ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. วังคีสสังยุตต์
  8. /
  9. ๓. เปสลาติมัญญนาสูตร

๓. เปสลาติมัญญนาสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๗๓๓ · บรรทัด ๖๐๕๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. เปสลาติมัญญนาสูตร

ว่าด้วยการนึกดูหมิ่นภิกษุผู้มีศีลเป็นที่รัก

[๒๑๑]

สมัยหนึ่ง ท่านพระวังคีสะอยู่ที่อัคคาฬวเจดีย์ เขตเมืองอาฬวี กับท่าน พระนิโครธกัปปะผู้เป็นอุปัชฌาย์ สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะนึกดูหมิ่นภิกษุทั้งหลาย ผู้มีศีลเป็นที่รักเหล่าอื่น เพราะปฏิภาณของตน ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้มีความคิด ดังนี้ว่า “ไม่ใช่ลาภของเราเลย ไม่ใช่ลาภของเราเลย เราได้ชั่วหนอ เราไม่ได้ดีหนอ ที่เราดูหมิ่นภิกษุทั้งหลาย ผู้มีศีลเป็นที่รักเหล่าอื่น เพราะปฏิภาณของตน”

ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะให้ความเดือดร้อนเกิดขึ้นแก่ตนด้วยตนเองแล้ว จึงกล่าว คาถาเหล่านี้ในเวลานั้นว่า

ท่านผู้เป็นสาวกของพระโคดม

ท่านจงละความเย่อหยิ่ง

และจงละทางแห่งความเย่อหยิ่งให้หมด

เพราะผู้ที่หมกมุ่นอยู่ในทางแห่งความเย่อหยิ่ง

จะต้องเดือดร้อนเป็นเวลานาน

หมู่สัตว์ที่ยังลบหลู่คุณท่าน

ถูกความเย่อหยิ่งกำจัดแล้ว ย่อมตกนรก

เหล่าปุถุชนที่ถูกความเย่อหยิ่งกำจัดแล้ว

เกิดในนรก ย่อมเศร้าโศกตลอดกาลนาน

บางครั้ง ภิกษุปฏิบัติชอบแล้ว

ชนะกิเลสได้ด้วยมรรค ไม่เศร้าโศกเลย

ยังกลับได้เกียรติคุณและความสุข

บัณฑิตทั้งหลายเรียกภิกษุผู้ปฏิบัติชอบเช่นนั้นว่าเป็นผู้เห็นธรรม

เพราะเหตุนั้น ภิกษุในพระศาสนานี้

ไม่ควรมีกิเลสเครื่องตรึงใจ ๕ อย่าง

ควรมีแต่ความเพียรชอบ ละนิวรณ์ได้แล้ว เป็นผู้บริสุทธิ์

ทั้งละความเย่อหยิ่งได้หมด สงบระงับแล้ว

ทำที่สุดแห่งทุกข์ได้ด้วยวิชชา ๑-

เปสลาติมัญญนาสูตรที่ ๓ จบ

๔. อานันทสูตร

ว่าด้วยพระอานนท์

[๒๑๒]

สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้นเวลาเช้า ท่านพระอานนท์ครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี มีท่านพระวังคีสะเป็นปัจฉาสมณะ สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะเกิดความไม่ยินดี ความกำหนัดรบกวนจิต

ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้กล่าวกับท่านพระอานนท์ด้วยคาถาว่า

ท่านผู้เป็นสาวกของพระโคดม

กระผมถูกกามราคะแผดเผา

จิตของกระผมเร่าร้อน

ดังกระผมจะขอโอกาส ขอท่านโปรดอนุเคราะห์

ช่วยบอกเหตุที่ดับราคะให้ด้วย

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า

จิตของท่านเร่าร้อน เพราะความสำคัญผิด

ท่านจงละทิ้งนิมิตว่างาม ซึ่งประกอบด้วยราคะ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดู ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๒๒๘-๑๒๓๑/๕๓๙-๕๔๐

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๒. อรติสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕วังคีสสังยุตต์พระสูตรถัดไป๔. อานันทสูตร