ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สังกิจจชาดก
ชาดกที่ ๕๓๐ · สัฏฐินิบาตชาดก

สังกิจจชาดก

ว่าด้วยสังกิจจฤาษีแสดงธรรมและอธรรมแก่พระเจ้าพรหมทัตต์

เล่มที่ ๒๘ · ข้อ ๙๐ · บรรทัด ๕๙๕ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสังกิจจชาดก

อรรถกถาชาดก · ตอนที่ ๔ จาก ๔

เรื่องเล่า

พระมหาสัตว์ ครั้นได้แสดงนรกแห่งพวกหญิงผู้ทำครรภ์ให้ตกไปอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงถึงนรกไม้งิ้วมีหนามแหลม ที่พวกบุรุษผู้ผิดในภริยาของคนอื่น และพวกหญิงผู้ประพฤตินอกใจสามีหมกไหม้อยู่นั้น จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า อโยมยา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุภโต มภิลมฺพนฺติ ความว่า กิ่งของไม้งิ้วเหล่านั้น ห้อยลงมาริมฝั่งแห่งแม่น้ำเวตรณีทั้ง ๒ ฟาก. สัตว์ทั้งหลายผู้มีสรีระที่ไฟลุกโพลงอยู่เหล่านั้น เป็นผู้มีเปลวไฟตั้งอยู่. บทว่า โยชนํ ความว่า สัตว์เหล่านั้นมีสรีระสูง ๓ คาวุต แต่ย่อมเป็นผู้สูงถึงโยชน์หนึ่งกับเปลวไฟที่ตั้งขึ้นแต่สรีระ. บทว่า เอเต สชนฺติ ความว่า สัตว์ทั้งหลายผู้ผิดในภริยาของตนเหล่าอื่นนั้น ถูกนายนิรยบาลทิ่มแทงด้วยอาวุธนานาชนิดต้องขึ้นอยู่ในนรกไม้งิ้วเหล่านั้น. บทว่า เต ปตนฺติ ความว่า สัตว์นรกเหล่านั้น ติดอยู่ที่ค่าคบแห่งต้นไม้ ไหม้อยู่หลายพันปี ถูกนายนิรยบาลเอาอาวุธทิ่มแทงเข้าอีก ก็กลิ้งเอาศีรษะลงเบื้องต่ำ ตกลงมา. บทว่า ปุถู คือมากมาย. บทว่า วินิวทฺธงฺคา ความว่า ในเวลาที่สัตว์นรกเหล่านั้น ตกลงจาต้นงิ้วนั้น หลาวทั้งหลายแทงขึ้นแต่แผ่นดินเหล็กในภายใต้ คอยรับศีรษะของสัตว์เหล่านั้นพอดี หลาวเหล่านั้น ย่อมแทงทะลุออกทางเบื้องต่ำของสัตว์เหล่านั้น . สัตว์นรกเหล่านั้น ถูกหลาวอันเป็นอาวุธทีมแทงเอาแล้วอย่างนี้ย่อมนอนอยู่ตลอดกาลนาน. บทว่า ทีฆํ ความว่า เมื่อไม่ได้การนอนหลับจึงตื่นอยู่ตลอดกาลยืดยาว. บทว่า ตโต รตฺยา วิวสเน ความว่า โดยล่วงกาลนานในเวลาที่ล่วงไปแห่งราตรีทั้งหลาย. บทว่า ปวชฺชนฺติ ความว่าสัตว์นรกเหล่านั้น ถูกนายนิรยบาลจับโยนเข้าไปยังโลหกุมภี อันไฟลุกโพลงมีเนื้อที่ประมาณ ๖๐ โยชน์ คือโลหกุมภีที่เต็มไปด้วยน้ำทองแดงอันไฟลุกโพลงอยู่ ตั้งอยู่ตลอดกัปแล้ว ไหม้อยู่ในโลหกุมภีนั้น. บทว่า ทุสฺสีลา ได้แก่ผู้ประพฤติผิดในภริยาของคนอื่น.

