ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๒. อัปปมาทวรรค

๒. อัปปมาทวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๑๒ · บรรทัด ๓๓๐

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๒. อัปปมาทวรรค

หมวดว่าด้วยความไม่ประมาท

๑. สามาวตีวัตถุ

เรื่องพระนางสามาวดี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๑]

ความไม่ประมาท ๑- เป็นทางแห่งอมตะ ๒-

ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย

คนผู้ไม่ประมาทชื่อว่าย่อมไม่ตาย

คนผู้ประมาทจึงเหมือนคนตายแล้ว ๓-

[๒๒]

บัณฑิตทราบความต่างกัน

ระหว่างความไม่ประมาทกับความประมาทนั้น

แล้วตั้งอยู่ในความไม่ประมาท

ย่อมบันเทิงใจในความไม่ประมาท

ยินดีในทางปฏิบัติของพระอริยะทั้งหลาย ๔-

[๒๓]

บัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์เหล่านั้น เพ่งพินิจ ๕-

มีความเพียรต่อเนื่อง มีความบากบั่นมั่นคงเป็นนิตย์

ย่อมบรรลุนิพพานอันเป็นสภาวะยอดเยี่ยม ปลอดจากโยคะ ๖-

@เชิงอรรถ :

@๑ ความไม่ประมาท นี้เป็นชื่อของสติ (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๓)

@๒ ทางแห่งอมตะ หมายถึงอุบายบรรลุอมตะ คำว่า อมตะ (ไม่ตาย) หมายถึงนิพพาน นิพพานนั้นแล ที่ชื่อว่า

@ไม่แก่ ไม่ตาย เพราะไม่เกิด (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๓)

@๓ ดูเทียบ ขุ.ชา. (แปล) ๒๗/๓๓๒/๕๘๘

@๔ ทางปฏิบัติของพระอริยะ หมายถึงโพธิปักขิยธรรม ๓๗ ประการ มีสติปัฏฐาน ๔ เป็นต้น และโลกุตตร-

@ธรรม ๙ ประการ (ขุ.ธ.อ. ๒/๖๕)

@๕ เพ่งพินิจ หมายถึงการเพ่งพินิจด้วยจิตที่เป็นสมาธิแน่วแน่มี ๒ อย่าง คือ อารัมมณูปนิชฌาน (การเพ่ง

@อารมณ์ ได้แก่สมาบัติ ๘) และลักขณูปนิชฌาน (การเพ่งลักษณะ ได้แก่ วิปัสสนา มรรค และผล)

@(ขุ.ธ.อ. ๒/๖๕)

@๖ โยคะ หมายถึงสภาวะอันประกอบสัตว์ไว้ในภพมี ๔ ประการ คือ กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา

@(ขุ.ธ.อ. ๒/๖๕, ขุ.ธ.อ. ๘/๙๓, ๑๐๙, ขุ.อุ.อ. ๑๙/๑๖๗)

๒. กุมภโฆสกวัตถุ

เรื่องนายกุมภโฆสก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระเจ้าพิมพิสารและนายกุมภโฆสก ดังนี้)

[๒๔]

ยศ ๑- ย่อมเจริญแก่บุคคลที่มีความขยันหมั่นเพียร

มีสติ มีการงานสะอาด ใคร่ครวญก่อนทำ

สำรวม ดำรงชีวิตโดยธรรม และไม่ประมาท

๓. จูฬปันถกวัตถุ

เรื่องพระจูฬปันถก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๕]

คนมีปัญญาพึงทำที่พึ่งดุจเกาะที่น้ำท่วมไม่ถึง ๒-

ด้วยความขยัน ด้วยความไม่ประมาท

ด้วยการสำรวม และด้วยการฝึกฝน

๔. พาลนักขัตตวัตถุ

เรื่องนักษัตรของคนพาล

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๒๖]

คนพาลมีปัญญาทราม ประกอบความประมาทอยู่เสมอ

ส่วนบัณฑิตผู้มีปัญญา รักษาความไม่ประมาทไว้

เหมือนคนรักษาทรัพย์อันประเสริฐ ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ยศ หมายถึงความเป็นใหญ่ ความมีโภคสมบัติ ความนับถือ ความมีเกียรติ และการสรรเสริญ (ขุ.ธ.อ. ๒/๗๓-๗๔)

@๒ ที่พึ่งดุจเกาะที่น้ำท่วมไม่ถึง หมายถึงอรหัตตผล ที่น้ำ คือ โอฆะ ๔ (กาม ภพ ทิฏฐิ และอวิชชา) ท่วมไม่ถึง

@(ขุ.ธ.อ. ๒/๘๘)

[๒๗]

