๑๐. สัชฌายสูตร
[๗๘๖] สมัยหนึ่ง ภิกษุรูปหนึ่ง พำนักอยู่ในป่าแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล สมัยนั้น ภิกษุนั้น นัยว่าเมื่อก่อนเป็นผู้มากไปด้วยการสาธยายเกินเวลาอยู่ สมัยต่อมา เธอเป็นผู้ขวน ขวายน้อยเป็นผู้นิ่ง ยังกาลให้ล่วงไป ฯ
[๗๘๗] ครั้งนั้นแล เทวดาผู้สิงอยู่ในแนวป่านั้น ไม่ได้ฟังธรรมของเธอ จึงเข้าไปหา ถึงที่อยู่ ครั้นแล้วได้กล่าวกะเธอด้วยคาถาว่า ภิกษุ ท่านอยู่ร่วมกับภิกษุทั้งหลาย ย่อมไม่สาธยายบทแห่ง พระธรรม เพราะเหตุไร บุคคลฟังธรรมแล้วย่อมได้ความเลื่อมใส ผู้กล่าวธรรม ย่อมได้รับความสรรเสริญในทิฏฐธรรมเทียว ฯ
[๗๘๘] ภิ. ความพอใจในบทแห่งพระธรรมได้มีแล้วในกาลก่อน จนถึงกาลที่ เรามาร่วมด้วยวิราคะและเพราะเรามาร่วมด้วยวิราคะแล้ว สัตบุรุษ ทั้งหลายรู้ทั่วถึง รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะ อย่างใดอย่าง หนึ่งแล้ว ได้กล่าวการเสียสละ(อารมณ์นั้นๆ) เสีย ฯอโยนิโสมนสิการสูตรที่ ๑๑