พระมหาสัตว์ ครั้นได้แสดงนรกไม้งิ้วที่พวกบุรุษผู้ปรารถนาผิดในภริยาของคนอื่น และพวกหญิงผู้ประพฤตินอกใจสามี หมกไหม้อยู่อย่างนี้แล้วเบื้องหน้าแต่นี้ไป เมื่อจะประกาศถึงสถานที่ของพวกหญิงผู้ไม่บำเพ็ญวัตรในสามี และวัตรในพ่อผัวเป็นต้น พากันหมกไหม้อยู่ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่ายา จ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อติมญฺติ ความว่า หญิงผู้ทำซึ่งสามิกวัตรดังที่กล่าวไว้แล้วในภิงสชาดก ล่วงละเมิดดูหมิ่นสามี. บทว่า เชฏฺํ วา ได้แก่ พี่ชายของสามี. บทว่า นนนฺทนํ ได้แก่ น้องสาวของสามี. จริงอยู่ ภริยาไม่บำเพ็ญวัตรต่าง ๆ ชนิดเป็นต้นว่า การนิ้วมือนวดเท้านวดหลัง ให้อาบน้ำ ให้บริโภคอาหาร แก่ชนเหล่านี้แม้แต่คนใดคนหนึ่งให้บริบูรณ์ ไม่ตั้งหิริและโอตตัปปะในชนเหล่านั้น ชื่อว่า ย่อมดูหมิ่นชนเหล่านั้นแม้หญิงนั้น ก็ไปบังเกิดในนรก. บทว่า วงฺเกน ความว่า ก็เมื่อหญิงนั้นไม่บำเพ็ญสามิกวัตรเป็นต้นให้บริบูรณ์ ด่าบริภาษสามีเป็นต้น บังเกิดในนรกนายนิรยบาลทั้งหลายจับหญิงนั้น ให้นอนลงบนแผ่นดินโลหะแล้ว เอาขอเหล็กงัดปากให้อ้าแล้ว เอาเบ็ดเกี่ยวปลายลิ้น ฉุดกระชากลากออกมาพร้อมทั้งสายเชือกที่ผูกไว้. บทว่า กิมินํ คือเต็มไปด้วยหมู่หนอน ท่านกล่าวคำอธิบายไว้ว่า ดูก่อนมหาบพิตร สัตว์นรกนั้น ถูกกระชากมาแล้วอย่างนี้ ย่อมมองเห็นปลายลิ้นยาวประมาณวาหนึ่ง โดยวาของตนนั้น เต็มไปด้วยหนอนทั้งหลายตัวโตประมาณเท่าเรือโกลนลำใหญ่ อันเกิดขึ้นในที่ที่ถูกทุบด้วยอาวุธ. บทว่า วิญฺาเปตํ. น สกฺโกติ ความว่า แม้ต้องการจะอ้อนวอนนายนิรยบาลก็ไม่อาจจะกล่าวถ้อยคำอะไร ๆ ได้. บทว่า ตาปเน ความว่า หญิงนั้นไหม้อยู่ในตาปนนรกนั้นตั้งหลายพันปีอย่างนี้แล้ว ยังจะต้องถูกหมกไหม้อยู่ในมหานรกชื่อตาปนะอีก.

พระมหาสัตว์ ครั้นได้แสดงถึงมหานรกที่พวกหญิงผู้ไม่บำเพ็ญวัตรในสามี และวัตรในแม่ผัวพ่อผัวเป็นต้นอย่างนี้แล้ว เมื่อจะแสดงถึงนรกที่พวกคนผู้ฆ่าสุกรเป็นต้น หมกไหม้อยู่ในบัดนี้ จึงกล่าวคำเป็นต้นว่า โอรพฺภิกา ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อวณฺเณ วณฺณการกา ได้แก่ ผู้ทำการส่อเสียด. บทว่า ขารนทึ ความว่า บุคคลผู้ฆ่าแกะเป็นต้นเหล่านี้ ถูกเบียดเบียนด้วยอาวุธทั้งหลายเหล่านี้มีหอกเป็นต้น ย่อมตกลงไปสู่แม่น้ำเวตรณี. สถานที่ที่พวกฆ่าแกะเป็นต้นหมกไหม้ที่เหลือ จักมีแจ้งในเนมิชาดก. บทว่ากูฏการี ท่านกล่าวหมายถึงบุคคลผู้ทำการตัดสินคดีโกง และผู้ทำการโกงด้วยตราชั่งเป็นต้น ในข้อนั้น นรกที่พวกผู้ตัดสินคดีโกง พิจารณาคดีโกง และโกงด้วยราคา หมกไหม้อยู่ จักมีแจ้งในเนมิชาดก. บทว่า วนฺตํ คือ สิ่งที่สำรอกออกมา. บทว่า ทุรตฺตานํ ได้แก่ มีอัตภาพอันเป็นไปได้ยาก. ข้อนี้ท่านกล่าวอธิบายไว้ว่า ดูก่อนมหาบพิตร สัตว์ผู้มีอัตภาพอันถึงความลำบากเหล่านั้น เมื่อศีรษะถูกทุบด้วยฆ้อนเหล็ก ก็ย่อมอาเจียนออกมา แต่นั้นย่อมใส่สิ่งอาเจียนออกมานั้นเข้าไปในปาก ของสัตว์บางพวก ในบรรดาสัตว์เหล่านั้น ด้วยกระเบื้องเหล็กอันไฟลุกโพลง. สัตว์เหล่านั้นชื่อว่าย่อมบริโภคสิ่งที่สัตว์เหล่าอื่นอาเจียนออกมา ด้วยประการฉะนี้. บทว่า เภรณฺฑกา ได้แก่ สุนัขจิ้งจอก. บทว่า วิปฺผนฺทมานํ ความว่า ถูกจับให้นอนคว่ำหน้าและดึงเอาลิ้นออกมา ดิ้นรนไปมาข้างโน้นข้างนี้. บทว่า มิเคน คือ เนื้อที่เที่ยวหากินน้ำ. บทว่า ปกฺขินา คือนกชนิดนั้นนั่นเอง. บทว่า คนฺตฺวา เตได้แก่ คนเหล่านั้นไปแล้ว. บทว่า นิรยุสฺสทํ ได้แก่ อุสสทนรก แต่ในบาลีท่านเขียนไว้ว่า นรกเบื้องต่ำ. ก็นรกนั้น จักมีแจ้งในเนมิชาดกแล.

