ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๐
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ทุกนิบาต
  10. /
  11. ทุติยปัณณาสก์
  12. /
  13. พาลวรรค

พาลวรรค

เล่มที่ ๒๐ · ข้อ ๓๔๓ · บรรทัด ๒๑๙๑

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๕. พาลวรรค

หมวดว่าด้วยคนพาลและบัณฑิต

[๙๙]

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย คนพาล ๒ จำพวกนี้

คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่ทำหน้าที่ซึ่งยังมาไม่ถึง ๒. คนที่ไม่ทำหน้าที่ซึ่งมาถึงแล้ว

คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๑)

@เชิงอรรถ :

@๑ ธาตุ หมายถึงสิ่งที่ทรงสภาวะของตนอยู่เองตามที่เหตุปัจจัยปรุงแต่งขึ้น ไม่มีผู้สร้างผู้บันดาล มี ๑๘ คือ

@จักขุธาตุ รูปธาตุ จักขุวิญญาณธาตุ โสตธาตุ สัททธาตุ โสตวิญญาณธาตุ ฆานธาตุ คันธธาตุ

@ฆานวิญญาณธาตุ ชิวหาธาตุ รสธาตุ ชิวหาวิญญาณธาตุ กายธาตุ โผฏฐัพพธาตุ กายวิญญาณธาตุ

@มโนธาตุ ธรรมธาตุ มโนวิญญาณธาตุ (อภิ.วิ. ๓๕/๑๘๔/๑๐๒, วิสุทฺธิ. ๓/๖๕)

@๒ อาบัติ ในที่นี้หมายถึงกองอาบัติ ๕ ที่มาในมาติกา คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ

@และกองอาบัติ ๗ ที่มาในวิภังค์ คือ ปาราชิก สังฆาทิเสส ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต

@(องฺ.ทุก.อ. ๒/๙๘/๖๓, วิ.อ. ๓/๒๗๑/๔๓๕)

@๓ ฉลาดในการออกจากอาบัติ หมายถึงการรู้วิธีออกจากอาบัติ ๒ วิธี คือ (๑) เทสนาวิธี ได้แก่ วิธีแสดง

@อาบัติหรือปลงอาบัติ (ได้แก่ อาบัติถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต) (๒) กัมมวาจาวิธี

@หรือ วุฏฐานวิธี ได้แก่ วิธีปฏิบัติสำหรับผู้จะเปลื้องตนออกจากอาบัติสังฆาทิเสส มี ๔ อย่าง คือ ปริวาส

@มานัต อัพภาน และปฏิกัสสนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๙๘/๖๓)

[๑๐๐]

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้

บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่ไม่ทำหน้าที่ซึ่งยังมาไม่ถึง ๒. คนที่ทำหน้าที่ซึ่งมาถึงแล้ว

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๒)

[๑๐๑]

คนพาล ๒ จำพวกนี้

คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร

คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๓)

[๑๐๒]

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้

บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๔)

[๑๐๓]

คนพาล ๒ จำพวกนี้

คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ

คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๕)

[๑๐๔]

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้

บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ

๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๖)

[๑๐๕]

คนพาล ๒ จำพวกนี้

คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม

คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๗)

[๑๐๖]

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้

บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๘)

[๑๐๗]

คนพาล ๒ จำพวกนี้

คนพาล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย

คนพาล ๒ จำพวกนี้แล (๙)

[๑๐๘]

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้

บัณฑิต ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย

๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย

บัณฑิต ๒ จำพวกนี้แล (๑๐)

[๑๐๙]

อาสวะ ๑- ย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๒. คนที่ไม่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๑)

@เชิงอรรถ :

@๑ อาสวะ หมายถึงกิเลสทั้งหลาย (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๐๙/๖๔)

[๑๑๐]

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่ไม่รังเกียจสิ่งที่ไม่น่ารังเกียจ ๒. คนที่รังเกียจสิ่งที่น่ารังเกียจ

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๒)

[๑๑๑]

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ควร

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๓)

[๑๑๒]

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าไม่ควรในของที่ไม่ควร ๒. คนที่เข้าใจว่าควรในของที่ควร

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๔)

[๑๑๓]

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ

๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๕)

[๑๑๔]

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นอาบัติในข้อที่เป็นอาบัติ

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นอาบัติในข้อที่ไม่เป็นอาบัติ

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๖)

[๑๑๕]

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๗)

[๑๑๖]

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นธรรมในข้อที่เป็นธรรม

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นธรรมในข้อที่ไม่เป็นธรรม

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๘)

[๑๑๗]

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย

๒. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย

อาสวะย่อมเจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๑๙)

[๑๑๘]

อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวก

คน ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ

๑. คนที่เข้าใจว่าไม่เป็นวินัยในข้อที่ไม่เป็นวินัย

๒. คนที่เข้าใจว่าเป็นวินัยในข้อที่เป็นวินัย

ภิกษุทั้งหลาย อาสวะย่อมไม่เจริญแก่คน ๒ จำพวกนี้แล (๒๐)

พาลวรรคที่ ๕ จบ

ทุติยปัณณาสก์ จบบริบูรณ์

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๐ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้าธรรมวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๐ทุติยปัณณาสก์หัวข้อถัดไปอาสาวรรค