อติกฺกมิตฺวา วตฺตาโร ฯ มหานิรเยสุ กิร เยภุยฺเยน ธมฺมิกสมณพฺราหฺมเณสุ กตาปราธาว ปจฺจนฺติ ตสฺมา เอวมาห ฯ เต ภูนหนาติ เต อิสีนํ อติวตฺตาโร อตฺตโน วุฑฺฒิยา หตตฺตา ภูนหนา โกฏฺฐาสกตา มจฺฉา วิย ปจฺจนฺติ ฯ อสงฺเขยฺเยติ คเณตุํ อสกฺกุเณยฺเย ฯ กิพฺพิสการิโนติ ทารุณกมฺมการิโน ฯ นิกฺขมเนสิโนติ นิรยา นิกฺขมนํ เอสนฺตาปิ คเวสนฺตาปิ นิกฺขมนทฺวารํ นาธิคจฺฉนฺติ ฯ ปุรตฺถิเมนาติ ยทา ตฺวํ ทฺวารํ อปารุตํ โหติ อถ ตทาภิมุขา ธาวนฺติ ฯ เตสํ ตตฺถ ฉวิอาทีนิ ฌายนฺติ ฯ ทฺวารสมีปํ ปตฺตานญฺจ เตสํ ปิถิยฺยติ ปจฺฉิมํ อปารุตํ วิย ขายติ ฯ เอส นโย สพฺพตฺถ ฯ น สาธุรูเปติ วุตฺตปฺปการํ สปฺปํ วิย สาธุรูเป อิสโย อาสเนน ผรุสวจเนน กายกมฺเมน วา ฆฏฺเฏนฺโต อุปคจฺเฉยฺย ฯ กึการณา ฯ สญฺญตานํ ตปสฺสีนํ อาสาทิตตฺตา อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ มหาทุกฺขสฺส อนุภวิตพฺพตฺตา ฯ