พระมหาสัตว์ ครั้นได้แสดงถึงนรกมีประมาณเท่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล้ว บัดนี้ เมื่อจะทำการเปิดเทวโลกแด่พระราชาแล้ว แสดงเทวโลกแด่พระราชา จึงทูลว่า

สัตบุรุษทั้งหลาย ย่อมไปสู่เบื้องบน เพราะ กรรมที่ตนประพฤติดีแล้ว ในโลกนี้ ขอเชิญพระองค์ ทอดพระเนตรผลของกรรม ที่บุคคลประพฤติดีแล้ว เทพเจ้าทั้งหลายพร้อมทั้งพระอินทร์ พระพรหมมีอยู่ ดูก่อนมหาบพิตร ผู้เป็นอธิบดีแห่งรัฐ เพราะเหตุนั้น อาตมภาพขอทูลมหาบพิตร ขอมหาบพิตร จงทรง ประพฤติธรรม ดูก่อนพระราชา ขอเชิญพระองค์ทรง ประพฤติธรรม เหมือนอย่างธรรมที่บุคคลประพฤติ ดีแล้ว ไม่เดือดร้อนในภายหลัง ฉะนั้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า สนฺโต ได้แก่ ผู้เข้าไปสงบระงับทวาร๓ มีกายทวารเป็นต้น . บทว่า อุทฺธํ ได้แก่ เทวโลก. บทว่า สหินฺทา ได้แก่ พร้อมด้วยพระอินทร์ทั้งหลายในเทวโลกนั้น ๆ. จริงอยู่ พระมหาสัตว์เมื่อจะแสดงถึงหมู่เทวดาทั้งหลาย อันประกอบด้วยเทวดาชั้นจาตุมหาราชแด่พระราชาพระองค์นั้น จึงทูลว่า ขอถวายพระพร ขอพระองค์จงทอดพระเนตรเทวดาชั้นจาตุมหาราชทั้งหลาย จงทอดพระเนตรท้าวมหาราชทั้ง ๔ จงทอดพระเนตรเทวดาชั้นดาวดึงส์ จงทอดพระเนตรท้าวสักกะเถิด ดังนี้ เมื่อจะแสดงเทวดาทั้งหลายพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหม แม้ทั้งหมดเหล่านั้นอย่างนี้ จึงแสดงต่อไปว่า นี้เป็นผลของกรรมที่ประพฤติดีแล้ว แม้นี้ก็เป็นผลของกรรมที่ประพฤติดีแล้วเช่นเดียวกัน. บทว่า ตนฺตํ พฺรูมิ ความว่าเพราะเหตุนั้น อาตมภาพจะขอทูลกะพระองค์. บทว่า ธมฺมํ ความว่า ตั้งแต่วันนี้ไป ขอพระองค์จงงดเว้นเวรทั้ง ๕ มีปาณาติบาตเป็นต้น แล้วจงบำเพ็ญบุญทั้งหลายมีทานเป็นต้นเถิด. บทว่า ยถา ตํ สุจิณฺณํ นานุตปฺเปยฺย ความว่า ขอพระองค์จงทรงประพฤติธรรมนั้นให้เป็นอันประพฤติดีแล้ว คือจงทำบุญให้มาก โดยประการที่บุญกรรมมีทานเป็นต้นนั้น อันบุคคลประพฤติดีแล้ว กรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วนั้น ย่อมไม่ตามเดือดร้อนในภายหลังเพราะสามารถปกปิดเสียได้ซึ่งความเดือดร้อนมีปิตุฆาตกรรมเป็นต้นเหตุ.

พระราชาพระองค์นั้น ครั้นได้ทรงสดับธรรมกถาของพระมหาสัตว์แล้วตั้งแต่นั้นมา ก็ทรงได้รับความปลอดโปร่งพระหฤทัย ฝ่ายพระโพธิสัตว์อาศัยอยู่ในพระราชอุทยานนั้นสิ้นกาลเล็กน้อยแล้ว ก็กลับไปยังสถานที่อยู่ของตนตามเดิมแล.

พระศาสดา ครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว จึงตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย จะใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้นก็หาไม่ แม้ในกาลก่อนพระเจ้าอชาตศัตรูพระองค์นี้ ก็ได้เราตถาคตทำให้ทรงสบายพระหฤทัยแล้ว เหมือนกัน ดังนี้แล้วทรงประชุมชาดกว่า พระราชาในกาลครั้งนั้น ได้เป็น พระเจ้าอชาตศัตรูหมู่ฤาษีได้เป็นพุทธบริษัท ส่วนสังกิจจบัณฑิตก็คือเราตถาคต นั่นแล.

จบอรรถกถาสังกิจจชาดก จบอรรถกถาสัฏฐินิบาต ด้วยประการฉะนี้แล

รวมชาดกในสัฏฐินิบาต

เชิญท่านทั้งหลายพึงภาษิตของข้าพเจ้าในสัฏฐินิบาต (ในนิบาตนี้) มี ๒ ชาดก คือ โสณกชาดก ๑ สังกิจชาดก ๑ และอรรถกถา.

