ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. อัฏฐกนิบาต
  10. /
  11. วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
  12. /
  13. ๔. สติวรรค
  14. /
  15. มูลสูตร

มูลสูตร

เล่มที่ ๒๓ · ข้อ ๑๘๙ · บรรทัด ๗๑๙๘

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๓. มูลกสูตร

ว่าด้วยมูลเหตุแห่งธรรมทั้งปวง ๑-

[๘๓]

ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอัญเดียรถีย์ปริพาชกถามอย่างนี้ว่า

๑. ธรรมทั้งปวง ๒- มีอะไรเป็นมูลเหตุ

๒. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแดนเกิด

๓. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นเหตุเกิด

๔. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่ประชุม

@เชิงอรรถ :

@๑ องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๕๘/๑๒๕

@๒ ธรรมทั้งปวง ในที่นี้หมายถึงขันธ์ ๕ (องฺ.อฏฺฐก.อ. ๓/๘๓/๒๘๑)

๕. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นประมุข

๖. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่

๗. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นยิ่ง

๘. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแก่น

เธอทั้งหลายถูกถามแล้วอย่างนี้ จะพึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชกเหล่านั้นอย่างไร

ภิกษุเหล่านั้นกราบทูลว่า “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ธรรมของข้าพระองค์ ทั้งหลายมีพระผู้มีพระภาคเป็นหลัก มีพระผู้มีพระภาคเป็นผู้นำ มีพระผู้มีพระภาค เป็นที่พึ่ง ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานวโรกาส เฉพาะพระผู้มีพระภาคเท่านั้น ที่จะทรงอธิบายเนื้อความแห่งภาษิตนั้นให้แจ่มแจ้งได้ ภิกษุทั้งหลายฟังต่อจาก พระผู้มีพระภาคแล้วจักทรงจำไว้”

พระผู้มีพระภาคตรัสว่า “ภิกษุทั้งหลาย ถ้าเช่นนั้น เธอทั้งหลายจงฟัง จงใส่ใจ ให้ดี เราจักกล่าว”

ภิกษุเหล่านั้นทูลรับสนองพระดำรัสแล้ว พระผู้มีพระภาคจึงได้ตรัสดังนี้ว่า

“ภิกษุทั้งหลาย ถ้าอัญเดียรถีย์ปริพาชกถามอย่างนี้ว่า

๑. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นมูล

๒. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแดนเกิด

๓. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นเหตุเกิด

๔. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นที่ประชุม

๕. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นประมุข

๖. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นใหญ่

๗. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นยิ่ง

๘. ธรรมทั้งปวงมีอะไรเป็นแก่น

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชก เหล่านั้นอย่างนี้ว่า

๑. ธรรมทั้งปวงมีฉันทะเป็นมูล

๒. ธรรมทั้งปวงมีมนสิการเป็นแดนเกิด

๓. ธรรมทั้งปวงมีผัสสะเป็นเหตุเกิด

๔. ธรรมทั้งปวงมีเวทนาเป็นที่ประชุม

๕. ธรรมทั้งปวงมีสมาธิเป็นประมุข

๖. ธรรมทั้งปวงมีสติเป็นใหญ่

๗. ธรรมทั้งปวงมีปัญญาเป็นยิ่ง

๘. ธรรมทั้งปวงมีวิมุตติเป็นแก่น

ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายถูกถามอย่างนี้แล้ว พึงตอบอัญเดียรถีย์ปริพาชก เหล่านั้นอย่างนี้แล”

มูลกสูตรที่ ๓ จบ

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้าปุณณิยสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๓๔. สติวรรคหัวข้อถัดไปโจรสูตร ที่ ๑-๒