อิทานิ เย ราชาโน ตถารูเป อาสาเทตฺวา ตํ ตํ ทุกฺขํ ปตฺตา เต ทสฺเสตุํ อติกาโยติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ อติกาโยติ พลสมฺปนฺโน มหากาโย ฯ มหิสฺสาโสติ ธนุคฺคโห ฯ สหสฺสพาหูติ ปญฺจหิ ธนุคฺคหสเตหิ พาหุสหสฺเสหิ อาโรเปตพฺพํ ธนุํ อาโรปนสมตฺถตาย สหสฺสพาหุ ฯ เกกกาธิโปติ เกกกรฏฺฐาธิปติ ฯ วิภวงฺคโตติ วินาสํ ปตฺโต ฯ วตฺถูนิ สรภงฺคชาตเก วิตฺถาริตานิ ฯ อุปหจฺจ มนนฺติ อตฺตโน จิตฺตํ ปทูเสตฺวา ฯ มาตงฺคสฺมินฺติ มาตงฺคปณฺฑิเต ฯ วตฺถุ มาตงฺคชาตเก วณฺณิตํ ฯ กณฺหทีปายนาสชฺชาติ กณฺหทีปายนํ อาสชฺช ฯ ยมสาธนนฺติ นิรยํ ฯ วตฺถุ ฆฏชาตเก วิตฺถาริตํ ฯ อิสินาติ กปิลตาปเสน ฯ ปาเวกฺขีติ ปวิฏฺโฐ ฯ เจจฺโจติ เจติยราชา ฯ หีนตฺโตติ ปริหีนตฺตภาโว อนฺตรหิตา อิทฺธิ ฯ กาลปริยายนฺติ ปริยายมรณกาลํ ปตฺวา ฯ วตฺถุ เจติยชาตเก กถิตํ ฯ ตสฺมาติ ยสฺมา จิตฺตวสิโก หุตฺวา อิสีสุ อปรชฺฌิตฺวา อฏฺฐสุ มหานิรเยสุ ปจฺจติ ฯ ตสฺมา หิ ฉนฺทาคมนนฺติ ฉนฺทาทิจตุพฺพิธํปิ อคติคมนํ ฯ ปทุฏฺเฐนาติ กุทฺเธน ฯ คนฺตฺวา โส นิรยํ อโธติ โส เตน อโธคมนีเยน กมฺเมน อโธนิรยเมว คจฺฉติ ฯ ปาลิยํ ปน นิรยุสฺสทนฺติ ลิขิตํ ฯ ตสฺส อุสฺสทนิรยํ คจฺฉตีติ อตฺโถ ฯ วุฑฺเฒติ วโยวุฑฺเฒ จ คุณวุฑฺเฒ จ ฯ อนปจฺจาติ ภวนฺตเรปิ อปจฺจํ วา ทายาทํ วา น ลภนฺตีติ อตฺโถ ฯ ตาลวตฺถูติ ทิฏฺฐธมฺเมปิ ฉินฺนมูลตาโล วิย มหาวินาสํ ปตฺวา นิรเยสุ นิพฺพตฺตนฺติ ฯ หนฺตีติ มาเรติ ฯ จิรํ รตฺตายาติ จิรํ กาลํ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต อิสิวิเหฐกานํ ปจฺจนนิรเย ทสฺเสตฺวา อุปริ อธมฺมิกราชูนํ ปจฺจนนิรเย ทสฺเสนโต โย จาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ รฏฺฐํ วิทฺธํสโนติ ฉนฺทาทิวเสน คนฺตฺวา รฏฺฐสฺส วิทฺธํสโน ฯ อจฺจิสงฺฆปเรโต โสติ อจฺจิสมูหปริกฺขิตฺโต ฯ เตโชภกฺขสฺสาติ อคฺคิเมว ขาทนฺตสฺส ฯ คตฺตานีติ ติคาวุเต สรีรสพฺพงฺคปจฺจงฺคานิ ฯ โลมคฺเคหิ จ นเขหิ จาติ เอเตหิ สทฺธึ สพฺพานิ เอกชาลานิ โหนฺติ ฯ ตุณฺฑทฺทิโตติ อาเนญฺชนการณํ การิยมาโน ตุณฺเฑหิ วิทฺโธ นาโค ยถา นทติ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต อธมฺมิกราชูนํ ปจฺจนนิรเย ทสฺเสตฺวา อิทานิ ปิตุฆาฏกาทีนํ ปจฺจนนิรเย ทสฺเสตุํ โย โลภาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ โลภาติ ยสธนโลเภน ฯ โทสาติ ทุฏฺฐจิตฺตตาย ฯ นิตฺตจนฺติ โลหกุมฺภิยํ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ ปกฺกํ นีหริตฺวา ติคาวุตมสฺส สรีรํ นิตฺตจํ กตฺวา ชลิตาย โลหปฐวิยา ปาเตตฺวา ติณฺเหหิ อยสูเลหิ โกฏฺเฏนฺตา จุณฺณวิจุณฺณํ กโรนฺติ ฯ อนฺธํ กริตฺวาติ มหาราช ตํ ปิตุฆาฏกํ นิรยปาลา ชลิตโลหปฐวิยํ อุตฺตานํ ปาเตตฺวา ชลิเตหิ อยสูเลหิ อกฺขีนิ ภินฺทิตฺวา อนฺธํ กริตฺวา มุเข อุณฺหํ มุตฺตกรีสํ ปกฺขิปิตฺวา ปลาลปีฐํ วิย นํ สํวฏฺเฏตฺวา กปฺเปน สณฺฐิเต ขาเร โลหอุทเก นิมุชฺชาเปนฺติ ฯ ตตฺตํ ปกฺกุฏฺฐิตมโยคุฬญฺจาติ ปุน ปกฺกุฏฺฐิตคูถกลลญฺเจว ชลิตอโยคุฬญฺจ ขาทาเปนฺติ ฯ โส ปน ตํ อาหริยมานํ ทิสฺวา มุขํ ปิเถติ ฯ อถสฺส ทีเฆปิ อคฺคตาปิเต ชลมาเน ชาเล อาทาย มุขํ วิกฺขมฺภิตฺวา วิวริตฺวา รชฺชุพนฺธํ อยพลิสํ ขิปิตฺวา ชิวฺหํ นีหริตฺวา ตสฺมึ วิวฏฺเฏ มุเข ตํ อโยคุฬํ สํสวยนฺติ ปกฺขิปนฺติ ฯ รกฺขสาติ นิรยปาลา ฯ สามา จาติ มหาราช ตสฺส ปิตุฆาฏกสฺส ชิวฺหํ พลิเสน นิกฺกฑฺฒิตฺวา อยสงฺกุนาหิ ปฐวิยํ นีหตํ ชิวฺหํ สามา โสณา สวลวณฺณา สุนขา จ โลหตุณฺฑา คิชฺฌา จ กาโกลสงฺฆา จ อญฺเญ จ นานปฺปการา สกุณา สมาคนฺตฺวา อาวุเธหิ ฉินฺทนฺตา วิย วิภชฺช กากปทากาเรน โกฏฺฐาเส กตฺวา ฯ วิปฺผนฺทมานนฺติ วิสนฺทมานโลหิตํ วิฆาสํ ขาทนฺตา วิย สตฺเต ภกฺขยนฺตีติ อตฺโถ ฯ ตํ ทฑฺฒกาฬนฺติ ตํ ปิตุฆาฏกํ ฌายมานํ กาฬํ วิย ทฑฺฒชลิตสรีรํ ฯ ปริภินฺนคตฺตนฺติ ตตฺถ ตตฺถ ภินฺนคตฺตํ ฯ นิปฺโปถยนฺตาติ ชลิเตหิ อยมุคฺคเรหิ ปหรนฺตา ฯ รตี หิ เตสนฺติ เตสํ นิรยปาลานํ สา รติ กีฬา โหติ ฯ ทุกฺขิโน ปนีตเรติ อิตเร ปน เนรยิกสตฺตา ทุกฺขิตา โหนฺติ ฯ เปตฺติฆาฏิโนติ ปิตุฆาฏกา ฯ อิติ อิมํ ปิตุฆาฏกานํ ปจฺจนนิรยํ ทิสฺวา ราชา ภีตตสิโต อโหสิ ฯ

