ข้ามไปยังเนื้อหา
ธรรมคลัง
หน้าแรกหนังสือบทสวดพระไตรปิฎกชาดกหมวดธรรม
ENเข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
ธรรมคลัง

แหล่งรวมหนังสือ พระสูตร บทสวด และพระไตรปิฎก เพื่อการเรียนรู้ ฝึกฝน และการใช้ชีวิตอย่างมีสติในทุกวัน

เมนูหลัก

  • หน้าแรก
  • หนังสือ
  • บทสวด
  • พระไตรปิฎก
  • ชาดก
  • หมวดธรรม
  • ค้นหา

เกี่ยวกับเรา

  • เกี่ยวกับโครงการ
  • แหล่งที่มาของเนื้อหา
  • ร่วมสนับสนุน

บริการช่วยเหลือ

  • ที่เก็บไว้
  • สำรวจคลังธรรมะ
  • ฟังธรรม
  • API สำหรับนักพัฒนา
“
“สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ”การให้ธรรมเป็นทานย่อมชำนะการให้ทั้งปวง
ธรรมบท ๓๕๔

© ๒๕๖๙ ธรรมคลัง สงวนลิขสิทธิ์

  1. หน้าแรก
  2. /
  3. พระไตรปิฎก
  4. /
  5. เล่มที่ ๒๕
  6. /
  7. ธรรมบท
  8. /
  9. ๑๑. ชราวรรค

๑๑. ชราวรรค

เล่มที่ ๒๕ · ข้อ ๒๑ · บรรทัด ๖๖๒

คัดจากพระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ตัวบทจาก 84000.org

ฉบับหลวงฉบับมหาจุฬาฯบาลีอักษรไทยPALI ROMANอรรถกถาอรรถกถาบาลีอักษรไทยAtthakatha PaliRoman
พรีวิว / พิมพ์ PDFโหมดอ่านต่อเนื่อง

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

๑๑. ชราวรรค

หมวดว่าด้วยความชรา

๑. วิสาขาสหายิกาวัตถุ

เรื่องหญิงสหายของนางวิสาขา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่หญิงประมาณ ๕๐๐ คน ดังนี้)

[๑๔๖]

เมื่อโลกลุกเป็นไฟ ๑- อยู่เป็นนิตย์

ทำไมจึงมัวหัวเราะร่าเริงกันอยู่เล่า

เธอทั้งหลายถูกความมืด ๒- ปกคลุม

ไฉนไม่แสวงหาดวงประทีป ๓- กันเล่า

๒. สิริมาวัตถุ

เรื่องนางสิริมา

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่บริษัท ๔ ที่มุงดูศพนางสิริมา ดังนี้)

[๑๔๗]

จงดูอัตภาพที่ตกแต่งอย่างสวยงาม

แต่มีกายเป็นแผล ๔- มีกระดูกเป็นโครงร่าง ๕-

อันกระสับกระส่าย ที่มหาชนดำริหวังกันมาก ๖-

ซึ่งไม่มีความยั่งยืนตั้งมั่น

@เชิงอรรถ :

@๑ โลกลุกเป็นไฟ หมายถึงโลกสันนิวาส (โลกคือหมู่สัตว์) ถูกไฟ ๑๑ กอง คือ ราคะ โทสะ โมหะ ชาติ ชรา

@มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส แผดเผาอยู่เป็นนิตย์ (ขุ.ธ.อ. ๕/๙๓)

@และดู วิ.ม. (แปล) ๔/๕๔/๖๓, สํ.สฬา. (แปล) ๑๘/๒๘/๒๗-๒๘ ประกอบ

@๒ ความมืด หมายถึงอวิชชา (ขุ.ธ.อ. ๕/๙๓)

@๓ ดวงประทีป หมายถึงแสงสว่างคือญาณ (ขุ.ธ.อ. ๕/๙๓)

@๔ มีกายเป็นแผล หมายถึงมีทวาร ๙ (ขุ.ธ.อ. ๕/๙๙)

@๕ มีกระดูกเป็นโครงร่าง หมายถึงมีกระดูก ๓๐๐ ท่อนเป็นโครงร่าง (ขุ.ธ.อ. ๕/๙๙)

@๖ ดูเทียบ ม.ม. (แปล) ๑๓/๓๐๒/๓๕๙, ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๗๖๙/๔๖๘, ๑๑๖๐/๕๓๐

๓. อุตตราเถรีวัตถุ

เรื่องพระอุตตราเถรี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระอุตตราเถรีผู้มีอายุ ๑๒๐ ปี ดังนี้)

[๑๔๘]

ร่างกายนี้แก่หง่อมแล้ว

เป็นรังของโรค มีแต่จะทรุดโทรมลงไป

ร่างกายที่เน่าเปื่อยนี้ก็จะแตกดับไป

เพราะชีวิตมีความตายเป็นที่สุด

๔. อธิมานิกภิกขุวัตถุ

เรื่องภิกษุผู้เข้าใจว่าตนสำเร็จ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลายที่กำลังดูซากศพในป่าช้า ดังนี้)

[๑๔๙]

กระดูกเหล่านี้มีสีเหมือนสีนกพิราบ

ถูกเขาทิ้งไว้เกลื่อนกลาด

เหมือนน้ำเต้าที่ร่วงเกลื่อนกลาดในสารทกาล ๑-

ความยินดีอะไรเล่าจะเกิด เพราะเห็นกระดูกเหล่านั้น

๕. ชนปทกัลยาณีรูปนันทาเถรีวัตถุ

เรื่องพระรูปนันทาเถรีผู้งามในรัฐ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระรูปนันทาเถรีผู้สำคัญตนว่างาม ดังนี้)