สัตตตินิบาตชาดก

ตอนก่อนหน้าตอนที่ ๔ / ๔

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๖๒ หน้า ๑๖๕–๑๙๕ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

สัฏฐินิบาตชาดก · ๒๕๓ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๒๕๓ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. สังกิจจชาดก (๕๓๐)

ว่าด้วยสังกิจจฤๅษี

(พระศาสดาทรงปรารภพระเจ้าอชาตศัตรูผู้ทำปิตุฆาต จึงตรัสสังกิจจชาดกนี้ว่า)

[๖๙]

ลำดับนั้น คนเฝ้าสวนเห็นพระเจ้าพรหมทัต

ผู้ทรงเป็นจอมทัพประทับนั่งอยู่

จึงได้กราบทูลท้าวเธอให้ทรงทราบว่า

“พระองค์ทรงเอ็นดูท่านผู้ใด

[๗๐]

ท่านผู้นี้ คือ สังกิจจฤๅษี ผู้ได้รับสมมติว่า

เป็นคนดีกว่าฤๅษีทั้งหลาย ได้มาถึงแล้ว

ขอเชิญพระองค์รีบเสด็จออกไปพบ

ท่านผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่โดยด่วนเถิด พระเจ้าข้า”

[๗๑]

ลำดับนั้น พระราชาผู้จอมทัพ

รีบเสด็จขึ้นประทับราชรถที่เทียมไว้แล้ว

มีหมู่มิตรและอำมาตย์ห้อมล้อมได้เสด็จไปแล้ว

[๗๒]

พระราชาผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกาสี

ทรงเก็บราชกกุธภัณฑ์ ๕ ประการ คือ

๑. พัดวาลวีชนี ๒. กรอบพระพักตร์ ๓. พระขรรค์

๔. เศวตฉัตร ๕. ฉลองพระบาท

[๗๓]

พระราชาทรงวางเบญจกกุธภัณฑ์ไว้อย่างปกปิดแล้ว

เสด็จลงจากราชยาน ทรงดำเนินเข้าไปหาสังกิจจฤๅษี

ซึ่งนั่งอยู่ ณ ทายปัสสอุทยาน

[๗๔]

พระราชาพระองค์นั้นครั้นเสด็จเข้าไปหาแล้ว

ทรงบันเทิงอยู่กับฤๅษีสนทนาปราศรัย

พอให้ระลึกถึงกันและกันแล้วเสด็จเข้าไป ณ ที่สมควร

[๗๕]

ประทับนั่ง ณ ที่สมควรแล้ว

เมื่อทรงเห็นว่าเป็นกาลอันสมควร

จึงทรงสอบถามถึงกรรมอันเป็นบาปว่า

[๗๖]

โยมขอถามท่านสังกิจจฤๅษีผู้ได้รับสมมติว่า

เป็นคนดีกว่าฤๅษีทั้งหลายซึ่งนั่งอยู่ ณ ทายปัสสอุทยาน

ห้อมล้อมไปด้วยหมู่ฤๅษีว่า

[๗๗]

คนผู้ประพฤติล่วงธรรมทั้งหลาย

เหมือนโยมผู้ประพฤติล่วงธรรม ละไปแล้วจะไปสู่คติอะไร

ขอพระคุณเจ้าจงตอบเนื้อความที่โยมถามเถิด

[๗๘]

สังกิจจฤๅษีได้กราบทูลพระราชาผู้ทรงผดุงรัฐให้เจริญแก่ชาวกาสี

ซึ่งประทับนั่ง ณ ทายปัสสอุทยานว่า

ขอถวายพระพรมหาบพิตร ขอพระองค์ทรงสดับคำของอาตมภาพ

[๗๙]

ผู้ใดพร่ำสอนบอกหนทางแก่คนเดินทางผิด

ถ้าเขาพึงทำตามคำของผู้นั้น เขาก็ไม่พึงถูกหนามตำฉันใด

[๘๐]

ผู้ใดพร่ำสอนธรรมแก่ผู้ปฏิบัติผิดธรรม

ถ้าเขาพึงทำตามคำสอนของท่านผู้นั้น

เขาจะไม่พึงไปสู่ทุคติฉันนั้นเหมือนกัน

(ฤๅษีโพธิสัตว์กราบทูลพระราชาต่อไปว่า)

[๘๑]

ข้าแต่มหาราช ธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ปลอดภัย ๑-

ส่วนอธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ไม่ปลอดภัย

เพราะว่าอธรรมนำสัตว์ไปสู่นรก ส่วนธรรมยังสัตว์ให้ถึงสุคติ

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมชื่อว่าเป็นทางที่ปลอดภัย ในที่นี้หมายถึงกุศลกรรมบถ ๑๐ ประการ (กายกรรม ๓ คือ เว้นจากการ

@ฆ่าสัตว์ เว้นจากการลักทรัพย์ เว้นจากการประพฤติผิดในกาม, วจีกรรม ๔ คือเว้นจากพูดเท็จ เว้นจากพูด

@ส่อเสียด เว้นจากพูดคำหยาบ เว้นจากพูดเพ้อเจ้อ, มโนกรรม ๓ คือไม่โลภอยากได้ของเขา ไม่คิดปองร้ายเขา

@เห็นชอบตามทำนองคลองธรรม) เป็นทางเกษม ไม่มีภัยเฉพาะหน้า ดำเนินไปสู่สุคติ (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๑/๑๑๗)

[๘๒]