อถ นํ มหาสตฺโต สมสฺสาเสตฺวา มาตุฆาฏกานํ ปจฺจนนิรยํ ทสฺเสสิ ฯ ยมกฺขยนฺติ ยมนิเวสนํ นิรยนฺติ อตฺโถ ฯ อตฺตกมฺมผลูปโคติ อตฺตโน กมฺมผเลน อุปคโต ฯ อมนุสฺสาติ นิรยปาลา ฯ หนฺตารํ ชนยนฺติยาติ มาตุฆาฏกํ ฯ พาเลหีติ อยมกจิพาเลหิ เวเฐตฺวา อยยนฺเตน ปีฬิยนฺติ ฯ ตนฺติ ตํ มาตุฆาฏกํ ฯ ปาเยนฺตีติ ตสฺส หิ ปิฬิยมานสฺส รุหิรํ คลิตฺวา อยกปลฺลํ ปูเรติ ฯ อถ นํ ยนฺตโต นีหรนฺติ ตาวเทวสฺส สรีรํ ปากฏิกํ โหติ ฯ ตํ ปฐวิยํ อุตฺตานํ นิปชฺชาเปตฺวา วิลีนตมฺพโลหํ วิย ปกฺกุฏฺฐิตโลหิตํ ปาเยนฺติ ฯ โอคฺคยฺห ติฏฺฐตีติ ตํ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ อยยนฺเตหิ ปีเฬตฺวา เชคุจฺฉทุคฺคนฺธปฏิกฺกูเล มหนฺเต คูถกทฺทเม อาวาเต ขิปนฺติ ฯ โส ตํ ทหรํ โอคฺคยฺห โอโรหิตฺวา ติฏฺฐติ ฯ อติกายาติ เอกโทณิกนาวปฺปมาณ- สรีรา ฯ อโยมุขาติ อยสูจิมุขา ฯ ฉวึ เภตฺวานาติ ฉวึ อาทึ กตฺวา ยาว อฏฺฐึปิ เภตฺวา อฏฺฐิมิญฺชํปิ ขาทนฺติ ฯ ปคิทฺธาติ คธิตา มุจฺฉิตา ฯ น เกวลญฺจ ขาทนฺเตว อโธมุขาทีหิ ปน ปวิสิตฺวา มุขาทีหิ นิกฺขมนฺติ วามปสฺสาทีหิ ปวิสิตฺวา ทกฺขิณปสฺสาทีหิ นิกฺขมนฺติ สกลสรีรํ ฉิทฺทาวฉิทฺทํ กโรนฺติ ฯ โส ตตฺถ อติทุกฺขปเรโต วิรวนฺโต ปจฺจติ ฯ โส จาติ โส มาตุฆาฏโก ตํ สตโปริสํ นิรยํ ปตฺโต สสีสโก นิมุคฺโคว โหติ ฯ ตญฺจ กุณปํ สมนฺตา โยชนสตํ ปูตึ กตฺวา วายติ ฯ มาตุฆาฏีติ มาตุฆาฏโก ฯ

