ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. สาเกตชาดก
ชาดกที่ ๖๘ · เอกกนิบาตชาดก · อิตถีวรรค

สาเกตชาดก

ว่าด้วยวางใจคนที่ชอบใจ

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๖๘ · บรรทัด ๔๔๖ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากสาเกตชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดาทรงอาศัยเมืองสาเกต ประทับ ณ พระวิหารอัญชนวัน ทรงปรารภพราหมณ์ผู้หนึ่ง ตรัสพระธรรมเทศนานี้มีคำเริ่มต้นว่า ยสฺมึ มโน นิวีสติ ดังนี้. ได้ยินว่า ในเวลาที่พระผู้มีพระภาคเจ้า แวดล้อมด้วยหมู่ภิกษุ เสด็จเข้าเมืองสาเกตเพื่อบิณฑบาต พราหมณ์แก่ชาวเมืองสาเกตุหนึ่ง กำลังเดินไปนอกพระนคร เห็นพระทศพลระหว่างประตู ก็หมอบลงแทบพระยุคลบาท ยึดข้อพระบาททั้งคู่ไว้แน่นพลางกราบทูลว่า พ่อมหาจำเริญ ธรรมดาว่าบุตร ต้องปรนนิบัติมารดาบิดาในยามแก่มิใช่หรือ เหตุไรพ่อจึงไม่แสดงตนแก่เราตลอดกาลมีประมาณเท่านี้ เราเห็นต่อก่อนแล้ว แต่พ่อจงมาพบกับมารดา แล้วพาพระศาสดาไปเรือนของตน. พระศาสดาเสด็จไปที่เรือนของพราหมณ์ ประทับนั่งเหนืออาสนะที่เขาจัดไว้พร้อมด้วยภิกษุสงฆ์. ฝ่ายพราหมณี ได้ข่าวว่า บัดนี้บุตรของเรามาแล้ว ก็มาหมอบแทบบาทยุคลของพระบรมศาสดา แล้วร่ำไห้ว่าพ่อคุณทูลหัว พ่อไปไหนเสียนานถึงปานนี้ ธรรมดาบุตรต้องบำรุงมารดาบิดายามแก่มิใช่หรือ แล้วบอกให้บุตรธิดา พากันมาไหว้ด้วยคำว่า พวกเจ้าจงไหว้พี่ชายเสีย. พราหมณ์ทั้งสองผัวเมียดีใจ ถวายมหาทาน. พระศาสดาครั้นเสวยเสร็จแล้ว ก็ตรัสชราสูตร แก่พราหมณ์แม้ทั้งสองเหล่านั้น. ในเวลาจบพระสูตรคนแม้ทั้งสองก็ตั้งอยู่ในพระอนาคามิผล. พระศาสดาเสด็จลุกจากอาสนะเสด็จไป พระวิหารอัญชนวันตามเดิม. พวกภิกษุนั่งประชุมกันในโรงธรรม สนทนากันขึ้นว่า ผู้มีอายุทั้งหลายพราหมณ์ก็รู้อยู่ว่า พระบิดาของพระตถาคต คือพระเจ้าสุทโธทนะพระมารดา คือพระนางมหามายา ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่ ก็ยังบอกพระตถาคตกับนางพราหมณีว่า บุตรของเรา ถึงพระศาสดา ก็ทรงรับข้อนี้เป็นเพราะเหตุไรหนอ ? พระศาสดาทรงสดับถ้อยคำของภิกษุเหล่านั้น แล้วตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์แม้ทั้งสองเรียกบุตรของตน นั่นแหละว่าบุตร แล้วทรงนำอดีตนิทานมาตรัสว่า " ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พราหมณ์นี้ในอดีตกาลได้เป็นบิดาของเราตลอด ๕๐๐ ชาติ. เป็นอาของเรา ๕๐๐ ชาติเป็นปู่ของเรา ๕๐๐ ชาติ ติดต่อกันไม่ขาดสาย แม้นางพราหมณีนี้เล่า ก็ได้เป็นมารดาของเรา ๕๐๐ ชาติ เป็นน้า ๕๐๐ ชาติเป็นย่า ๕๐๐ ชาติ ติดต่อกันไม่ขาดสายเลยดุจกัน เราเจริญแล้วในมือของพราหมณ์ ๑,๕๐๐ ชาติ จำเริญแล้วในมือของนางพราหมณี ๑,๕๐๐ ชาติอย่างนี้ เป็นอันทรงตรัสถึงชาติในอดีต๓,๐๐๐ ชาติ ครั้นตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว จึงตรัสพระคาถานี้ ความว่า : "ใจจดจ่ออยู่ในผู้ใด แม้จิตเลื่อมใสในผู้ใด

