ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๑๙
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อานาปานสังยุตต์
  10. /
  11. ๒. ทุติยวรรค
  12. /
  13. อานันทสูตร ที่ ๑

อานันทสูตร ที่ ๑

เล่มที่ ๑๙ · ข้อ ๑๓๘๐ · บรรทัด ๘๐๑๐

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาปฐมอานันทสูตรที่ ๓

ปฐมอานันทสูตรที่ ๓.

คำว่า ย่อมค้นคว้า คือ ย่อมเลือกเฟ้นด้วยอำนาจแห่งความไม่เที่ยงเป็นต้น. อีก ๒ บทนอกนี้เป็นคำใช้แทนคำว่า ย่อมค้นคว้า นี้เอง.

คำว่า อันหาอามิสมิได้ คือ ไม่มีกิเลส ได้แก่ ทั้งกายทั้งจิตย่อมสงบรำงับด้วยความสงบรำงับความกระวนกระวายทางกายและทางใจ.

คำว่า ย่อมตั้งมั่น ได้แก่ ถูกตั้งไว้โดยชอบ คือเป็นเหมือนอัปปนาจิต.

คำว่า ย่อมเป็นผู้วางเฉยอย่างยิ่ง คือ ย่อมเป็นผู้วางเฉยอย่างยิ่งด้วยความวางเฉยอย่างยิ่งต่อธรรมที่เกิดร่วมด้วย.

สติในกายนั้นของภิกษุผู้กำหนดกายด้วยวิธี ๑๔ อย่างดังที่ว่ามานี้ ชื่อว่าสติสัมโพชฌงค์ ญาณที่ประกอบกับสตินั้นเป็นธัมมวิจยสัมโพชฌงค์ ความเพียรที่เป็นไปในทางกายและทางจิตที่ประกอบกับธัมมวิจยสัมโพชฌงค์นั่นแหละ เป็นวิริยสัมโพชฌงค์ ปีติ ปัสสัทธิและจิตเตกัคคตา เป็นปีติสัมโพชฌงค์ ปัสสัทธิสัมโพชฌงค์และสมาธิสัมโพชฌงค์ อาการที่เป็นกลางๆ คือไม่หย่อนไม่ตึงเกินไปของโพชฌงค์ทั้ง ๖ นี้เป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์.

เหมือนอย่างว่า เมื่อพวกม้าวิ่งไปสม่ำเสมอ การทิ่มแทงว่าตัวนี้ชักช้า หรือการรั้งว่าตัวนี้วิ่งเร็วเกินไป ย่อมไม่มีแก่สารถี มีเพียงอาการตั้งอยู่ของม้าที่วิ่งอยู่อย่างนั้นอย่างเดียวฉันใดเทียว อาการที่เป็นกลางๆ คือไม่หย่อนไม่ตึงเกินไป ของโพชฌงค์ทั้ง ๖ นี้ ก็ชื่อว่าเป็นอุเบกขาสัมโพชฌงค์ฉันนั้นแล.

ด้วยถ้อยคำเท่านี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าได้ตรัสอะไรไว้

ได้ตรัสชื่อว่า วิปัสสนา โพชฌงค์พร้อมทั้งลักษณะที่ประกอบด้วยขณะจิตเดียวไว้แล้ว.

คำเป็นต้นว่า อันอาศัยวิเวก มีใจความที่กล่าวไว้เสร็จแล้ว.

ถามว่า ก็ในสูตรนี้ ทรงแสดงสติกำหนดลมหายใจออกและหายใจเข้าสิบหกครั้ง เป็นแบบเจือกันไปอย่างไร.

ตอบว่า การตั้งสติ (สติปัฏฐาน) ที่มีลมหายใจออกและหายใจเข้าเป็นมูล เป็นส่วนเบื้องต้น ความระลึกถึงลมหายใจออกและหายใจเข้าซึ่งเป็นมูล เป็นส่วนเบื้องต้นของการตั้งสติเหล่านั้น การตั้งสติที่ยังโพชฌงค์ให้บริบูรณ์ก็เป็นส่วนเบื้องต้น แม้โพชฌงค์เหล่านั้นก็เป็นส่วนเบื้องต้น แต่โพชฌงค์ที่ทำให้ความรู้แจ้ง และความหลุดพ้นบริบูรณ์เป็นโลกุตระที่ให้เกิดขึ้นแล้ว ความรู้แจ้งและความหลุดพ้นเป็นสิ่งที่ประกอบกับอริยผล หรือความรู้แจ้งเป็นสิ่งที่ประกอบกับมรรคที่ ๔ ความหลุดพ้นเป็นสิ่งที่ประกอบกับผลด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาปฐมอานันทสูตรที่ ๓

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๑๙ ข้อ ๑๓๘๐ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้าโลมสกังภิยสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๑๙๒. ทุติยวรรคหัวข้อถัดไปอานันทสูตร ที่ ๒