มหาสารชาดก
ว่าด้วยต้องการคนที่เหมาะกับเหตุการณ์
เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๙๒ · บรรทัด ๖๑๑ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

อรรถกถาชาดก ตอนที่ ๒ จาก ๒
เรื่องเล่า
ครั้นถึงเวลาที่พวกมนุษย์สนทนากัน ท่านเศรษฐีกล่าวกะคฤหบดีนั้นว่า เฮ้ย ! ไอ้คฤหบดีชั่ว มึงเคยพบกูหรือกูเคยพบมึงในครั้งไหน มึงให้เครื่องประดับกูเมื่อไร ? คฤหบดีกล่าวว่าข้าแต่ท่านมหาเศรษฐีผู้เป็นเจ้านาย ผมไม่รู้จักสิ่งที่ชื่อว่า มหาสารจะเป็นเตียงตั่งที่มีเท้าทำด้วยแก่นไม้ ก็ไม่รู้จัก ที่ได้พูดอย่างนั้นเพราะคิดว่า จักอาศัยท่านได้ความรอดพ้น โปรดอย่าโกรธผมเลยขอรับ แม้ปุโรหิตก็พูดกับท่านเศรษฐีว่า ท่านให้เครื่องประดับที่คฤหบดีนี้มิได้ให้แก่ท่านเลย แก่เราได้อย่างไรกัน ? ท่านเศรษฐีกล่าวว่า ข้าพเจ้ากล่าวไป เพราะคิดว่า เราทั้งสองเป็นคนใหญ่คนโต ในเวลาที่เราไปร่วมพูดจากัน การงานจักสำเร็จไปโดยเร็ว ฝ่ายคนธรรพ์ก็กล่าวกะปุโรหิตว่า ดูก่อนพราหมณ์ท่านให้เครื่องประดับแก่ผม เมื่อไรกัน ? โรหิตกล่าวว่า ข้าพเจ้ากล่าวไป เพราะคิดว่า จักได้อาศัยท่านอยู่เป็นสุขในที่ที่ถูกคุมขังแม้นางวัณณทาสีก็กล่าวกะคนธรรพ์ว่า ไอ้คนร้าย คนธรรพ์ชาติชั่วเราเคยไปหาเจ้า หรือเจ้าเคยมาหาเราแต่ครั้งไร เจ้าให้เครื่องประดับแก่เราในเวลาไร ? คนธรรพ์กล่าวว่า น้องเอ๋ย เพราะเหตุไรจะต้องมาโกรธเคืองข้าพเจ้าด้วยเล่า เมื่อพวกเราทั้ง ๕ คนอยู่ร่วมกัน เรื่องเพศสัมพันธ์จักต้องมี อาศัยเจ้า พวกเราจักไม่ต้องหงอยเหงา อยู่ร่วมกันอย่างสบาย ดังนี้. พระโพธิสัตว์ฟังถ้อยคำนั้น จากสำนักของคนที่จัดไว้ทราบความที่พวกนั้นไม่ใช่โจรโดยแน่นอน คิดว่า เครื่องประดับต้องเป็นนางลิงหยิบเอาไป จักทำอุบายให้มันโยนลงมาจงได้ แล้วทำเครื่องประดับสำเร็จด้วยยางไม้ ให้จับเหล่านางลิงในอุทยานแล้วให้แต่งเครื่องประดับยางไม้ ที่มือที่เท้า และที่คอ แล้วปล่อยไป ฝ่ายนางลิงตัวที่เฝ้าเครื่องทรงอยู่ ก็นั่งอยู่ในอุทยานนั่นเองพระโพธิสัตว์สั่งคนทั้งหลายว่า พวกเธอพากันไปเถิด พากันตรวจดูฝูงนางลิงในอุทยานทุกตัว เห็นเครื่องทรงนั้นอยู่ที่ตัวใดจงทำให้มันตกใจ แล้วเอาเครื่องประดับมาให้จงได้ ฝูงนางลิงนั้นเล่า ก็พากันร่าเริงยินดีว่า พวกเราได้เครื่องแต่งตัวกันแล้วต่างก็วิ่งเที่ยวไปมาในอุทยาน ถึงสำนักของนางลิงนั้น พากันกล่าวว่า จงดูเครื่องประดับของพวกเรา นางลิงทนไม่ไหว คิดว่าเรื่องอะไรด้วยเครื่องประดับทำด้วยยางไม้นี้ แล้วแต่งเครื่องมุกดาหารมาอวด ครั้งนั้นคนเหล่านั้นเห็นมันแล้ว