สุขวรรค
เล่มที่ ๒๐ · ข้อ ๓๐๙ · บรรทัด ๒๐๘๘
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๒. สุขวรรค
หมวดว่าด้วยสุข
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขของคฤหัสถ์ ๒. สุขของบรรพชิต
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของบรรพชิตเป็นเลิศ (๑)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. กามสุข ๑- ๒. เนกขัมมสุข ๒-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ เนกขัมมสุขเป็นเลิศ (๒)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่มีอุปธิ ๓- ๒. สุขที่ไม่มีอุปธิ ๔-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีอุปธิเป็นเลิศ (๓)
@เชิงอรรถ :
@๑ กามสุข หมายถึงสุขที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยกามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และโผฏฐัพพะที่น่าพอใจ
@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๖/๖๐)
@๒ เนกขัมมสุข หมายถึงสุขที่เกิดขึ้นเพราะอาศัยบรรพชา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๖/๖๐)
@๓ สุขที่มีอุปธิ หมายถึงสุขเจือกิเลสที่เป็นไปในภูมิ ๓ (กามาวจร, รูปาวจร, อรูปาวจร) เป็นสุขระดับโลกิยะ
@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๗/๖๐)
@๔ สุขที่ไม่มีอุปธิ หมายถึงสุขไม่เจือกิเลส เป็นสุขระดับโลกุตตระ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๗/๖๐)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่มีอาสวะ ๑- ๒. สุขที่ไม่มีอาสวะ ๒-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีอาสวะเป็นเลิศ (๔)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่อิงอามิส ๓- ๒. สุขที่ไม่อิงอามิส ๔-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่อิงอามิสเป็นเลิศ (๕)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขของพระอริยะ ๕- ๒. สุขของผู้ไม่ใช่พระอริยะ ๖-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขของพระอริยะเป็นเลิศ (๖)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขทางกาย ๒. สุขทางใจ
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อยางนี้ สุขทางใจเป็นเลิศ (๗)
@เชิงอรรถ :
@๑ สุขที่มีอาสวะ หมายถึงสุขที่นับเนื่องในวัฏฏะที่เป็นปัจจัยแก่อาสวะ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๘/๖๐)
@๒ สุขที่ไม่มีอาสวะ หมายถึงสุขที่มีนิพพานเป็นอารมณ์ที่ไม่เป็นปัจจัยแก่อาสวะ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๘/๖๐)
@๓ สุขที่อิงอามิส หมายถึงสุขอาศัยเหยื่อล่อ เป็นสุขที่ทำให้ใจเศร้าหมอง ทำให้สัตว์อยู่ในวงจรแห่งวัฏฏะ
@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๙/๖๑)
@๔ สุขที่ไม่อิงอามิส หมายถึงสุขที่ไม่ต้องอาศัยเหยื่อล่อ เป็นสุขที่ไม่ทำใจให้เศร้าหมองพ้นจากวงจรแห่ง
@วัฏฏะ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๖๙/๖๑)
@๕ สุขของพระอริยะ หมายถึงสุขที่ไม่ใช่ของปุถุชน เป็นสุขของพระอริยบุคคล ๘ จำพวก
@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๐/๖๑)
@๖ สุขของผู้ไม่ใช่พระอริยะ หมายถึงสุขของปุถุชน ไม่ใช่สุขของพระอริยบุคคล (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๐/๖๑)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่มีปีติ ๑- ๒. สุขที่ไม่มีปีติ ๒-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่ไม่มีปีติเป็นเลิศ (๘)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่เกิดจากความยินดี ๓- ๒. สุขที่เกิดจากอุเบกขา ๔-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่เกิดจากอุเบกขาเป็นเลิศ (๙)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สมาธิสุข ๕- ๒. อสมาธิสุข ๖-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สมาธิสุขเป็นเลิศ (๑๐)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่เกิดจากฌานมีปีติเป็นอารมณ์ ๗-
๒. สุขที่เกิดจากฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์ ๘-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่เกิดจากฌานไม่มีปีติเป็น อารมณ์เป็นเลิศ (๑๑)
@เชิงอรรถ :
@๑ สุขที่มีปีติ หมายถึงสุขในปฐมฌานและทุติยฌาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๒/๖๑)
@๒ สุขที่ไม่มีปีติ หมายถึงสุขในตติยฌานและจตุตถฌาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๒/๖๑)
@๓ สุขที่เกิดจากความยินดี หมายถึงสุขในฌาน ๓ (ปฐมฌาน, ทุติยฌาน, ตติยฌาน) (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓/๖๑)
@๔ สุขที่เกิดจากอุเบกขา หมายถึงสุขในจตุตถฌาน (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓/๖๑)
@๕ สมาธิสุข หมายถึงสุขที่ถึงขั้นอัปปนาสมาธิ หรืออุปจารสมาธิ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๔/๖๑)
@๖ อสมาธิสุข หมายถึงสุขที่ยังไม่ถึงขั้นอัปปนาสมาธิหรืออุปจารสมาธิ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๔/๖๑)
@๗ สุขที่เกิดจากฌานมีปีติเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌาน ๒ มีปีติเป็นอารมณ์
@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๕/๖๑)
@๘ สุขที่เกิดจากฌานไม่มีปีติเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌาน ๒ ไม่มีปีติเป็นอารมณ์
@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๕/๖๑)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่เกิดจากฌานมีความยินดีเป็นอารมณ์ ๑-
๒. สุขที่เกิดจากฌานมีอุเบกขาเป็นอารมณ์ ๒-
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่เกิดจากฌานมีอุเบกขาเป็น อารมณ์เป็นเลิศ (๑๒)
สุข ๒ อย่างนี้
สุข ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุขที่มีรูปฌานเป็นอารมณ์
๒. สุขที่มีอรูปฌานเป็นอารมณ์
สุข ๒ อย่างนี้แล บรรดาสุข ๒ อย่างนี้ สุขที่มีอรูปฌานเป็นอารมณ์เป็นเลิศ (๑๓)
สุขวรรคที่ ๒ จบ
๓. สนิมิตตวรรค
หมวดว่าด้วยเหตุแห่งบาปอกุศล
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ธรรมที่เป็นบาปอกุศล มีนิมิต ๓- จึงเกิดขึ้น ไม่มีนิมิต ไม่เกิดขึ้น เพราะละนิมิตนั้นเสียได้อย่างนี้ ธรรม ที่เป็นบาปอกุศลเหล่านั้นจึงไม่มี (๑)
@เชิงอรรถ :
@๑ สุขที่เกิดจากฌานมีความยินดีเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌาน ๓ (ปฐมฌาน,
@ทุติยฌาน, ตติยฌาน) มีความยินดีเป็นอารมณ์ (เทียบ องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓-๗๕/๖๑)
@๒ สุขที่เกิดจากฌานมีอุเบกขาเป็นอารมณ์ หมายถึงสุขที่เกิดแก่ผู้พิจารณาฌานที่ ๔ มีอุเบกขาเป็น
@อารมณ์ (เทียบ องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๓-๗๕/๖๑)
@๓ นิมิต หมายถึงเหตุ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๗๘-๗๙/๖๒)
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๐ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที