อาสาวรรค
เล่มที่ ๒๐ · ข้อ ๓๖๓ · บรรทัด ๒๒๕๙
คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org
ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
๓. ตติยปัณณาสก์
๑. อาสาทุปปชหวรรค
หมวดว่าด้วยความหวังที่ละได้ยาก
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ความหวัง ๒ อย่างนี้ละได้ยาก
ความหวัง ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ความหวังในลาภ ๒. ความหวังในชีวิต
ความหวัง ๒ อย่างนี้แล ละได้ยาก (๑)
บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. บุพพการี (ผู้ทำอุปการะก่อน)
๒. กตัญญูกตเวที (ผู้รู้อุปการะที่เขาทำแล้วและตอบแทน)
บุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก (๒)
บุคคล ๒ จำพวกนี้หาได้ยากในโลก
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. คนที่อิ่มเอง ๑- ๒. คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม ๒-
บุคคล ๒ จำพวกนี้แลหาได้ยากในโลก (๓)
บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ยาก
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. คนที่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง ๒. คนที่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง
บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ยาก (๔)
@เชิงอรรถ :
@๑ คนที่อิ่มเอง หมายถึงพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระสาวกของพุทธเจ้า
@และพระขีณาสพ (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๑/๖๕)
@๒ คนที่ให้ผู้อื่นอิ่ม หมายถึงพระตถาคตอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๑/๖๕)
บุคคล ๒ จำพวกนี้ให้อิ่มได้ง่าย
บุคคล ๒ จำพวกไหนบ้าง คือ
๑. คนที่ไม่สะสมสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง ๒. คนที่ไม่สละสิ่งที่ได้มาทุกครั้ง
บุคคล ๒ จำพวกนี้แลให้อิ่มได้ง่าย (๕)
ปัจจัยให้เกิดราคะ ๒ อย่างนี้
ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. สุภนิมิต ๑- (นิมิตงาม)
๒. อโยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยไม่แยบคาย)
ปัจจัยให้เกิดราคะ ๒ อย่างนี้แล (๖)
ปัจจัยให้เกิดโทสะ ๒ อย่างนี้
ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ปฏิฆนิมิต ๒- (นิมิตให้ขัดเคือง) ๒. อโยนิโสมนสิการ
ปัจจัยให้เกิดโทสะ ๒ อย่างนี้แล (๗)
ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้
ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ปรโตโฆสะ ๓- (เสียงจากผู้อื่น) ๒. อโยนิโสมนสิการ
ปัจจัยให้เกิดมิจฉาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แล (๘)
ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้
ปัจจัย ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. ปรโตโฆสะ ๔- ๒. โยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยแยบคาย)
ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ ๒ อย่างนี้แล (๙)
@เชิงอรรถ :
@๑ สุภนิมิต หมายถึงอิฏฐารมณ์ คืออารมณ์ที่น่าปรารถนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๔/๖๖)
@๒ ปฏิฆนิมิต หมายถึงอนิฏฐนิมิต คืออารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๕/๖๖)
@๓ ปรโตโฆสะ ในที่นี้หมายถึงการฟังอสัทธรรมจากผู้อื่น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๖/๖๖)
@๔ ปรโตโฆสะ ในที่นี้หมายถึงการฟังพระสัทธรรมจากผู้อื่น (องฺ.ทุก.อ. ๒/๑๒๗/๖๖)
อาบัติ ๒ อย่างนี้
อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อาบัติเบา ๒. อาบัติหนัก ๑-
อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๐)
อาบัติ ๒ อย่างนี้
อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อาบัติชั่วหยาบ ๒. อาบัติไม่ชั่วหยาบ ๒-
อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๑)
อาบัติ ๒ อย่างนี้
อาบัติ ๒ อย่าง อะไรบ้าง คือ
๑. อาบัติที่มีส่วนเหลือ ๓- ๒. อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ ๔-
ภิกษุทั้งหลาย อาบัติ ๒ อย่างนี้แล (๑๒)
อาสาทุปปชหวรรคที่ ๑ จบ
๒. อายาจนวรรค
หมวดว่าด้วยความปรารถนา
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า ภิกษุทั้งหลาย ภิกษุผู้มีศรัทธา เมื่อ ปรารถนาโดยชอบพึงปรารถนาอย่างนี้ว่า “ขอให้เราเป็นเช่นกับพระสารีบุตรและพระ โมคคัลลานะเถิด” สารีบุตรและโมคคัลลานะนี้เป็นบรรทัดฐาน เป็นมาตรฐานของ ภิกษุสาวกของเรา (๑)
@เชิงอรรถ :
@๑ อาบัติหนัก คือปาราชิก และสังฆาทิเสส อาบัติเบา คือถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต
@๒ อาบัติชั่วหยาบ คือปาราชิกและสังฆาทิเสส อาบัติไม่ชั่วหยาบ คืออาบัติ ๕ อย่างที่เหลือ
@๓ อาบัติที่มีส่วนเหลือ หมายถึงอาบัติที่เป็นสเตกิจฉา (อาบัติที่ยังพอเยียวยาหรือแก้ไขได้) คือสังฆาทิเสส
@ถุลลัจจัย ปาจิตตีย์ ปาฏิเทสนียะ ทุกกฏ ทุพภาสิต
@๔ อาบัติที่ไม่มีส่วนเหลือ หมายถึงอเตกิจฉา (อาบัติที่เยียวยาไม่ได้หรือแก้ไขไม่ได้) คือปาราชิก
ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๐ จาก 84000.org
รายงานข้อผิดพลาดภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที