ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๓
  6. /
  7. …
  8. /
  9. สัตตกนิบาต
  10. /
  11. วรรคที่ไม่สงเคราะห์เข้าในปัณณาสก์
  12. /
  13. ๑. อัพยากตวรรค
  14. /
  15. โกธนาสูตร

โกธนาสูตร

เล่มที่ ๒๓ · ข้อ ๖๑ · บรรทัด ๒๐๓๖

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๑. โกธนสูตร

ว่าด้วยบุคคลผู้มักโกรธ

[๖๔]

ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ ย่อมมาถึงบุคคลผู้มักโกรธ จะเป็นสตรี หรือบุรุษก็ตาม

ธรรม ๗ ประการ อะไรบ้าง คือ

๑. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้มีผิว พรรณทรามเถิด’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ศัตรู มีผิวพรรณงาม ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธ ครอบงำ โกรธจัดนี้ แม้อาบน้ำดีแล้ว ไล้ทาดีแล้ว ตัดผม โกนหนวดแล้วนุ่งผ้าขาวก็จริง แต่บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำนั้น ก็เป็นคนมีผิวพรรณทรามอยู่นั่นเอง นี้เป็นธรรมประการที่ ๑ ที่ศัตรู มุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

๒. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้นอน เป็นทุกข์เถิด’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ศัตรู นอนสบาย ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ โกรธจัดนี้ แม้นอนอยู่บนเตียงมีเท้าเป็นรูปสัตว์ร้าย ลาดด้วยพรม ขนสัตว์ ลาดด้วยเครื่องลาดมีลายรูปดอกไม้ มีเครื่องลาดหนังชะมด เครื่องลาดมีเพดาน เครื่องลาดมีหมอน ๒ ข้างก็จริง แต่บุคคลผู้ ถูกความโกรธครอบงำนั้น ก็นอนเป็นทุกข์ อยู่นั่นเอง นี้เป็นธรรม ประการที่ ๒ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

๓. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้ อย่าได้ มีความเจริญเลย’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ ศัตรูมีความเจริญ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธ ครอบงำ โกรธจัดนี้ แม้ได้ความเสื่อมก็เข้าใจว่า ‘ตนได้ความเจริญ’ แม้ได้ความเจริญก็เข้าใจว่า ‘ตนได้ความเสื่อม’ ธรรมเหล่านี้เป็น ข้าศึกต่อกันและกัน ที่บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำนั้นยึดถือแล้ว ย่อมเป็นไปเพื่อไม่เกื้อกูล เพื่อทุกข์สิ้นกาลนาน นี้เป็นธรรมประการ ที่ ๓ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

๔. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้เป็นคน ไม่มีโภคทรัพย์เถิด’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ ศัตรูมีโภคทรัพย์ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธ ครอบงำ โกรธจัดนี้ แม้มีโภคทรัพย์ที่หามาได้ด้วยความขยันหมั่นเพียร เก็บรวบรวมด้วยน้ำพักน้ำแรง อาบเหงื่อต่างน้ำ ประกอบด้วยธรรม ได้มาโดยธรรมก็จริง แต่พระราชาก็รับสั่งให้ริบโภคทรัพย์ของบุคคล ผู้ถูกความโกรธครอบงำ นี้เป็นธรรมประการที่ ๔ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

๕. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้เป็น คนไม่มียศเถิด’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ศัตรู มียศ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ โกรธจัดนี้ แม้มียศที่ได้มาด้วยความไม่ประมาทก็จริง แต่บุคคลผู้ ถูกความโกรธครอบงำก็เสื่อมจากยศนั้น นี้เป็นธรรมประการที่ ๕ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

๖. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้เป็น คนไม่มีมิตรเถิด’ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ศัตรู มีมิตร ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ โกรธจัดนี้ แม้มีมิตร อำมาตย์ ญาติ สาโลหิต ๑- ก็จริง แต่คน เหล่านั้นก็พากันหลีกเลี่ยงบุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำนั้นไปห่างไกล นี้เป็นธรรมประการที่ ๖ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