ข้าแต่มหาบพิตร คนผู้ประพฤติล่วงธรรมทั้งหลาย

มีชีวิตไม่ราบรื่น ตายไปแล้วจะไปสู่คติใดในนรก

ขอพระองค์ทรงสดับการกล่าวถึงนรกเหล่านั้นของอาตมภาพเถิด

[๘๓]

คือ ๑. สัญชีวนรก ๒. กาฬสุตตนรก ๓. สังฆาฏนรก

โรรุวนรก ๒ คือ (๔. ชาลโรรุวนรก ๕. ธูมโรรุวนรก)

๖. ตาปนนรก ๗. ปตาปนนรก ๘. อเวจีมหานรก ๑-

[๘๔]

นรก ๘ ขุมเหล่านี้บัณฑิตกล่าวว่า ก้าวพ้นได้โดยยาก

เกลื่อนกล่นไปด้วยเหล่าสัตว์ผู้มีกรรมหยาบช้า

แต่ละขุมๆ มีอุสสทนรก ๑๖ ขุมเป็นบริวาร

@เชิงอรรถ :

@๑ มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้มีคำแปลและความหมาย ดังนี้

@๑. สัญชีวนรก นรกที่ตายแล้วฟื้น หมายถึงสัตว์นรกในนรกนี้ถูกสับถูกฟันเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยแล้ว

@กลับฟื้นขึ้นมาบ่อยๆ

@๒. กาฬสุตตนรก นรกสายบรรทัดเหล็ก หมายถึงสัตว์นรกวิ่งไปบนแผ่นเหล็กแดง ถ้าล้มลง จะถูก

@ดีดด้วยสายบรรทัดเหล็กแดง

@๓. สังฆาฏนรก นรกที่ถูกบดหรือหนีบ หมายถึงมีภูเขาเหล็กลุกเป็นไฟกลิ้งมาบดขยี้สัตว์ในนรกนี้

@๔. ชาลโรรุวนรก นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะเปลวไฟ หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพุ่งวูบเข้าทางทวารทั้ง ๙

@เผาสัตว์นรกตลอดเวลา

@๕. ธูมโรรุวนรก นรกที่สัตว์ร้องไห้เพราะควันไฟ หมายถึงนรกที่มีควันไฟรมสัตว์นรกทางทวารทั้ง ๙

@อยู่ตลอดเวลา

@๖. ตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อน หมายถึงพวกสัตว์นรกในนรกนี้จะถูกแทงด้วยหลาวเหล็กเท่า

@ลำตาลลุกเป็นไฟ

@๗. ปตาปนนรก นรกที่ทำให้ร้อนมาก หมายถึงสัตว์นรกในนรกนี้ถูกไล่ตีหนีขึ้นไปบนภูเขา บนกำแพง

@ที่ร้อน ตกลงมาถูกหลาวเหล็กเสียบแทง

@๘. อเวจีมหานรก นรกที่ไม่มีเวลาว่าง หมายถึงนรกที่มีเปลวไฟพลุ่งออกมาจากทิศทั้ง ๔ เผาสัตว์นรก

@อยู่ตลอดเวลา

@มหานรกทั้ง ๘ ขุมนี้แต่ละขุมมีประตู ๔ ด้าน ประตูหนึ่งๆ มีอุสสุทนรก (นรกบริวาร) ด้านละ ๔

@มหานรกขุมหนึ่งๆ จึงมีอุสสทนรก ๑๖ แห่ง มหานรก ๘ ขุมมีอุสสทนรก ๑๒๘ รวมกับมหานรก ๘

@เป็น ๑๓๖ ขุม (ขุ.ชา.อ. ๘/๘๓-๘๔/๑๑๗-๑๒๐) ดูการทำกรรมและวิธีเสวยผลกรรมต่างๆ จากเนมิราช-

@ชาดก ชาดกที่ ๔ ในมหานิบาต (ข้างหน้า) (ขุ.ชา. ๒๘/๔๒๑-๕๘๙/๑๖๖-๑๘๗) (ขุ.ชา.อ. ๙/๔๒๑-๕๘๙/

@๑๕๑-๒๐๙) และดูเทวทูตสูตรใน ม.อุ. ๑๔/๒๖๑-๒๗๑/๒๓๐-๒๔๐, ม.อุ.อ. ๓/๒๖๑-๒๗๑/๑๖๗-๑๗๓)

[๘๕]

เป็นนรกที่โหดร้าย เผาผลาญเหล่าสัตว์

ผู้ตระหนี่เหนียวแน่นให้เร่าร้อน

เป็นมหาภัย มีเปลวไฟลุกโพลง น่าขนพองสยองเกล้า

น่าสะพรึงกลัว มีภัยเฉพาะหน้า มีแต่ทุกข์

[๘๖]

มี ๔ มุม มีประตู ๔ ด้าน จัดไว้เหมาะสมตามสัดส่วน

มีกำแพงเหล็กล้อมรอบ มีเหล็กครอบไว้ด้วย

[๘๗]

ภาคพื้นของนรกเหล่านั้น ล้วนแต่เป็นเหล็ก มีไฟลุกโชน

มีความร้อนแผ่ซ่านไปตลอด ๑๐๐ โยชน์โดยรอบ

ตั้งอยู่ในกาลทุกเมื่อ

[๘๘]

