ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๑
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ทุติยปัณณาสก์
  10. /
  11. ๒. ปัตตกรรมวรรค
  12. /
  13. รูปสูตร

รูปสูตร

เล่มที่ ๒๑ · ข้อ ๖๕ · บรรทัด ๑๙๐๘

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถารูปสูตรที่ ๕

พึงทราบวินิจฉัยในรูปสูตรที่ ๕ ดังต่อไปนี้ :-

บุคคลถือประมาณในรูปแล้วเลื่อมใส ชื่อรูปัปปมาณ.

บทว่า รูปปฺปสนฺโน เป็นไวพจน์ความของบท รูปปฺปมาโณ นั้น.

บุคคลถือประมาณในเสียงกึกก้องแล้วเลื่อมใส ชื่อโฆสัปปมาณ. บุคคลถือประมาณในความปรากฏของจีวรและบาตรแล้วเลื่อมใส ชื่อลูขัปปมาณ. บุคคลถือประมาณในธรรมแล้ว เลื่อมใส ชื่อธัมมัปปมาณ.

บทนอกจากนี้ เป็นไวพจน์ความของบทเหล่านั้นนั่นแล

เพราะแบ่งสรรพสัตว์ออกเป็นสามส่วน สองส่วนถือรูปเป็นประมาณ ส่วนหนึ่งไม่ถือรูปเป็นประมาณ. เพราะแบ่งสรรพสัตว์ออกเป็นห้าส่วน สี่ส่วนถือเสียงกึกก้องเป็นประมาณ ส่วนหนึ่งไม่ถือเสียงกึกก้องเป็นประมาณ. เพราะแบ่งสรรพสัตว์ออกเป็น ๑๐ ส่วน เก้าส่วนถือความปอนเป็นประมาณ ส่วนหนึ่งไม่ถือความปอนเป็นประมาณ. แต่เมื่อแบ่งสรรพสัตว์ออกเป็นแสนส่วน ส่วนเดียวเท่านั้นถือธรรมเป็นประมาณ ที่เหลือพึงทราบว่าไม่ถือธรรมเป็นประมาณดังนี้.

บทว่า รูเปน ปามึสุ ความว่า บุคคลเหล่าใดเห็นรูปแล้วเลื่อมใสบุคคลเหล่านั้น ชื่อว่าถือรูปเป็นประมาณ. อธิบายว่า นับถือแล้ว.

บทว่า โฆเสน อนฺวคู ความว่า บุคคลเหล่าใดไหลไปตามเสียงกึกก้อง. อธิบายว่า บุคคลเหล่านั้นถือเสียงกึกก้องเป็นประมาณแล้วจึงเลื่อมใส.

บทว่า ฉนฺทราควสูเปตา ได้แก่ ตกอยู่ในอำนาจความพอใจ และรักใคร่เสียแล้ว.

บทว่า อชฺฌตฺตญฺจ น ชานาติ ความว่า คนโง่ย่อมไม่รู้จักคุณข้างในของเขา.

บทว่า พหิทฺธา จ น ปสฺสติ ความว่า ย่อมไม่เห็นข้อปฏิบัติข้างนอกของเขา.

บทว่า สมนฺตาวรโณ ได้แก่ ถูกเสียงปิดบังเสียจนรอบ. อีกอย่างหนึ่ง ชื่อว่าสมันตาวรณะ เพราะเสียงกั้นไว้รอบ.

บทว่า โฆเสน วุยฺหติ ความว่า คนโง่นั้นจึงถูกเสียงกึกก้องชักนำไป หาใช่ถูกคุณนำไปไม่.

บทว่า อชฺฌตฺตญฺจ น ชานาติ พหิทฺธา จ วิปสฺสติ ความว่า บุคคลไม่รู้คุณข้างใน แต่เห็นการปฏิบัติข้างนอกของเขา.

บทว่า พหิทฺธา ผลทสฺสาวี ความว่า เห็นผลสักการะข้างนอกที่บุคคลอื่นทำแก่เขา.

บทว่า วินีวรณทสฺสาวี ความว่า เห็นอย่างไม่มีอะไรปิดบัง.

บทว่า น โส โฆเสน วุยฺหติ ความว่า บุคคลนั้นจึงไม่ถูกเสียงกึกก้องชักนำไป. จบอรรถกถารูปสูตรที่ ๕

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๑ ข้อ ๖๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้านิรยสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๑๒. ปัตตกรรมวรรคพระสูตรถัดไปสราคสูตร