ท่านทั้งหลาย อย่าประกอบความประมาท

อย่าประกอบความเชยชมยินดีในกามเลย

เพราะผู้ไม่ประมาทแล้ว เพ่งพินิจอยู่

ย่อมได้รับความสุขอันไพบูลย์ ๑-

๕. มหากัสสปเถรวัตถุ

เรื่องพระมหากัสสปเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถา ดังนี้)

[๒๘]

เมื่อใด บัณฑิตบรรเทาความประมาท ด้วยความไม่ประมาท

ขึ้นสู่ปัญญาดุจปราสาท ๒- ไม่เศร้าโศก

พิจารณาเห็นหมู่สัตว์ผู้มีความเศร้าโศก

เมื่อนั้น บัณฑิตผู้เป็นนักปราชญ์ ย่อมเห็นคนพาลได้

เหมือนคนที่ยืนอยู่บนภูเขาเห็นคนที่ภาคพื้นได้ ฉะนั้น

๖. เทฺวสหายกภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุสองสหาย

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุ ๒ รูป ดังนี้)

[๒๙]

ผู้มีปัญญาดี ๓- เป็นผู้ไม่ประมาท ในเมื่อผู้อื่นประมาท

เป็นผู้ตื่นอยู่โดยมาก ๔- ในเมื่อผู้อื่นหลับ

ย่อมละทิ้งคนมีปัญญาทรามไปไกล

เหมือนม้าฝีเท้าจัดวิ่งละทิ้งม้าที่หมดแรงไว้ ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ความสุขอันไพบูลย์ หมายถึงนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๒/๙๐) และดู ๒ คาถานี้เทียบใน สํ.ส. (แปล) ๑๕/๓๖/๔๘

@๒ ปัญญาดุจปราสาท ในที่นี้หมายถึงทิพพจักขุญาณอันบริสุทธิ์ (ขุ.ธ.อ. ๒/๙๒)

@๓ ผู้มีปัญญาดี ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพผู้มีสติไพบูลย์ (ขุ.ธ.อ. ๒/๙๔)

@๔ ตื่นอยู่โดยมาก หมายถึงมีสติเต็มที่ (ขุ.ธ.อ. ๒/๙๔)

๗. มฆวัตถุ

เรื่องท้าวมัฆวาน

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่เจ้าลิจฉวีนามว่า มหาลิ ดังนี้)

[๓๐]

ท้าวมัฆวานประเสริฐสุดในหมู่เทวดาเพราะความไม่ประมาท

บัณฑิตทั้งหลาย สรรเสริญความไม่ประมาท

และติเตียนความประมาททุกเมื่อ

๘. อัญญตรภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง ดังนี้)

[๓๑]

ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท

หรือเห็นภัยในความประมาท

เผาสังโยชน์ ๑- น้อยใหญ่ได้หมด

เหมือนไฟเผาเชื้อน้อยใหญ่ให้หมดไป ฉะนั้น

๙. นิคมวาสีติสสเถรวัตถุ

เรื่องพระติสสเถระผู้อยู่ในนิคม

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระติสสเถระผู้อยู่ในนิคม ดังนี้)

[๓๒]

ภิกษุยินดีในความไม่ประมาท

หรือมีปกติเห็นภัยในความประมาท

เป็นผู้ไม่เสื่อม ๒- ชื่อว่าอยู่ใกล้นิพพานแน่แท้

อัปปมาทวรรคที่ ๒ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ สังโยชน์ หมายถึงกิเลสที่ผูกมัดใจสัตว์มี ๑๐ อย่าง คือ (๑) สักกายทิฏฐิ ความเห็นว่าเป็นอัตตาของตน

@(๒) วิจิกิจฉา ความลังเลสงสัย (๓) สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นศีลพรต (๔) กามราคะ ความกำหนัดในกาม

@(๕) ปฏิฆะ ความกระทบกระทั่งในใจ (๖) รูปราคะ ความกำหนัดในรูป (๗) อรูปราคะ ความกำหนัดในอรูป

@(๘) มานะ ความถือตัว (๙) อุทธัจจะ ความฟุ้งซ่าน (๑๐) อวิชชา ความไม่รู้ (ขุ.ธ.อ. ๒/๑๑๒, ขุ.อิติ.อ. ๓๔/๑๒๑)

@๒ ไม่เสื่อม หมายถึงไม่เสื่อมจากสมถและวิปัสสนา มรรคและผลที่ได้บรรลุแล้ว และทั้งยังจะได้บรรลุมรรค

@ผลที่ยังไม่ได้บรรลุ (ขุ.ธ.อ. ๒/๑๑๕, องฺ.จตุกฺก.ฏีกา ๒/๓๗/๓๖๗) และดู องฺ.จตุกฺก. (แปล) ๒๑/๓๗/๖๐

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑. ยมกวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๓. จิตตวรรค