ทำให้มันทิ้งเครื่องทรงแล้วนำมามอบให้พระโพธิสัตว์. พระโพธิสัตว์นำเครื่องทรงนั้นไปถวายพระราชา กราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้สมมติเทพ นี้เครื่องทรงของพระองค์ คนแม้ทั้ง ๕ นั้นมิใช่โจรแต่เครื่องทรงนี้ได้มาจากนางลิงในอุทยาน พระเจ้าข้า. พระราชาตรัสถามว่า พ่อบัณฑิต ก็พ่อรู้ความที่เครื่องทรงนี้ตกอยู่ในมือนางลิงได้อย่างไร เอาคืนมาได้อย่างไร ? พระโพธิสัตว์กราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ พระราชาทรงดีพระทัย ตรัสว่า ธรรมดาคนกล้าเป็นต้น เป็นบุคคลที่นำปรารถนา ในฐานะตำแหน่ง จอมทัพเป็นต้น ดังนี้แล้วเมื่อจะทรงชมเชยพระโพธิสัตว์ ตรัสพระคาถานี้ความว่า :ยามคับขัน ย่อมปรารถนาผู้กล้าหาญ ยามปรึกษาการงาน ย่อมปรารถนาคนไม่พูดพล่ามยามมีข้าวน้ำ ย่อมปรารถนาคนเป็นที่รักของตนยามต้องการเหตุผลย่อมปรารถนา บัณฑิต ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า อุกฺกฏฺเ ความว่า ในยามคับขัน คือคราวที่ทั้งสองฝ่ายเข้าประชิดกัน อธิบายว่า เมื่อการรุกรบในสงครามกำลังดำเนินไป. บทว่า สูรมิจฺฉนฺติ ความว่า ย่อมปรารถนาผู้ที่กล้าหาญอันมีปกติไม่รู้จักถอย แม้เมื่อสายฟ้าจะฟาดลงมาบนกระหม่อมเพราะว่าในขณะนั้น คนอย่างนี้ควรได้รับแต่งตั้ง ให้เป็นจอมทัพ. บทว่า มนฺตีสุ อกุตูหลํ ความว่า เมื่อเวลามีกิจการที่จะต้องปรึกษา ถึงกิจที่ควรทำและไม่ควรทำ ในเวลาปรึกษากิจการย่อมปรารถนาคนที่ไม่พูดพร่ำ ไม่พูดเลื่อนเปื้อน คือไม่แพร่งพรายข้อที่ปรึกษากัน เพราะคนลักษณะเช่นนั้น เหมาะที่จะแต่งตั้งในตำแหน่งนั้น ๆ. บทว่า ปิยญฺจ อนฺนปานมฺหิ ความว่า เมื่อข้าวน้ำมีรสอร่อยปรากฏขึ้น ย่อมปรารถนาคนอันเป็นที่รัก เพื่อชักชวนให้บริโภคร่วมกัน เพราะคนเช่นนั้น จำปรารถนาในเวลานั้น. บทว่า อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตํ ความว่า เมื่ออรรถอันลึกซึ้งธรรมอันลึกซึ้งเกิดขึ้น หรือเมื่อเหตุหรือปัญหาอย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้น ย่อมปรารถนาบัณฑิตผู้มีปัญหาประจักษ์ เพราะท่านผู้มีลักษณะเช่นนั้น ชอบที่จะปรารถนาในสมัยนั้น. พระราชาตรัสพรรณนาชมเชยพระโพธิสัตว์ ด้วยประการฉะนี้ ทรงบูชาด้วยรัตนะ ๗ ประการ ปานประหนึ่งมหาเมฆยังฝนลูกเห็บให้ตกฉะนั้น ดำรงค์พระองค์ในโอวาทของพระโพธิสัตว์ ทรงบำเพ็ญบุญมีให้ทานเป็นต้น เสด็จไปตามยถากรรมแม้พระโพธิสัตว์ก็ไปตามยถากรรม. พระบรมศาสดาทรงนำพระธรรมเทศนานี้มา แล้วตรัสคุณของพระเถระเจ้า ทรงประชุมชาดกว่า พระราชาในครั้งนั้นได้มาเป็นพระอานนท์ ส่วนอำมาตย์ผู้เป็นบัณฑิต ได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล.
