ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. สำรวจ
  4. /
  5. ชาดก
  6. /
  7. ปโรสหัสสชาดก
ชาดกที่ ๙๙ · เอกกนิบาตชาดก · ลิตตวรรค

ปโรสหัสสชาดก

ว่าด้วยคนผู้มีปัญญา

เล่มที่ ๒๗ · ข้อ ๙๙ · บรรทัด ๖๔๙ · ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑

ภาพวาดฉากหนึ่งจากปโรสหัสสชาดก

อรรถกถาชาดก

เรื่องเล่า

พระศาสดา เมื่อประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหารทรงปรารภปัญหาในปุถุชน มีบุคคลเป็นที่ ๕ ตรัสพระธรรมเทศนานี้ มีคำเริ่มต้นว่า ปโรสหสฺสมฺปิ สมาคตานํ ดังนี้. เรื่องจักปรากฏชัดเจนในสรภังคชาดก ก็สมัยหนึ่ง ภิกษุทั้งหลายประชุมกันในธรรมสภา นั่งสนทนากันถึงเรื่องคุณของพระเถระเจ้าว่า ผู้มีอายุทั้งหลาย พระธรรมเสนาบดีสารีบุตรพยากรณ์ปัญหาที่พระทศพลตรัสโดยย่อได้โดยพิสดาร พระศาสดาเสด็จมาตรัสถามว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย พวกเธอนั่งประชุมสนทนากันด้วยเรื่องอะไร ? เมื่อภิกษุทั้งหลายกราบทูลให้ทรงทราบแล้ว ตรัสว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย มิใช่แต่ในบัดนี้เท่านั้น ที่สารีบุตรพยากรณ์ปัญหาที่เรากล่าวอย่างย่อได้โดยพิสดาร แม้ในกาลก่อน ก็พยากรณ์ได้แล้วเหมือนกัน แล้วทรงนำเอาเรื่องในอดีตมาสาธก ดังต่อไปนี้ :ในอดีตกาล ครั้งพระเจ้าพรหมทัตเสวยราชสมบัติอยู่ในกรุงพาราณสี พระโพธิสัตว์เกิดในสกุลอุทิจจพราหมณ์ เจริญวัยแล้ว เล่าเรียนสรรพศิลปวิทยา ในเมืองตักกสิลา ละกามทั้งหลายแล้วบวชเป็นฤาษี ทำอภิญญา ๕ สมาบัติ ๘ ให้เกิดได้แล้วอยู่ในป่าหิมพานต์ แม้บริวารของท่านก็ได้บวชเป็นดาบส ๕๐๐ รูปคราวนั้นเป็นฤดูฝน อันเตวาสิกผู้ใหญ่ของท่าน พาคณะฤาษีประมาณครึ่งหนึ่ง ไปสู่ถิ่นของมนุษย์ เพื่อต้องการรสเค็มรสเปรี้ยว ในกาลนั้น ประจวบเป็นสมัยที่พระโพธิสัตว์จะทำกาละพวกอันเตวาสิกทั้งหลาย พากันถามการบรรลุคุณพิเศษกะท่านว่า ข้าแต่ท่านอาจารย์ ท่านได้คุณพิเศษชนิดไหน ? ท่านตอบว่าไม่มีแม้แต่น้อย แล้วไปเกิดในพรหมโลกชั้นอาภัสสระ เพราะว่าพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย แม้ถึงจะได้อรูปสมาบัติ ก็มิได้บังเกิดในอรูปภพ เป็นสถานที่อันมิบังควร พวกอันเตวาสิกคิดกันว่าท่านอาจารย์ไม่มีคุณพิเศษเลย ดังนี้แล้ว ไม่กระทำสักการะในป่าช้า อันเตวาสิกผู้ใหญ่กลับมาแล้ว ถามว่า ท่านอาจารย์ไปไหน ? ครั้นทราบว่า ทำกาละเสียแล้ว จึงกล่าวว่า เออก็พวกเธอถามถึงคุณพิเศษที่ท่านได้บรรลุกะท่านหรือเปล่า ? พวกเราถามแล้ว ขอรับ. ท่านตอบว่าอย่างไร ? ท่านตอบว่า ไม่มีแม้แต่น้อย เหตุนั้นพวกเราจึงไม่ทำสักการะแก่ท่าน อันเตวาสิกผู้ใหญ่กล่าวว่า พวกเธอมิได้รู้ความหมายแห่งคำของอาจารย์ ท่านอาจารย์ได้อากิญจัญญายตนสมาบัติ แม้ถึงอันเตวาสิกผู้ใหญ่นั้น จะพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า พวกอันเตวาสิกเหล่านั้น ก็ไม่ยอมเชื่อ พระโพธิสัตว์ทราบเหตุนั้นดำริว่า พวกอันธพาลไม่เชื่อถ้อยคำอันเตวาสิกผู้ใหญ่ของเราเราต้องกระทำเหตุนี้ให้ปรากฏแก่อันเตวาสิกเหล่านั้น แล้วมาจากพรหมโลก ยืนอยู่ในอากาศ ด้วยอานุภาพอันใหญ่ เบื้องบนอาศรมบท เมื่อจะพรรณนางปัญญานุภาพของอันเตวาสิกผู้ใหญ่กล่าวคาถานี้ ความว่า :" แม้จะมีผู้มาประชุมกันตั้งพันกว่า พวกเหล่านั้นก็ไม่มีปัญญา พึงคร่ำครวญไปตั้ง ๑๐๐ ปี

บุรุษผู้มีปัญญารู้แจ้งความหมายของคำที่เรากล่าวแล้ว ผู้เดียวเท่านั้นประเสริฐกว่า " ดังนี้. บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ปโรสหสฺสมฺปิ แปลว่า แม้เกินกว่าพัน. บทว่า สมาคตานํ ความว่า พวกคนเขลาผู้ไม่สามารถทราบความหมายของคำที่เรากล่าวแล้ว มาประชุมกันแล้ว. ด้วยบทว่า กนฺเทยฺยุ เต วสฺสสตํ อปฺา นี้ พระโพธิสัตว์แสดงว่า พวกเหล่านั้นที่มารวมกันอย่างนี้ ไร้ปัญญา เหมือนพวกดาบสโง่เหล่านี้ พากันร้องไห้คร่ำครวญกันไปตั้งร้อยปี แม้ตั้งพันปี แม้ตั้งแสนปี ถึงแม้จะพากันร้องไห้ ก็ไม่พึงรู้ถึงความหมาย หรือเหตุได้เลย. บทว่า เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโ ความว่า บุรุษที่เป็นบัณฑิตคนเดียวเท่านั้น ดีกว่า ประเสริฐกว่าพวกคนพาลเห็นปานนั้น แม้ตั้งพันกว่า. มีปัญญาเช่นไร ? ผู้มีปัญญารู้แจ้งความหมายของคำที่เรากล่าวแล้ว เหมือนอย่างอันเตวาสิกผู้ใหญ่นี้. พระมหาสัตว์ ยืนอยู่ในอากาศนั่นแหละ แสดงธรรมชี้แจงให้คณะดาบสรู้แจ้ง ด้วยประการฉะนี้ แล้วก็ไปสู่พรหมโลกดังเดิม พวกดาบส แม้เหล่านั้น ครั้นสิ้นชีวิตต่างก็ไปเกิดในพรหมโลก. พระศาสดาทรงนพระธรรมเทศนานี้มาแล้ว ทรงประชุมชาดกว่า อันเตวาสิกผู้ใหญ่ในครั้งนั้น ได้มาเป็นพระสารีบุตรส่วนมหาพรหมได้มาเป็นเราตถาคต ฉะนี้แล. จบ อรรถกถาปโรสหัสสชาดกที่ ๙