คนผู้กล่าวล่วงเกินฤๅษีทั้งหลาย ผู้สำรวม ผู้มีตบะเหล่านั้น

ย่อมตกนรก มีเท้าชี้ขึ้นเบื้องบน มีศีรษะปักลงเบื้องล่าง

[๘๙]

คนเหล่านั้นผู้มีปกติกระทำกรรมหยาบช้า

มีความเจริญถูกขจัดแล้ว เหมือนปลาที่ถูกเฉือนออกเป็นชิ้นๆ

ย่อมหมกไหม้อยู่ในนรกตลอดปีนับไม่ถ้วน

[๙๐]

มีกายถูกไฟเผาไหม้ทั้งภายในทั้งภายนอกอยู่เป็นนิตย์

แสวงหาทางออกจากนรก ก็ไม่พบประตูที่จะออก

[๙๑]

จึงวิ่งไปทางประตูด้านทิศตะวันออก

จากนั้นก็วิ่งกลับไปทางประตูด้านทิศตะวันตก

วิ่งไปแม้ทางประตูด้านทิศเหนือ

จากนั้นจึงวิ่งกลับไปยังประตูด้านทิศใต้

วิ่งไปถึงประตูใดๆ ประตูนั้นๆ ก็ปิดทันที

[๙๒]

นับเป็นเวลาหลายพันปี ชนทั้งหลายที่ตกนรก

ต้องประคองแขนคร่ำครวญ เสวยทุกข์มิใช่น้อย

[๙๓]

เพราะเหตุนั้น บุคคลไม่ควรระรานคนดี

เพราะท่านมีความสำรวม มีตบะ

ประดุจอสรพิษมีพิษกล้าที่โกรธแล้วหลีกเลี่ยงได้ยาก

[๙๔]

พระเจ้าอัชชุนะทรงเป็นใหญ่ในแคว้นเกตกะ

มีพระวรกายกำยำล่ำสัน

ทรงเป็นนายขมังธนูผู้ยิ่งใหญ่ มีพระพาหาตั้งพัน

ก็หายสาบสูญไปเพราะระรานโคตมฤๅษี

[๙๕]

พระเจ้าทัณฑกีได้ทรงเอาธุลีโปรยใส่กีสวัจฉฤๅษี

ผู้ไม่มีกิเลสเพียงดังธุลี

พระองค์ทรงถึงความพินาศเหมือนต้นตาลถูกตัดราก

[๙๖]

พระเจ้ามัชฌะคิดร้ายมาตังคฤๅษีผู้เรืองยศ

จึงได้หายสาบสูญไปพร้อมทั้งบริษัท

แคว้นของพระองค์ก็กลายเป็นป่าไม้ในกาลนั้น

[๙๗]

ชาวเมืองอันธกเวณฑยะระรานกัณหทีปายนฤๅษี

ต่างถือไม้พลองตีกันและกัน

ก็พากันไปถึงสถานที่ชำระโทษของพญายม

[๙๘]

ส่วนพระเจ้าเจจจะพระองค์นี้

เมื่อก่อนทรงเหาะไปในอากาศได้

ถูกกบิลดาบสสาปมีอัตภาพเสื่อมสิ้นฤทธิ์แล้ว

ถูกแผ่นดินสูบถึงสิ้นพระชนม์

[๙๙]

เพราะเหตุนั้นแหละ บัณฑิตทั้งหลายจึงไม่สรรเสริญ

การถึงความลำเอียงเพราะความชอบ

บุคคลไม่พึงมีจิตคิดประทุษร้าย

พึงกล่าววาจาที่ประกอบด้วยความจริง

[๑๐๐]

ถ้าว่าคนใดมีใจประทุษร้าย

เพ่งเล็งมุนีผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ

เขาก็จะไปสู่นรกเบื้องต่ำ

[๑๐๑]

ชนเหล่าใดพยายามพูดคำหยาบคาย ด่าว่าผู้เฒ่า

ชนเหล่านั้นจะไม่มีที่พึ่ง ไม่มีทายาท

เป็นเหมือนต้นตาลที่ถูกตัดรากถอนโคน

[๑๐๒]

อนึ่ง คนใดฆ่าบรรพชิตผู้ทำกิจเสร็จแล้ว

ผู้แสวงหาคุณอันยิ่งใหญ่

คนนั้นย่อมหมกไหม้อยู่ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

[๑๐๓]

อนึ่ง พระราชาพระองค์ใดไม่ตั้งอยู่ในธรรม

ทรงมีอคติ เที่ยวกำจัดแคว้น ทำชนบทให้เดือดร้อน

สิ้นพระชนม์แล้วจะหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก

[๑๐๔]

และท้าวเธอจะต้องหมกไหม้อยู่ตลอดแสนปีทิพย์ ๑-

จะถูกกลุ่มเปลวเพลิงห้อมล้อมเสวยทุกขเวทนา

[๑๐๕]

เปลวเพลิงจะเปล่งรัศมีพวยพุ่งออกจากพระกายของท้าวเธอ

สรรพางค์กายพร้อมทั้งขนและเล็บทั้งหลายของสัตว์

ผู้มีไฟเป็นอาหารจะลุกโชนเป็นอันเดียวกัน

[๑๐๖]

