๑๐. อานันทสูตร
เล่มที่ ๑๗ · ข้อ ๓๖๔ · บรรทัด ๔๓๕๓
อ่านเนื้อความ
ตัวบทข้างล่างคัดมาจาก 84000.org ตามตำแหน่งที่ระบุไว้ข้างบน สลับฉบับได้จากปุ่ม ส่วนอรรถกถาและฉบับมหาจุฬาฯ อยู่ที่ต้นทาง
[๓๖๔] พระนครสาวัตถี. ครั้งนั้นแล ท่านพระอานนท์ เข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ ประทับ ฯลฯ ได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส ขอพระผู้มีพระภาคจงทรงแสดงธรรมแก่ข้าพระองค์โดยย่อ ซึ่งข้าพระองค์ได้ฟังแล้ว พึงเป็นผู้ๆ เดียวหลีกออกจากหมู่ ไม่ประมาท มีความเพียร มีใจเด็ดเดี่ยวอยู่เถิด. พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ดูกรอานนท์ เธอจะสำคัญความข้อนั้นเป็นไฉน รูปเที่ยงหรือไม่เที่ยง? อา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า? อา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอที่จะตาม เห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา? อา. ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า. พ. เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณ เที่ยงหรือไม่เที่ยง? อา. ไม่เที่ยง พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง สิ่งนั้นเป็นทุกข์หรือเป็นสุขเล่า? อา. เป็นทุกข์ พระเจ้าข้า. พ. ก็สิ่งใดไม่เที่ยง เป็นทุกข์ มีความแปรปรวนเป็นธรรมดา ควรหรือหนอที่จะตาม เห็นสิ่งนั้นว่า นั่นของเรา นั่นเป็นเรา นั่นเป็นตัวตนของเรา? อา. ไม่ควรเห็นอย่างนั้น พระเจ้าข้า.
[๓๖๕] พ. ดูกรอานนท์ เพราะเหตุนั้นแล รูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี อยู่ในที่ไกลก็ดี อยู่ในที่ใกล้ก็ดี รูปทั้งหมดนั้น เธอพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริง อย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา. เวทนา ... สัญญา ... สังขาร ... วิญญาณ อย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน เป็นภายในก็ดี ภายนอกก็ดี หยาบก็ดี ละเอียดก็ดี เลวก็ดี ประณีตก็ดี อยู่ในที่ไกลก็ดี อยู่ในที่ใกล้ก็ดี วิญญาณทั้งหมดนั้น เธอพึงเห็นด้วยปัญญาอันชอบตามความเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรา นั่นไม่ใช่ตัวตนของเรา. ดูกรอานนท์ อริยสาวกผู้ได้สดับแล้ว เห็นอยู่อย่างนี้ ย่อมเบื่อหน่ายแม้ในรูป แม้ในเวทนา แม้ในสัญญา แม้ในสังขาร แม้ในวิญญาณ เมื่อเบื่อหน่าย ย่อมคลายกำหนัด เพราะคลายกำหนัด จึงหลุดพ้น. เมื่อหลุดพ้นแล้ว ย่อมมีญาณ หยั่งรู้ว่า หลุดพ้นแล้ว รู้ชัดว่า ชาติสิ้นแล้ว พรหมจรรย์อยู่จบแล้ว กิจที่ควรทำทำเสร็จแล้ว กิจอื่นเพื่อ ความเป็นอย่างนี้มิได้มี. จบ สูตรที่ ๑๐. จบ ทิฏฐิวรรคที่ ๕. ------------------------------- รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ ๑. อัชฌัตติกสูตร ๖. สักกายทิฏฐิสูตร ๒. เอตังมมสูตร ๗. อัตตานุทิฏฐิสูตร ๓. เอโสอัตตาสูตร ๘. อภินิเวสสูตรที่ ๑ ๔. โมจเมสิยาสูตร ๙. อภินิเวสสูตรที่ ๒ ๕. มิจฉาทิฏฐิสูตร ๑๐. อานันทสูตร. จบ จุลปัณณาสก์. ------------------------------------ รวมวรรคที่มีในจุลปัณณาสก์นั้น คือ ๑. อันตวรรค ๔. กุกกุฬวรรค ๒. ธัมมกถิกวรรค ๕. ทิฏฐิวรรค ๓. อวิชชาวรรค รวม ๕ วรรค ตติยปัณณาสก์และนิบาตก็เรียกในขันธสังยุตนั้น รวมปัณณาสก์ที่มีในขันธสังยุต ๓ ปัณณาสก์. จบ ขันธสังยุต. --------------------- ๒. ราธสังยุต ปฐมวรรคที่ ๑ ๑. มารสูตร ว่าด้วยขันธมาร
ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๗ ข้อ ๓๖๔ หน้าที่ ๑๘๗ · ที่มา 84000.org
อรรถกถาของเล่มนี้ค้นได้ด้วย ⌘K แต่ไม่ได้พิมพ์ไว้ตรงนี้ เพราะสิ่งที่เก็บไว้เป็นอรรถกถาของทั้งเล่ม ไม่ใช่ของหัวข้อนี้โดยเฉพาะ — กดปุ่มอรรถกถาข้างล่างเพื่อไปยังจุดที่ตรงกับหัวข้อนี้ที่ 84000.org
หัวข้ออื่นในทิฏฐิวรรค
- ๑. อัชฌัตติกสูตรข้อ ๓๔๖ · บรรทัด ๔๑๐๓
- ๒. เอตังมมสูตรข้อ ๓๔๘ · บรรทัด ๔๑๓๐
- ๓. เอโสอัตตาสูตรข้อ ๓๕๐ · บรรทัด ๔๑๕๘
- ๔. โนจเมสิยาสูตรข้อ ๓๕๒ · บรรทัด ๔๑๙๐
- ๕. มิจฉาทิฏฐิสูตรข้อ ๓๕๔ · บรรทัด ๔๒๒๐
- ๖. สักกายทิฏฐิสูตรข้อ ๓๕๖ · บรรทัด ๔๒๔๖
- ๗. อัตตานุทิฏฐิสูตรข้อ ๓๕๘ · บรรทัด ๔๒๗๒
- ๘. อภินิเวสสูตร ที่ ๑ข้อ ๓๖๐ · บรรทัด ๔๒๙๘
- ๙. อภินิเวสสูตร ที่ ๒ข้อ ๓๖๒ · บรรทัด ๔๓๒๕