จบ อรรถกถามหาสารชาดกที่ ๒
ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๓๒๕–๓๓๘ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที
เอกกนิบาตชาดก ๑๘ ข้อ
คาถา
ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๘ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้
อรรถกถาบาลี อักษรไทย
๒ มหาสารชาตกํ
อุกฺกฏฺเฐ สูรมิจฺฉนฺตีติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต อายสฺมนฺตํ อานนฺทตฺเถรํ อารพฺภ กเถสิ ฯ
เอกสฺมึ สมเย โกสลรญฺโญ อิตฺถิโย จินฺตยึสุ พุทฺธุปฺปาโท นาม ทุลฺลโภ ตถา มนุสฺสปฺปฏิลาโภ ปริปุณฺณายตนตา จ มยญฺจ อิมํ ทุลฺลภํ ขณสมวายํ ลภิตฺวาปิ อตฺตโน รุจิยา วิหารํ คนฺตฺวา ธมฺมํ วา โสตุํ ปูชํ วา กาตุํ ทานํ วา ทาตุํ น ลภาม มญฺชุสาย ปกฺขิตฺตา วิย วสาม รญฺโญ กเถตฺวา อมฺหากํ ธมฺมํ กเถตุํ อนุจฺฉวิกํ เอกํ ภิกฺขุํ ปกฺโกสาเปตฺวา ตสฺส สนฺติเก ธมฺมํ โสสฺสาม ตโต ยํ สิกฺขิสฺสาม ตํ อุคฺคณฺหิสฺสาม ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กริสฺสาม เอวํ โน อยํ ขณปฺปฏิลาโภ สผโล ภวิสฺสตีติ ฯ ตา สพฺพาปิ ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา อตฺตนา จินฺติตํ การณํ กถยึสุ ฯ ราชา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา อเถกทิวสํ อุยฺยานกีฬํ กีฬิตุกาโม อุยฺยานปาลํ ปกฺโกสาเปตฺวา อุยฺยานํ โสเธหีติ อาห ฯ อุยฺยานปาโล อุยฺยานํ โสเธนฺโต สตฺถารํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ ทิสฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา สุทฺธํ เทว อุยฺยานํ อปิเจตฺถ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล ภควา นิสินฺโนติ อาห ฯ ราชา สาธุ สมฺม สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ โสสฺสามาติ อลงฺกตรถํ อภิรุยฺห อุยฺยานํ คนฺตฺวา สตฺถุ สนฺติกํ อคมาสิ ฯ
ตสฺมิญฺจ สมเย ฉตฺตปาณิ นาเมโก อนาคามิอุปาสโก สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุณมาโน นิสินฺโน โหติ ฯ ราชา ตํ ทิสฺวา อาสงฺกมาโน มุหุตฺตํ ฐตฺวา ปุน สจายํ ปาปโก ภเวยฺย น สตฺถุ สนฺติเก นิสีทิตฺวา ธมฺมํ สุเณยฺย อปาปเกน อิมินา ภวิตพฺพนฺติ จินฺเตตฺวา สตฺถารํ อุปสงฺกมิตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ ฯ อุปาสโก พุทฺธคารเวน รญฺโญ ปจฺจุฏฺฐานํ วา วนฺทนํ วา น อกาสิ ฯ เตนสฺส ราชา อนตฺตมโน อโหสิ ฯ สตฺถา ตสฺส อนตฺตมนภาวํ ญตฺวา อุปาสกสฺส คุณํ กเถสิ อยํ มหาราช อุปาสโก พหุสฺสุโต อาคตาคโม กาเม วีตราโคติ ฯ ราชา น อิมินา โอรเกน ภวิตพฺพํ ยสฺส สตฺถา คุณํ วณฺเณตีติ จินฺเตตฺวา อุปาสก วเทยฺยาสิ เยน เต อตฺโถติ อาห ฯ อุปาสโก สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิ ฯ ราชา สตฺถุ สนฺติเก ธมฺมํ สุตฺวา สตฺถารํ ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ ฯ
