@๖ สี. สหวฺยตํ ๗ ฉ.ม. สาทุรสเมว ๘ ฉ.ม.,อิ. หรเต

@๙ สํ.ส. ๑๕/๒๕๖/๒๗๓ สมุทฺทกสุตฺต

ตสฺมา "อฏฺฐานเมตํ ภิกฺขเว อนวกาโส ยํ กายทุจฺจริตสฺสา"ติอาทิ วุตฺตํ. ๑-

[๒๙๐-๒๙๕] กายทุจฺจริตสมงฺคีติอาทีสุ สมงฺคีติ ปญฺจวิธสมงฺคิตา อายูหนสมงฺคิตา เจตนาสมงฺคิตา กมฺมสมงฺคิตา วิปากสมงฺคิตา อุปฏฺฐานสมงฺคิตาติ. ตตฺถ กุสลากุสลกมฺมายูหนกฺขเณ อายูหนสมงฺคิตาติ วุจฺจติ. ตถา เจตนาสมงฺคิตา. ๒- ยาว ปน สตฺตา อรหตฺตํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สพฺเพปิ สตฺตา ปุพฺเพ อุปจิตเจตนาย สมงฺคิตาย เจตนาสมงฺคิโนติ วุจฺจนฺติ. เอสา เจตนาสมงฺคิตา. ๒- ยาว สตฺตา ๓- อรหตฺตํ น ปาปุณนฺติ, ตาว สพฺเพปิ สตฺตา ปุพฺเพ อุปจิตวิปาการหํ กมฺมํ สนฺธาย "กมฺมสมงฺคิโน"ติ วุจฺจนฺติ. เอสา กมฺมสมงฺคิตา. วิปากสมงฺคิตา วิปากกฺขเณเยว เวทิตพฺพา. ยาว จ ๔- น สตฺตา อรหตฺตํ ปาปุณนฺติ, ตาว เตสํ ตโต จวิตฺวา นิรเย ตาว อุปฺปชฺชมานานํ อคฺคิชาลโลหกุมฺภิอาทีหิ อุปฏฺฐานากาเรหิ นิรโย, คพฺภเสยฺยกตฺตํ อาปชฺชมานานํ มาตุกุจฺฉิ, เทเวสุ อุปฺปชฺชมานานํ กปฺปรุกฺขวิมานาทีหิ อุปฏฺฐานากาเรหิ เทวโลโกติ เอวํ อุปฺปตฺตินิมิตฺตํ ๕- อุปฏฺฐาติ. อิติ เนสํ อิมินาอุปฺปตฺตินิมิตฺตุปฏฺฐาเนน อปริมุตฺตกา ๖- อุปฏฺฐานสมงฺคิตา นาม. สา จลติ, เสสา นิจฺจลา. นิรเย หิ อุปฏฺฐิเตปิ เทวโลโก อุปฏฺฐาติ, เทวโลเก อุปฏฺฐิเตปิ นิรโย อุปฏฺฐาติ, มนุสฺสโลเก อุปฏฺฐิเตปิ ติรจฺฉานโยนิ อุปฏฺฐาติ, ติรจฺฉานโยนิยา จ อุปฏฺฐิตายปิ มนุสฺสโลโก อุปฏฺฐาติเยว.

เล่มที่ ๒๐ อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต๖๕๑

ที่มาและฉบับอื่นของ “วรรคที่ ๒”