สังขธมนชาดก
ว่าด้วยการทำเกินประมาณ
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๖๐ · บรรทัด ๓๙๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก
เรื่องเล่า
พระบรมศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงปรารภภิกษุว่ายากเหมือนกัน ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ธเม ธเม ดังนี้. ในอดีตกาลครั้งพระเจ้าพรหมทัต เสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์บังเกิดในตระกูลคนเป่าสังข์. เมื่อมีงานในกรุงพาราณสีอย่างเอิกเกริก ก็พาบิดาไปทำการเป่าสังข์ได้ทรัพย์ ในเวลากลับก็กล่าวห้ามบิดาผู้ทำการเป่าสังข์อยู่ไม่ขาดระยะ ใกล้ ๆ ดงโจร. บิดากลับพูดว่า จักไล่พวกโจรให้หนีไปด้วยเสียงสังข์ แล้วเป่าเรื่อยไปไม่ขาดระยะ. พวกโจรก็พากันมารุมแย่งทรัพย์ไปหมด ทำนองเดียวกับเรื่องก่อนนั่นแหละพระโพธิสัตว์กล่าวคาถา โดยนัยเดียวกับเรื่องก่อน ความว่า " ท่านจะเป่าก็จงเป่าเถิด. แต่อย่าเป่าจนเกินประมาณ เพราะการเป่าเกินประมาณ เป็นการชั่วช้าของเรา โภคะที่เราได้มาเพราะการเป่าสังข์ ได้ฉิบหายไปเพราะท่านเป่าสังข์เกินประมาณ ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า เต ตาโต วิธมี ธมํ ความว่าบิดาของเราเป่าสังข์บ่อย ๆ เลยเป่าเอาทรัพย์ที่ได้ไว้เพราะการเป่าสังข์ทั้งนั้น หมดไป พินาศไป. พระบรมศาสดาครั้นทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาด้วยทรงสืบอนุสนธิประชุมชาดกว่า บิดาในครั้งนั้นได้มาเป็นภิกษุผู้ว่ายากในบัดนี้ ส่วนบุตรในครั้งนั้น ได้มาเป็นเราตถาคตฉะนี้แล. จบ อรรถกถาสังขธมนชาดกที่ ๑๐รวมชาดกที่มีในวรรคนี้ คือ๑. มหาสีลวชาดก ๒. จูฬชนกชาดก ๓. ปุณณปาติชาดก๔. ผลชาดก ๕. ปัญจาวุธชาดก ๖. กัญจนขันธชาดก ๗. วารินทชาดก ๘. ตโยธรรมชาดก ๙. เภริวาทชาดก ๑๐. สังขธมนชาดก. จบ อาสิงสวรรคที่ ๖
๗. อิตถีวรรค
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๑๐๘–๑๑๐ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เอกกนิบาตชาดก ๙ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๙ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๑๐. สงฺขธมนชาตกํ
ธเม ธเมติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ทุพฺพจเมว อารพฺภ กเถสิ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สงฺขธมกุเล นิพฺพตฺติตฺวา พาราณสิยํ นกฺขตฺเต สงฺฆุฏฺเฐ ปิตรํ อาทาย สงฺขธมนกมฺเมน ธนํ ลภิตฺวา อาคมนกาเล โจรอฏวิยํ ปิตรํ นิรนฺตรํ สงฺขธมนฺตํ วาเรสิ ฯ โส สงฺขสทฺเทน โจเร ปลาเปสฺสามีติ นิรนฺตรเมว ธมิ ฯ โจรา ปุริมนเยเนว อาคนฺตฺวา วิลุมฺปึสุ ฯ โพธิสตฺโต ปุริมนเยเนว คาถมาห
ธเม ธเม นาติธเม อติธนฺตํ หิ ปาปกํ
ธนฺเตนาธิคตา โภคา เต ตาโต วิธมี ธมนฺติ ฯ
ตตฺถ เต ตาโต วิธมี ธมนฺติ เต สงฺขํ ธมิตฺวา ลทฺธโภเค มม ปิตา ปุนปฺปุนํ ธมนฺโต วิธมิ วิทฺธํเสสิ วินาเสสีติ ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ปิตา ทุพฺพจภิกฺขุ อโหสิ ปุตฺโต ปน อหเมวาติ ฯ
สงฺขธมนชาตกํ ทสมํ ฯ
อาสึสวคฺโค ฉฏฺโฐ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