บุคคลพึงคุ้นเคยสนิทสนมแม้ในผู้นั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยเห็นกันมาก่อน" ดังนี้บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ยสฺมึ มโน นิวีสติ ความว่าใจจดจ่ออยู่ในบุคคลใด ผู้เพียงแต่เห็นกันเท่านั้น. บทว่า จิตฺตญฺจาปิ ปสีทติ ความว่า อนึ่งจิตย่อมเลื่อมใสอ่อนโยน ในบุคคลใด ผู้พอเห็นเข้าเท่านั้น. บทว่า อทิฏฺปุพฺพเก โปเส ความว่า ในบุคคลแม้นั้นถึงในยามปกติ จะเป็นบุคคลที่ไม่เคยเห็นกันเลยในอัตภาพนั้นบทว่า กามํ ตสฺมึปิ วิสฺสเส มีอธิบายว่า ย่อมคุ้นเคยกันโดยส่วนเดียว คือถึงความคุ้นกันทันที แม้ในบุคคลนั้น ด้วยอำนาจความรักที่เคยมีในครั้งก่อนนั่นเอง. พระศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มาอย่างนี้แล้ว ทรงสืบอนุสนธิประชุมชาดก ว่า พราหมณ์และพราหมณีในครั้งนั้นได้มาเป็นพราหมณ์ และนางพราหมณีคู่นี้ นั่นแล ฝ่ายบุตรได้แก่เราตถาคตนั่นเอง ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาสาเกตชาดก

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๑๕๙–๑๖๑ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๘ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๘. สาเกตชาตกํ

ยสฺมึ มโน นิวีสตีติ อิทํ สตฺถา สาเกตํ นิสฺสาย อญฺชนวเน วิหรนฺโต เอกํ พฺราหฺมณํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

