ปุณณปาติชาดก
ว่าด้วยการกล่าวถ้อยคำไม่จริง
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๕๓ · บรรทัด ๓๕๓ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภเหล้าเจือยาพิษ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ตเถว ปุณฺณปาติโย ดังนี้. สมัยหนึ่ง พวกนักเลงสุราในเมืองสาวัตถี ชุมนุมปรึกษากันว่า ทุนค่าซื้อสุราของพวกเราหมดแล้ว จักหาที่ไหนได้เล่า ? ขณะนั้น นักเลงกักขฬะคนหนึ่ง กล่าวว่าอย่าไปคิดถึงเลย อุบายยังมีอยู่อย่างหนึ่ง. พวกนักเลงพากันถามว่า อุบายอย่างไร ? นักเลงกักขฬะบอกว่า ท่านอนาถบิณฑิกะใส่แหวนหลายวง นุ่งผ้าเนื้อเกลี้ยง ไปเฝ้าในหลวง พวกเราเอายาเบื่อใส่ในไหสุรา พากันนั่งเตรียมการดื่ม เวลาท่านอนาถบิณฑิกะมา ก็เชิญท่านว่า เชิญทางนี้ครับ ท่านมหาเศรษฐี แล้วให้ท่านดื่ม เมื่อสลบแล้ว ก็ริบแหวนกับผ้านุ่ง ทำทุนซื้อเหล้ากินได้. นักเลงเหล่านั้นรับรองว่าดีจริง ๆ ชวนกันทำอย่างนั้น เวลาท่านเศรษฐีเดินมา ก็เดินสวนทางไป พลางกล่าวว่า นายขอรับ เชิญมาทางนี้ก่อนเถิดครับสุราในวงของพวกข้าพเจ้า น่าชื่นใจยิ่งนัก เชิญดื่มสักหน่อยค่อยไปเถิดครับ. ท่านอนาถบิณฑิกะ เป็นโสดาบันอริยสาวกจักดื่มสุราได้อย่างไร แม้ถึงท่านจะไม่ต้องการ ก็คิดจักจับไหวพริบพวกนักเลงเหล่านั้น จึงเดินไปถึงที่ซึ่งจัดเป็นที่ดื่มชำเลืองดูกิริยาของพวกนั้น ก็ทราบว่าพวกนี้ปรุงสุรานี้ไว้ด้วยเหตุ ชื่อนี้ แล้วดำริต่อไปว่า ตั้งแต่บัดนี้ไป ต้องไล่พวกนี้ให้หนีไปจากที่นี้ ดังนี้ แล้วพูดว่า แนะเฮ้ย เจ้าพวกนักเลงสุราชั่วร้ายพวกเจ้าเอายาเบื่อใส่ในไหเหล้า แล้วคบคิดกัน ให้คนที่มาพากันดื่มสลบไสล แล้วก็ปล้นเขาเสียดังนี้ จัดตั้งวงดื่มนั่งรอคุยอวดแต่สุรานี้อย่างเดียว ใคร ๆ แม้สักคนเดียวก็ไม่กล้ายกเหล้านี้ขึ้นดื่ม ถ้าเหล้านี้ไม่ผสมยาเบื่อแล้วไซร้ พวกเจ้าต้องดื่มกันบ้างเป็นแน่ ท่านเศรษฐีขู่นักเลงเหล่านั้นให้หนีไปจากที่นั้น แล้วก็ไปบ้านของตน ได้คิดว่า จักต้องกราบทูลเหตุที่พวกนักเลงกระทำให้พระตถาคตทรงทราบ จึงไปสู่พระเชตวันมหาวิหารกราบทูลพระศาสดาให้ทรงทราบ. พระศาสดาตรัสว่า ดูก่อนคฤหบดี มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่พวกนักเลงเหล่านั้นประสงค์จะหลอกลวงเธอ ถึงในครั้งก่อน ก็ได้มีประสงค์จะหลอกลวงบัณฑิตทั้งหลายมาแล้ว ท่านเศรษฐีกราบทูลอาราธนา จึงทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เสวยพระชาติเป็นพาราณสีเศรษฐี. แม้ในครั้งนั้น พวกนักเลงเหล่านั้น ก็ปรึกษากันอย่างนี้แหละปรุงสุราไว้ เวลาท่านพาราณเศรษฐีเดินมา ก็เดินสวนทางชวนพูดทำนองเดียวกันทีเดียว. ท่านเศรษฐีแม้ไม่มีความประสงค์จะดื่มก็อยากจะจับเล่ห์เหลี่ยมพวกนั้น จึงไป ครั้นดูกิริยาของพวกนักเลงเหล่านั้นแล้ว ก็คิดว่า พวกนักเลงเหล่านี้ มุ่งจะทำสิ่งนี้เราต้องไล่มันไปจากที่นี่ แล้วกล่าวอย่างนี้ว่า พ่อนักเลงผู้เจริญทั้งหลาย ธรรมดาการที่จะดื่มสุราแล้วเข้าเฝ้าในหลวงไม่ควรเลย เราไปเฝ้าในหลวงแล้วจะมาใหม่ พวกท่านจงนั่งรออยู่ในที่นี่แหละ. ครั้นไปเฝ้าในหลวงแล้วก็กลับมา. พวกนักเลงทั้งหลายพากันกล่าวว่า เชิญทางนี้เถิดครับท่าน. เศรษฐีไปที่นั้นแล้วมองดูไหเหล้าที่ผสมยา แล้วพูดว่า พ่อนักเลงเจริญทั้งหลายการกระทำของพวกเจ้าไม่ถูกใจเราเลย ไหเหล้าของพวกเจ้ายังเต็มอยู่ตามเดิม พวกเจ้าคุยอวดสุราอย่างเดียว แต่ไม่ดื่มกันเลยถ้าเหล้านี้ชื่นใจจริง ๆ พวกเจ้าก็ต้องดื่มกันบ้าง แต่เหล้านี้พวกเจ้า ต้องผสมยาพิษลงไปเป็นแน่ เมื่อจะทำลายมโนรถ ของพวกนักเลงเหล่านั้น จึงกล่าวคาถานี้ ใจความว่า :"ไหเหล้าคงเต็มอยู่อย่างนั้นเอง ถ้อยคำที่ท่านกล่าว คงเป็นคำหลอกลวง เรารู้ทันว่าสุรานี้ไม่ดีแน่นอน" ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ตเถว ความว่า เวลาที่เราไปเห็นไหเหล้าเป็นอย่างใด แม้ในบัดนี้ ไหเหล้านี้ก็คงเต็มเปี่ยมอย่างนั้น. บทว่า อญฺายํ วตฺตเต วตฺตเต กถา ความว่า ถ้อยคำสรรเสริญเหล้าของพวกเจ้า เป็นคำหลอกลวง คือเป็นคำไม่จริงได้แก่เหลวทั้งเรื่อง เพราะถ้าสุรานี้ดีจริง ๆ พวกเจ้าต้องดื่มกันจะพึงเหลือเพียงค่อนไห แต่พวกเจ้าไม่ได้ดื่มกินแม้แต่คนเดียว. บทว่า อการเกน ชานามิ ความว่า เพราะฉะนั้น เราจึงรู้ด้วยเหตุนี้. บทว่า เนวายํ ภทฺทกา สุรา ความว่า สุรานี้ไม่ดีแน่นอนต้องเป็นสุราผสมยาพิษ. ท่านเศรษฐี ข่มขู่พวกนักเลง คุกคามไม่ให้คนเหล่านั้นทำอย่างนี้อีก แล้วปล่อยไป. กระทำบุญมีให้ทานเป็นต้น ตลอดชีวิต แล้วก็ไปตามยถากรรม. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ตรัสประชุมชาดกว่า พวกนักเลงในครั้งนั้น ได้มาเป็นพวกนักเลงในครั้งนี้ส่วนพาราณสีเศรษฐี ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาปุณณปาติชาดกที่ ๓
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๗๕–๗๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เอกกนิบาตชาดก ๑๐ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๐ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๓. ปุณฺณปาติชาตกํ
ตเถว ปุณฺณปาติโยติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต วิสวารุณึ อารพฺภ กเถสิ ฯ
เอกํ สมยํ สาวตฺถิยํ สุราธุตฺตา สนฺนิปติตฺวา มนฺตยึสุ สุรามูลํ โน ขีณํ กหํ นุ โข ลภิสฺสามาติ ฯ อเถโก กกฺขฬธุตฺโต อาห มา จินฺตยิตฺถ อตฺเถโก อุปาโยติ ฯ กตโร อุปาโย นามาติ ฯ อนาถปิณฺฑิโก องฺคุลิมุทฺทิกา ปิลนฺธิตฺวา มฏฺฐสาฏกนิวตฺโถ ราชุปฏฺฐานํ คจฺฉติ มยํ สุราจาฏิยํ วิสญฺญีกรณเภสชฺชํ ปกฺขิปิตฺวา อาปานํ สชฺเชตฺวา นิสีทิตฺวา อนาถปิณฺฑิกสฺส อาคมนกาเล อิโต เอหิ มหาเสฏฺฐีติ ปกฺโกสิตฺวา ตํ สุรํ ปาเยตฺวา วิสญฺญีภูตสฺส องฺคุลิมุทฺทิกา จ สาฏเก จ คเหตฺวา สุรามูลํ กริสฺสามาติ ฯ เต สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา ตถา กตฺวา เสฏฺฐิสฺส อาคมนกาเล