สัตว์นรกมีกายถูกไฟครอกทั้งภายในและภายนอกอยู่เป็นนิตย์

ถูกความทุกข์ย่ำยีร้องครวญครางอยู่เหมือนช้างถูกสับด้วยตะขอ

[๑๐๗]

คนใดเป็นคนต่ำช้า ฆ่าบิดาเพราะความโลภหรือความโกรธ

คนนั้นย่อมหมกไหม้ในกาฬสุตตนรกตลอดราตรีนาน

[๑๐๘]

คนผู้ฆ่าบิดาเช่นนั้นจะต้องหมกไหม้อยู่ในโลหกุมภีนรก

และนายนิรยบาลทั้งหลายจะใช้หอกแทงเขาผู้ถูกต้มจนไม่มีหนัง

ทำให้ตาบอด ให้กินปัสสาวะและอุจจาระเป็นอาหาร

แล้วกดคนเช่นนั้นให้จมลงในน้ำกรด

[๑๐๙]

นายนิรยบาลบังคับให้สัตว์นรกกินน้ำอุจจาระ

ที่ร้อนจนเดือดพล่าน และก้อนเหล็กแดงที่มีไฟลุกโชน

ถือเอาผาลที่ยาวและร้อนอยู่ตลอดราตรีนาน

งัดปาก เมื่อปากเปิดอ้าจึงใช้เบ็ด

ที่ผูกสายเชือก(ดึงลิ้นออกมา) แล้วจึงยัด(เหล็กแดง)เข้าไป

@เชิงอรรถ :

@๑ หนึ่งแสนปีทิพย์ ประมาณ ๕๕,๘๗๒ ล้านปีมนุษย์ (คำนวณตามประมาณอายุ)(อภิ.วิ.อ. ๑/๑๐๒๓/๕๖๖-๕๖๙)

[๑๑๐]

ฝูงสุนัขดำ ฝูงสุนัขด่าง ฝูงนกแร้ง ฝูงกาป่า

และฝูงนกปากเหล็ก

พากันรุมจิกกัดสัตว์นรกผู้กำลังดิ้นทุรนทุราย

แบ่งกันกินเป็นอาหารพร้อมทั้งเลือด

[๑๑๑]

สัตว์นรกผู้ฆ่าบิดานั้นมีร่างกายแตกปริไปทั่ว

เหมือนต้นตาลที่ถูกไฟไหม้

นายนิรยบาลทั้งหลายจะเที่ยวติดตามทุบตี

จริงอยู่ นายนิรยบาลเหล่านั้นมีความยินดี

แต่พวกสัตว์นรกนอกนี้ได้รับทุกข์ทรมาน

คนผู้ฆ่าบิดาทุกจำพวกในโลกนี้ต้องตกอยู่ในนรกเช่นนั้น

[๑๑๒]

อนึ่ง บุตรฆ่ามารดา ตายจากโลกนี้ไปแล้ว

เข้าถึงที่อยู่ของพญายม

ต้องเสวยทุกข์อย่างร้ายแรงด้วยผลกรรมของตน

[๑๑๓]

นายนิรยบาลทั้งหลายที่มีพละกำลังอย่างยิ่ง

จะใช้ขนหางสัตว์ที่เป็นลวดเหล็กแดง

มัดบีบคั้นสัตว์นรกที่ฆ่ามารดาผู้ให้กำเนิดอยู่เสมอๆ

[๑๑๔]

บังคับให้สัตว์นรกนั้นผู้ฆ่ามารดาดื่มเลือดที่มีอยู่ในตน

ที่ไหลออกจากร่างกายของตน

ซึ่งร้อนปานประหนึ่งน้ำทองแดงที่ละลายคว้าง

[๑๑๕]

สัตว์นรกนั้นลงสู่ห้วงน้ำที่คล้ายน้ำหนองน้ำเลือด

มีโคลนตม คูถอันน่าเกลียด

มีกลิ่นเหม็นเน่าดุจซากศพ แล้วยืนอยู่

[๑๑๖]

ณ ห้วงน้ำนั้น หมู่หนอนปากเหล็ก

มีร่างกายใหญ่โตเหลือประมาณทำลายผิวหนัง

ชอนไชเข้าไปในเนื้อและเลือด กัดกินสัตว์นรกนั้น

[๑๑๗]

ก็สัตว์นรกนั้นตกถึงนรกแล้ว

ก็จมลงไปประมาณ ๑๐๐ ช่วงคน

ซากศพอันเน่าก็เหม็นฟุ้งตลบไปโดยรอบตลอด ๑๐๐ โยชน์

[๑๑๘]

จริงอยู่ แม้คนที่มีจักษุ

ก็จะเสื่อมจากจักษุทั้ง ๒ ได้เพราะกลิ่นนั้น

ขอถวายพระพรพระเจ้าพรหมทัต

คนฆ่ามารดาย่อมได้รับความทุกข์เช่นนั้นแหละ

[๑๑๙]

หญิงที่รีดลูกทั้งหลายจะต้องย่างเหยียบนรก

บนคมมีดโกนอันคมกริบที่ไม่น่ารื่นรมย์

แล้วตกไปยังแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยาก

[๑๒๐]

ต้นงิ้วทั้งหลายล้วนแต่เป็นเหล็ก มีหนามยาว ๑๖ องคุลี

ห้อยย้อยปกคลุมแม่น้ำเวตตรณีซึ่งข้ามไปได้ยากทั้ง ๒ ฝั่ง

[๑๒๑]