โส เอกทิวสํ อุปริปฺปาสาเท มหาวาตปานํ วิวริตฺวา ฐิโต ตํ อุปาสกํ ภุตฺตปาตราสํ ฉตฺตมาทาย เชตวนํ คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ปกฺโกสาเปตฺวา เอวมาห ตฺวํ กิร อุปาสก พหุสฺสุโต อมฺหากญฺจ อิตฺถิโย ธมฺมํ โสตุกามา เจว อุคฺคเหตุกามา จ สาธุ วตสฺส สเจ ตาสํ ธมฺมํ วาเจยฺยาสีติ ฯ คิหีนํ นาม ราชนฺเตปุเร ธมฺมํ เทเสตุํ วา วาเจตุํ วา น ปฏิรูปํ เอตํ อยฺยานเมว ปฏิรูปนฺติ ฯ ราชา สจฺจํ เอส วทตีติ ตํ อุยฺโยเชตฺวา อิตฺถิโย ปกฺโกสาเปตฺวา ภทฺเท อหํ ตุมฺหากํ ธมฺมํ เทสนตฺถาย จ ธมฺมํ วาจนตฺถาย จ สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา เอกํ ภิกฺขุํ ยาจิสฺสามิ อสีติยา มหาสาวเกสุ กตรํ ยาจิสฺสามีติ อาห ฯ ตา สพฺพา มนฺเตตฺวา ธมฺมภณฺฑาคาริกํ อานนฺทตฺเถรเมว อาโรเจสุํ ฯ ราชา สตฺถุ สนฺติกํ คนฺตฺวา วนฺทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสินฺโน เอวมาห ภนฺเต อมฺหากํ เคเห อิตฺถิโย อานนฺทตฺเถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ โสตุญฺจ อุคฺคเหตุญฺจ อิจฺฉนฺติ สาธุ วตสฺส สเจ เถโร อมฺหากํ เคเห ธมฺมํ เทเสยฺย เจว วาเจยฺย จาติ ฯ สตฺถา สาธูติ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา เถรํ อาณาเปสิ ฯ ตโต ปฏฺฐาย รญฺโญ อิตฺถิโย เถรสฺส สนฺติเก ธมฺมํ สุณนฺติ เจว อุคฺคณฺหนฺติ จ ฯ
อเถกทิวสํ รญฺโญ จูฬามณิ นฏฺโฐ ฯ ราชา ตสฺส นฏฺฐภาวํ สุตฺวา อมจฺเจ อาณาเปสิ สพฺเพ อนฺโตวลญฺชนกมนุสฺเส คเหตฺวา จูฬามณึ อาหราเปถาติ ฯ อมจฺจา มาตุคาเม อาทึ กตฺวา จูฬามณึ ปริปุจฺฉนฺตา อทิสฺวา มหาชนํ กิลเมนฺติ ฯ ตํ ทิวสํ อานนฺทตฺเถโร ราชนิเวสนํ ปวิฏฺโฐ ฯ ยถา ตา อิตฺถิโย ปุพฺเพ เถรํ ทิสฺวาว หฏฺฐตุฏฺฐา ธมฺมํ สุณนฺติ เจว คณฺหนฺติ จ ตถา อกตฺวา สพฺพา โทมนสฺสปฺปตฺตาว อเหสุํ ตโต เถเรน กสฺมา ตุมฺเห อชฺช เอวรูปา ชาตาติ ปุจฺฉิตา เอวมาหํสุ ภนฺเต รญฺโญ จูฬามณึ ปริเยสิสฺสามาติ อมจฺจา มาตุคาเม อุปาทาย อนฺโตวลญฺชนเก กิลเมนฺติ น ชานาม กสฺส กึ ภวิสฺสตีติ เตนมฺหา โทมนสฺสปฺปตฺตาติ ฯ เถโร มา จินฺเตถาติ ตา สมสฺสาเสตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ คนฺตฺวา ปญฺญตฺตาสเน นิสีทิตฺวา มณิ กิร เต มหาราช นฏฺโฐติ ปุจฺฉิ ฯ อาม ภนฺเตติ ฯ อสกฺขิ ปน ตํ อาหราเปตุนฺติ ฯ ภนฺเต สพฺพํ อนฺโตชนํ คเหตฺวา กิลเมนฺโตปิ น สกฺโกมิ อาหราเปตุนฺติ ฯ มหาราช มหาชนํ อกิลเมตฺวาว อาหรณุปาโย อตฺถีติ ฯ กตโร ภนฺเตติ ฯ ปิณฺฑทานํ มหาราชาติ ฯ กตรํ ปิณฺฑทานํ ภนฺเตติ ฯ มหาราช ยตฺตเกสุ อาสงฺกา อตฺถิ เต คเหตฺวา เอเกกสฺส เอเกกํ ปลาสปิณฺฑํ วา มตฺติกาปิณฺฑํ วา ทตฺวา อิมํ ปจฺจูสกาเล อาหริตฺวา อสุกฏฺฐาเน นาม ปาเตถาติ วตฺตพฺพํ เยน คหิโต ภวิสฺสติ โส ตสฺมึ ปกฺขิปิตฺวา อาหริสฺสติ สเจ ปฐมทิวเสเยว ปาเตนฺติ อิจฺเจตํ กุสลํ โน เจ ปาเตนฺติ ทุติยทิวเสปิ ตติยทิวเสปิ ตเถว กาตพฺพํ เอวํ มหาชโน จ น กิลมิสฺสติ มณิญฺจ ลภิสฺสสีติ เอวํ วตฺวา เถโร อคมาสิ ฯ ราชา วุตฺตนเยเนว ตโย ทิวเส ทาเปสิ ฯ เนว มณึ อาหรึสุ ฯ เถโร ตติยทิวเส อาคนฺตฺวา กึ มหาราช ปาติโต มณีติ ปุจฺฉิ ฯ น ปาเตนฺติ ภนฺเตติ ฯ เตนหิ มหาราช มหาตลสฺมึเยว ปฏิจฺฉนฺนฏฺฐาเน มหาจาฏึ ฐปาเปตฺวา อุทกสฺส ปูราเปตฺวา สาณีหิ ปริกฺขิปาเปตฺวา สพฺเพ อนฺโตวลญฺชนกมนุสฺสา จ อิตฺถิโย จ อุตฺตราสงฺคํ กตฺวา เอเกโก อนฺโตสาณึ ปวิสิตฺวา หตฺถํ โธวิตฺวา อาคจฺฉตูติ วเทหีติ ฯ เถโร อิมํ อุปายํ อาจิกฺขิตฺวา ปกฺกามิ ฯ ราชา ตถา กาเรติ ฯ มณิโจโร จินฺเตสิ ธมฺมภณฺฑาคาริโก อิมํ อธิกรณํ อาทาย มณึ อทสฺเสตฺวา โอสกฺกิสฺสติ ตํ ปาเตตุํทานิ วฏฺฏตีติ มณึ ปฏิจฺฉนฺนํ กตฺวา อาทาย อนฺโตสาณึ ปวิสิตฺวา จาฏิยํ ปาเตตฺวา นิกฺขมิ ฯ สพฺเพสํ นิกฺขนฺตกาเล อุทกํ ฉฑฺเฑตฺวา มณึ อทฺทสํสุ ฯ ราชา เถรํ นิสฺสาย มหาชนํ อกิลเมตฺวาว เม มณิ ลทฺโธติ ตุสฺสิ ฯ อนฺโตวลญฺชนกมนุสฺสาปิ เถรํ นิสฺสาย มยํ มหาทุกฺขโต มุตฺตมฺหาติ ตุสฺสึสุ ฯ เถรสฺสานุภาเวน รญฺญา จูฬามณิ ลทฺโธติ เถรสฺสานุภาโว สกลนคเร เจว ภิกฺขุสงฺเฆ จ ปากโฏ ชาโต ฯ
ธมฺมสภายํ สนฺนิสินฺนา ภิกฺขู เถรสฺส คุณํ วณฺณยึสุ อาวุโส อานนฺทตฺเถโร อตฺตโน พหุสฺสุตตาย ปณฺฑิจฺเจน อุปายกุสลตาย จ มหาชนํ อกิลเมตฺวา อุปาเยเนว รญฺโญ มณึ ทสฺเสสีติ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว อิทาเนว อานนฺเทเนว ปรหตฺถคตํ ภณฺฑํ ทสฺสิตํ ปุพฺเพปิ ปณฺฑิตา มหาชนํ อกิลเมตฺวาว อุปาเยเนว ติรจฺฉานหตฺถคตํ ภณฺฑํ ทสฺสยึสูติ วตฺวา เตหิ ยาจิโต อตีตํ อาหริ ฯ
อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต สพฺพสิปฺปานํ นิปฺผตฺตึ ปตฺโต ตสฺเสว อมจฺโจ อโหสิ ฯ อเถกทิวสํ ราชา มหนฺเตน ปริวาเรน อุยฺยานํ คนฺตฺวา วนนฺตรานิ วิจริตฺวา อุทกกีฬํ กีฬิตุกาโม มงฺคลโปกฺขรณึ โอตริตฺวา อิตฺถาคารมฺปิ ปกฺโกสิ ฯ อิตฺถิโย อตฺตโน สีสูปคคีวูปคาทีนิ อาภรณานิ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตราสงฺเค ปกฺขิปิตฺวา สมุคฺคปิฏฺเฐสุ ฐเปตฺวา ทาสิโย ปฏิจฺฉาเปตฺวา โปกฺขรณึ โอตรึสุ ฯ อเถกา อุยฺยานมกฺกฏี สาขนฺตเร นิสินฺนา เทวึ ปิลนฺธนานิ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตราสงฺเค ปกฺขิปิตฺวา สมุคฺคปิฏฺเฐสุ ฐปิยมานํ ทิสฺวา ตสฺสา มุตฺตาหารํ ปิลนฺธิตุกามา หุตฺวา ทาสิยา ปมาทํ โอโลกยมานา นิสีทิ ฯ ทาสีปิ รกฺขมานา ตหึ ตหึ โอโลเกตฺวา นิสินฺนาเยว นิทฺทายิตุํ อารภิ ฯ มกฺกฏี ตสฺสา ปมาทภาวํ ญตฺวา วาตเวเคน โอตริตฺวา มหามุตฺตาหารํ คีวายํ ปฏิมุญฺจิตฺวา วาตเวเคเนว อุปฺปติตฺวา สาขนฺตเร นิสีทิตฺวา อญฺญาสํ มกฺกฏีนํ ทสฺสนภเยน เอกสฺมึ รุกฺขสุสิรฏฺฐาเน ฐเปตฺวา อุปสนฺตุปสนฺตา วิย ตํ รกฺขมานา นิสีทิ ฯ สาปิ โข ทาสี ปพุชฺฌิตฺวา มุตฺตาหารํ อปสฺสนฺตี กมฺปมานา อญฺญํ อุปายํ อทิสฺวา ปุริโส เทวิยา มฺตฺตาหารํ คเหตฺวา ปลาโตติ มหาวิรวํ วิรวิ ฯ อารกฺขมนุสฺสา ตโต ตโต สนฺนิปติตฺวา ตสฺสา วจนํ สุตฺวา รญฺโญ อาโรเจสุํ ฯ ราชา โจรํ คณฺหถาติ อาห ฯ ปุริสา อุยฺยานา นิกฺขมิตฺวา โจรํ คณฺหถ คณฺหถาติ อิโต จิโต จ โอโลเกนฺติ ฯ
อเถโก ชานปโท พลิการกปุริโส ตํ สทฺทํ สุตฺวา กมฺปมาโน ปลายิ ฯ ตํ ทิสฺวา ราชปุริสา อยํ โจโร ภวิสฺสตีติ อนุพนฺธึสุ ตํ คเหตฺวา โปเถตฺวา อเร ทุฏฺฐโจร เอวํ มหาสารํ นาม ปิลนฺธนํ หรสีติ ปริภาสึสุ ฯ โส จินฺเตสิ สจาหํ น คณฺหามีติ วกฺขามิ อชฺช เม ชีวิตํ นตฺถิ โปเถนฺตาเยว มํ มาเรสฺสนฺติ สมฺปฏิจฺฉามิ นนฺติ ฯ โส อาม สามิ คหิตํ เมติ อาห ฯ อถ นํ พนฺธิตฺวา รญฺโญ สนฺติกํ อานยึสุ ฯ ราชาปิ นํ ปุจฺฉิ คหิตํ เต มหาสารปิลนฺธนนฺติ ฯ อาม เทวาติ ฯ อิทานิ นํ กหนฺติ ฯ เทว มยา มหาสารํ นาม มญฺจปีฐมฺปิ น ทิฏฺฐปุพฺพํ เสฏฺฐี ปน มํ มหาสารํ ปิลนฺธนํ คณฺหาเปสิ โสหํ คเหตฺวาว ตสฺส อทาสิ โสปิ นํ ชานาตีติ ฯ ราชา เสฏฺฐึ ปกฺโกสาเปตฺวา คหิตํ เต อิมสฺส หตฺถโต มหาสารปิลนฺธนนฺติ ปุจฺฉิ ฯ อาม เทวาติ ฯ กหํ ตนฺติ ฯ ปุโรหิตสฺส เม ทินฺนนฺติ ฯ ปุโรหิตมฺปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ตเถว ปุจฺฉิ ฯ โสปิ สมฺปฏิจฺฉิตฺวา คนฺธพฺพสฺส เม ทินฺนนฺติ อาห ฯ ตมฺปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุโรหิตสฺส เต หตฺถโต มหาสารปิลนฺธนํ คหิตนฺติ ปุจฺฉิ ฯ อาม เทวาติ ฯ กหํ ตนฺติ ฯ กิเลสวเสน เม วณฺณทาสิยา ทินฺนนฺติ ฯ ตมฺปิ ปกฺโกสาเปตฺวา ปุจฺฉิ ฯ สา น คณฺหามีติ อาห ฯ เต ปญฺจ ชเน ปุจฺฉนฺตานญฺเญว สุริโย อฏฺฐงฺคโต ฯ ราชา อิทานิ วิกาโล ชาโต เสฺว ชานิสฺสามีติ เต ปญฺจ ชเน อมจฺจานํ ทตฺวา นครํ ปาวิสิ ฯ
โพธิสตฺโต จินฺเตสิ อิทํ ปิลนฺธนํ อนฺโตวลญฺเช นฏฺฐํ อยญฺจ คหปติโก พหิวลญฺโช ทฺวาเรปิ พลวารกฺโข ตสฺมา อนฺโตวลญฺชนกานมฺปิ ตํ คเหตฺวา ปลายิตุํ น สกฺกา เอวํ เนว พหิวลญฺชนกานํ น อนฺโตอุยฺยาเน วลญฺชนกานํ คหณุปาโย ทิสฺสติ อิมินา ทุคฺคตมนุสฺเสน เสฏฺฐิสฺส เม ทินฺนนฺติ กเถนฺเตน อตฺตโน โมกฺขตฺถาย กถิตํ ภวิสฺสติ เสฏฺฐินาปิ ปุโรหิตสฺส เม ทินฺนนฺติ กเถนฺเตน เอกโต หุตฺวา นิตฺถริสฺสามาติ จินฺเตตฺวา กถิตํ ภวิสฺสติ ปุโรหิเตนาปิ คนฺธพฺพสฺส เม ทินฺนนฺติ กเถนฺเตน พนฺธนาคาเร คนฺธพฺพํ นิสฺสาย สุเขน วสิสฺสามาติ จินฺเตตฺวา กถิตํ ภวิสฺสติ คนฺธพฺเพนาปิ วณฺณทาสิยา เม ทินฺนนฺติ กเถนฺเตน อนุกฺกณฺฐิตา วสิสฺสามาติ จินฺเตตฺวา กถิตํ ภวิสฺสติ อิเมหิ ปญฺจหิปิ อโจเรหิ ภวิตพฺพํ อุยฺยาเน มกฺกฏา พหู ปิลนฺธเนน เอกิสฺสา มกฺกฏิยา หตฺเถ อารุฬฺเหน ภวิตพฺพนฺติ ฯ โส ราชานํ อุปสงฺกมิตฺวา มหาราช เต โจเร อมฺหากํ นิยฺยาเทถ มยํ ตํ กิจฺจํ โสเธสฺสามาติ อาห ฯ ราชา สาธุ ปณฺฑิต โสเธหีติ ตสฺส นิยฺยาเทสิ ฯ โพธิสตฺโต อตฺตโน ทาสปุริเส ปกฺโกสาเปตฺวา เต ปญฺจปิ ชเน เอกสฺมึเยว ฐาเน วสาเปตฺวา สมนฺตา อารกฺขํ กตฺวา กณฺณํ ทตฺวา ยํ เต อญฺญมญฺญํ กเถนฺติ ตํ มยฺหํ อาโรเจถาติ วตฺวา ปกฺกามิ ฯ เต ตถา อกํสุ ฯ
ตโต มนุสฺสานํ สนฺนิสินฺนเวลาย เสฏฺฐี ตํ คหปติกํ อเร ทุฏฺฐคหปติก ตยา อหํ มยา วา ตฺวํ กหํ ทิฏฺฐปุพฺโพ กทา เต มยฺหํ ปิลนฺธนํ ทินฺนนฺติ อาห ฯ สามิ มหาเสฏฺฐิ อหํ มหาสารํ นาม รุกฺขสารปาทกํ มญฺจปีฐกํปิ น ชานามิ ตํ นิสฺสาย ปน โมกฺขํ ลภิสฺสามีติ เอวํ อวจํ มา เม กุชฺฌ สามีติ ฯ ปุโรหิโตปิ เสฏฺฐึ อาห มหาเสฏฺฐิ ตฺวํ อิมินา ปิลนฺธนํ อตฺตโน อทินฺนกเมว มยฺหํ กถํ อทาสีติ ฯ มยํ เทฺวปิ อิสฺสรา อมฺหากํ เอกโต หุตฺวา กถิตกาเล กมฺมํ ขิปฺปํ นิปฺปชฺชิสฺสตีติ กเถมีติ ฯ คนฺธพฺโพปิ ปุโรหิตํ อาห พฺราหฺมณ กทา ตยา มยฺหํ ปิลนฺธนํ ทินฺนนฺติ ฯ อหํ ตํ นิสฺสาย วสนฏฺฐาเน สุขํ วสิสฺสามีติ กเถสินฺติ ฯ วณฺณทาสีปิ คนฺธพฺพํ อาห อเร ทุฏฺฐคนฺธพฺพ อหํ กทา ตว สนฺติกํ คตปุพฺพา ตฺวํ วา มม สนฺติกํ อาคตปุพฺโพ กทา เต มยฺหํ ปิลนฺธนํ ทินฺนนฺติ ฯ ภคินิ กึการณา กุชฺฌสิ อมฺเหสุ ปญฺจสุ เอกโต วสนฺเตสุ ฆราวาโส ภวิสฺสติ อนุกฺกณฺฐมานา สุขํ วสิสฺสามาติ กเถสินฺติ ฯ
