ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. วนสังยุตต์
  8. /
  9. ๓. กัสสปโคตตสูตร

๓. กัสสปโคตตสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๗๖๖ · บรรทัด ๖๔๒๗

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถากัสสปโคตตสูตรที่ ๓

พึงทราบวินิจฉัยในกัสสปโคตตสูตรที่ ๓ ต่อไปนี้ :-

บทว่า เฉตํ คือ พรานล่าเนื้อคนหนึ่ง.

บทว่า โอวทิ ความว่า ได้ยินว่า พรานล่าเนื้อนั้นกินข้าวเช้าแล้วคิดว่า เราจักล่าเนื้อ จึงเข้าไปสู่ป่า เห็นละมั่งตัวหนึ่ง คิดว่า เราจักประหารมันด้วยหอก ติดตามไป หลีกไปไม่ไกลที่พระเถระนั่งในที่พักกลางวัน โดยนัยที่กล่าวแล้วในสูตรที่ ๑.

ลำดับนั้น พระเถระจึงกล่าวกะเขาว่า อุบาสก ขึ้นชื่อว่าปาณาติบาตนี้ เป็นไปเพื่ออบาย เป็นไปด้วยเหตุให้มีอายุสั้น เขาอาจจะทำการเลี้ยงเมียด้วยการงานอย่างอื่นมีการกสิกรรมและพาณิชยกรรมเป็นต้นก็ได้ ท่านอย่าทำกรรมหยาบช้าอย่างนี้เลย.

แม้เขาก็คิดว่า พระเถระผู้ถือผ้ามหาบังสุกุลพูด จึงเริ่มยืนฟังด้วยความเคารพ.

ลำดับนั้น พระเถระนั้นคิดว่า เราจักยังความใคร่ฟังให้เกิดแก่เขา จึงยังนิ้วหัวแม่มือให้ลุกโพลงขึ้น. เขาเห็นแม้ด้วยตา ได้ยินแม้ด้วยหู แต่จิตใจของเขาแล่นไปตามรอยเท้าเนื้ออย่างนี้ว่า เนื้อจักไปสู่ที่โน้น ลงท่าโน้น เราจักไปฆ่ามันในที่นั้น กินเนื้อตามต้องการแล้ว จักหาบเนื้อที่เหลือไปฝากลูกๆ.

บทว่า โอวทติ ดังนี้ ท่านกล่าวหมายถึงพระเถระผู้แสดงธรรมนั้นแก่พรานผู้ฟุ้งซ่านอย่างนี้.

บทว่า อชฺฌภาสิ ความว่า พระเถระนี้ยังการงานทั้งของตน ทั้งของพรานนั้นให้พินาศ เหมือนอย่างคนถากของคนอื่นที่ไม่ใช่ไม้ฟืน เหมือนอย่างคนหว่านข้าวในที่ไม่ใช่นา คิดว่าเราจักเตือนเขา จึงกล่าว.

บทว่า อปฺปปญฺญํ แปลว่า ไม่มีปัญญา.

บทว่า อเจตสํ ได้แก่ ปราศจากความคิดที่สามารถรู้เหตุการณ์.

บทว่า มนฺโทว แปลว่า เหมือนคนโง่เขลา.

บทว่า สุณาติ ได้แก่ ฟังธรรมกถาของท่าน.

บทว่า น วิชานาติ ได้แก่ ไม่รู้เนื้อความแห่งธรรมนั้น.

บทว่า อาโลเกติ ได้แก่ ยังนิ้วหัวแม่มือที่ลุกโพลงอยู่ด้วยฤทธิ์ของปุถุชนของท่านให้สว่าง.

บทว่า น ปสฺสติ ความว่า ย่อมไม่เห็นเหตุการณ์นี้ว่า ในที่นี้ไม่มีน้ำมัน ไม่มีไส้ ไม่มีตะเกียง แต่นิ้วหัวแม่มือนี้ลุกโพลงด้วยอานุภาพของพระเถระ.

บทว่า ทส ปชฺโชเต คือ ประทีป ๑๐ ดวงในนิ้วมือ ๑๐ นิ้ว.

บทว่า รูปานิ ได้แก่ รูปที่เป็นเหตุ.

บทว่า จกขุํ คือ ปัญญาจักษุ.

บทว่า สํเวคมาปาทิ ความว่า ท่านพระกัสสปโคตรคิดว่า จะมีประโยชน์อะไรแก่เรา กับพรานนี้ จึงประคองความเพียรดำเนินตามอรหัตมรรคที่เป็นธรรมวิเวก. จบอรรถกถากัสสปโคตตสูตรที่ ๓

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๕ ข้อ ๗๖๖ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๒. อุปัฏฐานสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕วนสังยุตต์พระสูตรถัดไป๔. สัมพหุลสูตร