ปฏิมคฺคํ คนฺตฺวา สามิ อิโต ตาว อาคจฺฉถ อยํ อมฺหากํ สนฺติเก อติมนาปา สุรา โถกํ ปิวิตฺวา คจฺฉถาติ วทึสุ ฯ โสตาปนฺโน อริยสาวโก กึ สุรํ ปีวิสฺสติ อนตฺถิโก สมาโนปิ อิเม ธุตฺเต ปริคฺคณฺหิสฺสามีติ เตสํ อาปานภูมึ คนฺตฺวา เตสํ กิริยํ โอโลเกตฺวา อยํ สุรา อิเมหิ อิมินา นาม การเณน โยชิตาติ ญตฺวา อิโตทานิ ปฏฺฐาย อิเม อิโต ปลาเปสฺสามีติ จินฺเตตฺวา อาห อเร ทุฏฺฐธุตฺตา ตุมฺเห สุราจาฏิยํ เภสชฺชํ ปกฺขิปิตฺวา อาคตาคเต ปาเยตฺวา วิสญฺญีกตฺวา วิลุมฺปิสฺสามาติ อาปานมณฺฑลํ สชฺเชตฺวา นิสินฺนา เกวลํ อิมํ สุรํ วณฺเณถ เอโกปิ โก อุกฺขิปิตฺวา ปิวิตุํ น อุสฺสหติ สเจ อยํ อโยชิตา อสฺส ตุมฺเหว ปิเวยฺยาถาติ ฯ เต ธุตฺเต ตชฺเชตฺวา ตโต ปลาเปตฺวา อตฺตโน เคหํ คนฺตฺวา ธุตฺเตหิ กตการณํ ตถาคตสฺส อาโรเจสฺสามีติ เชตวนํ คนฺตฺวา สตฺถุ อาโรเจสิ ฯ สตฺถา น อิทาเนว ตาว คหปติ เต ธุตฺตา ตํ วญฺเจตุกามา ชาตา ปุพฺเพปิ ปณฺฑิเตปิ วญฺเจตุกามา อเหสุนฺติ วตฺวา เตน ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต พาราณสีเสฏฺฐี อโหสิ ฯ ตทาเปเต ธุตฺตา เอวเมว สมฺมนฺเตตฺวา สุรํ โยเชตฺวา พาราณสีเสฏฺฐิสฺส อาคมนกาเล ปฏิมคฺคํ คนฺตฺวา เอวเมว กถยึสุ ฯ เสฏฺฐี อนตฺถิโกปิ หุตฺวา เต ปริคฺคณฺหิตุกาโม คนฺตฺวา เตสํ กิริยํ โอโลเกตฺวา อิทํ นาม เอเต กาตุกามา ปลาเปสฺสามิ เน อิโตติ จินฺเตตฺวา เอวมาห โภ ธุตฺตา สุรํ ปิวิตฺวา ราชกุลํ คนฺตุํ นาม น ยุตฺตํ ราชานํ ทิสฺวา ปุน อาคจฺฉนฺโต ชานิสฺสามิ ตุมฺเห อิเธว นิสีทถาติ ฯ ราชุปฏฺฐานํ คนฺตฺวา ปจฺจาคญฺฉิ ฯ ธุตฺตา อิโต เอถ สามีติ ฯ โส ตตฺถ คนฺตฺวา เภสชฺเชน สํโยชิตา จาฏิโย โอโลเกตฺวา เอวมาห โภ ธุตฺตา ตุมฺหากํ กิริยา มยฺหํ น รุจฺจติ ตุมฺหากํ สุราจาฏิโย ยถาปูริตาว ฐิตา ตุมฺเห เกวลํ สุรํ วณฺเณถ น ปน ปิวถ สจายํ มนาปา อสฺส ตุมฺเหปิ ปิเวยฺยาถ อิมาย ปน วิสสํโยชิตาย ภวิตพฺพนฺติ เตสํ มโนรถํ ภินฺทนฺโต อิมํ คาถมาห
ตเถว ปุณฺณปาติโย อญฺญายํ วตฺตเต กถา
อาการเกน ชานามิ เนวายํ ภทฺทกา สุราติ ฯ
ตตฺถ ตเถวาติ ยถา มยา คมนกาเล ทิฏฺฐา อิทานิปิ อิมา สุราจาฏิโย ตเถว ปุณฺณา ฯ อญฺญายํ วตฺตเต กถาติ ยา อยํ ตุมฺหากํ สุราวณฺณนกถา วตฺตติ สา อญฺญาว อภูตา ตุจฺฉา ยทิ หิ เอสา สุรา มนาปา อสฺส ตุมฺเห ปิเวยฺยาถ อุปฑฺฒจาฏิโย อวสิสฺเสยฺยุํ ตุมฺหากํ ปน เอเกนาปิ สุรา น ปีตา ฯ อาการเกน ชานามีติ ตสฺมา อิมินา การเณน ชานามิ ฯ เนวายํ ภทฺทกา สุราติ เนว อยํ ภทฺทกา สุรา วิสสํโยชิตาย ภวิตพฺพนฺติ ฯ
ธุตฺเต นิคฺคเหตฺวา ยถา ปุน เอวรูปํ น กโรนฺติ ตถา เต ตชฺเชตฺวา วิสฺสชฺเชสิ ฯ โส ยาวชีวํ ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กริตฺวา ยถากมฺมงฺคโต ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ธุตฺตา เอตรหิ ธุตฺตา พาราณสีเสฏฺฐี ปน อหเมวาติ ฯ
ปุณฺณปาติชาตกํ ตติยํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