ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. วังคีสสังยุตต์
  8. /
  9. ๔. อานันทสูตร

๔. อานันทสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๗๓๕ · บรรทัด ๖๐๘๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๔. อานันทสูตร

ว่าด้วยพระอานนท์

[๒๑๒]

สมัยหนึ่ง ท่านพระอานนท์อยู่ ณ พระเชตวัน อารามของอนาถ- บิณฑิกเศรษฐี เขตกรุงสาวัตถี ครั้นเวลาเช้า ท่านพระอานนท์ครองอันตรวาสก ถือบาตรและจีวร เข้าไปบิณฑบาตยังกรุงสาวัตถี มีท่านพระวังคีสะเป็นปัจฉาสมณะ สมัยนั้น ท่านพระวังคีสะเกิดความไม่ยินดี ความกำหนัดรบกวนจิต

ครั้งนั้น ท่านพระวังคีสะได้กล่าวกับท่านพระอานนท์ด้วยคาถาว่า

ท่านผู้เป็นสาวกของพระโคดม

กระผมถูกกามราคะแผดเผา

จิตของกระผมเร่าร้อน

ดังกระผมจะขอโอกาส ขอท่านโปรดอนุเคราะห์

ช่วยบอกเหตุที่ดับราคะให้ด้วย

ท่านพระอานนท์กล่าวว่า

จิตของท่านเร่าร้อน เพราะความสำคัญผิด

ท่านจงละทิ้งนิมิตว่างาม ซึ่งประกอบด้วยราคะ

@เชิงอรรถ :

@๑ ดู ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๒๒๘-๑๒๓๑/๕๓๙-๕๔๐

ท่านจงดูสังขารทั้งหลาย โดยความเป็นของแปรผัน

โดยความเป็นทุกข์ และอย่าดูโดยความเป็นอัตตา

จงดับราคะแรงกล้า อย่าถูกราคะเผาผลาญบ่อยๆ เลย

ท่านจงอบรมจิต ให้มีอารมณ์เดียว

ให้ตั้งมั่นดี ด้วยการพิจารณาเห็นว่าไม่งาม

จงอบรมกายคตาสติ และจงเป็นผู้เบื่อหน่ายให้มาก

ท่านจงอบรมความไม่มีนิมิต และจงถอนมานานุสัย

จากนั้น ท่านจักเป็นผู้สงบ เที่ยวไป เพราะละมานะได้ ๑-

อานันทสูตรที่ ๔ จบ

๕. สุภาสิตสูตร

ว่าด้วยวาจาสุภาษิต

[๒๑๓]

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

สมัยนั้น พระผู้มีพระภาครับสั่งเรียกภิกษุทั้งหลายมาตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย” ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสเรื่องนี้ว่า

“ภิกษุทั้งหลาย วาจาประกอบด้วยองค์ ๔ เป็นสุภาษิต ไม่เป็นทุพภาษิต ไม่มี โทษ และวิญญูชนทั้งหลายไม่ติเตียน

วาจาประกอบด้วยองค์ ๔ อะไรบ้าง

คือ ภิกษุในธรรมวินัยนี้

๑. กล่าวแต่วาจาสุภาษิตอย่างเดียว ไม่กล่าววาจาทุพภาษิต

๒. กล่าวแต่วาจาที่เป็นธรรมอย่างเดียว ไม่กล่าววาจาที่ไม่เป็นธรรม

@เชิงอรรถ :

@๑ ดู ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๒๓๒-๑๒๓๕/๕๔๐

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๓. เปสลาติมัญญนาสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕วังคีสสังยุตต์พระสูตรถัดไป๕. สุภาษิตสูตร