คำว่า ย่อมตั้งมั่น ได้แก่ ถูกตั้งไว้โดยชอบ คือเป็นเหมือนอัปปนาจิต.

คำว่า ย่อมเป็นผู้วางเฉยอย่างยิ่ง คือ ย่อมเป็นผู้วางเฉยอย่างยิ่งด้วยความวางเฉยอย่างยิ่งต่อธรรมที่เกิดร่วมด้วย.

สติในกายนั้นของภิกษุผู้กำหนดกายด้วยวิธี ๑๔ อย่างดังที่ว่ามานี้ ชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์ ญาณที่ประกอบกับสตินั้นเป็นธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ความเพียรที่เป็นไปในทางกายและทางจิตที่ประกอบกับธัมมวิจยสัมโพชฌงค์นั่นแหละ เป็นวิริยสัมโพชฌงค์ ปีติ ปัสสัทธิและจิตเตกัคคตา เป็นปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์และสมาธิสัมโพชฌงค์ อาการที่เป็นกลางๆ คือไม่หย่อนไม่ตึงเกินไปของโพชฌงค์ทั้ง ๖ นี้เป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์.

เหมือนอย่างว่า เมื่อพวกม้าวิ่งไปสม่ำเสมอ การทิ่มแทงว่าตัวนี้ชักช้า หรือการรั้งว่าตัวนี้วิ่งเร็วเกินไป ย่อมไม่มีแก่สารถี มีเพียงอาการตั้งอยู่ของม้าที่วิ่งอยู่อย่างนั้นอย่างเดียวฉันใดเทียว อาการที่เป็นกลางๆ คือไม่หย่อนไม่ตึงเกินไป ของโพชฌงค์ทั้ง ๖ นี้ ก็ชื่อว่าเป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ฉันนั้นแล.

เล่มที่ ๑๙ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค๑,๐๗๓

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

ที่มาและฉบับอื่นของ “อานันทสูตร ที่ ๑”