สัตว์นรกเหล่านั้นมีเปลวเพลิงลุกโชนขึ้นไปเบื้องบนหนึ่งโยชน์

มีกายเร่าร้อนด้วยไฟที่เกิดเอง

ยืนอยู่เหมือนกองไฟที่ตั้งอยู่ในที่ไกล

[๑๒๒]

หญิงผู้ประพฤตินอกใจสามีก็ดี

ชายผู้คบชู้กับภรรยาคนอื่นก็ดี

พวกเขาเหล่านั้นต้องตกอยู่ในนรกอันเร่าร้อนมีหนามแหลมคม

[๑๒๓]

สัตว์นรกเหล่านั้นถูกอาวุธทิ่มแทง

ก็กลิ้งกลับเอาศีรษะลงเบื้องล่าง ตกลงไปเป็นจำนวนมาก

ถูกหลาวเหล็กทิ่มแทงร่างกายจนนอน

ตื่นอยู่ตลอดกาลอันยาวนาน

[๑๒๔]

ต่อแต่นั้น เมื่อราตรีสว่างแล้ว

สัตว์นรกทั้งหลายก็ถูกนายนิรยบาลซัดเข้าไปยังโลหกุมภีอันใหญ่

อุปมาดังภูเขามีน้ำร้อนอันเปรียบได้กับไฟ

[๑๒๕]

บุคคลผู้ทุศีลถูกโมหะครอบงำ

ย่อมเสวยกรรมของตนหมกไหม้อยู่

ที่ตนกระทำชั่วไว้แล้วในปางก่อนตลอดวันตลอดคืนอย่างนี้

[๑๒๖]

อนึ่ง ภรรยาที่เขาไถ่มาด้วยทรัพย์

ดูหมิ่นสามี หรือแม่ผัว พ่อผัว

หรือแม้พี่ชาย พี่สาวของสามี

[๑๒๗]

นายนิรยบาลทั้งหลายจะเอาเบ็ดเกี่ยวปลายลิ้นของเธอ

ดึงออกมาพร้อมทั้งสายเบ็ด

เธอเห็นลิ้นของตนยาวประมาณ ๑ วา เต็มไปด้วยหนอน

ไม่อาจจะบอกใครให้ทราบได้

จึงตายไปหมกไหม้อยู่ในตาปนนรก

[๑๒๘]

พวกคนฆ่าแกะ ฆ่าสุกร จับปลา ดักสัตว์

พวกโจร พวกคนฆ่าวัว พวกนายพราน

และพวกที่กล่าวอ้างโทษว่าเป็นคุณ

[๑๒๙]

พวกเขาจะถูกนายนิรยบาลทั้งหลายเข่นฆ่าด้วยหอก

ด้วยค้อนเหล็ก ด้วยดาบ ด้วยลูกศร

และศีรษะจะปักดิ่งลงไปยังแม่น้ำกรด

[๑๓๐]

ส่วนคนผู้ตัดสินคดีไม่เป็นธรรม

จะถูกพวกนายนิรยบาลทุบตีด้วยค้อนเหล็กทุกเย็นทุกเช้า

ต่อแต่นั้นจะต้องกินอาเจียนที่สัตว์นรกเหล่าอื่นคายออก

ที่มีอัตภาพลำบากทุกเมื่อ

[๑๓๑]

ฝูงกา ฝูงสุนัขจิ้งจอก ฝูงแร้ง

และฝูงกาป่าปากเหล็ก

ก็พากันรุมจิกกัดกินสัตว์นรก

ผู้กระทำกรรมหยาบช้าซึ่งกำลังดิ้นรนอยู่

[๑๓๒]

เหล่าชนผู้เป็นอสัตบุรุษใช้ธุลีฉาบปกปิดร่างกาย

ฆ่าเนื้อด้วยเนื้อต่อหรือฆ่านกด้วยนกต่อ

ชนเหล่านั้นต้องไปตกอุสสทนรก

[๑๓๓]

ส่วนสัตบุรุษทั้งหลายย่อมไปสู่เทวโลกเบื้องบน

เพราะกรรมที่ตนประพฤติดีแล้วในโลกนี้

ขอมหาบพิตรโปรดทอดพระเนตร

ผลกรรมที่บุคคลประพฤติดีแล้วเถิด

เทพเจ้าทั้งหลายพร้อมทั้งพระอินทร์และพระพรหมก็มีอยู่

[๑๓๔]

ข้าแต่มหาราช เพราะเหตุนั้น

อาตมภาพขอถวายพระพร

ขอพระองค์ผู้เป็นเจ้าแห่งแคว้น

จงทรงประพฤติธรรม

โดยประการที่บุคคลประพฤติธรรมดีแล้ว

ไม่พึงเดือดร้อนในภายหลังเถิด

สังกิจจชาดกที่ ๒ จบ

รวมชาดกที่มีในนิบาตนี้

๑. โสณกชาดก ๒. สังกิจจชาดก

สัฏฐินิบาต จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๘

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๘

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ดูเล่มที่ ๒๘ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๒ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๕๒๙. โสณกชาดกชาดกถัดไป๕๓๑. กุสชาดก