ภควโต กิร ภิกฺขุสงฺฆปริวุตสฺส สาเกตํ ปิณฺฑาย ปวิสนกาเล เอโก สาเกตนครวาสี มหลฺลกพฺราหฺมโณ นครโต พหิ คจฺฉนฺโต อนฺตรทฺวาเร ทสพลํ ทิสฺวา ปาเทสุ ปติตฺวา โคปฺผเกสุ คาฬฺหํ คเหตฺวา ตาต นนุ นาม ปุตฺเตหิ ชิณฺณกาเล มาตาปิตโร ปฏิชคฺคิตพฺพา กสฺมา เอตฺตกํ กาลํ อมฺหากํ อตฺตานํ น ทสฺเสสิ มยา ตาว ทิฏฺโฐสิ มาตรํ ปน ปสฺสิตุํ เอหีติ สตฺถารํ คเหตฺวา อตฺตโน เคหํ อคมาสิ ฯ สตฺถา ตตฺถ คนฺตฺวา นิสีทิ ปญฺญตฺตาสเน สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน ฯ พฺราหฺมณีปิ อิทานิ เม ปุตฺโต อาคโตติ อาคนฺตฺวา สตฺถุ ปาเทสุ ปติตฺวา ตาต เอตฺตกํ กาลํ กหํ คโตสิ นนุ นาม ปุตฺเตน มาตาปิตโร มหลฺลกกาเล อุปฏฺฐาตพฺพาติ ปริเทวิ ปุตฺตธีตโรปิ เอถ ภาตรํ วนฺทถาติ วนฺทาเปสิ ฯ อุโภ ตุฏฺฐมานสา มหาทานํ อทํสุ ฯ สตฺถา ภตฺตกิจฺจํ นิฏฺฐาเปตฺวา เตสํ ทฺวินฺนมฺปิ ชนานํ ชราสุตฺตํ กเถสิ ฯ สุตฺตปริโยสาเน อุโภปิ อนาคามิผเล ปติฏฺฐหึสุ ฯ สตฺถา อุฏฺฐายาสนา อญฺชนวนเมว อคมาสิ ฯ ภิกฺขู ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนา กถํ สมุฏฺฐาเปสุํ อาวุโส พฺราหฺมโณ ตถาคตสฺส ปิตา สุทฺโธทโน มาตา มหามายาติ ชานาติ ชานนฺโตว สทฺธึ พฺราหฺมณิยา ตถาคตํ อมฺหากํ ปุตฺโตติ วทติ สตฺถาปิ อธิวาเสสิ กินฺนุ โข การณนฺติ ฯ สตฺถา เตสํ กถํ สุตฺวา ภิกฺขเว อุโภเปเต อตฺตโน ปุตฺตเมว ปุตฺโตติ วทนฺตีติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ภิกฺขเว อยํ พฺราหฺมโณ อตีเต นิรนฺตรํ ปญฺจชาติสตานิ มยฺหํ ปิตา อโหสิ ปญฺจชาติสตานิ จุลฺลปิตา ปญฺจชาติสตานิ มหาปิตา เอสาปิ พฺราหฺมณี นิรนฺตรเมว ปญฺจชาติสตานิ มาตา อโหสิ ปญฺจชาติสตานิ จุลฺลมาตา ปญฺจชาติสตานิ มหามาตา เอวาหํ ทิยฑฺฒชาติสหสฺสํ พฺราหฺมณสฺส หตฺเถ สํวฑฺโฒ ทิยฑฺฒชาติสหสฺสํ พฺราหฺมณิยา หตฺเถ สํวฑฺโฒติ ตีณิ ชาติสหสฺสานิ กเถตฺวา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา อิมํ คาถมาห

ยสฺมึ มโน นิวีสติ จิตฺตญฺจาปิ ปสีทติ

อทิฏฺฐปุพฺพเก โปเส กามํ ตสฺมึปิ วิสฺสเสติ ฯ

ตตฺถ ยสฺมึ มโน นิวีสตีติ ยสฺมึ ปุคฺคเล ทิฏฺฐมตฺเตเยว จิตฺตํ ปติฏฺฐาติ ฯ จิตฺตญฺจาปิ ปสีทตีติ ยสฺมึ ทิฏฺฐมตฺเต จิตฺตมฺปิ ปสีทติ มุทุกํ โหติ ฯ อทิฏฺฐปุพฺพเก โปเสติ ปกติยา ตสฺมึ อตฺตภาเว อทิฏฺฐปุพฺเพปิ ปุคฺคเล ฯ กามํ ตสฺมึปิ วิสฺสเสติ อนุภูตปุพฺพสิเนหวเสเนว ตสฺมึปิ ปุคฺคเล เอกํเสน วิสฺสเส วิสฺสาสํ อาปชฺชติเยวาติ อตฺโถ ฯ

เอวํ สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา อนุสนฺธึ ฆเฏตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา พฺราหฺมโณ จ พฺราหฺมณี จ เอเตเอว อเหสุํ ปุตฺโตปิ อหเมวาติ ฯ

สาเกตชาตกํ อฏฺฐมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๖๗. อุจฉังคชาดกชาดกถัดไป๖๙. วิสวันตชาดก