ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. มารสังยุตต์
  10. /
  11. ปฐมวรรค
  12. /
  13. ๗. สุปปติสูตร

๗. สุปปติสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๔๓๔ · บรรทัด ๓๔๕๒

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาสุปปติสูตรที่ ๗

พึงทราบวินิจฉัยในสุปปติสูตรที่ ๗ ต่อไป :-

บทว่า ปาเท ปกฺขาเลตฺวา ได้แก่ ทรงล้างพระบาทเพื่อให้ยึดถือธรรมเนียมไว้. ก็ผงธุลี ย่อมไม่ติดในพระสีรระของพระพุทธะทั้งหลาย. แม้แต่น้ำก็กลิ้งไปเหมือนน้ำที่ใส่ในใบบัว.

อีกนัยหนึ่ง การล้างเท้าในที่ล้างเท้าเข้าบ้าน เป็นธรรมเนียมของนักบวชทั้งหลาย ธรรมดาพระพุทธะทั้งหลาย ชื่อว่าไม่ทรงทำลายธรรมเนียมในข้อนั้น ก็พระพุทธะทั้งหลายตั้งอยู่ในหัวข้อแห่งธรรมเนียมย่อมล้างพระบาท.

จริงอยู่ ถ้าพระตถาคตไม่พึงสรงน้ำไม่ล้างพระบาทไซร้ คนทั้งหลายก็จะพึงพูดว่า ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ เพราะฉะนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าไม่ทรงละเลยกิริยาของมนุษย์ จึงทรงล้างพระบาท.

บทว่า สโต สมฺปชาโน ได้แก่ ทรงประกอบด้วยสติสัมปชัญญะที่กำหนดเอาความหลับเป็นอารมณ์.

ด้วยบทว่า อุปสงฺกมิ ท่านกล่าวว่า มารคิดว่า พระสมณโคดมทรงจงกรมในที่แจ้งตลอดคืนยังรุ่ง แล้วเข้าพระคันธกุฎีบรรทม คงจักบรรทมเป็นสุขอย่างเหลือเกิน จำเราจักแกล้งเธอ แล้วจึงไปเฝ้า.

ด้วยบทว่า กึ โสปฺปสิ มารกล่าวว่า ท่านหลับหรือ การหลับของท่านนี้เป็นอย่างไร.

บทว่า กึ นุ โสปฺปสิ ได้แก่ เพราะเหตุไร ท่านจึงหลับ.

บทว่า ทุพฺภโต วิย ได้แก่ หลับเหมือนตาย และหลับเหมือนสลบ.

ด้วยบทว่า สุญฺญมคารํ มารกล่าวว่าท่านหลับด้วยคิดว่า เราได้เรือนว่างแล้วหรือ.

บทว่า สุริเย อุคฺคเต ความว่า เมื่อตะวันโด่งแล้ว ก็บัดนี้ ภิกษุทั้งหลายกำลังกวาด ตั้งน้ำฉันเตรียมตัวไปภิกขาจาร เหตุไร ท่านจึงยังนอนอยู่เล่า.

บทว่า ชาลินี ความว่า ตัณหา ชื่อว่าดุจข่าย โดยข่ายอันเป็นส่วนของตน ซึ่งครอบงำภพทั้งสาม ตามนัยที่ว่า ชื่อว่าตัณหาวิจริต ๑๘ เพราะอาศัยอายตนะภายในเป็นต้น.

บทว่า วิสตฺติกา ได้แก่ ตัณหาที่ชื่อว่าซ่านไป เพราะซ่านไปในอารมณ์มีรูปเป็นต้นในภพนั้นๆ เพราะมีรากเป็นพิษและเพราะบริโภคเป็นพิษ.

บทว่า กุหิญฺจิ เนตเว ได้แก่ เพื่อนำไปในที่ไหนๆ.

บทว่า สพฺพูปธีนํ ปริกฺขยา ได้แก่ เพราะสิ้นอุปธิทั้งหมด ต่างโดยเป็นขันธ์ กิเลส อภิสังขารและกามคุณ.

บทว่า กึ ตเวตฺถ มาร ความว่า ดูก่อนมาร ประโยชน์อะไรของท่านในเรื่องนี้เล่า เหตุไร ท่านจึงเลาะริมรั้วติเตียน เหมือนแมลงวันตัวเล็กๆ ไม่อาจซ่อนตัวอยู่ในข้าวต้มที่ร้อนๆ ได้. จบอรรถกถาสุปปติสูตรที่ ๗

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๔๓๔ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๖. สัปปสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕ปฐมวรรคพระสูตรถัดไป๘. นันทนสูตร