ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๗. อรหันตวรรค

๗. อรหันตวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๑๗ · บรรทัด ๕๑๕

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๗. อรหันตวรรค

หมวดว่าด้วยพระอรหันต์

๑. ชีวกวัตถุ

เรื่องหมอชีวก

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่หมอชีวก ดังนี้)

[๙๐]

ผู้บรรลุจุดหมายปลายทางแล้ว ๒-

ไร้ความโศก หลุดพ้นแล้วในธรรมทั้งปวง ๓-

ละกิเลสเครื่องร้อยรัด ๔- ได้หมด ย่อมไม่มีความเร่าร้อน

@เชิงอรรถ :

@๑ ดูเทียบ สํ.ม. (แปล) ๑๙/๓๔/๓๓-๓๔, องฺ.ทสก. (แปล) ๒๔/๑๖๙/๓๐๔-๓๐๖

@๒ ผู้บรรลุจุดหมายปลายทาง หมายถึงพระขีณาสพผู้ถึงที่สุดแห่งสังสารวัฏ (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๔)

@๓ ธรรมทั้งปวง หมายถึงธรรมทั้งหลายมีขันธ์ ๕ เป็นต้น (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๔)

@๔ กิเลสเครื่องร้อยรัด หมายถึงกิเลส ๔ อย่าง คือ (๑) อภิชฌา ความเพ่งเล็งอยากได้ของคนอื่น

@(๒) พยาบาท ความคิดร้ายผู้อื่น (๓) สีลัพพตปรามาส ความถือมั่นศีลและวัตร (๔) อิทังสัจจาภินิเวส

@ความถือมั่นว่านี้เท่านั้นจริง (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๕) และดู ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๒๙/๑๑๙)

๒. มหากัสสปเถรวัตถุ

เรื่องพระมหากัสสปเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๙๑]

ผู้มีสติ หมั่นประกอบความเพียร ๑-

ไม่ติดในที่อยู่ ละความห่วงอาลัยไป

เหมือนหงส์ละเปือกตมไป ฉะนั้น

๓. เพฬัฏฐสีสเถรวัตถุ

เรื่องพระเพฬัฏฐสีสเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๙๒]

ผู้ไม่มีการสั่งสม ๒-

กำหนดรู้อาหารก่อนแล้วจึงบริโภค

มีสุญญตวิโมกข์ ๓- และอนิมิตตวิโมกข์ เป็นอารมณ์

ไม่ทิ้งทางไว้ให้เป็นที่รู้ได้

เหมือนนกไม่ทิ้งทางไว้ในอากาศ ฉะนั้น

@เชิงอรรถ :

@๑ ผู้มีสติ หมั่นประกอบความเพียร ในที่นี้หมายถึงพระขีณาสพผู้มีสติไพบูลย์ หมั่นประกอบในคุณธรรมมี

@ฌานและวิปัสสนา เป็นต้น ที่ตนได้บรรลุแล้วโดยการนึก การเข้า การออก การอธิษฐาน และการพิจารณา

@(ขุ.ธ.อ. ๔/๕๘)

@๒ การสั่งสม มี ๒ อย่าง คือ (๑) กัมมสันนิจยะ การสั่งสมกรรมคือกุศลและอกุศล (๒) ปัจจยสันนิจยะ

@การสั่งสมปัจจัย ๔ (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๙)

@๓ สุญญตวิโมกข์ หมายถึงสภาวะที่หลุดพ้น เพราะว่างจาก ราคะ โทสะ โมหะ

@อนิมิตตวิโมกข์ หมายถึงสภาวะที่หลุดพ้น เพราะไม่มีนิมิต คือ ราคะ เป็นต้น

@ในคาถาที่ ๙๒-๙๓ นี้ หมายรวมถึงอัปปณิหิตวิโมกข์ ได้แก่ สภาวะที่หลุดพ้น เพราะไม่มีที่ตั้งคือกิเลส

@มีราคะเป็นต้นด้วย วิโมกข์ทั้ง ๓ ประการนี้ เป็นชื่อของนิพพาน (ขุ.ธ.อ. ๔/๕๙-๖๐)

๔. อนุรุทธเถรวัตถุ

เรื่องพระอนุรุทธเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๙๓]

ท่านผู้สิ้นอาสวะแล้ว ไม่ติดในอาหาร

มีสุญญตวิโมกข์ และอนิมิตตวิโมกข์ เป็นอารมณ์

ไม่ทิ้งร่องรอยไว้ให้เป็นที่รู้ได้

เหมือนนกไม่ทิ้งร่องรอยไว้ในอากาศ ฉะนั้น ๑-

๕. มหากัจจายนเถรวัตถุ

เรื่องพระมหากัจจายนเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๙๔]