ที่มา: อรรถกถาชาดก ฉบับมหามกุฏราชวิทยาลัย ผ่าน E-Tipitaka เล่ม ๕๖ หน้า ๓๗๙–๓๘๒ · เนื้อความเป็นของเจ้าของต้นฉบับ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

เอกกนิบาตชาดก · ๑๒ ข้อ

คาถา

ตัวบทพระไตรปิฎกของชาดกเรื่องนี้ คือคาถา ๑๒ ข้อข้างล่าง เรื่องเล่าข้างบนคืออรรถกถาที่อธิบายคาถาเหล่านี้

หลวงฉบับหลวงมจร.ฉบับมหาจุฬาฯบาลีบาลีอักษรไทยโรมันPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาอรรถกถาบาลีอรรถกถาบาลีอักษรไทยAṭṭhakathāAtthakatha PaliRoman
โหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถาบาลี อักษรไทย

๙ ปโรสหสฺสชาตกํ

ปโรสหสฺสมฺปิ สมาคตานนฺติ อิทํ สตฺถา เชตวเน วิหรนฺโต ปุถุชฺชนปญฺจกปญฺหํ อารพฺภ กเถสิ ฯ

วตฺถุ สรภงฺคชาตเก อาวิภวิสฺสติ ฯ เอกสฺมึ ปน สมเย ภิกฺขู ธมฺมสภายํ สนฺนิปติตฺวา อาวุโส ทสพเลน สงฺขิตฺเตน กถิตํ ธมฺมเสนาปติ สารีปุตฺโต วิตฺถาเรน พฺยากาสีติ เถรสฺส คุณํ กถยมานา นิสีทึสุ ฯ สตฺถา อาคนฺตฺวา กาย นุตฺถ ภิกฺขเว เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนาติ ปุจฺฉิตฺวา อิมาย นามาติ วุตฺเต น ภิกฺขเว สารีปุตฺโต อิทาเนว มยา สงฺขิตฺเตน ภาสิตํ วิตฺถาเรน พฺยากโรติ ปุพฺเพปิ พฺยากโรสิเยวาติ วตฺวา อตีตํ อาหริ ฯ

อตีเต พาราณสิยํ พฺรหฺมทตฺเต รชฺชํ กาเรนฺเต โพธิสตฺโต อุทิจฺจพฺราหฺมณกุเล นิพฺพตฺติตฺวา วยปฺปตฺโต ตกฺกสิลายํ สพฺพสิปฺปานิ อุคฺคณฺหิตฺวา กาเม ปหาย อิสิปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตฺวา ปญฺจาภิญฺญา อฏฺฐ สมาปตฺติโย นิพฺพตฺเตตฺวา หิมวนฺเต วิหาสิ ฯ ปริวาราปิสฺส ปญฺจ ตาปสสตานิ อเหสุํ ฯ อถสฺส เชฏฺฐนฺเตวาสิโก วสฺสารตฺตสมเย อุปฑฺฒํ อิสิคณํ อาทาย โลณมฺพิลเสวนตฺถาย มนุสฺสปถํ อคมาสิ ฯ ตทา โพธิสตฺตสฺส กาลกิริยสมโย ชาโต ฯ อถ นํ อนฺเตวาสิกา อาจริย กตโร โว คุโณ ลทฺโธติ อธิคมํ ปุจฺฉึสุ ฯ โส นตฺถิ กิญฺจีติ วตฺวา อาภสฺสรพฺรหฺมโลเก นิพฺพตฺติ ฯ โพธิสตฺตา หิ อรูปสมาปตฺติลาภิโน หุตฺวาปิ อภพฺพฏฺฐานตฺตา อรูปภเว น นิพฺพตฺตนฺติ ฯ อนฺเตวาสิกา อาจริยสฺส อธิคโม นตฺถีติ อาฬาหเน สกฺการํ น กรึสุ ฯ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก อาคนฺตฺวา กหํ อาจริโยติ ปุจฺฉิตฺวา กาลกโตติ สุตฺวา อปิ อาจริยํ อธิคมํ ปุจฺฉิตฺถาติ อาห ฯ อาม ปุจฺฉิมฺหาติ ฯ กึ กเถสีติ ฯ นตฺถิ กิญฺจีติ เตน วุตฺตนฺติ อถสฺส อมฺเหหิ สกฺกาโร น กโตติ อาหํสุ ฯ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก ตุมฺเห อาจริยสฺส วจนตฺถํ น ชานาถ อากิญฺจญฺญายตนสมาปตฺติลาภี อาจริโยติ อาห ฯ เต ตสฺมึ ปุนปฺปุนํ กเถนฺเตปิ น สทฺทหึสุ ฯ โพธิสตฺโต ตํ การณํ ญตฺวา อนฺธพาลา มม เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส น สทฺทหนฺติ อิมํ เตสํ การณํ ปากฏํ กริสฺสามีติ พฺรหฺมโลกา อาคนฺตฺวา อสฺสมปทมตฺถเก มหนฺเตน อานุภาเวน อากาเส ฐตฺวา เชฏฺฐนฺเตวาสิกสฺส ปญฺญานุภาวํ วณฺเณนฺโต อิมํ คาถมาห

