ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๒
  6. /
  7. …
  8. /
  9. ปัญจกนิบาต
  10. /
  11. ทุติยปัณณาสก์
  12. /
  13. ๑. นิวรณวรรค
  14. /
  15. ๗. ฐานสูตร

๗. ฐานสูตร

เล่มที่ ๒๒ · ข้อ ๕๗ · บรรทัด ๑๖๔๙

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาฐานสูตรที่ ๗

พึงทราบวินิจฉัยในฐานสูตรที่ ๗ ดังต่อไปนี้ :-

บทว่า ชราธมฺโมมฺหิ แปลว่า เราเป็นผู้มีความแก่เป็นสภาพ.

บทว่า ชรํ อนตีโต ความว่า เราไม่ล่วงพ้นความแก่ไปได้ ย่อมเที่ยวไปในภายในความแก่นั่นเอง.

แม้ในบททั้งหลายที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.

ในบททั้งหลายว่า กมฺมสฺสโก เป็นต้น กรรมเป็นของเราคือเป็นของมีอยู่ของตน เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่ามีกรรมเป็นของตน.

บทว่า กมฺมทายาโท แปลว่า เราเป็นทายาทของกรรม. อธิบายว่า กรรมเป็นมรดก คือเป็นสมบัติของเรา กรรมเป็นกำเนิดคือเป็นเหตุเกิดของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่ามีกรรมเป็นกำเนิด. กรรมเป็นเผ่าพันธุ์ของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่ามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์. อธิบายว่ามีกรรมเป็นญาติ. กรรมเป็นที่อาศัย คือเป็นที่พึ่งของเรา เพราะฉะนั้น เราจึงชื่อว่ามีกรรมที่อาศัย.

บทว่า ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามิ แปลว่า เราเป็นทายาทของกรรมนั้น. อธิบายว่า เราจักเป็นผู้รับผลที่กรรมนั้นให้.

บทว่า โยพฺพนมโท ได้แก่ ความเมาเกิดขึ้น ปรารภความเป็นหนุ่มสาว.

แม้ในบททั้งหลายที่เหลือก็นัยนี้เหมือนกัน.

บทว่า มคฺโค สญฺชายติ ได้แก่ โลกุตตรมรรคย่อมเกิดขึ้นพร้อม.

บทว่า สํโยชนานิ ปหียนฺติ ความว่า สัญโญชน์ ๑๐ ประการ เธอย่อมละได้โดยประการทั้งปวง.

บทว่า อนุสยา พยนฺตี โหนฺติ ความว่า อนุสัย ๗ ประการสิ้นสุดแล้ว คือมีทางรอบๆ ตัดขาดแล้ว.

ในสูตรนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสวิปัสสนาในฐานะทั้ง ๕ ในหนหลังไว้แล้ว ด้วยประการฉะนี้ ตรัสโลกุตรมรรคในฐานะทั้ง ๕ เหล่านี้.

บัดนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้า เมื่อจะทรงสรุปด้วยคาถาทั้งหลาย จึงตรัสว่า พฺยาธิธมฺมา เป็นต้น.

บรรดาบทเหล่านั้น บทว่า ญฺตวา ธมฺมํ นิรูปธึ ความว่า รู้ธรรมคือพระอรหัตที่ปราศจากอุปธิแล้ว.

บทว่า สพฺเพ มเท อภิโภสฺมิ ความว่า เราครอบงำความเมาแม้ทั้ง ๓ อย่างเหล่านี้ได้ทั้งหมด. อธิบายว่า เราก้าวล่วงเสียแล้วดำรงอยู่.

บทว่า เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต ความว่า เห็นการบรรพชาโดยความเป็นของเกษม.

บทว่า ตสฺส เม อหุ อุสฺสาโห นิพฺพานํ อภิปสฺสโต ความว่า สำหรับเราผู้เห็นชัดซึ่งพระนิพพาน อยู่ได้มีความพยายามแล้ว.

บทว่า อนิวตฺติ ภวิสฺสามิ ความว่า เราจักเป็นผู้ไม่กลับไปจากการบรรพชา จักไม่กลับไปจากการอยู่ประพฤติพรหมจรรย์ จักไม่กลับไปจากพระสัพพัญญุตญาณ.

บทว่า พฺรหฺมจริยปรายโน คือ จักเป็นผู้มีมรรคพรหมจรรย์เป็นเบื้องหน้า.

ด้วยบทนี้ พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสถึงมรรคมีองค์ ๘ อันเป็นโลกุตระไว้ ด้วยประการฉะนี้. จบอรรถกถาฐานสูตรที่ ๗

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๒ ข้อ ๕๗ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้า๖. อุปัชฌายสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๒๑. นิวรณวรรคพระสูตรถัดไป๘. กุมารลิจฉวีสูตร