๗. ศัตรูในโลกนี้ย่อมปรารถนาต่อศัตรูอย่างนี้ว่า ‘ขอให้เจ้าคนนี้ หลังจากตายแล้วไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรกเถิด’ ข้อนั้น เพราะเหตุไร เพราะศัตรูย่อมไม่ยินดีให้ศัตรูไปสู่สุคติ ภิกษุทั้งหลาย บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ โกรธจัดนี้ ประพฤติทุจริต ทางกาย ประพฤติทุจริตทางวาจา ประพฤติทุจริตทางใจ หลังจาก ตายแล้ว ย่อมไปเกิดในอบาย ทุคติ วินิบาต นรก นี้เป็นธรรม ประการที่ ๗ ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ

ภิกษุทั้งหลาย ธรรม ๗ ประการนี้แล ที่ศัตรูมุ่งหมาย ที่ศัตรูพึงทำ ย่อมมา ถึงบุคคลผู้มักโกรธ จะเป็นสตรี หรือบุรุษก็ตาม

บุคคลผู้มักโกรธนั้น

มีผิวพรรณทราม นอนเป็นทุกข์

ได้ความเจริญแล้ว ก็ยังถึงความเสื่อม

บุคคลผู้มักโกรธ ถูกความโกรธครอบงำ

ทำการเข่นฆ่าทางกาย วาจา

ย่อมประสบความเสื่อมทรัพย์

@เชิงอรรถ :

@๑ อำมาตย์ หมายถึงเพื่อนที่รักกันมาก (สุหัชชา) สามารถปรึกษาหารือกันได้ทุกเรื่อง ทุกโอกาส

@ญาติ หมายถึงบิดามารดาของสามีและเครือญาติฝ่ายบิดามารดาของสามี หรือบิดามารดาของภรรยาและ

@เครือญาติฝ่ายบิดามารดาของภรรยา

@สาโลหิต หมายถึงผู้ร่วมสายเลือดเดียวกัน ได้แก่ ปู่ หรือตา ย่า หรือยาย บิดาหรือมารดา บุตรหรือธิดา

@พี่ชายน้องชาย พี่สาวน้องสาว (เทียบ องฺ.ติก.อ. ๒/๗๖/๒๒๗, องฺ.ทสก.อ. ๓/๗๑/๓๕๘,

@องฺ.ทสก.ฏีกา ๓/๗๑-๗๔/๔๒๕)

บุคคลผู้มัวเมาด้วยความมัวเมาเพราะโกรธ

ย่อมถึงความเสื่อมยศ

ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเว้นบุคคลผู้มักโกรธ

ความโกรธก่อความเสียหาย

ความโกรธทำจิตให้กำเริบ

บุคคลผู้มักโกรธย่อมไม่รู้ภัยที่เกิดจากภายใน

บุคคลผู้โกรธย่อมไม่รู้อรรถ

บุคคลผู้โกรธย่อมไม่เห็นธรรม

ความโกรธครอบงำนรชนในกาลใด

ความมืดย่อมมีในกาลนั้น

บุคคลผู้โกรธย่อมก่อกรรมที่ทำได้ยากเหมือนทำได้ง่าย

ภายหลังเมื่อหายโกรธแล้ว

เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้

บุคคลผู้โกรธย่อมแสดงความเก้อยาก ๑- ก่อน

เหมือนไฟแสดงควันก่อน

ความโกรธเกิดขึ้นในกาลใด

คนทั้งหลายย่อมโกรธในกาลนั้น

บุคคลผู้โกรธไม่มีหิริ ไม่มีโอตตัปปะ

ไม่มีคำพูดที่น่าเคารพ

บุคคลผู้ถูกความโกรธครอบงำไม่มีความสว่างแม้แต่น้อย

กรรมเหล่าใดห่างไกลจากธรรม เป็นเหตุให้เดือดร้อน

เราจักบอกกรรมเหล่านั้น

เธอทั้งหลายจงฟังธรรมนั้นไปตามลำดับ

@เชิงอรรถ :

@๑ ความเก้อยาก ในที่นี้หมายถึงความทุศีล อาการที่ล่วงละเมิดสิกขาบท โดยไม่รู้สึกละอาย ไม่ยอมรับ ทั้งยัง