ปโรสหสฺสมฺปิ สมาคตานํ

กนฺเทยฺยุ เต วสฺสสตํ อปญฺญา

เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญ

โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถนฺติ ฯ

ตตฺถ ปโรสหสฺสมฺปีติ อติเรกสหสฺสมฺปิ ฯ สมาคตานนฺติ สนฺนิปติตานํ ภาสิตสฺส อตฺถํ ชานิตุํ อสกฺโกนฺตานํ พาลานํ ฯ กนฺเทยฺยุ เต วสฺสสตํ อปญฺญาติ เต เอวํ สมาคตา อปฺปญฺญา อิเม พาลา ตาปสา วิย วสฺสสตมฺปิ วสฺสสหสฺสมฺปิ วสฺสสตสหสฺสมฺปิ โรเทยฺยุํ ปริเทเวยฺยุํ โรทมานาปิ ปน อตฺถํ วา การณํ วา เนว ชาเนยฺยุนฺติ ทีเปติ ฯ เอโกว เสยฺโย ปุริโส สปญฺโญติ เอวรูปานํ พาลานํ ปโรสหสฺสโตปิ เอโก ปณฺฑิตปุริโสว เสยฺโย วรตโรติ อตฺโถ ฯ กีทิโส สปฺปญฺโญติ ฯ โย ภาสิตสฺส วิชานาติ อตฺถํ อยํ เชฏฺฐนฺเตวาสิโก วิยาติ ฯ

เอวํ มหาสตฺโต อากาเส ฐิโตว ธมฺมํ เทเสตฺวา ตาปสคณํ พุชฺฌาเปตฺวา พฺรหฺมโลกเมว คโต ฯ เตปิ ตาปสา ชีวิตปริโยสาเน พฺรหฺมโลกปรายนา อเหสุํ ฯ

สตฺถา อิมํ ธมฺมเทสนํ อาหริตฺวา ชาตกํ สโมธาเนสิ ตทา เชฏฺฐนฺเตวาสิโก สารีปุตฺโต อโหสิ มหาพฺรหฺมา ปน อหเมวาติ ฯ

ปโรสหสฺสชาตกํ นวมํ ฯ

ที่มา: อรรถกถาบาลี อักษรไทย เล่มที่ ๓๖

ดูหัวข้อนี้ในพระไตรปิฎก เล่มที่ ๒๗

ดูเล่มที่ ๒๗ ขุททกนิกาย ชาดก ภาค ๑ บนชั้นหนังสือ

ชาดกก่อนหน้า๙๘. กูฏวาณิชชาดกชาดกถัดไป๑๐๐. อสาตรูปชาดก