ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สัตตกนิบาต
  10. /
  11. วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
  12. /
  13. ๑. อัพยากตวรรค
  14. /
  15. ติสสสูตร

ติสสสูตร

เล่มที่ ๒๓ · ข้อ ๕๓ · บรรทัด ๑๖๓๗

คัดจากอรรถกถา ฉบับแปลไทย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

อรรถกถา ฉบับแปลไทย

พระสูตรที่ ๓ ไม่มีเนื้อความอรรถกถา. ๓. ติสสพรหมสุตตวัณณนา [ฉบับมหาจุฬาฯ]

พรรณนาพระสูตรว่าด้วยติสสพรหม

[๕๖]

ในพระสูตรที่ ๓ บัณฑิตพึงทราบวินิจฉัยดังต่อไปนี้

คำว่า ภิกษุณี (ภิกฺขุนิโย) ความว่า ภิกษุณี ๕๐๐ รูป ผู้เป็นบริวารของพระนางมหาปชาบดีภิกษุณี

คำว่า หลุดพ้นแล้ว (วิมุตฺตา) ได้แก่ หลุดพ้นแล้วด้วยวิมุตติ ๕ ประการ

คำว่า เพราะไม่มีอุปาทานขันธ์เหลืออยู่ (อนุปาทิเสสา) ความว่า หลุดพ้นแล้วด้วย ๕ ประการ ไม่มีส่วนเหลือ เพราะไม่กำหนดเศษอุปาทานที่เหลือ

คำว่า ในบุคคลผู้มีอุปาทานเหลืออยู่ว่า ยังมีอุปาทานเหลืออยู่ (สอุปาทิเสเส วา สอุปาทิเสโส) ได้แก่ ในบุคคลผู้เป็นไปกับอุปาทานขันธ์ที่เหลือว่า “ผู้นี้ยังเป็นไปกับอุปาทานขันธ์ที่เหลือ”

แม้ในบุคคลนอกนี้ก็นัยนี้เหมือนกัน

คำว่า ติสส (ติสโส) ได้แก่ พรหมผู้เป็นสัทธิวิหาริกของพระเถระ

คำว่า ที่สมควร (อนุโลมิกานิ) ได้แก่ ที่สมควรแก่ข้อปฏิบัติ คือเป็นที่สงัด มีขอบเขตที่สุด

คำว่า อินทรีย์ (อินฺทฺริยานิ) ได้แก่ อินทรีย์ที่สัมปยุตด้วยวิปัสสนามีศรัทธาเป็นต้น

คำว่า อบรม (สมนฺนานยมาโน) ได้แก่ ตั้งไว้ในการประมวลมาพร้อม

คำว่า ไม่ได้แสดงแก่เธอ (น หิ ปน เต) ความว่า เพราะเหตุไร พระผู้มีพระภาคจึงทรงปรารภเหตุนี้ คือเพื่อจะทรงแสดงบุคคลที่ ๗ เพราะพระองค์ยังไม่ได้ทรงแสดงสัทธานุสารีบุคคลที่ ๗ ไว้ ลำดับนั้น พระผู้มีพระภาคเมื่อจะทรงแสดงบุคคลที่ ๗ นั้น ด้วยอำนาจผู้มีวิปัสสนาอย่างแรงกล้า จึงตรัสอย่างนี้

บรรดาคำเหล่านั้น คำว่า นิมิตทั้งปวง (สพฺพนิมิตฺตานํ) ได้แก่ นิจจนิมิตเป็นต้นทั้งหมด

คำว่า อันหานิมิตไม่ได้ (อนิมิตฺตํ) ได้แก่ สมาธิในวิปัสสนาอันมีกำลัง -----------------------------------------------------

๓. ติสฺสพฺรหฺมาสุตฺตวณฺณนา

[๕๖]

ตติเย ภิกฺขุนิโยติ มหาปชาปติยา ปริวารา ปญฺจสตา ภิกฺขุนิโย. วิมุตฺตาติ ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ วิมุตฺตา. อนุปาทิเสสาติ อุปาทานเสสํ อฏฺฐเปตฺวา ๒- ปญฺจหิ วิมุตฺตีหิ อนวเสสาหิ วิมุตฺตา. สอุปาทิเสเส วา สอุปาทิเสโสติ สอุปาทาน- เสเส ปุคฺคเล "สอุปาทานเสโส อยนฺ"ติ. อิตรสฺมึปิ เอเสว นโย. ติสฺโสติ เถรสฺส สทฺธิวิหาริโก พฺรหฺมา. อนุโลมิกานีติ ปฏิปตฺติยา อนุโลมานิ วิวิตฺตานิ อนฺติม- ปริยนฺติมานิ. อินฺทฺริยานีติ สทฺธาทีนิ วิปสฺสนินฺทฺริยานิ. สมนฺนานยมาโนติ สมนฺนาหาเร ฐปยมาโน. น หิ ปน เตติ อิทํ กสฺมา อารภิ? สตฺตมสฺส ปุคฺคลสฺส ทสฺสนตฺถํ. สตฺตโม หิ สทฺธานุสาริปุคฺคโล น ทสฺสิโต. อถ ภควา พลววิปสฺสกวเสน ตํ ทสฺเสนฺโต เอวมาห. ตตฺถ สพฺพนิมิตฺตานนฺติ สพฺเพสํ นิจฺจนิมิตฺตาทีนํ. อนิมิตฺตนฺติ พลววิปสฺสนาสมาธึ.

@เชิงอรรถ: ๑ ฉ.ม. ปถวีตลํ ๒ สี. อคเหตฺวา อนุสยวคฺโค ทุติโย.

ที่มา: อรรถกถา ฉบับแปลไทย เล่มที่ ๒๓ ข้อ ๕๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

อรรถกถา ฉบับแปลไทย เป็นงานของผู้แปลและผู้จัดพิมพ์ฉบับแปล คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้าปุริสคติสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๓๑. อัพยากตวรรคพระสูตรถัดไปสีหสูตร