เอวํ มหาสตฺโต มาตุฆาฏกานํ ปจฺจนนิรยํ ทสฺเสตฺวา ปุน คพฺภปาตกานํ ปจฺจนนิรยํ ทสฺเสนฺโต คาถมาห ฯ ขุรธารมนุกฺกมฺมาติ ขุรธารนิรยํ อติกฺกมิตฺวา ฯ ตตฺถ กิร นิรยปาลา มหนฺเต มหนฺเต ขุรธาเร อุปริ ธาเรตฺวา สณฺฐรนฺติ ฯ ตโต ยา หิ คพฺภปาตนขาร- เภสชฺชาทีนิ ปิวิตฺวา คพฺภา ปาติตา ตา คพฺภปาตินิโย อิตฺถิโย ชลิเตหิ อาวุเธหิ โปเถนฺตา อนุพนฺธนฺติ ฯ ตา ติขิณขุรธาราสุ ขณฺฑาขณฺฑิกา หุตฺวา ปุนปฺปุนํ อุฏฺฐาย ตํ ทูรภิสมฺภวํ ขุรธารนิรยํ อกฺกมนฺติโย อติกฺกมิตฺวา นิรยปาเลหิ อนุพนฺธา ทุคฺคํ ทุคฺคมํ วิสมํ เวตฺตรณึ ปตฺตนฺติ ฯ ตตฺถ ตตฺถ กมฺมการณํ นิมิชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ

เอวํ คพฺภปาตีนํ นิรยํ ทสฺเสตฺวา มหาสตฺโต ยตฺถ ปรทาริกา จ อติจารินิโย จ ปจฺจนฺติ ตํ กณฺฏกสิมฺพลินิรยํ ทสฺเสนฺโต อโยมยาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ อุภโต มภิลมฺพนฺตีติ เวตฺตรณิยา อุโภสุ ตีเรสุ ตาสํ สิมฺพลีนํ สาขา โอลมฺพนฺติ ฯ เต ปชฺชลิตสรีรา สตฺตา อจฺจิมนฺโต หุตฺวา ติฏฺฐนฺติ ฯ โยชนนฺติ ติคาวุตํ เต สรีรํ สรีรโต อุฏฺฐิตชาลาย ปน สทฺธึ โยชนุพฺเพธา โหนฺติ ฯ เอเต สชนฺตีติ เต ปรทาริกา สตฺตา นานาวิเธหิ อาวุเธหิ โกฏฺฏิยมานา เอเต สิมฺพลินิรเย อภิรุหนฺติ ฯ เต ปตนฺตีติ เต พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ รุกฺขวิฏเปสุ ลคฺคา ฌายิตฺวา ปุนปิ นิรยปาเลหิ อาวุเธหิ วิหตา วิวตฺตา หุตฺวา ปริวตฺติตฺวา อโธสีสกา ปตนฺติ ฯ ปุถูติ พหูนิ ฯ วินิวทฺธงฺคาติ เตสํ ตโต ปตนกาเล เหฏฺฐา อยปฐวิโต สูลานิ อุฏฺฐหิตฺวา เตสํ มตฺถกํ สมฺปฏิจฺฉนฺติ ตานิ เตสํ อโธมคฺเคน นิกฺขมนฺติ ฯ เต เอวํ อาวุเธหิ สูเลหิ วิทฺธา จิรํ รตฺตาย สยนฺติ ฯ ทีฆนฺติ สุปินิทฺทํ อลภนฺตา ทีฆรตฺตํ ชคฺคนฺตีติ อตฺโถ ฯ ตโต รตฺยา วิวสเนติ รตฺตีนํ อจฺจเย จิรกาลาติกฺกเมนาติ อตฺโถ ฯ ปวชฺชนฺตีติ สฏฺฐิโยชนิกชลิตโลหกุมฺภึ กปฺเปน สณฺฐิตชลิตตามฺพโลหรสปุณฺณํ โลหกุมฺภึ นิรยปาเลหิ ขิตฺตา ปจฺจนฺติ ฯ ทุสฺสีลาติ ปรทาริกา ฯ

เอวํ มหาสตฺโต ปรทาริกอติจาริกานํ ปจฺจนสิมฺพลินิรยํ ทสฺเสตฺวา อิโต ปรํ สามิกวตฺตสสฺสุวตฺตาทีนิ อปูเรนฺตีนํ ปจฺจนฏฺฐานํ ปกาเสนฺโต ยา จาติ อาทิมาห ฯ ตตฺถ อติมญฺญตีติ ภึสชาตเก วุตฺตํ สามิกวตฺตํ กโรนฺตี อติกฺกมิตฺวา มญฺญติ ฯ เชฏฺฐํ วาติ สามิกสฺส เชฏฺฐภาตรํ ฯ นนนฺทนนฺติ สามิกสฺส ภคินึ ฯ เอเตสมฺปิ หิ อญฺญตรสฺส หตฺถปาทปิฏฺฐิปริกมฺมนหาปนโภชนาทิเภทํ วตฺตํ อปูเรนฺตี เตสุ หิโรตฺตปฺปํ อนุปฏฺฐเปนฺตี เต อติมญฺญติ นาม ฯ สาปิ นิรเย นิพฺพตฺตี ฯ วงฺเกนาติ ตสฺสา จ สามิกวตฺตาทีนํ อปริปูริกาย สามิกาทโย อกฺโกสิตฺวา ปริภาสิตฺวา นิรเย นิพฺพตฺตาย โลหปฐวิยํ นิปชฺชาเปตฺวา อยสงฺกุนา มุขํ วิวริตฺวา พลิเสน ชิวฺหคฺคํ นิพฺพหนฺติ รชฺชุพนฺธเนน สพนฺธนํ กฑฺฒนฺติ ฯ กิมินนฺติ กิมิภริตํ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ มหาราช โส เนรยิกสตฺโต เอวํ นิกฺกฑฺฒิ ตํ อตฺตโน พฺยาเมน พฺยามมตฺตํ ชิวฺหคฺคํ อาวุเธหิ โกฏฺฏิตโกฏฺฏิตฏฺฐาเน สญฺชาเตหิ มหาโทณิปฺปมาเณหิ กิมีหิ ภริตํ ปสฺสติ ฯ วิญฺญาเปตุํ น สกฺโกตีติ นิรยปาเล ยาจิตุกาโมปิ กิญฺจิ วตฺตุํ น สกฺโกติ ฯ ตาปเนติ เอวํ สา ตตฺถ พหูนิ วสฺสสหสฺสานิ ปจฺจิตฺวา ปุน ตาปนมหานิรเย ปจฺจติ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต สามิกวตฺตสสฺสุสสฺสุรวตฺตาทีนิ อปูเรนฺตีนํ ปจฺจนนิรยํ ทสฺเสตฺวา อิทานิ สูกริกาทีนํ ปจฺจนนิรเย ทสฺเสนฺโต โอรพฺภิกาติ อาทิมาห ฯ ตตฺต อวณฺเณ วณฺณการกาติ เปสุญฺญการกา ฯ ขารนทินฺติ เอเต โอรพฺภิกาทโย เอเตหิ สตฺติอาทีหิ หญฺญมานา เวตฺตรณึ ปปตนฺตีติ อตฺโถ ฯ เสสานิ โอรพฺภิกาทีนํ ปจฺจนฏฺฐานานิ นิมิชาตเก อาวิภวิสฺสนฺติ ฯ กูฏการีติ กูฏวินิจฺฉยสฺส เจว ตุลากูฏาทีนญฺจ การเก สนฺธาเยตํ วุตฺตํ ฯ ตตฺถ กูฏวินิจฺฉย- กูฏฏฺฏการกกูฏอคฺฆาปนิกานํ ปจฺจนนิรยานิ เนมิชาตเก อาวิภวิสฺสนฺติ ฯ วนฺตนฺติ วมิตกํ ฯ ทุรตฺตานนฺติ ทุคฺคตตฺตภาวานํ ฯ อิทํ วุตฺตํ โหติ มหาราช เต ทุรตฺตภาวา สตฺตา อยกูเฏหิ มตฺถเก ภิชฺชมาเน วมนฺติ ตโต ตํ วนฺตํ ชลิตอยกปลฺเลหิ เตสุ เอกจฺจานํ มุเข ขิปนฺติ ฯ อิติ เต ปเรสํ วนฺตํ ภุญฺชนฺติ นาม ฯ เภรณฺฑกาติ สิงฺคาลา ฯ วิปฺผนฺทมานนฺติ อโธมุขนิปชฺชาปิตนิกฺกฑฺฒิตชิวฺหํ อิโตจีโตจ วิปฺผนฺทมานํ ฯ มิเคนาติ โอกจาริกมิเคน ฯ ปกฺขินาติ ตถารูเปเนว ฯ คนฺตฺวา เตติ เต คนฺตฺวา ฯ นิรยุสฺสทนฺติ อุสฺสทนิรยํ ฯ ปาลิยํ ปน นิรยํ อโธติ ลิขิตํ ฯ อยํ ปน นิรโย เนมิชาตเก อาวิภวิสฺสตีติ ฯ

