ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สักกสังยุตต์
  10. /
  11. ทุติยวรรค
  12. /
  13. ๙. ทุติยสักกนมัสนสูตร

๙. ทุติยสักกนมัสนสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๙๓๓ · บรรทัด ๗๕๗๙

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๙. ทุติยสักกนมัสสนสูตร

ว่าด้วยการนอบน้อมของท้าวสักกะ สูตรที่ ๒

[๒๖๕]

เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี

“ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ท้าวสักกะจอมเทพรับสั่งกับมาตลีสังคาหก- เทพบุตรว่า ‘สหายมาตลี ท่านจงจัดเตรียมรถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เราจะไปยังพื้นที่อุทยานเพื่อชมภูมิภาคอันงดงาม’

มาตลีสังคาหกเทพบุตรทูลรับพระดำรัสแล้ว จัดเตรียมรถม้าซึ่งเทียมด้วย ม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว เสร็จแล้วกราบทูลแก่ท้าวสักกะจอมเทพว่า ‘ข้าแต่พระองค์ ผู้นิรทุกข์ รถซึ่งเทียมด้วยม้าอาชาไนย ๑,๐๐๐ ตัว สำหรับพระองค์ จัดเตรียมไว้ เสร็จแล้ว ขอพระองค์ทรงทราบกาลอันควรในบัดนี้เถิด’

ได้ทราบว่า ครั้งนั้น ท้าวสักกะจอมเทพขณะเสด็จลงจากเวชยันต์ปราสาท ทรงประนมมือนอบน้อมพระผู้มีพระภาคอยู่ ครั้งนั้น มาตลีสังคาหกเทพบุตรได้ทูล ถามท้าวสักกะจอมเทพด้วยคาถาว่า

ข้าแต่ท้าววาสวะ เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ย่อมนอบน้อมพระองค์เท่านั้น ข้าแต่ท้าวสักกะ

เมื่อเป็นเช่นนั้น พระองค์ทรงนอบน้อมท่านผู้ควรบูชาคนใด

ท่านผู้ควรบูชาคนนั้น คือใครเล่า

ท้าวสักกะตรัสตอบว่า

มาตลี พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์ใด

ในโลกนี้ พร้อมทั้งเทวโลก

เรานอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้าพระองค์นั้น

ผู้เป็นศาสดา ผู้มีพระนามไม่ต่ำต้อย

มาตลี บุคคลเหล่าใดกำจัดราคะ โทสะ

และอวิชชาได้แล้ว บุคคลเหล่านั้นสิ้นอาสวะแล้ว

เป็นพระอรหันต์ เรานอบน้อมบุคคลเหล่านั้น

มาตลี บุคคลเหล่าใดกำจัดราคะ โทสะ

ก้าวล่วงอวิชชาได้ แต่ยังเป็นพระเสขะอยู่

ยินดีในธรรมอันเป็นเครื่องปราศจากการสั่งสม

เป็นผู้ไม่ประมาท ตามศึกษาอยู่

เรานอบน้อมบุคคลเหล่านั้น

มาตลีสังคาหกเทพบุตรกราบทูลว่า

ข้าแต่ท้าวสักกะ ได้ยินว่า

พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด

บุคคลเหล่านั้นเป็นผู้ประเสริฐที่สุดในโลก

ข้าแต่ท้าววาสวะ พระองค์ทรงนอบน้อมบุคคลเหล่าใด

แม้ข้าพระองค์ก็ขอนอบน้อมบุคคลเหล่านั้นเหมือนกัน

ท้าวมฆวาสุชัมบดีเทวราช ผู้เป็นประมุข ครั้นตรัสดังนี้แล้ว ทรงนอบน้อมพระผู้มีพระภาค เสด็จขึ้นราชรถกลับไป”

ทุติยสักกนมัสสนสูตรที่ ๙ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๘. ปฐมสักกนมัสนสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕ทุติยวรรคพระสูตรถัดไป๑๐. ตติยสักกนมัสนสูตร