[๑๕๐]

ร่างกายนี้ถูกสร้างให้เป็นนครแห่งกระดูก

ฉาบด้วยเนื้อและเลือด เป็นที่สถิตแห่งความแก่

ความตาย ความถือตัว และความลบหลู่กัน

@เชิงอรรถ :

@๑ สารทกาล หมายถึงฤดูใบไม้ร่วง ฤดูสารท เทศกาลทำบุญสิ้นเดือน ๑๐ (พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน

@พ.ศ. ๒๕๒๕)

๖. มัลลิกาเทวีวัตถุ

เรื่องพระนางมัลลิกาเทวี

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่พระเจ้าปเสนทิโกศลผู้เสียพระทัยเพราะ การจากไปของพระนางมัลลิกาเทวี ดังนี้)

[๑๕๑]

ราชรถอันวิจิตรงดงาม ยังชำรุดได้

แม้แต่ร่างกายนี้ ก็ยังเข้าถึงชราได้

แต่ธรรมของสัตบุรุษ ๑- หาเข้าถึงชราไม่

สัตบุรุษกับสัตบุรุษรู้กันได้อย่างนี้ ๒-

๗. โลลุทายิเถรวัตถุ

เรื่องพระโลลุทายีเถระ

(พระผู้มีพระภาคตรัสพระคาถานี้แก่ภิกษุทั้งหลาย ดังนี้)

[๑๕๒]

คนที่มีการศึกษาน้อยนี้

ย่อมแก่ไปเปล่าเหมือนโคพลิพัท

เขาเจริญแต่เนื้อหนัง ส่วนปัญญาหาเจริญไม่ ๓-

๘. ปฐมโพธิวัตถุ

เรื่องเหตุการณ์คราวแรกตรัสรู้

(พระผู้มีพระภาคทรงเปล่งอุทาน ดังนี้)

[๑๕๓]

เราตามหานายช่าง ๔- ผู้สร้างเรือน ๕- เมื่อไม่พบ ๖- จึงท่องเที่ยวไปในสงสารเป็นอเนกชาติ เพราะการเกิดบ่อยๆ เป็นทุกข์

@เชิงอรรถ :

@๑ ธรรมของสัตบุรุษ หมายถึงโลกุตตรธรรม ๙ (มรรค ๔ ผล ๔ นิพพาน ๑) (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๑)

@๒ ดูเทียบ สํ.ส. (แปล) ๑๕/๑๑๔/๑๓๑, ขุ.ชา. (แปล) ๒๘/๔๑๓/๑๖๖

@๓ ขุ.เถร. (แปล) ๒๖/๑๐๒๘/๕๐๘

@๔ นายช่าง ในที่นี้หมายถึงตัณหา (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๖)

@๕ เรือน ในที่นี้หมายถึงอัตภาพ (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๖)

@๖ เมื่อไม่พบ ในที่นี้หมายถึงไม่พบโพธิญาณ (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๖)

[๑๕๔]

นายช่างเอ๋ย เราพบท่านแล้ว ๑-

ท่านจะสร้างเรือนไม่ได้อีก

ซี่โครง ๒- ทุกซี่ของท่าน เราหักแล้ว

ยอดเรือน ๓- เราก็รื้อแล้ว

จิตของเราถึงธรรมปราศจากเครื่องปรุงแต่งแล้ว

เราได้บรรลุธรรมเป็นที่สิ้นตัณหาแล้ว ๔-

๙. มหาธนเสฏฐิปุตตวัตถุ

เรื่องบุตรเศรษฐีผู้มีทรัพย์มาก

(พระผู้มีพระภาคทรงปรารภบุตรเศรษฐีผู้ใช้สอยทรัพย์สมบัติจนหมด จึงตรัสพระคาถานี้แก่พระอานนท์ ดังนี้)

[๑๕๕]

พวกคนโง่เขลาไม่ประพฤติตนให้เป็นคนดี

ในวัยหนุ่มสาวก็ไม่ได้หาทรัพย์ไว้ ย่อมซบเซา

เหมือนนกกระเรียนแก่ซบเซาอยู่ที่เปือกตมไร้ปลา ฉะนั้น

[๑๕๖]

พวกคนโง่เขลาไม่ประพฤติตนให้เป็นคนดี

ในวัยหนุ่มสาวก็ไม่ได้หาทรัพย์ไว้

ย่อมนอนรำพึงถึงความหลัง

ดุจลูกธนูที่พ้นจากแล่ง ฉะนั้น

ชราวรรคที่ ๑๑ จบ

@เชิงอรรถ :

@๑ หมายถึงพบตัณหานั้นได้ด้วยความรู้แจ้งพระสัพพัญญุตญาณ (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๖)

@๒ ซี่โครง ในที่นี้หมายถึงกิเลสเหล่าอื่นทั้งหมด (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๖)

@๓ ยอดเรือน ในที่นี้หมายถึงอวิชชา (ขุ.ธ.อ. ๕/๑๑๖)

@๔ พระคาถานี้จัดเป็นปฐมพุทธพจน์ (วิ.อ. ๑/๑๗)

ที่มา: พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เล่มที่ ๒๕ จาก 84000.org

รายงานข้อผิดพลาด

ภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เป็นงานของมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย คัดมาตามต้นฉบับโดยไม่แก้ถ้อยคำ แสดงภายใต้ เงื่อนไขนี้ หากเจ้าของประสงค์ให้นำออก แจ้งที่ saddhammadana@gmail.com จะนำออกทันที

หัวข้อก่อนหน้า๑๐. ทัณฑวรรคกลับไปยังสารบัญเล่มที่ ๒๕ธรรมบทหัวข้อถัดไป๑๒. อัตตวรรค