ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๕
  6. /
  7. …
  8. /
  9. เทวตาสังยุตต์
  10. /
  11. อาทิตตวรรค
  12. /
  13. ๑๐. ฆฏิกรสูตร

๑๐. ฆฏิกรสูตร

เล่มที่ ๑๕ · ข้อ ๑๕๒ · บรรทัด ๑๐๒๔

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๐. ฆฏิการสูตร

ว่าด้วยฆฏิการเทพบุตร

[๕๐]

ฆฏิการเทพบุตรกราบทูลว่า

ภิกษุ ๗ รูป ผู้บังเกิดในพรหมโลกชั้นอวิหา

เป็นผู้หลุดพ้น สิ้นราคะและโทสะแล้ว

ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ภิกษุเหล่านั้นคือใครบ้าง

ได้ข้ามพ้นเปือกตม คือบ่วงความตาย

ที่ใครๆ ข้ามได้แสนยาก

ละทิ้งกายมนุษย์ ๑- แล้วก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ ๒- ได้

ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า

ภิกษุ ๓ รูปเหล่านี้ คือ ท่านอุปกะ

ท่านผลคัณฑะ และท่านปุกกุสาติ

ภิกษุอีก ๔ รูป คือ ท่านภัททิยะ ท่านขัณฑเทวะ

@เชิงอรรถ :

@๑ กายมนุษย์ หมายถึงสังโยชน์เบื้องต่ำ ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๑/๕๐/๘๘)

@๒ โยคะอันเป็นทิพย์ ในที่นี้หมายถึงสังโยชน์เบื้องสูง ๕ ประการ (สํ.ส.อ. ๑/๕๐/๘๘)

ท่านพหุทันตี และท่านสิงคิยะ

ภิกษุเหล่านั้นละทิ้งกายมนุษย์แล้ว

ก้าวล่วงโยคะอันเป็นทิพย์ได้

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ท่านผู้ฉลาดมักกล่าวสรรเสริญภิกษุเหล่านั้น

ผู้ละบ่วงแห่งมารได้แล้ว

ภิกษุเหล่านั้นรู้ธรรมของใครเล่า

จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้

ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า

ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมของผู้ใด

จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้

ผู้นั้นมิใช่ใครอื่นนอกจากพระผู้มีพระภาค

(และ) นอกจากคำสั่งสอนของพระองค์

ท่านเหล่านั้นรู้ธรรมเป็นที่ดับไม่เหลือ

แห่งนามรูปแล้ว จึงตัดเครื่องผูกคือภพได้

พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า

ท่านกล่าววาจาลึกซึ้ง

ที่รู้ได้ยาก เข้าใจให้ดีได้ยาก

ท่านรู้ธรรมของใคร จึงกล่าววาจาเช่นนี้ได้

ฆฏิการเทพบุตรทูลตอบว่า

เมื่อก่อนข้าพระองค์เป็นช่างหม้อ

ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา

เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม

ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส

ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับพระองค์

ทั้งเคยเป็นสหายของพระองค์ในกาลก่อน

ข้าพระองค์รู้จักภิกษุ ๗ รูปเหล่านี้

ผู้หลุดพ้นแล้ว สิ้นราคะและโทสะแล้ว

ข้ามพ้นตัณหาที่ซ่านไปในโลกได้

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า

นายช่างหม้อ จริงอย่างที่ท่านพูดนั่นแหละ

เมื่อก่อนนั้นท่านเคยเป็นช่างหม้อ

ปั้นหม้ออยู่ในแคว้นเวภฬิงคะ เป็นผู้เลี้ยงดูมารดาและบิดา

เป็นอุบาสกของพระกัสสปพุทธเจ้า เว้นขาดจากเมถุนธรรม

ประพฤติพรหมจรรย์ ไม่มีอามิส

ได้เคยเป็นคนหมู่บ้านเดียวกันกับเรา

ทั้งเคยเป็นสหายของเราในกาลก่อน

พระสังคีติกาจารย์กล่าวว่า

สหายเก่าทั้งสอง ผู้เคยอบรมตนมาแล้ว

เหลือไว้แต่ร่างกายในชาติสุดท้าย

ได้มาพบกันด้วยอาการอย่างนี้ ๑-

ฆฏิการสูตรที่ ๑๐ จบ

อาทิตตวรรคที่ ๕ จบ

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อาทิตตสูตร ๒. กินททสูตร

๓. อันนสูตร ๔. เอกมูลสูตร

๕. อโนมิยสูตร ๖. อัจฉราสูตร

๗. วนโรปสูตร ๘. เชตวนสูตร

๙. มัจฉริสูตร ๑๐. ฆฏิการสูตร

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบคาถาข้อ ๑๐๕ หน้า ๑๑๔-๑๑๖ ในเล่มนี้

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๑๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๙. มัจฉริสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๕อาทิตตวรรคพระสูตรถัดไป๑. ชราสูตร