อิติ มหาสตฺโต เอตฺตเก นิรเย ทสฺเสตฺวา อิทานิ รญฺโญ เทวโลกวิวรณํ กตฺวา รญฺโญ เทวโลเก ทสฺเสนฺโต อาห

สนฺโตว อุทฺธํ คจฺฉนฺติ สุจิณฺเณนีธ กมฺมุนา

สุจิณฺณสฺส ผลํ ปสฺส สหินฺทา เทวา สพฺรหฺมกา

ตนฺตํ พฺรูมิ มหาราช ธมฺมํ รฏฺฐปตี จร

ตถา ตถา ราช จราหิ ธมฺมํ

ยถา ตํ สุจิณฺณํ นานุตปฺเปยฺย ปจฺฉาติ ฯ

ตตฺถ สนฺโตติ กายาทีหิ อุปสนฺโต ฯ อุทฺธนฺติ เทวโลกํ ฯ สหินฺทาติ ตตฺถ ตตฺถ อินฺเทหิ สทฺธึ ฯ มหาสตฺโต หิสฺส จาตุมฺมหาราชิเก เทเว ทสฺเสนฺโต มหาราช จาตุมฺมหาราชิเก เทเว ปสฺส จตฺตาโร มหาราชาโน ปสฺส ตาวตึเส ปสฺส สกฺกํ ปสฺสาติ เอวํ เต สพฺเพปิ สหินฺทเก จ สพฺรหฺมเก จ เทเว ทสฺเสนฺโต อิทํ สุจิณฺณสฺส ผลํ อิทํปิ ผลนฺติ ทสฺเสสิ ฯ ตนฺตํ พฺรูมีติ ตสฺมา ตํ ภณามิ ฯ ธมฺมนฺติ อิโต ปฏฺฐาย ปาณาติปาตาทีนิ ปญฺจ เวรานิ ปหาย ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กโรหีติ ฯ ยถา ตํ สุจิณฺณํ นานุตปฺเปยฺยาติ ยถา ตํ ทานาทิปุญฺญกมฺมํ สุจิณฺณํ ปิตุฆาฏกกมฺมปจฺจยํ วิปฺปฏิสารํ ปฏิจฺฉาเทตุํ สมตฺถตาย ตํ นานุตปฺเปยฺย ตถา ตํ สุจิณฺณํ จร พหุปุญฺญํ กโรหีติ อตฺโถ ฯ

โส มหาสตฺตสฺส ธมฺมกถํ สุตฺวา ตโต ปฏฺฐาย อสฺสาสปสฺสาสํ ปฏิลภิ ฯ โพธิสตฺโต ปน กิญฺจิ กาลํ ตตฺถ วสิตฺวา อตฺตโน วสนฏฺฐานญฺเญว คโตติ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา น ภิกฺขเว อิทาเนว ปุพฺเพเปส มยา อสฺสาสิโตเยวาติ วตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อชาตสตฺตุ อโหสิ อิสิคณา พุทฺธปริสา สํกิจฺจปณฺฑิโต ปน อหเมวาติ ฯ

สํกิจฺจชาตกํ นิฏฺฐิตํ ฯ

ทุติยํ ฯ

อิติ สฏฺฐินิปาตวณฺณนา นิฏฺฐิตา ฯ

@เชิงอรรถ:

@*** หน้านี้ไม่มีข้อมูล ***

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๔๒

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๙. โสณกชาดกชาดกถัดไป๕๓๑. กุสชาดก