ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สัตตกนิบาต
  10. /
  11. ปัณณาสก์
  12. /
  13. ๕. มหายัญญวรรค
  14. /
  15. อัคคิสูตร ที่ ๑

อัคคิสูตร ที่ ๑

เล่มที่ ๒๓ · ข้อ ๔๓ · บรรทัด ๙๗๔

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

อรรถกถาปฐมอัคคิสูตรที่ ๓

ปฐมอัคคิสูตรที่ ๓ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

กิเลสทั้งหลายมีราคะเป็นต้นแม้ทั้งหมด ชื่อว่า อคฺคิ ไฟ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญ.

ส่วนบทเป็นต้นว่า อาหุเนยฺยคฺคิ นี้ พึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้

สักการะท่านเรียกว่า อาหุนะ ชนเหล่าใดย่อมควรซึ่งอาหุนะ เหตุนั้น ชนเหล่านั้น ชื่อว่าอาหุเนยฺยา ชนผู้ควรซึ่งอาหุนะ.

จริงอยู่ มารดาและบิดาทั้งหลายย่อมควรซึ่งอาหุนะ เพราะท่านทั้งสองเป็นผู้มีอุปการมากแก่บุตรทั้งหลาย บุตรทั้งหลายผู้ปฏิบัติผิดในมารดาแลบิดาทั้ง ๒ นั้น ย่อมบังเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ถึงแม้มารดาและบิดา จะมิได้ตามเผาผลาญอยู่ก็จริง ถึงกระนั้นท่านทั้ง ๒ ก็ยังเป็นปัจจัยเก่าการตามเผาผลาญอยู่ ดังนั้น ท่านเรียกมารดาบิดาว่าอาหุเนยยัคคิ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญนั่นแล.

ก็เจ้าบ้านท่านเรียกว่า คหบดี.

จริงอยู่ คหบดีนั้นมีอุปการะมากแก่มาตุคามด้วยการมอบให้ ที่นอน เสื้อผ้าและเครื่องประดับเป็นต้น มาตุคามผู้นอกใจสามีนั้น ย่อมบังเกิดในอบายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น สามีแม้นั้น ท่านก็เรียกว่าคหปตัคคิ เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญ โดยนัยก่อนนั่นแล.

ส่วนในคำว่า ทกฺขิเณยฺยคฺคิ นี้ มีวินิจฉัยดังต่อไปนี้.

ปัจจัย ๔ ชื่อว่าทักษิณา ภิกษุสงฆ์ชื่อว่าทักขิเณยยบุคคล ผู้ควรแก่ทักษิณา.

จริงอยู่ ภิกษุสงฆ์นั้นย่อมเป็นผู้มีอุปการะมากแก่คฤหัสถ์ทั้งหลาย ด้วยการประกอบไว้ในกัลยาณธรรมทั้งหลายมีอาทิอย่างนี้ คือในสรณะ ๓ ศีล ๕ ศีล ๑๐ การบำรุงมารดาและบิดา การบำรุงสมณะและพราหมณ์ผู้ตั้งอยู่ในธรรม คฤหัสถ์ผู้ปฏิบัติผิดในภิกษุสงฆ์นั้น ด่า บริภาษภิกษุสงฆ์ ย่อมบังเกิดในอบายทั้งหลายมีนรกเป็นต้น เพราะเหตุนั้น ภิกษุสงฆ์นั้น ท่านเรียกว่าทักขิเณยยัคคิ ไฟคือทักขิเณยยบุคคล เพราะอรรถว่าตามเผาผลาญโดยนัยก่อนนั่นแล.

ไฟตามปกติที่เกิดแต่ไม้ ชื่อว่า กัฏฐัคคิ ไฟเกิดแต่ไม้. จบอรรถกถาปฐมอัคคิสูตรที่ ๓

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๓ ข้อ ๔๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้าปริกขารสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๓๕. มหายัญญวรรคหัวข้อถัดไปอัคคิสูตร ที่ ๒