โพธิสตฺโต ปโยชิตมนุสฺสานํ สนฺติกา ตํ กถํ สุตฺวา เตสํ ตตฺตโต อโจรภาวํ ญตฺวา มกฺกฏิยา คหิตํ ปิลนฺธนํ อุปาเยเนว ปาเตสฺสามีติ เคณฺฑุมยานิ ปิลนฺธนานิ กาเรตฺวา อุยฺยาเน มกฺกฏิโย คาหาเปตฺวา หตฺถปาทคีวาสุ เคณฺฑุปิลนฺธนานิ ปิลนฺธาเปตฺวา วิสฺสชฺเชสิ ฯ อิตรา มกฺกฏี ปิลนฺธนํ รกฺขมานา อุยฺยาเนเยว นิสีทิ ฯ โพธิสตฺโต มนุสฺเส อาณาเปสิ คจฺฉถ ตุมฺเห อุยฺยาเน สพฺพา มกฺกฏิโย อุปธาเรถ ยสฺสา ตํ ปิลนฺธนํ ปสฺสถ ตํ อุตฺตาเสตฺวา ปิลนฺธนํ คณฺหถาติ ฯ ตาปิ โข มกฺกฏิโย ปิลนฺธนํ โน ลทฺธนฺติ ตุฏฺฐปฺปหฏฺฐา อุยฺยาเน วิจรนฺติโย ตสฺสา สนฺติกํ คนฺตฺวา ปสฺส อมฺหากํ ปิลนฺธนนฺติ อาหํสุ ฯ สา มกฺกฏี อสหมานา กึ อิมินา เคณฺฑุปิลนฺธเนนาติ มุตฺตาหารํ ปิลนฺธิตฺวา นิกฺขมิ ฯ อถ นํ เต ปุริสา ทิสฺวา ปิลนฺธนํ ฉฑฺฑาเปตฺวา อาหริตฺวา โพธิสตฺตสฺส อทํสุ ฯ โส ตํ อาทาย รญฺโญ ทสฺเสตฺวา อิทํ เต เทว ปิลนฺธนํ เต ปญฺจปิ อโจรา อิทมฺปน อุยฺยาเน มกฺกฏิยา อาภตนฺติ อาห ฯ กถํ ปน เต ปณฺฑิต มกฺกฏิยา หตฺถํ อารุฬฺหภาโว ญาโต กถํ คหิตนฺติ ฯ โส สพฺพํ อาจิกฺขิ ฯ ราชา ตุฏฺฐมานโส สงฺคามสีสาทีสุ นาม สูราทโย อิจฺฉิตพฺพา โหนฺตีติ โพธิสตฺตสฺส ถุตึ กโรนฺโต อิมํ คาถมาห
อุกฺกฏฺเฐ สูรมิจฺฉนฺติ มนฺตีสุ อกุตูหลํ
ปิยญฺจ อนฺนปานมฺหิ อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตนฺติ ฯ
ตตฺถ อุกฺกฏฺเฐติ อุปกฏฺเฐ อุภโต พฺยูฬฺเห สงฺคาเม สมฺปหาเร วตฺตมาเนติ อตฺโถ ฯ สูรมิจฺฉนฺตีติ อสนิยาปิ มตฺถเก ปวตฺตมานาย อปลายินํ สูรํ อิจฺฉนฺติ ตสฺมึ หิ ขเณ เอวรูโป สงฺคามโยโธ ปฏฺเฐตพฺโพ โหติ ฯ มนฺตีสุ อกุตูหลนฺติ กตฺตพฺพากตฺตพฺพํ กิจฺจํ สมฺมนฺตนกาเล อุปฺปนฺเน มนฺตีสุ โย อกุตูหโล อวิกิณฺณวาโจ มนฺตํ น ภินฺทติ ตํ อิจฺฉนฺติ ตาทิโส หิ เตสุ ฐาเนสุ ปฏฺเฐตพฺโพ โหติ ฯ ปิยญฺจ อนฺนปานมฺหีติ มธุเร อนฺนปาเน ปจฺจุปฏฺฐิเต สหปริภุญฺชนตฺถาย ปิยํ ปุคฺคลํ ปฏฺเฐนฺติ ตาทิโส หิ ตสฺมึ กาเล ปฏฺเฐตพฺโพ โหติ ฯ อตฺเถ ชาเต จ ปณฺฑิตนฺติ อตฺถคมฺภีเร ธมฺมคมฺภีเร กิสฺมิญฺจิเทว การเณ วา ปญฺเห วา อุปฺปนฺเน ปณฺฑิตํ วิจกฺขณํ อิจฺฉนฺติ ตถารูโป หิ ตสฺมึ สมเย ปฏฺเฐตพฺโพ โหตีติ ฯ
เอวํ ราชา โพธิสตฺตํ วณฺเณตฺวา โถเมตฺวา ฆนวสฺสํ วสฺสนฺโต มหาเมโฆ วิย สตฺตหิ รตเนหิ ปูเชตฺวา ตสฺโสวาเท ฐตฺวา ทานาทีนิ ปุญฺญานิ กตฺวา ยถากมฺมํ คโต ฯ โพธิสตฺโตปิ ยถากมฺมํ คโต ฯ
สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา เถรสฺส คุณํ กเถตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา ราชา อานนฺโท อโหสิ ปณฺฑิตามจฺโจ ปน อหเมวาติ ฯ
มหาสารชาตกํ ทุติยํ ฯ
ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖
ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