ผู้ใดฝึกอินทรีย์ ๒- ให้สงบได้

เหมือนม้าที่นายสารถีฝึกดีแล้ว

ผู้นั้นย่อมละมานะได้ ไม่มีอาสวะ คงที่

แม้ทวยเทพทั้งหลายก็รักใคร่

@เชิงอรรถ :

@๑ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๒/๓๓๗

@๒ อินทรีย์ หมายถึงตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ (ขุ.ธ.อ. ๔/๖๔)

๖. สารีปุตตเถรวัตถุ

เรื่องพระสารีบุตรเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๙๕]

ภิกษุผู้คงที่ มีวัตรงาม

ไม่ยินดียินร้าย เสมอด้วยแผ่นดิน

เปรียบด้วยเสาเขื่อน

(มีใจผ่องใส) เหมือนห้วงน้ำไร้เปือกตม

สังสารวัฏย่อมไม่มีแก่ผู้เช่นนั้น

๗. โกสัมพีวาสีติสสเถรสามเณรวัตถุ

เรื่องสามเณรของพระติสสเถระชาวเมืองโกสัมพี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระติสสเถระชาวเมืองโกสัมพี ดังนี้)

[๙๖]

ผู้หลุดพ้นเพราะรู้ชอบ ผู้สงบ ผู้คงที่

ย่อมมีมโนกรรมที่สงบ วจีกรรมที่สงบ กายกรรมที่สงบ

๘. สารีปุตตเถรวัตถุ

เรื่องพระสารีบุตรเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุผู้อยู่ในป่า ๓๐ รูป ดังนี้)

[๙๗]

นรชนใด ผู้ไม่ต้องเชื่อใคร ๑-

รู้จักนิพพานที่ปัจจัยอะไรปรุงแต่งไม่ได้

@เชิงอรรถ :

@๑ ไม่ต้องเชื่อใคร ในที่นี้หมายถึงรู้แจ้งธรรมอย่างประจักษ์ชัดด้วยตนเอง ไม่ต้องรอสดับธรรมจากผู้อื่น

@(ขุ.ม.อ. ๘๘/๓๓๙-๓๔๑)

ตัดรอยต่อ ๑- แห่งการเกิดใหม่

ทำลายโอกาส ๒- แห่งการท่องเที่ยวไปในสงสาร

คายความหวังแล้ว นรชนนั้นแล เป็นบุรุษสูงสุด ๓-

๙. ขทิรวนิยเรวตเถรวัตถุ

เรื่องพระเรวตเถระผู้อยู่ในป่าไม้ตะเคียน

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่นางวิสาขามิคารมาตา ดังนี้)

[๙๘]

พระอรหันต์ทั้งหลายอยู่สถานที่ใด

คือ จะเป็นบ้านก็ตาม ป่าก็ตาม ที่ลุ่มก็ตาม ที่ดอนก็ตาม

สถานที่นั้น เป็นรมณียสถาน ๔-

๑๐. อัญญตริตถีวัตถุ

เรื่องหญิงคนใดคนหนึ่ง

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุรูปหนึ่ง ดังนี้)

[๙๙]

ท่านผู้ปราศจากราคะทั้งหลาย

จะยินดีป่าทั้งหลาย อันน่ารื่นรมย์

ที่ชนผู้แสวงหากามไม่ยินดี

เพราะท่านเหล่านั้นไม่แสวงหากาม ๕-

อรหันตวรรคที่ ๗ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ รอยต่อ หมายถึงวัฏฏสนธิ (รอยต่อคือวัฏฏะ) สังสารสนธิ (รอยต่อคือสงสาร) (ขุ.ธ.อ. ๔/๗๓-๗๔)

@๒ ทำลายโอกาส หมายถึงทำลายโอกาสที่จะเกิดอีกได้ เพราะสิ้นเชื้อพันธุ์คือกุศลกรรมและอกุศลกรรม

@(ขุ.ธ.อ. ๔/๗๔)

@๓ ดูเทียบ ขุ.ม. (แปล) ๒๙/๘๘/๒๗๕

@๔ ในคาถานี้มีนัยว่า แม้ในหมู่บ้านจะหาความสงบกายไม่ได้ก็จริง แต่พระอรหันต์ทั้งหลายก็ได้ความสงบใจ

@เพราะอารมณ์ทั้งหลายหาทำจิตของท่านให้หวั่นไหวได้ไม่ ดังนั้น ที่ไหนก็ตามย่อมเป็นที่พระอรหันต์อยู่ได้

@และที่นั้นย่อมเป็นสถานที่รื่นรมย์ (ขุ.ธ.อ. ๔/๘๐) และดูเทียบ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๙๑/๕๐๒

@๕ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๙๙๒/๕๐๒

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๖. ปัณฑิตวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๘. สหัสสวรรค