@รุกรานสงฆ์ว่า ‘ท่านเห็น ท่านได้ยินหรือว่าข้าพเจ้าทำผิดอะไร พวกท่านยกอาบัติอะไรขึ้นปรับข้าพเจ้า’

@(เทียบ องฺ.ทสก.อ. ๓/๓๑/๓๔๒)

บุคคลผู้โกรธ ฆ่าบิดาก็ได้

บุคคลผู้โกรธ ฆ่ามารดาก็ได้

บุคคลผู้โกรธ ฆ่าพราหมณ์ ๑- ก็ได้

บุคคลผู้โกรธ ฆ่าปุถุชนก็ได้

ลูกที่มารดาเลี้ยงไว้จนได้ลืมตามองโลกนี้

เป็นผู้มีกิเลสหนา โกรธขึ้นมา

ย่อมฆ่าแม้มารดาผู้ให้ชีวิตนั้น

สัตว์เหล่านั้นมีตนเป็นเครื่องเปรียบเทียบ

เพราะตนเป็นที่รักอย่างยิ่ง

ผู้โกรธหมกมุ่นในรูปต่างๆ ๒- ย่อมฆ่าตนเองเพราะเหตุต่างๆ

คือฆ่าตนเองด้วยดาบบ้าง กินยาพิษตายบ้าง

ใช้เชือกผูกคอตายบ้าง กระโดดลงในซอกเขาตายบ้าง

คนเหล่านั้นเมื่อทำกรรม

อันมีแต่ความเสื่อมและทำลายตน ก็ไม่รู้สึก

ความเสื่อมเกิดจากความโกรธ

ตามที่กล่าวมา ความโกรธนี้ เป็นบ่วงแห่งมัจจุ

มีถ้ำเป็นที่อยู่อาศัย โดยรูปของความโกรธ

พึงตัดความโกรธนั้นด้วยทมะ (ความข่มใจ)

คือปัญญา ๓- ความเพียร ๔- และทิฏฐิ ๕-

@เชิงอรรถ :

@๑ พราหมณ์ ในที่นี้หมายถึงพระอรหันตขีณาสพ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๖๔/๑๙๗)

@๒ รูปต่างๆ ในที่นี้หมายถึงอารมณ์ต่างๆ (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๖๔/๑๙๗)

@๓ ปัญญา ในที่นี้หมายถึงวิปัสสนาปัญญา (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๖๔/๑๙๗)

@๔ ความเพียร ในที่นี้หมายถึงความเพียรทางกายและจิตอันประกอบด้วยวิปัสสนาปัญญา

@(องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๖๔/๑๙๗)

@๕ ทิฏฐิ ในที่นี้หมายถึงสัมมาทิฏฐิที่เป็นองค์แห่งอริยมรรค (องฺ.สตฺตก.อ. ๓/๖๔/๑๙๗)

บัณฑิตพึงตัดอกุศลธรรมแต่ละอย่าง

พึงศึกษาในธรรมเหมือนอย่างนั้น

เธอทั้งหลายปรารถนาอยู่ว่า

‘ขอความเป็นผู้เก้อยากอย่าได้มีแก่เราทั้งหลาย’

บุคคลผู้ปราศจากความโกรธ ไม่มีความคับแค้นใจ

ปราศจากความโลภ ไม่มีความริษยา

ฝึกฝนตนแล้ว ละความโกรธได้แล้ว

เป็นผู้ไม่มีอาสวะ ปรินิพพาน

โกธนสูตรที่ ๑๑ จบ

อัพยากตวรรคที่ ๖ จบ

รวมพระสูตรที่มีในวรรคนี้ คือ

๑. อัพยากตสูตร ๒. ปุริสคติสูตร

๓. ติสสพรหมสูตร ๔. สีหเสนาปติสูตร

๕. อรักเขยยสูตร ๖. กิมิลสูตร

๗. สัตตธัมมสูตร ๘. จปลายมานสูตร

๙. เมตตสูตร ๑๐. ภริยาสูตร

๑๑. โกธนสูตร

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๓ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

พระสูตรก่อนหน้าภริยาสูตรกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๓๑. อัพยากตวรรคพระสูตรถัดไปหิริสูตร